นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง คืนรักข้ามแดน [ชุด Ms.Glaciers]     by madamsomloun
ชื่อตอน มัคเคนท์ การ์เซีย 3











โจนาธานนั่งรอเจ้าของร้าน Two Princess อยู่ที่เดิมที่เจอกันครั้งก่อน มือหนาผสานเข้าหากันแน่น ไม่เคยรู้สึกหนักใจแบบนี้มาก่อนเลย เรื่องงานที่ว่าหนักหนาก็ยังไม่เหนื่อยใจเท่าเรื่องนี้


“คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม” ไมเคิลเอ่ยถาม โจนาธานเงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่พร้อมผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่งลง


“มาแล้วหรือครับ เชิญนั่งก่อน”


“ว่าไงยังไงครับ ตกลงคุณมีอะไร ถ้าเป็นเรื่องขายร้านผมได้บอกไปหมดแล้ว ยังไงผมก็ไม่ขาย” ไมเคิลยืนยันตามเจตนารมณ์เดิมของตัวเอง


“ผมไม่ได้มาเรื่องนั้นหรอกครับ แต่มาเพราะเรื่องนี้ต่างหาก...” โจนาธานวางซองเอกสารสีน้ำตาลยื่นส่งไปตรงหน้าเจ้าของร้าน Two Princess


ไมเคิลเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย มองดูซองเอกสารที่อีกฝ่ายให้มา ก่อนจะเปิดมันออกแล้วดึงเอากระดาษไม่กี่แผ่นออกมา เบิกตากว้างมองคนตรงหน้านิ่งอึ้ง


“คุณไปได้มันมาได้ยังไง!


“คุณคงจะลืมไปว่ายังมีมันอยู่... เชื่อผมเถอะ ขายร้านนั้นให้กับผมซะ ส่วนเรื่องนี้ผมจะจัดการให้เอง และจะไม่หักคุณแม้แต่บาทเดียว”


“นี่คุณกำลังขู่ผมอยู่นะ!” ไมเคิลโกรธแทบจะลมออกหู นี้พวกเขาถึงกับต้องเล่นวิธีสกปรกเพียงเพราะต้องการร้านอาหารของเขา


“อย่าเรียกว่าขู่เลยครับ ต้องเรียกว่าใช้โอกาสของช่องว่างจะดีกว่า คุณลองเอากลับไปคิดดู ผมไม่ได้รีบอะไรหรอกนะ อีกสามวันผมจะมาเอาคำตอบ และหวังว่าผมจะได้คำตอบที่น่าพอใจ ขอตัวนะครับ”


ไมเคิลหน้าซีดเผือกราวกระดาษขาว เขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเอาเรื่อง... มาข่มขู่เขาให้ต้องยอมขายร้านที่รักยิ่งกว่าชีวิต ชายหนุ่มนั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่นานร่วมสิบนาที หลังจากที่อีกฝ่ายได้กลับไปแล้ว  

 


ไมเคิลลุกขึ้นยืนอย่างไม่มั่นคงนัก หลังจากนั่งนิ่งอยู่นานจนร้านกาแฟปิด ร่างท่วมเดินกลับร้านเหมือนคนไร้ชีวิตจิตใจ มือหนาผลักประตูเข้าไปภายในร้านเดินไปนั่งลงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ กวาดสายตามองร้านอาหารที่เขารักมากว่ายี่สิบปี พอคิดถึงเวลานั้นมาถึงแล้วเขาอดที่จะรู้สึกใจหายไม่ได้ ทุกเช้าเคยตื่นมาเตรียมตัวเปิดรับลูกค้าที่มารอทานอาหารฝีมือเขา จากนี้ก็คงจะไม่มีอีกแล้ว และสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือบอกทุกคนให้รู้


คมแก้วเดินออกมาพร้อมถังน้ำที่เตรียมจะถูพื้น เห็นคนเป็นลุงนั่งหน้าเครียดอยู่เก้าอี้กลางร้านจึงวางทุกอย่างลงพื้น แล้วเดินเข้าไปนั่งลงเก้าอี้ตรงกันข้าม


“เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ สีหน้าดูไม่ดีเลย”


“แก้วไปตามทุกคนมาหน่อยไป” ไมเคิลบอกเสียงเนือยๆ


“ได้ค่ะลุง” หญิงสาวไม่ถามอะไรอีก เห็นสีหน้าของคนเป็นลุงแล้วก็รู้ว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญ ถึงต้องให้ไปเรียกทุกคนมารวมตัว ผละลุกเดินไปตามทุกคนมารวมตัวกันกลางร้าน


เคียงเดือนเดินนำออกมาหาคนเป็นสามีซึ่งเขากำลังนั่งกุมศีรษะอยู่โต๊ะกลางร้าน เขมรุจีและคมแก้วเดินตามออกมามองหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างแปลกใจและคนสุดท้ายเขมมิกาที่พึ่งตื่นนอน เดินมาถึงก็เอ่ยถามบิดาเป็นคนแรก


“เรียกมาพร้อมหน้าแบบนี้มีเรื่องอะไรกันค่ะ”


“ที่ให้เรียกทุกคนมาเพราะมีเรื่องจะบอก...” ไมเคิลเริ่มต้นพูด เว้นวรรคเล็กน้อยกลืนก้อนแข็งๆ ในลำคอลงอย่างยากลำบาก


“มีเรื่องอะไรหรือค่ะพ่อ” เขมรุจีเอ่ยถาม


ไมเคิลหันไปมองหน้าภรรยา เคียงเดือนพยักหน้าให้บอกไป ลูกๆ โตกันหมดแล้วควรที่จะรับรู้เรื่องนี้ได้แล้ว ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าต้องรับมันให้ได้ถึงจะถูก


“เรื่องร้านของเรา... กำลังจะปิดตัว”


“อะไรนะคะเป็นไปได้ไง รายได้เราดีจะตายไป ลูกค้าก็เยอะทุกวัน จะปิดตัวได้ยังไงค่ะ” เขมรุจีร้องเสียงหลง มองหน้าคนเป็นบิดาอย่างขอคำอธิบาย


“มันไม่เกี่ยวกับรายได้หรอกลูก ความจริงคือว่า... เราเป็นหนี้ก้อนนี้มานานมากแล้ว ก็ตั้งแต่ตอนที่เราสามคนเรียนนั้นแหละ ตอนนั้นพ่อไม่มีเงินก็เลยไปกู้ยืมมา”


“ทำไมพวกเราไม่รู้มาก่อน” เขมรุจีร้องตกใจ


“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่แล้วใช่ไหมค่ะ ดีจัง” เขมมิกาถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ เธอจะได้ไปอยู่ที่ดีๆ ไม่ต้องอายเพื่อนอีกแล้ว


“มิก้า!” คมแก้วแขวะน้องสาวเพื่อนอย่างสุดจะอด


“จะทำไม” น้องเล็กของบ้านก็ไม่ยอมลงง่ายๆ เชิดหน้าท้าทายคนเป็นพี่อย่างไม่กลัว


“พอทั้งสองคนนั้นแหละ จะเถียงกันให้มันได้อะไร แค่เรื่องร้านยังเครียดไม่พอใช่ไหม” เคียงเดือนตำหนิลูกสาวทั้งสองเสียงเรียบ พลางหันไปทางสามี


“ไม่เป็นไรนะคะ ถึงเราจะต้องออกจากที่นี่แล้ว เราก็ยังหาที่อื่นทำต่อได้ คุณอย่าเครียดไปเลยนะคะ”


“นั้นสิค่ะ ถือเสียว่าที่นี่ไม่ใช่จุดที่เราจะยืนต่อ” คมแก้วปลอบใจคนเป็นลุง


“ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ” 


ไมเคิลยิ้มขอบคุณกับกำลังใจที่ทุกคนเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ จนเขาเองก็ยังไม่ทันได้เตรียมใจ


“เขมไม่ยอมจะไม่ให้ใครหน้าไหนมาเอาร้านเราไปทั้งนั้น!


เขมรุจีประกาศเสียงดัง เรื่องอะไรเธอจะยอมให้ปีศาจร้ายมาแย่งทุกอย่างไปจากพ่อเธอ เธอไม่ให้ ใครหน้าไหนก็เอาไปไม่ได้ร่างบางผละวิ่งขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจคำคัดค้านของทุกคนที่ร้องตามหลังมา


“เขมเดี๋ยวก่อนลูก...” เคียงเดือนร้องเรียกลูกสาว แต่ลูกสามีห้ามเอาไว้เสียก่อน


“ปล่อยแกไว้สักพักเถอะ แกคงกำลังตกใจ”


“ทำมาเป็นรับไม่ได้ กะอีกแค่ย้ายไปอยู่ที่อื่นแค่นี้”


เขมมิกาย่นจมูกสวยตามแผ่นหลังบอบบางของพี่สาวไป นึกหมั่นไส้นัก เรื่องเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นนี่เก่งนักแหละ ทุกคนเลยต้องปกป้องและเห็นดีเห็นงามไปด้วยทุกเรื่อง


“ถ้าไม่ช่วยให้อะไรมันดีขึ้นก็กลับขึ้นห้องไปเลยมิก้า”


คมแก้วพยายามพูดให้น้ำเสียงเป็นปกติมากที่สุด มือบางกำเข้าหากันแน่น ห้ามใจไม่ให้เข้าไปขย้ำร่างสูงโปร่งของเขมมิกา คนอะไรเห็นคนในครอบครัวกำลังเดือดร้อนแทนที่จะช่วยกัน แต่นี่กลับมานั่งยิ้มดีใจ แถมพูดจาถากถางน้ำใจให้หมดกำลังใจเสียแบบนั้น มันใช่ได้ที่ไหน


“ก็ไม่ได้อยากจะอยู่มันนักหรอกไอ้ร้านอาหารเก่าๆแบบนี้นะ ไปนอนต่อดีกว่า” กล่าวจบก็สะบัดก้นลุกเดินกลับห้องของตัวเองไป ไม่สนใจสายตาและความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ที่มองตามเธอไปด้วยความผิดหวัง


“ลุงกับป้าไม่เป็นไรนะคะ”


คมแก้วหันมาเจอสีหน้าของลุงกับป้าแล้วนึกสงสารจับใจ มีลูกแค่สองคนก็นิสัยต่างกันคนละโลก คนหนึ่งเก่งไปเสียทุกอย่าง รักทุกอย่างที่เป็นสมบัติของครอบครัว ส่วนอีกคนไม่เก่งอะไรสักอย่าง เกลียดทุกอย่างที่ครอบครัวสร้างมา ทั้งที่เธอเติบโตมาได้ก็เพราะร้านอาหารเก่าๆ แห่งนี้


“ไปพักผ่อนเถอะลูก นี่ก็ดึกมากแล้ว” เคียงเดือนบอกขึ้นใหม่


“ถ้ามีอะไรที่แก้วพอช่วยได้ก็บอกเลยนะคะป้าเดือน”


คมแก้วก้าวเข้าไปกุมมือป้าเดือนเอาไว้ ส่งต่อกำลังใจไปให้เหมือนทุกครั้งที่เวลาใครอีกคนต้องการ ทั้งสองก็ทำเช่นนี้มานานเกือบทั้งชีวิตแล้ว มีเป็นยาขนาดดีที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้


“ขอบใจนะลูก”


ทั้งหมดต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน พรุ่งนี้ยังต้องจัดการอีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องร้านและเรื่องที่อยู่ใหม่ รวมถึงต้องกล่อมลูกสาวคนโตให้ยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้จะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่อยากให้ลูกสาวต้องมานั่งเสียใจและจ่มปักกับเรื่องนี้มากมายนัก

 

..........................................



        แสดง 7 - 7
วันที่โพสต์ :  3 มิ.ย. 2559 14:54 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:11    › จำนวนผู้เข้าชม 25475 คน
   › คะแนนโหวต 779 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :