นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๒ เล่ห์ซาตาน 35%


          

ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ


เล่ห์ซาตาน

 

          ภาคิมพาตัวเองมายังห้องทำงานของประธานธนากิจกรุ๊ปในเช้าวันต่อมา เขาปรายตามองวิโรษณาซึ่งกำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะติดกับโต๊ะของอรชาครู่หนึ่งก่อนจะเลยเข้าไปในห้องทำงานของอยุทธ์ ผู้เป็นพ่อเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงานทันทีที่เห็นร่างสูงสง่าเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองตั้งแต่เช้า ก่อนจะวางปากกาในมือยี่ห้อ Visconti Ripple H.R.H. ซึ่งประดับด้วยทองคำขาวสิบแปดกะรัตซึ่งแพงติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกลงบนแฟ้ม

ผู้มีอำนาจสูงสุดในธนากิจกรุ๊ปเปลี่ยนอิริยาบถเป็นเอนหลังพิงเก้าอี้หนัง แล้วเป็นฝ่ายเอ่ยถามลูกชายขึ้นก่อน

          “ว่าไงตาคิม”

          “ผมมีเรื่องจะรบกวนคุณพ่อหน่อยครับ” น้ำเสียงของภาคิมฟังดูเป็นการเป็นงาน จนอยุทธ์ต้องขยับตัวแล้วตั้งใจฟังมากขึ้น

          “มีเรื่องอะไรว่าไปสิ”

          “คือเลขาฯ ของผมขอลาพักร้อนเดือนหนึ่ง ตอนนี้ผมไม่มีเลขาฯ ช่วยงานเลยจะมาขอยืมเลขาฯ ของคุณพ่อไปช่วยงานสักคน” ภาคิมบอกเรียบๆ คล้ายไม่ได้เตรียมการเรื่องนี้มาล่วงหน้า

          “ก็เอาสิ เดี๋ยวพ่อให้คุณอรชาไปช่วย”

          “ไม่ดีมั้งครับ งานของคุณพ่อสำคัญกว่า ผมว่าให้ผู้ช่วยเลขาฯ ของคุณพ่อไปช่วยผมน่าจะดีกว่า”

          “แต่หนูปุ้มเพิ่งจะมาทำงานได้สองวันเองนะ”

          “ไหนคุณพ่อการันตีว่าเขามีความสามารถไม่ใช่เหรอครับ หรือว่าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่อย่างที่คุณพ่อพูด” ลูกชายพูดพลางหรี่ตาเหมือนปรามาส อยุทธ์พอจะรู้ทันว่าภาคิมเจาะจงให้เป็นวิโรษณาแต่ก็ยังแกล้งตีหน้าเรียบเฉย

          “เอาละๆ ถ้าอย่างนั้นพ่อจะให้หนูปุ้มไปช่วยแกก็แล้วกัน แต่ถ้ามีอะไรที่หนูปุ้มยังไม่เข้าใจแกก็ต้องช่วยแนะนำเธอด้วยนะ ถึงหนูปุ้มจะเป็นคนเก่งแต่ก็ไม่ใช่อัจฉริยะที่จะรู้อะไรไปซะหมดโดยที่ไม่มีใครสอน”

          “ถ้าอย่างนั้น ผมจะไปรอที่ห้องทำงานนะครับ”

          หลังจากทุกอย่างเป็นไปตามวัตถุประสงค์แล้ว ภาคิมก็กลับไปห้องทำงานของตัวเองอย่างผู้ที่กำชัยชนะ จึงไม่เห็นว่าผู้เป็นบิดามองตามด้วยประกายตาชนิดหนึ่งซึ่งหากเขาเห็นจะรู้ว่าแท้จริงแล้วผู้ชนะคือใคร... เมื่อภาคิมออกไปพ้นห้องแล้วอยุทธ์ก็กดโทรศัพท์ติดต่อภายในเรียกให้วิโรษณาเข้าไปพบทันที

          “คุณลุงมีอะไรจะให้ปุ้มรับใช้คะ” เสียงหวานเอ่ยหลังจากนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกับที่ภาคิมเพิ่งจะลุกไปเมื่อครู่นี้

          “ตาคิมมาขอให้หนูไปเป็นเลขาฯ ของเขาชั่วคราว เห็นบอกว่าคุณนุชนารถลาพักร้อนหนึ่งเดือน”

          “แล้วคุณลุงว่ายังไงคะ”

          “ตอนแรกลุงก็ว่าจะให้คุณอรชาไป แต่ตาคิมอยากได้หนู ซึ่งลุงว่าก็ดีนะ ตาคิมจะได้รู้จักหนูมากขึ้น คราวนี้จะได้เลิกมีอคติกับหนูปุ้มซะที” อยุทธ์บอกอย่างคาดหวังซึ่งวิโรษณาก็ไม่ได้แย้งอะไรนอกจากทำตามสิ่งที่อยุทธ์มอบหมายให้ ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าการทำงานกับภาคิมคงจะเป็นไปอย่างไม่ราบรื่นแน่นอน

และแล้วเค้าลางก็เริ่มเป็นจริงตามที่วิโรษณาคิดเอาไว้เพราะภาคิมสั่งให้คนยกโต๊ะของวิโรษณาเข้ามาตั้งในห้องทำงานของเขาแทนที่จะให้เธอนั่งทำงานที่โต๊ะของนุชนารถซึ่งอยู่หน้าห้อง

ทันทีที่เข้าไปในห้องทำงานของภาคิม สาวน้อยก็เกิดอาการใจเต้นไม่เป็นส่ำ ทั้งๆ ที่บรรยากาศทุกอย่างในห้องนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรจากห้องทำงานของอยุทธ์เลยสักนิด ยกเว้นก็แต่เจ้าของห้องซึ่งกำลังยืนจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตรเลยสักนิด ไม่ใช่สิแววตาเขาดุร้ายประดุจดั่งซาตานที่หลุดมาจากขุมอเวจีที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีต่างหาก!

          “ทำไมคุณต้องย้ายโต๊ะทำงานของดิฉันเข้ามาในนี้ด้วยคะ ให้ดิฉันนั่งทำงานที่โต๊ะของคุณนุชนารถก็ได้นี่คะ”

          “ดูท่าทางเธอจะลืมละมั้งวิโรษณาว่าฉันคือคนที่มีสิทธิ์ออกคำสั่งไม่ใช่เธอ” น้ำเสียงนั้นเจือไว้ด้วยการวางอำนาจ ทำเอาเรียวปากสีระเรื่อต้องเม้มเข้าหากันเพื่อระงับอารมณ์ สาวน้อยบอกตัวเองว่าต้องอดทนกับความกักขฬะของเขาให้มากที่สุด

          “ดิฉันไม่ลืมหรอกค่ะว่าคุณคือเจ้านาย เพียงแต่อยากทราบเหตุผลเท่านั้น”          

          “เธอเพิ่งมาทำงานได้สองวันเองไม่ใช่เหรอ ถึงพ่อฉันจะการันตีว่าเธอมีคุณภาพแต่เวลาแค่นี้ก็คงไม่ได้ทำให้เธอรู้รายละเอียดของงานทุกอย่างได้หมดหรอกจริงไหม ดังนั้นเธอจึงต้องอยู่กับฉันในนี้เพราะฉันขี้เกียจเดินออกไปสอนเธอทีละอย่าง”

          “คุณไม่จำเป็นต้องออกไปก็ได้ค่ะ เรียกดิฉันเข้ามาพบก็ได้นี่คะ” วิโรษณายังไม่ยอมจำนนต่อเหตุผลที่ฟังไม่ค่อยจะน่าเชื่อถือเท่าไหร่

          “ที่เธอโยกโย้ท่านั้นท่านี้นี่ เพราะกลัวที่จะต้องอยู่กับฉันสองต่อสองในนี้ใช่ไหม หรือความจริงแล้วเธอเก่งแต่เรื่องอื่นแต่เรื่องงานไม่เป็นสับปะรด!” ดวงตาคมปลาบหรี่มองอย่างจับผิดและสบประมาทอยู่ในที

“เปล่าค่ะ ดิฉันไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องกลัวคุณ และดิฉันก็พร้อมที่จะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าดิฉันมีประสิทธิภาพในการทำงานไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆ” วิโรษณาโต้ออกไปถึงแม้ที่เขาพูดมาจะมีส่วนจริงแต่เรื่องอะไรจะยอมรับให้เขาได้ใจว่าสามารถข่มขู่เธอได้

“ปากเก่งดีนี่ ฉันชักอยากเห็นแล้วสิ ว่าเธอจะทำอย่างอื่นเก่งเหมือนปากหรือเปล่า”

ไม่พูดเปล่าแต่ร่างสูงยังย่างสามขุมเข้ามาหาด้วยท่าทีคุกคาม วิโรษณารีบถอยร่นอย่างตื่นตระหนกแต่ถอยได้ไม่กี่ก้าวก็หมดทางหนีเพราะด้านหลังคือโต๊ะทำงานของตัวเอง แขนกำยำวางคร่อมที่ขอบโต๊ะกักขังร่างบางเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้อีก ใบหน้าหล่อคมยื่นเข้าไปใกล้ ใกล้เสียจนวิโรษณาต้องรีบเบี่ยงหน้าหลบแล้วร้องห้ามเสียงหลง

          “ที่นี่ห้องทำงานนะคะคุณภาคิม!

          “แล้วยังไง” เสียงทุ้มถามอย่างยอกย้อนแต่ใบหน้าหล่อคมของเขายังอยู่ใกล้กับพวงแก้มสีเนียนใสแค่ไม่ถึงคืบ

          “คุณไม่ควรจะทำอะไรแบบนี้ในห้องนี้นะคะ” สาวน้อยพูดด้วยเสียงสั่นๆ อย่างไม่อาจควบคุมได้

          “ฉันไม่สนหรอก”

          ลำแขนแกร่งสอดเข้าเอวเล็กแล้วรั้งเข้ามาแนบชิดอย่างรวดเร็วจนอกนุ่มหยุ่นเบียดแนบกับแผ่นอกกว้างของเขา วิโรษณาพยายามขืนตัวไว้แต่ก็ถูกล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนาด้วยวงแขนแกร่ง จากนั้นจมูกและปากร้อนๆ ก็ซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอขาวระหงอย่างหนักหน่วง

“อย่านะคะคุณภาคิมหยุด!” เสียงหวานร้องห้ามแต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ อ้อมแขนแกร่งรัดร่างแน่งน้อยแน่นขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่รวยรินออกมาจากผิวเนียนละเอียดราวกับกลิ่นของดอกไม้ที่โชยชายยามแรกอรุณนั้นทำให้ภาคิมซุกไซ้หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม

ติ๊ด... ติ๊ด...

เหมือนระฆังหมดยกดังขึ้น หญิงสาวรอดตัวอย่างหวุดหวิดเมื่อเสียงเรียกเข้าพร้อมกับการสั่นครืดๆ ของโทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงานของภาคิมดังขึ้น ทำเอาเขาสบถและถอนหายใจอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระแล้วเดินไปรับสาย

          วิโรษณาทรุดกายลงบนเก้าอี้ของตัวเองด้วยอาการตัวสั่นงันงก ความตื่นตระหนกลามเลียแผ่ซ่านไปทุกอณูของร่างกาย เธอเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง พบว่าภาคิมยังมีสีหน้าที่เรียบเฉยราวกับไม่มีเรื่องสะท้านสะเทือนโลกเกิดขึ้น เสียงคุยโทรศัพท์ของเขายังเป็นปกติแว่วดังเข้ามากระทบโสตประสาทของเธอ สาวน้อยจึงรีบรวบรวมสติของตัวเองและปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

          “ว่าไงครับษา” ภาคิมทอดเสียงให้นุ่มขึ้นขณะรับโทรศัพท์ของอุษามณีคู่ควงอีกคนหนึ่งของเขา

          “ตอนนี้ษาอยู่หน้าบริษัทของคุณ คุณอยู่ที่ทำงานหรือเปล่าคะ พอดีษาเพิ่งกลับจากปารีสมีน้ำหอมมาฝากคุณ เลยจะแวะเอาขึ้นไปให้”

          ภาคิมนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะตอนแรกกะว่าจะนัดเจอกับอุษามณีหลังเลิกงาน เนื่องจากเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนมาวุ่นวายที่ทำงาน แต่พอมองไปทางวิโรษณาชายหนุ่มก็เกิดเปลี่ยนใจอย่างกะทันหัน

          “มาสิครับ ผมอยู่ที่ห้องทำงานนี่แหละ กำลังอยากเจอษาอยู่พอดี” ชายหนุ่มแกล้งหยอดเสียงหวาน

          “ถ้าอย่างนั้นอีกห้านาทีเจอกันนะคะ” อุษามณีตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอันแสนลิงโลด

          “ครับที่รัก”

          อีกห้านาทีต่อมาอุษามณีก็มาถึงห้องทำงานของภาคิมพร้อมกับถุงกระดาษที่เธอบอกว่าเป็นของฝาก สาวสังคมไฮโซปรายตามองมาทางวิโรษณาอย่างค่อนข้างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะตอนนี้คนที่เธอสนใจนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะอีกตัวหนึ่ง

          ร่างสูงยืนขึ้นเมื่ออุษามณีเดินเข้ามา สาวสวยโผเข้าไปกอดโดยหาได้กระดากต่อสายตาของบุคคลที่สามเลยสักนิด ลำแขนแข็งแรงของภาคิมโอบเอวคู่ควงสาวเอาไว้หลวมๆ เช่นกัน

          “คิดถึงคิมที่สุดเลยค่ะ พักนี้ษาไม่ค่อยได้เจอคุณเลยนะคะ” อุษามณีพูดเหมือนงอนๆ

          “ก็ษาบอกผมเองไม่ใช่เหรอครับ ว่าไปเที่ยวปารีสเพิ่งกลับมา” ภาคิมเลิกคิ้วเข้มพลางยิ้มโปรยเสน่ห์ซึ่งเวลาเขายิ้มแบบนี้ทีไรไม่ว่าสาวคนไหนก็ต้องใจอ่อนยวบและพร้อมจะละลาย

          “ษาไปเที่ยวกับคุณแม่มาค่ะ”

          “แน่ใจนะครับว่าไม่ได้ไปกับหนุ่มๆ ที่ไหน” ชายหนุ่มแกล้งดักคอ

          “แหมคิมคะ ษามีคิมคนเดียวนะคะ คิมก็รู้นี่นา”

          อุษามณีเขย่งเท้าจูบที่ปากเขาเบาๆ อย่างเอาใจ แต่พอจะผละออกมาภาคิมกลับประกบเรียวปากและจูบเธออย่างเร่าร้อนทำเอาอุษามณีงงอยู่เหมือนกันแต่ก็รีบเผยอปากรับลิ้นของเขาที่รุกเร้าเข้ามากระหวัดพันเกี่ยวกับลิ้นเธออย่างดูดดื่ม ลีลาอันแสนช่ำชองของภาคิมกระตุ้นเร้าความรู้สึกของคู่ควงสาวให้พลุ่งพล่านขึ้น

          “ฮื้อ... คิมขา...

อุษามณีครวญครางออกมาด้วยความรัญจวน ต่างจากภาคิมที่ปากกำลังจุมพิตกับอุษามณีแต่สายตากลับมองมายังอีกคนซึ่งนั่งหน้าแดงแล้วแดงอีกด้วยความอับอาย เพราะไม่คิดว่าภาคิมจะกล้าแสดงบทรักอันแสนดูดดื่มของเขาต่อหน้าเธอโดยไม่คิดจะอาย

ทั้งคู่มอบจุมพิตให้กันอย่างดูดดื่มอยู่พักใหญ่ก่อนที่ภาคิมจะค่อยๆ ผละใบหน้าออกมา แต่อุษามณีนั้นกลับพยายามเกี่ยวกระหวัดเรียวลิ้นของเขาเอาไว้เหมือนไม่อยากให้จุมพิตอันแสนเร่าร้อนครั้งนี้จบลง

          “ฝากมัดจำไว้ก่อน ส่วนที่เหลือผมจะไปคิดบัญชีต่อคืนนี้”

ชายหนุ่มจ้องตาคู่ควงด้วยประกายตาพราวระยับสื่อความหมายอย่างรู้ใจชวนให้คนถูกมองเกิดจินตนาการอันแสนวาบหวามราวกับถูกเขาโลมไล้ไปทั่วกายก็ไม่ปาน อุษามณีตระหนักดีว่าบทรักของผู้ชายที่ชื่อภาคิมนั้นเร่าร้อนมากแค่ไหน ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ขึ้นเตียงกับเขาแล้วจะไม่ติดใจและวอนขออีก เขาไม่จำเป็นต้องซื้อเซ็กซ์ด้วยเงินก็มีคนที่พร้อมจะทอดกายให้เชยชมเพียงแค่เขาขยิบตา ขนาดเธอเองเป็นผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าคาสโนวีเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่นยังทำท่าว่าจะหมดลายเมื่อมาเจอภาคิม ดังนั้นพอเขาบอกว่าจะไปหา อุษามณีจึงรู้สึกไม่ต่างอะไรกับปลากระดี่ที่กำลังจะได้น้ำ

          “ถ้าอย่างนั้นษากลับก่อนนะคะ คุณจะได้ทำงาน แล้วอย่าลืมไปคิดบัญชีกับษานะคะ ถ้าลืมษาจะเป็นฝ่ายคิดบัญชีคุณเอง ไม่ใช่แค่ต้นแต่จะเป็นแบบทบต้นทบดอก”

          อุษามณีบอกลาเสียงหวาน ดวงตาที่แต่งเติมด้วยมาสคาราสีเข้มยังคงปรือปรอยด้วยอารมณ์พิศวาสที่ถูกภาคิมจุดขึ้น ก่อนจะเดินนวยนาดอวดบั้นท้ายงอนงามออกไปจากห้อง

ภาคิมเหลือบตามองมายังใบหน้าหวานละมุนของวิโรษณาที่ยังคงแดงก่ำแล้วก็ต้องหัวเราะร่วนอย่างขบขัน วิโรษณาจึงถลึงตาใส่อย่างโกรธๆ นี่เขาเห็นเธอเป็นตัวตลกหรือยังไง!

“ถ้าคุณจะทำอะไรเป็นการส่วนตัวในห้องนี้ บอกให้ดิฉันออกไปรอข้างนอกก่อนก็ได้นะคะ”

“เธอเองก็ชอบดูไม่ใช่เหรอเห็นนั่งจ้องตาแทบไม่กะพริบ” ใบหน้าหล่อเหลายังเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีที่สามารถกลั่นแกล้งให้วิโรษณาหน้าร้อนได้

          “ดิฉันไม่ได้จ้อง คุณเองต่างหากที่ทำอะไรไม่รู้จักอาย” วิโรษณาย้อนเขาเสียงหมิ่นๆ

          “ไม่เห็นมีอะไรน่าอายเลยนี่ก็แค่กอดจูบยังไม่ได้ลูบคลำและถอดเสื้อผ้าเสียหน่อย เธอก็น่าจะรู้ดีนี่ว่าขั้นตอนแบบนี้มันมีอะไรบ้าง” ภาคิมพูดหน้าตาย ในขณะที่ดวงตาคู่คมเต้นระริก รู้สึกสนุกอย่างที่ตัวเองก็คิดไม่ถึงกับการได้ยั่วเย้าเด็กสาวของผู้เป็นพ่อ ทั้งๆ ที่ไม่ชอบหน้าเธอสักนิด

          “คุณภาคิม!” วิโรษณาตวัดเสียงสูงด้วยโทสะ ใบหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอายระคนกัน

          “เรียกฉันเสียงดังขนาดนั้นอยากให้ฉันสานต่อเรื่องที่เราค้างคากันอยู่เมื่อกี้ใช่ไหม หรือว่าดูเลิฟซีนของฉันแล้วเกิดอารมณ์ร่วม”

          “กรุณาอย่ามาเหมารวมเรื่องพรรค์นั้นกับดิฉัน”

          “งั้นรึ” ภาคิมหัวเราะหึๆ ในลำคอ “ฉันว่าความจริงเธอเองก็คิดเหมือนกันนั่นแหละ ไม่ต้องสร้างภาพก็ได้ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาออกจะตายไป”

“ขอโทษเถอะค่ะ ดิฉันไม่ได้ฝักใฝ่เรื่องแบบนี้เหมือนคุณ”

“เอาละเลิกต่อปากต่อคำกับฉันและทำงานต่อได้แล้ว” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงในแบบผู้ดี

“คนหื่น คิดแต่เรื่องพรรค์นั้น บ้าที่สุด...” เสียงหวานบ่นอุบอิบในลำคอ ก่อนจะก้มหน้าลงมองเอกสารบนโต๊ะอย่างไม่ค่อยจะรู้รายละเอียดนักเพราะภาคิมยังไม่ได้บอกว่าเขาต้องการให้เธอทำอะไรบ้างจึงได้แต่นั่งอ่านเอกสารไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหมดโต๊ะ

ดวงตากลมโตชำเลืองมองไปทางโต๊ะของภาคิมอย่างไม่ได้ตั้งใจ และก็อดทึ่งไม่ได้เมื่อเห็นว่ายามนี้ใบหน้าหล่อคมนั้นดูเงียบขรึมเอาจริงเอาจังกับงานตรงหน้าผิดกับบุคลิกยียวนเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจตัวเองอย่างร้ายกาจเหมือนที่เขาแสดงให้เธอเห็นอยู่บ่อยๆ

สาวน้อยรีบเบนสายตาหนีเมื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรจะมองเขานานเกินไป หากแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรจึงได้แต่นั่งนิ่งๆ อยู่อย่างนั้นจนถึงเที่ยงจึงแยกตัวไปรับประทานอาหารกับอรชาเลขานุการของอยุทธ์ ซึ่งร้านที่ทั้งสองเลือกนั้นเป็นร้านอาหารใกล้ๆ กับทีเอ็นทาวเวอร์นั่นเอง 


อีบุ๊ควางแผงแล้วนะคะ

ฝากอีบุ๊คเรื่องใหม่ล่าสุดด้วยจ้า


        แสดง 6 - 6
วันที่โพสต์ :  2 ก.ย. 2560 06:03    วันที่อัพเดท :   19 ก.ย. 2560 08:12    › จำนวนผู้เข้าชม 4714 คน
   › คะแนนโหวต 55 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :