นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง บ่วงรักบอดี้การ์ดเถื่อน (ซีรีส์ชุดยาใจคนเถื่อน) e-book    by tichakorn
ชื่อตอน ตอนที่ 3 ว้าวุ่นใจ [2]


 “เออ! ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว งั้นมาเข้าเรื่องต่อเลยดีกว่า ฟังนะเพื่อน หลังจากคนเป็นลูกสาวยืนยันจะคบกับหมอนั้นต่อคุณมารศรีก็เลยต้องการคนที่ไว้ใจได้ ไปเป็นบอดี้การ์ดลูกสาว แบบตามประกบลูกสาวตลอดเวลา หรืออีกนัยก็คือคนคอยดูพฤติกรรมนั่นแหละ แล้วที่สำคัญคุณมารศรียังเน้นย้ำว่าต้องการคนที่มีฝีมือ แบบว่าสามารถจัดการกับนายพระเอกได้ ฉันได้ข่าวว่าเจ้าหมอนี่มันคบพวกนักเลงไว้เยอะ ฉันก็เลยนึกถึงแกคนแรก งานนี้ค่าเหนื่อยคุ้มมากนะเพื่อน ทำงานปีเดียวหรืออาจไม่ถึงปี คุณมารศรีจ่ายเลยหนึ่งล้านบาท แล้วถ้าแยกไอ้พระเอกออกจากลูกสาวได้แบบถาวร คุณมารศรีจะจ่ายเพิ่มให้อีกสองล้าน รวมเป็นสามล้านบาท ฉันรู้ว่าแกอยากได้เงินไปซื้อที่ดินไม่ใช่เหรอเพื่อน ฉันก็เลยรับปากกับคุณมารศรีไปแล้วว่าจะพาแกไปทำงานวันนี้ตอนบ่าย โอเค!

มาเฟียหนุ่มรีบบอกแบบรวบรัดตัดตอน เพราะรับรู้มาตลอดว่าเพื่อนอยากได้ที่ดินใกล้ไร่ของตนมาก แต่เจ้าหมอนี่ไม่ยอมให้เขาจัดการซื้อให้ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเกรงอกเกรงใจกันไปทำไม ส่วนคนฟังที่ถูกมัดมือชกก็กระแทกลมหายใจใส่ แต่จะให้ปฏิเสธก็คงไม่ได้แล้ว เพราะเจ้าเพื่อนตัวดีดันรับปากฝ่ายนั้นเรียบร้อย

“ตกลงให้ฉันไปเป็นบอดี้การ์ด หรือไปเป็นไม้กันหมากันแน่ไอ้ทาม” ไรอันย้อนถามเสียงห้วน หน้าตาคล้ายคนจะลาตายเข้าไปทุกที แต่เขาก็ยอมรับว่าอยากได้เงินค่าจ้างนั้น หนึ่งล้านบาท พอซื้อที่ดินติดไร่ของเขาได้สบายมาก ส่วนไอ้เรื่องทำให้เลิกกับพระเอกหนุ่ม เขาจะทำตามความสามารถแล้วกัน เพราะแยกได้ไม่ได้นั่นมันอีกเรื่อง

ทว่านึกๆ ไปเขาก็อยากจะเห็นหน้าแม่สาวหน้ามืดตาบอดคนนั้นเหลือเกิน เขาละอยากจะดูน้ำหน้านักว่าหน้าตาหล่อนจะเป็นอย่างไร สวยเหมือนฟ้า หรือว่าขี้เหร่จนหาแฟนไม่ได้ ถึงได้หลงไอ้พระเอกคนนั้นจนไม่เชื่อฟังคำเตือนของคนในครอบครัว

“ว่าไง ไอ้ทาม” ไรอันถามย้ำหลังเพื่อนรักทำเฉไฉหยิบของหวานรับประทานหน้าตาเฉย

“นี่ฉันอุตส่าห์ไม่พูดตรงๆ แล้วนะ แต่แกก็ดันคิดได้เอง ฉันไม่ผิดนะโว้ย” เอเรสโต้กลับด้วยเสียงขบขัน

“สรุปว่าฉันต้องไปเป็นไม้กันหมา แกนี่...วอนตายจริงๆ ก่อนจะรับงานก็ไม่ถามฉันสักคำ แต่ดันไปตกปากรับคำเสียดิบดี” พูดจบก็กระแทกลมหายใจใส่เพื่อน แล้วก็นั่งครุ่นคิดถึงงานที่ตัวเองไม่มีทางปฏิเสธด้วยสีหน้าอยากฆ่าคน

“เอาน่าเพื่อน ทำไปเถอะ งานดี เงินดี สบายแบบนี้มีที่ไหน” คนหางานให้พยายามปลอบ เพราะกลัวว่าเพื่อนรักจะหนีกลับเมืองไทยไปเสียก่อน แล้วคราวนี้แหละที่จะเป็นเขาเสียหน้า เพราะไปรับปากเป็นหมั่นเป็นเหมาะกับคุณมารศรีเอาไว้ แต่ยังไงซะเขาก็ต้องกล่อมให้ไรอันยอมทำงานให้ได้

“สบายกะผีไร! แล้วดูท่าลูกสาวคุณมารศรีคงจะร้ายไม่ใช่เล่น ขนาดทั้งพี่ชายทั้งแม่ห้ามแล้วไม่ฟัง ถ้าเป็นแบบนี้ฉันว่าจับหักคอไปซะก็หมดเรื่อง ดีกว่าเสียเงินเป็นล้านๆ มาจ้างบอดี้การ์ดไปคุมความประพฤติ” ไรอันว่าประชดประชันตามด้วยส่ายหน้าแรงๆ ให้กับงานชิ้นใหม่ ที่ต้องจำใจทำ ลางร้ายเริ่มมาเยือนเขาแล้วแน่ๆ เพราะตาข้างขวากระตุกถี่เหลือเกิน

“บ๊ะ! ไอ้เพื่อนรัก เมื่อก่อนฉันเห็นแกเป็นคนดีมากๆ เลยนะเพื่อน แล้วแกก็ไม่เคยว่าผู้หญิงสักคำ แต่ไหงแค่กลับไปอยู่บ้านป่าบ้านสวนไม่กี่ปี ถึงได้กลายเป็นคนปากคอเราะร้ายแบบนี้ล่ะ หรือแถวนั้นมีนักเลงเยอะ แกเลยต้องกลายเป็นคนป่าเถื่อนใส่พวกมันไปบ้าง” เอเรสได้ทีก็เหน็บแนมให้บ้าง แล้วก็หัวเราะร่าเมื่อเพื่อนรักทำหน้าเหี้ยมใส่

“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้แหละ เพียงแต่ฉันไม่เคยแสดงให้แกเห็นก็เท่านั้น” ไรอันว่าด้วยเสียงฉุนๆ

“งั้นหรอกเหรอ ที่แท้ตัวตนจริงๆ ของแก เป็นพวกป่าเถื่อนนี่เอง” พูดจบมาเฟียหนุ่มก็หัวเราะร่า

“ไอ้ทาม!” ไรอันตะคอกใส่ด้วยความหมั่นไส้เหลือรับประทาน นี่ถ้าไม่เห็นว่าลูกมันยังเล็กอยู่แล้วละก็ เขาได้จัดการมันร่วงเก้าอี้ไปแล้ว โทษฐานหัวเราะสนุกเกินหน้าเกินตา แล้วยังหางานในตำแหน่งไม้กันหมามาให้อีก

“อย่าซีเรียสเลยเพื่อน” เอเรสบอกเสียงกลั้วหัวเราะแล้วหันไปคุยกันเรื่องงานกันต่อ โดยที่ไรอันก็รับปากว่าจะทำงานนี้ตามความต้องการของเพื่อน จากนั้นก็พากันกลับเข้าไปสมทบกับภรรยาและลูกน้อยที่นั่งเล่นอยู่หน้าทีวี

 

หลังจากไรอันรับปากจะทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับลูกสาวคุณมารศรีเรียบร้อยแม้จะไม่ค่อยเต็มใจก็ตามที แต่ทางลูกสาวคุณมารศรีกำลังถกเถียงกันอยู่ด้วยเรื่องนี้ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ ทั้งมารดาและพี่ชายก็เริ่มออกอาการเหนื่อยหน่ายเมื่อมัลลิกาไม่ต้องการบอดี้การ์ดและตอนนี้ก็ค้านหัวชนฝาท่าเดียว คุณมารศรีเลยส่ายหน้าระอาไปเป็นรอบที่สิบ

“น้ำไม่เอานะคะคุณแม่ น้ำไม่อยากให้มีใครคอยเดินตาม มันน่ารำคาญ น้ำไม่ชอบ!” มัลลิกาปฏิเสธเสียงแข็ง หลังทั้งมารดาและพี่ชายรู้ว่าเธอเกือบเสียชีวิตเพราะระเบิด ทำให้ทั้งพี่ชายและมารดามีความเห็นตรงกันว่าเธอต้องมีบอดี้การ์ดคอยตามประกบแบบไม่ให้คลาดสายตา

“ยัยน้ำ เราเลิกค้านสักทีได้ไหม เราก็รู้ว่าพี่กับคุณแม่เป็นห่วงเรามาก อีกอย่างเรายังจับมือวางระเบิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นพี่ต้องให้คนคอยดูแลความปลอดภัยของเราทุกฝีก้าว” แอนดี้ดุน้องสาวจอมดื้อรั้น พลางหันไปมองมารดาที่ก็ทำหน้าเหนื่อยหน่ายกับนิสัยดื้อรั้นและเอาแต่ใจของบุตรสาว แต่งานนี้ตนไม่มีทางอ่อนข้อให้เป็นแน่

“แต่น้ำดูแลตัวเองได้ พี่แอนดี้อย่าเอาเรื่องระเบิดมาอ้างได้ไหม น้ำรู้นะว่าที่จริงแล้วพี่แอนดี้ต้องการให้คนของพี่คอยจับตาดูน้ำ” เถียงจบก็สะบัดหน้างอนๆ ใส่ ริมฝีปากสวยก็เบ้ออกอย่างขัดเคืองใจ

“แล้วเราจะทำไม ถ้าพี่จะให้คนคอยตามดูเรา เรามีปัญหาหรือไง” แอนดี้เริ่มใช้เสียงดุมากกว่าเดิม เพราะเรื่องนี้เขาไม่ยอมแน่ แม้ว่าการจ้างบอดี้การ์ดคนใหม่ครั้งนี้จะเป็นอย่างที่น้องสาวบอกก็ตามที แต่เหตุผลหลักที่ต้องให้มีบอดี้การ์ดคนใหม่ก็คือเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของน้องสาว ส่วนมารดา เขาก็ให้      บอดี้การ์ดมือดีคอยดูแลอยู่แล้วจึงหมดห่วง

“แต่น้ำไม่ต้องการบอดี้การ์ด” มัลลิกาลุกขึ้นยืนพร้อมค้านเสียงดัง แล้ววิ่งขึ้นห้องโดยไม่สนใจเสียงเรียกของพี่ชาย แอนดี้ถึงกับหัวเสียไม่น้อย แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้มัลลิกาก็ต้องยอม ไม่งั้นก็ไม่ต้องออกไปไหนมาไหนตามอำเภอใจ

“แอนดี้ แม่ว่าช่วงนี้ยัยน้ำชักจะเอาแต่ใจมากเกินไปแล้ว” คุณมารศรีเอ่ยกับบุตรชายด้วยสีหน้าหนักใจ

“ผมก็ว่างั้นแหละครับ แล้วยิ่งยัยน้ำเป็นแบบนี้ เรายิ่งต้องให้มีคนคอยตามดูยัยน้ำแบบไม่ให้คลาดสายตา อีกอย่างผมก็กลัวว่าไอ้เคลวินมันจะล่วงเกินยัยน้ำ ถ้าปล่อยให้อยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่ดีหน่อยที่ตอนนี้ยัยน้ำไม่ยอมเล่นด้วย ไม่งั้นถ้ายัยน้ำได้รู้ธาตุแท้ของนายเคลวินเมื่อไหร่ ยัยน้ำคงช้ำใจตายแน่” แอนดี้หันไปบอกกึ่งปรับทุกข์กับมารดา เพราะเป็นห่วงน้องสาว ในเมื่อเขารักเขาหวงน้องสาวมาก แล้วคนเลวๆ อย่างเคลวินมันไม่มีอะไรคู่ควรกับน้องสาวของเขาสักนิด

“แม่ก็หวั่นใจเหมือนกัน  แต่ยังไงลูกก็คอยดูแลน้องให้ดีแล้วกัน เพราะเรามีกันแค่สองคนพี่น้อง อย่าทิ้งน้อง ดุด่าได้ แต่อย่าให้รุนแรงมากนัก แม่กลัวยัยน้ำหนีไป แม่คงทำใจไม่ได้แน่ๆ” คนเป็นแม่เปรยด้วยเสียงกังวล

“ครับคุณแม่ ผมจะดูแลน้องให้ดี แล้วเรื่องบอดี้การ์ด ทางคุณทามได้ติดต่อมาหรือยังครับ” บุตรชายคนโตรับปากด้วยความเต็มจากนั้นก็เอื้อมไปกุมมือของมารดาเอาไว้ คนเป็นแม่ก็ยิ้มอบอุ่นให้ลูกชายรู้สึกเบาใจลงได้มาก

“แม่ก็ลืมบอกไปว่าทางนั้นจะพาบอดี้การ์ดมาทำงานให้เราบ่ายนี้แหละ แล้วบ่ายนี้แอนดี้ว่างหรือเปล่า แม่จะให้ช่วยดูลักษณะท่าทางคนของคุณทามเสียหน่อย แม่ไว้ใจคุณทาม แต่ไม่ค่อยแน่ใจกับคนที่เขาหามาให้ แล้วเรื่องคดีคนวางระเบิดหน้าห้างของเราล่ะ ไปถึงไหนแล้ว” พูดจบก็ทำท่าครุ่นคิด อีกทั้งก็ห่วงว่าลูกสาวจะออกฤทธิ์กับบอดี้การ์ดคนใหม่จนรับมือไม่ได้

“วันนี้ผมว่างครับ ส่วนเรื่องคดี ทางตำรวจก็กำลังเร่งหามือวางระเบิดอยู่ครับ คุณแม่ครับ ช่วงนี้คุณแม่อย่าออกไปไหนบ่อยนะครับ คือผมไม่ค่อยไว้ใจพวกที่มันลอบกัดเรา” แอนดี้กล่าวเสียงเครียดและเพราะเหตุระเบิดทำให้ห้างของเขาต้องปิดเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงด้านหน้าของห้างที่เละจนแทบไม่เหลือชิ้นดี แต่งานนี้ก็ถือว่าโชคดีมากที่ไม่มีใครเสียชีวิต แต่ก็มีได้รับบาดเจ็บนับสิบ

“แม่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ลูกไม่ต้องห่วง แม่มีคนดูแลตลอดเวลา ส่วนลูกก็ควรหาบอดี้การ์ดมือดีมาเพิ่มอีกสักสองสามคนนะแอนดี้ แม่ว่าสองคนคงไม่พอ” คนเป็นแม่บอกพร้อมสีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงบุตรชาย ที่เพิ่งจะได้ขึ้นมาดูแลกิจการได้ไม่กี่ปีก็มามีเรื่องระเบิด และตัวท่านเองก็สงสัยอยู่ครามครันว่าจะเป็นคนที่รู้จักมักคุ้นกันหรือไม่ ที่มาลอบทำร้ายกันแบบนี้

“ครับคุณแม่ ถ้างั้นผมขอขึ้นไปดูยัยน้ำก่อนนะครับ ไม่รู้ป่านนี้จะทำหน้างอนไปถึงไหนแล้ว” แอนดี้กล่าวจบก็ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มมารดาแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินออกจากห้องรับแขกตรงไปยังห้องส่วนตัวของน้องสาว

ทางด้านมัลลิกากำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับแฟนหนุ่มด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มสลับสีหน้ากังวล เพราะเป็นห่วงแฟนหนุ่ม เมื่อฝ่ายนั้นบอกว่านอนซมอยู่บนเตียงไร้คนเหลียวแล แต่ในความเป็นจริงแล้วข้างกายของเคลวินมีสวยสวยวัยละอ่อนคอยอิงแอบแนบชิดไม่ห่างกาย มิหนำซ้ำทั้งสองยังพากันยิ้มเยาะคุณหนูตระกูลลี่ ที่โง่จนไม่ยอมฟังคำเตือนของคนในครอบครัว

ส่วนมัลลิกาก็ยังคงซักถามอาการของแฟนหนุ่มด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เพราะเธออยากไปเยี่ยมเคลวินแต่ก็ไปไม่ได้ เมื่อทั้งมารดาและพี่ชายสั่งห้ามเอาไว้ โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้พี่ชายเข้ามายืนฟังนานแล้วที่หน้าประตู ฝ่ายแอนดี้ก็ยืนฟังน้องสาวคุยโทรศัพท์กับพระเอกจอมปลิ้นปล้อนจนฝ่ายนั้นวางสายไปจึงได้เดินเข้าไปหาน้องสาว ที่นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่บนเตียงนุ่ม

“อยากออกไปหามันไหม พี่จะพาไป เผื่อเราจะหูตาสว่างขึ้นมาบ้างว่านายเคลวินมันอาจซุกผู้หญิงเอาไว้ที่คอนโดของมัน พี่ว่าที่มันรีบวางสายก็เพราะมีผู้หญิงอยู่ด้วยแน่ๆ” ผู้เป็นพี่ชายพูดเปิดทางให้

“พี่แอนดี้อย่ามาหาเรื่องน้ำนะ” มัลลิกาหันไปคว้าหมอนมากอดแล้วนั่งหันหลังให้พี่ชายอย่างคนแสนงอน

“พี่ไม่ได้หาเรื่อง พี่แค่อยากพาเราไปดู เผื่อจะได้เห็นกับตาว่าลับหลังเรา นายเคลวินทำระยำตำบอนอะไรบ้าง ” แอนดี้เอ่ยบอกอย่างอ่อนอกอ่อนใจ

“น้ำไม่เชื่อว่าเคลวินจะทำแบบนั้น พี่แอนดี้พยายามจะใส่ร้ายเคลวิน เพราะพี่ไม่ชอบหน้าเคลวิน ทำไมล่ะคะพี่แอนดี้ น้ำคบเคลวินมาหลายเดือน เขาก็เป็นคนดี เอาใจดูแลน้ำอย่างดี พูดจาก็ไพเราะ แล้วยังสุภาพกับน้ำตลอด น้ำไม่เห็นว่าเคลวินจะเป็นอย่างที่พี่แอนดี้พูดมาสักนิด” มัลลิกาเถียงเสียงขึ้นจมูก แอนดี้จึงขยับเข้าไปนั่งบนเตียงใกล้น้องสาว

“พี่ไม่เคยใส่ร้ายหมอนั้น แต่ที่พี่พูดเพราะพี่รู้สันดานของมัน แล้วที่มันทำทุกอย่างกับน้ำ ก็เพราะมันสร้างภาพ น้ำเพิ่งกลับมาฮ่องกง น้ำไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านั่นนายเคลวิน มันทำอะไรเอาไว้บ้าง แต่ที่ข่าวคราวมันเงียบหายก็เพราะมันใช้เงินปิดข่าว น้ำเชื่อพี่เถอะว่านายเคลวินมันไม่เหมาะสมกับน้ำ” พูดจบก็ลอบมองท่าทีของน้องสาว ใจก็ภาวนาขอให้น้องสาวคิดได้เสียที

“พี่แอนดี้อย่ามาใส่ร้ายเคลวินนะ” มัลลิกาเถียงอย่างแง่งอน ทว่าในใจนั้นกำลังครุ่นคิดอย่างหนักถึงเรื่องที่ได้ฟังจากปากพี่ชาย และนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่ชายและมารดาเตือน แต่เป็นตัวเธอเองที่ยังเชื่อว่าแฟนหนุ่มจะไม่ทำตัวอย่างที่พี่ชายของเธอกล่าวหา แต่ถ้าหากเธอจับได้เมื่อว่าเคลวินนอกใจ เธอจะตัดขาดจากผู้ชายคนนี้แน่นอน

“พี่พูดความจริง” แอนดี้เอ่ยย้ำเสียงหนักแน่น ขณะที่คนเป็นน้องสาวก็เหลียวมามองเสี้ยวหน้าของพี่ชายเล็กน้อย แล้วหันกลับไปอยู่ในท่าเดิมด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวด

“น้ำเชื่อพี่ เชื่อคุณแม่เถอะ แล้วน้ำจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง แล้วที่พี่พูดพี่เตือนเราบ่อยๆ ก็เพราะพี่เป็นห่วง” แอนดี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนลงมาก หากแต่สีหน้าไม่ได้คลายความกังวล เพราะท่าทีของมัลลิกาดูจะไม่ยอมเชื่อที่เขาพูด

“แต่น้ำ...” มัลลิกาอ้ำอึ้งหลังจากครุ่นคิดจนหน้ายุ่งแล้วก็เกิดความลังเล

“น้ำ เรารู้บ้างไหมว่ามีผู้หญิงทั้งในวงการและนอกวงการต้องเสียรู้ไอ้ผู้ชายปลิ้นปล้อนคนนี้มากี่คนแล้วตอนที่น้ำยังเรียนอยู่ต่างประเทศ แล้วพี่ก็ไม่อยากให้น้ำตกเป็นหนึ่งในนั้น พี่กับคุณแม่เป็นห่วงเรามากนะ ถึงได้เตือน” น้ำเสียงอ่อนโยนจากพี่ชายพร้อมฝ่ามือที่วางทาบบนไหล่จนรับรู้ถึงความรักความห่วงใย มัลลิกาจึงหันมามองหน้าพี่ชาย และเธอก็รู้ดีว่าพี่ชายไม่เคยโกหก แต่พี่ชายของเธอไม่ได้ใกล้ชิดเคลวินมากเหมือนเธอนี่น่า

“พี่แอนดี้ น้ำขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงน้ำ รักน้ำ หวังดีกับน้ำเสมอมา แต่เรื่องเคลวิน น้ำขอเป็นคนรู้และเห็นด้วยตาตัวเองก่อนได้ไหมคะ แล้วถ้าน้ำรู้ความจริง น้ำสัญญาว่าจะเลิกกับเคลวิน แล้วต่อไปน้ำจะไม่ทำให้พี่แอนดี้และคุณแม่ต้องหนักใจเพราะน้ำอีก น้ำสัญญา แต่ถ้าเคลวินไม่ได้เป็นอย่างที่พี่แอนดี้กล่าวหา     พี่แอนดี้ต้องให้น้ำคบกับเคลวินต่อไปนะคะ” มัลลิกาต่อรองกับพี่ชายด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ

“ก็ได้ พี่จะรอวันนั้น ว่าแต่วันนี้เราจะออกไปหาเจ้าหมอนั้นหรือเปล่า พี่จะพาไป วันนี้พี่ว่าง ขอมอบเวลาทั้งหมดให้น้องสาวคนนี้ทั้งวัน” แอนดี้ยิ้มอบอุ่นแล้วรั้งตัวน้องสาวเข้ามากอด รู้สึกโล่งใจมากทีเดียวเมื่อน้องสาวรับปาก แล้วจากนี้ก็รอเพียงให้น้องสาวได้รู้ได้เห็นความเลวของนายเคลวินเพื่อจะได้ตัดขาดจากมัน

“ถ้าพี่แอนดี้มีสาวๆ ก็คงไม่มีเวลาให้น้ำแล้ว” มัลลิกาย้อนเสียงกระเง้ากระงอดตามนิสัย สอดแขนโอบเอวพี่ชายแน่น ซบหน้าเข้ากับอกอุ่นของพี่ชายพร้อมรอยยิ้ม หากเธอจะแต่งงานมีครอบครัวก็ขอให้ได้เจอผู้ชายแสนดีและอบอุ่นอย่างพี่แอนดี้หรือได้แค่ครึ่งหนึ่งของพี่แอนดี้ก็พอแล้ว

แล้วจะเป็นใครกัน?’ จู่ๆ ภาพของชายหนุ่มที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเธอก็ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ สองแก้มนวลเลยเห่อร้อนเมื่อหวนถึงรสจุมพิตในวันนั้น

บ้าจริง ทำไมต้องไปคิดถึงคนลามกคนนั้นด้วยนะ ศีรษะเล็กสะบัดส่ายไปมาอยู่กับอกอุ่นของพี่ชายจนสร้างความสงสัยให้กับผู้เป็นพี่ชาย

“น้ำ เป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงห่วงใยดังเหนือศีรษะเล็ก ทว่ามัลลิกากับสั่นศีรษะปฏิเสธว่าไม่เป็นอะไร แอนดี้จึงโยกตัวน้องสาวคนสวยเล่นพร้อมเสียงใสๆ ของน้องสาว

“พี่แอนดี้ น้ำรักพี่นะคะ รักคุณแม่ด้วย รักมากที่สุดด้วย” คนช่างฉอเลาะผละห่างจากอกอุ่นแล้วเงยหน้ามองพี่ชาย

แอนดี้ยื่นมือโยกศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู

“พี่ก็รักเรามากเหมือนกัน ยัยคุณหนูเอาแต่ใจ” แอนดี้สัพยอก ฝ่ายน้องสาวก็เบ้หน้าใส่อย่างคนแสนงอน

ไม่นานสองพี่น้องก็หยอกล้อกันอยู่บนเตียง โดยมีมารดาและสาวใช้อีกสามคนคอยเฝ้ามอง คุณมารศรีระบายยิ้มด้วยความโล่งใจที่บุตรสาวให้คำสัญญากับพี่ชาย ก่อนตัวท่านจะเดินเข้าไปหาบุตรสาวและบุตรชายร่วมวงสนทนตามประสาแม่ลูก ห้องนอนสีหวานของมัลลิกาจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

กระทั่งได้เวลารับประทานอาหารกลางวัน ทั้งสามก็ลงไปรับประทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุขและหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อย มัลลิกาก็ออกอาการดีใจจนหน้าบานเมื่อพี่ชายอนุญาตให้ออกไปเที่ยวได้ แต่ความดีใจก็มลายหายไปทันทีเมื่อพี่ชายมีข้อแม้ว่าเธอต้องอยู่รอบอดี้การ์ดคนใหม่เสียก่อนถึงจะออกไปไหนมาไหนได้ ทำให้คนที่จะได้ออกไปเที่ยวได้แต่นั่งทำงอเป็นม้าหมากรุกใส่มารดาและพี่ชาย แต่ไม่ได้รับความสนใจ มัลลิกาจึงขอตัวขึ้นห้องพักเพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งรอพบแขกคนสำคัญของมารดา ที่จะพาบอดี้การ์ดคนใหม่มาดูแลเธอ

        แสดง 6 - 6
วันที่โพสต์ :  20 ก.ย. 2560 08:20    วันที่อัพเดท :   25 ม.ค. 2561 09:07    › จำนวนผู้เข้าชม 10030 คน
   › คะแนนโหวต 534 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :