นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง คืนรักข้ามแดน [ชุด Ms.Glaciers]     by madamsomloun
ชื่อตอน ตามถึงบ้าน 2

















ประตูลิฟต์มันวาวเปิดออกสองร่างโปร่งบางรีบเข็นรถอุปการณ์ทำความสะอาดออกมา มองซ้ายมองขวาหาห้องทำงานของประธาน และเห็นเป้าหมายที่ห่างไปไม่ไกลทางขวามือจึงรีบเร่งฝีเท้าเข็นเข้าไปใกล้ พอมาถึงหน้าห้องก็ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่สักคน


“ไปไหนกันหมด”


“ไม่มีใครอยู่นั้นแหละดีแล้ว เรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ เดี๋ยวจะมีใครเห็นเข้าเสียก่อน”


ว่าแล้วก็เข็นรถอุปกรณ์ทำความสะอาดไปชิดไว้ริมทางเดิน แล้วผลักบานประตูเข้าไปภายในห้องประธานผู้เลอเลิศ สองสาวก้าวเข้าไปถึงกับตาโตอ้าปากค้างในความหรูหราและโอ่อ่า เทียบกันแล้วมันใหญ่กว่าห้องนอนพวกเธอรวมกันทั้งบ้านก็ว่าได้


“ใหญ่กว่าบ้านเราอีกแก”


 คมแก้วก้าวเดินเข้าไปภายในห้อง ตื่นตากับสิ่งที่พบเห็น ห้องทำงานโอ่งอ่า ที่ตกแต่งเอาไว้ได้อย่างลงตัว ตามสไตท์เจ้าของห้องที่บ่งบอกว่าเป็นคนเจ้าระเบียบพอควร


เขมรุจีรีบเดินตามเพื่อนเข้าไป ถือโอกาสมองสำรวจห้องทำงานใหญ่ของเจ้านายผู้เลอเลิศของพนักงานที่หวงห้ามพวกเธอขึ้นมาไปในตัว สายตาคู่สวยพลันเหลือบไปเห็นรูปถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะ ขาเรียวก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ หยิบมันขึ้นดู และเผลอจ้องมองรูปนั้นอย่างลืมตัวเหมือนกำลังต้องมนต์


ประตูห้องที่ปิดอยู่ถูกเปิดเข้ามาไม่บอกกล่าว ทำเอาสองสาวที่กำลังเพลิดเพลินกับการสำรวจห้องของประธานผู้เลอเลิศถึงกับตกใจหันขวับไปที่ประตูเป็นจุดเดียว


“จัดการตามนี้เลยนะ... นี่พวกเธอเป็นใคร! เข้ามาในนี้ได้ยังไง” 


มัคเคนท์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารต้องตกใจที่เห็นว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาอยู่ในห้องทำงานของเขา พลางหันไปทางคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ


เขมรุจีกำลังถือรูปอยู่รีบวางมันลง หมุนกายกลับมาทางผู้เข้ามาใหม่ พร้อมกับดึงผ้าปิดปากออก ก้าวเดินเข้าไปหาร่างสูงใหญ่ของสามหนุ่มที่ยืนมองมาที่พวกเธออยู่กลางห้อง


“พวกคุณเข้ามาได้ยังไง ใครอนุญาต” โจนาธานถามสองสาวเสียงเรียบ


“พวกเธอเป็นใคร”


มัคเคนท์เอียงหน้ามาทางลูกน้องคนสนิท อย่างขอคำอธิบาย ใครกล้าให้เธอขึ้นมาบนห้องของเขาโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต


“เธอเป็นลูกสาวเจ้าของร้าน Two Princess หนึ่งในสี่ร้านอาหารที่เราไปขอซื้อครับ” รีบบอกนายหนุ่มเร็วรัว


“ใช่ ฉันมาวันนี้เพื่อมาบอกคุณว่า เราจะไม่ยอมย้ายออกจากที่นั้นโดยเด็ดขาด ไม่ว่าพวกคุณจะทำอะไรก็ตาม” เขมรุจีก้าวเข้าไปยืนประจันหน้ากับเจ้าของห้องอย่างไม่กลัวเกรง


มัคเคนท์จำใบหน้านวลนี้ได้แล้ว มันกวนใจเขาจนไม่เป็นอันทำงานตลอดวันนั้น


“ฉันจำเธอได้แล้ว เธอคือคนที่วิ่งชนฉันจนทำให้ไอแพดข้อมูลของลูกน้องฉันหายหมดนี่เอง”


“ฉันเปล่าทำ คุณนั่นแหละที่ไม่ระวังเอง อย่ามาโทษฉัน” เขมรุจีร้องปฏิเสธ เรื่องอะไรมาโยนความผิดที่เธอไม่ได้ตั้งใจมาให้ จ้างให้ก็ไม่รับหรอก


“ยังมีหน้ามาโบยความผิดให้คนอื่นอีก เธอนี่มัน...” กระทิงหนุ่มถึงกับลมออกหู ไม่คิดว่าผู้หญิงตรงหน้าจะดื้อดาน เถียงคำไม่ตกฟาก...


“มาโทษฉันได้ยัง คุณเองต่างหากที่ถือมันไม่ดี” ปฏิเสธหน้าตาย ไหวไหล่ไม่สะทกสะท้าน เรื่องอะไรเธอจะยอมรับ เธอไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามีคนเดินออกมาจากซอกมุมตึกและไม่รู้ด้วยว่าเขาถือไอ้เจ้าไอแพดนั้นอยู่ในมือ


“นี่เธอ...เถียงคำไม่ตกฟาก”


มัคเคนท์พยายามระงับอารมณ์สุดกำลัง ลูกน้องทั้งสองก็เห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาห้ามทัพระหว่างทั้งคู่ ดูท่าทางแล้วจะมีการวางมวยเกิดขึ้นแน่


“ผมว่าใจเย็นๆก่อนดีกว่านะครับ ส่วนพวกคุณกลับไปก่อนเถอะ ยังไงทางเราก็ดำเนินการเรื่องนี้ไปแล้ว คงยกเลิกคำสั่งกลางครั่นไม่ได้ เสียแรงเปล่าที่ยังรั้นจะอยู่ที่นั้นต่อ”


“ฉันไม่สนหรอกว่าพวกคุณจะทำอะไรไปแล้วบ้าง ฉันแค่จะมาบอก ไม่ว่าจะใช้อะไรมาข่มขู่พวกเราก็อย่าหวังว่าเราจะไป”


“เธอนี่มันยังไง นั้นมันเป็นตึกของฉันนะ” เจ้าของตึกคนใหม่ขัดเสียงเข้มขึ้น ร่างสูงก้าวเข้ามาหาหญิงสาวอีกก้าว


“มันเรื่องของคุณ ฉันแค่จะมาบอกว่าฉัน-ไม่-ไป” เน้นย้ำสามคำสุดท้ายให้เจ้าของตกได้ฟังชัดๆ


คมแก้วที่ยืนนิ่งดูอยู่นานแล้วจึงก้าวเข้ามาดึงแขนเพื่อนออก เมื่อเห็นแววตาของเจ้าของห้องที่บอกว่าเอาจริง เธอกลัวว่าเพื่อนจะถูกเขาทำร้ายเอาจึงก้าวเข้าไปห้าม


“เขมฉันว่าเรากลับกันก่อนดีกว่า”


เขมรุจีเห็นท่าทางของเพื่อนที่บอกว่ากลัวร่างสูงใหญ่อย่างกับยักษ์วัดแจ้งจึงยอมพยักหน้า แต่เธอจะไม่ยอมให้เรื่องจบลงแค่นี้แน่


“งั้นก็มาดูกัน ไปยัยแก้วกลับ”


ก่อนไปมิวายทิ้งระเบิดอีกลูกไว้ให้เจ้าของห้อง พร้อมสายตาที่บอกถึงความไม่ยอมแพ้ และมันก็ทำให้ชายหนุ่มต้องกัดฟันกรอด มือหนากำเข้าหากันแน่น ขาแกร่งเกือบจะก้าวตามพวกเธออกไปแล้ว ถ้าคนสนิทไม่เข้าไปขวางเอาไว้ก่อน


“ให้ผมจัดการยังไงดีครับ” โจนาธานเอ่ยถาม


“ไม่ต้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องของฉันกับยัยนั้น ...ดีเหมือนกัน ฉันอยากจะรู้นักว่ายัยนั้นจะทนได้สักกี่น้ำ”


มัคเคนท์ไม่เคยโกรธมากมายเท่านี้มาก่อน เจ้าหล่อนเป็นใครถึงได้กล้าบุกขึ้นมาถึงห้องทำงานของเขา แล้วยังมีหน้ามาประกาศศึกในถิ่นกับเขาอีก เก่งนักใช่ไหม ดีเลย เขาจะทำให้เธอได้เห็นเป็นบุญตา และต้องระเห็จออกจากเมืองนี้ไปแทบไม่ทันเลยคอยดู


“ไปสืบประวัติยัยนั้นมาให้ฉัน ทำอะไร อยู่ที่ไหน รายงานมาให้หมด อยากจะลองดีฉันนัก ได้ฉันจะจัดให้ลืมไม่ลงเลยล่ะ”


“ฉันว่างานนี้ต้องมีคนตายอีกแน่” นิคโคไลท์เอียงหน้ามากระซิบบอกคู่หู ไม่บ่อยนักที่เจ้านายหนุ่มจะโกรธจนลมออกหู


“ตามเรื่องไอ้เติร์กไปถึงไหนแล้ว” ถามถึงเรื่องที่ให้คนสนิทไปจัดการตามล่าไอ้เติร์ก


“จับลูกน้องมันได้สองคนครับ คนของเรากำลังสอบสวนมันอยู่ แล้วนั้นคุณเคนท์จะไปไหนครับ?”


“ฉันจะไปออกกำลังกายหน่อย”


กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินออกจากห้องทำงานไปโดยที่ไม่รอคนสนิทที่มองตามอย่างงงงวย และได้ถึงบางอ้อ จึงรีบก้าวตามร่างสูงออกไปอย่างรวดเร็ว งานนี้ไม่ตายก็หยดน้ำข้าวต้มไปหลายวัน พ่อคุณของพวกเขาเล่นโมโหจากแม่สาวปากดีที่กล้ามาลองดีกับเขาถึงที่ ไม่น่าเลย...

 


เขมรุจีและคมแก้วก้าวเดินออกจากห้องงานปีศาจหนุ่ม และพึ่งรู้ว่าเขาชื่อ มัคเคนท์ การ์เซีย ผู้ชายบ้าอะไรด่าผู้หญิงได้ไม่อายปาก ทำให้เธอเจ็บแค้นกระดองใจเป็นที่สุด ถูกเขาดูถูกไม่พอแถมยังได้รับท่าทางรังเกียจมากมายส่งมาให้ มันยิ่งเพิ่มความโกรธเกรี้ยวภายในให้ปะทุขึ้น แทบจะระเบิดออกมาเดี๋ยวนั้น เธอต้องคิดหาทางเอาคืนเขาให้ได้ หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นชุดเดิมเรียบร้อย แผนการอันชั่วร้ายก็ผุดขึ้นในหัว


“แก้ว ไปหาอะไรสนุกๆ ทำกันดีกว่า”


เขมรุจีจ้องที่ไปรถยนต์คันหรูที่มีป้ายด้านหน้าระบุว่าเป็นที่จอดของปีศาจร้ายซึ่งชั้นบนสุดของตึก


คมแก้วเบิกตากว้าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนกำลังคิดจะทำอะไร


“อย่านะยัยเขม! แกจะบ้าเหรอ”


“ถ้าไม่ช่วยก็อยู่เฉยๆ ไปเลย มันเป็นเรื่องของฉันกับหมอนั้น”


ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้รถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล มองซ้ายแลขวาพอเห็นว่าไม่มีใครจึงทรุดกายลงข้างรถหรู ก่อนจะ... แล้วลุกขึ้นมองผลงานของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ


“แค่นี้ยังเบาะๆ สำหรับผู้ชายไม่มีน้ำใจ ไร้ศีลธรรมอย่างนาย”


ถือว่าเป็นการเตือนและเปิดศึกระหว่างเธอกับไอ้ผู้ชายบ้าอำนาจคนนั้นอย่างเป็นทางการ ให้มันรู้ไปว่าคนอย่าง เขมรุจี กีรติ ไม่ใช่ใครจะมาข่มขู่ได้ง่ายๆ คิดผิดก็คิดใหม่ได้เลย


ย้ายออกไปเหรอ หึ ฝันไปเถอะ เธอไม่ไปไหนทั้งนั้น


“ยัยเขม ฉันว่าเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ เกิดใครมาเห็นเข้า เราจะซวยกันหมดนะ ไปเร็ว”


คมแก้วยืนกุมมือบางของตัวเองแน่น เธอไม่เห็นด้วยกับความคิดบ้าๆ ของเพื่อนสักนิด แต่ก็ห้ามปรามไม่ได้ จึงช่วยลงมือมันเสียเลย ดึงเพื่อนรักให้ออกจากที่นั้นไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่อยากที่จอยู่ที่นี่แล้ว


“ไปสิ ตอนนี้ฉันสบายใจแล้ว”


คมแก้วรีบลากแขนเพื่อนออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเห็นเข้าแล้วเอาไปบอกคนที่พึ่งหนีมา ถ้าถูกจับได้มีหวังเดือดกันทั้งคู่ เผลอๆอาจจะรู้ไปถึงหูลุงกับป้า ถึงตอนนั้นคงถูกด่ายับหรือถูกทำโทษหนักแน่



        แสดง 9 - 9
วันที่โพสต์ :  3 มิ.ย. 2559 14:54 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:11    › จำนวนผู้เข้าชม 30293 คน
   › คะแนนโหวต 236 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :