นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง คืนรักข้ามแดน [ชุด Ms.Glaciers]     by madamsomloun
ชื่อตอน ตามถึงบ้าน 3

















เขมรุจีและคมแก้วก้าวเดินออกจากห้องงานปีศาจหนุ่ม และพึ่งรู้ว่าเขาชื่อ มัคเคนท์ การ์เซีย ผู้ชายบ้าอะไรด่าผู้หญิงได้ไม่อายปาก ทำให้เธอเจ็บแค้นกระดองใจเป็นที่สุด ถูกเขาดูถูกไม่พอแถมยังได้รับท่าทางรังเกียจมากมายส่งมาให้ มันยิ่งเพิ่มความโกรธเกรี้ยวภายในให้ปะทุขึ้น แทบจะระเบิดออกมาเดี๋ยวนั้น เธอต้องคิดหาทางเอาคืนเขาให้ได้ หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นชุดเดิมเรียบร้อย แผนการอันชั่วร้ายก็ผุดขึ้นในหัว


“แก้ว ไปหาอะไรสนุกๆ ทำกันดีกว่า”


เขมรุจีจ้องที่ไปรถยนต์คันหรูที่มีป้ายด้านหน้าระบุว่าเป็นที่จอดของปีศาจร้ายซึ่งชั้นบนสุดของตึก


คมแก้วเบิกตากว้าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนกำลังคิดจะทำอะไร


“อย่านะยัยเขม! แกจะบ้าเหรอ”


“ถ้าไม่ช่วยก็อยู่เฉยๆ ไปเลย มันเป็นเรื่องของฉันกับหมอนั้น”


ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้รถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล มองซ้ายแลขวาพอเห็นว่าไม่มีใครจึงทรุดกายลงข้างรถหรู ก่อนจะ... แล้วลุกขึ้นมองผลงานของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ


“แค่นี้ยังเบาะๆ สำหรับผู้ชายไม่มีน้ำใจ ไร้ศีลธรรมอย่างนาย”


ถือว่าเป็นการเตือนและเปิดศึกระหว่างเธอกับไอ้ผู้ชายบ้าอำนาจคนนั้นอย่างเป็นทางการ ให้มันรู้ไปว่าคนอย่าง เขมรุจี กีรติ ไม่ใช่ใครจะมาข่มขู่ได้ง่ายๆ คิดผิดก็คิดใหม่ได้เลย


ย้ายออกไปเหรอ หึ ฝันไปเถอะ เธอไม่ไปไหนทั้งนั้น


“ยัยเขม ฉันว่าเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ เกิดใครมาเห็นเข้า เราจะซวยกันหมดนะ ไปเร็ว”


คมแก้วยืนกุมมือบางของตัวเองแน่น เธอไม่เห็นด้วยกับความคิดบ้าๆ ของเพื่อนสักนิด แต่ก็ห้ามปรามไม่ได้ จึงช่วยลงมือมันเสียเลย ดึงเพื่อนรักให้ออกจากที่นั้นไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่อยากที่จอยู่ที่นี่แล้ว


“ไปสิ ตอนนี้ฉันสบายใจแล้ว”


คมแก้วรีบลากแขนเพื่อนออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเห็นเข้าแล้วเอาไปบอกคนที่พึ่งหนีมา ถ้าถูกจับได้มีหวังเดือดกันทั้งคู่ เผลอๆอาจจะรู้ไปถึงหูลุงกับป้า ถึงตอนนั้นคงถูกด่ายับหรือถูกทำโทษหนักแน่


 

ประธานหนุ่มแห่งการ์เซียนั่งเฮลิคอปเตอร์กลับจากตรวจโรงแรมทางตอนเหนือของเมือง หลังจากต้องนั่งประชุมยืดเยื่อกว่าสี่ชั่วโมง ขาแกร่งเดินนำไปที่ลานจอดรถ มีคนสนิททั้งสองเดินตามหลังมาไม่ห่างไปที่รถยนต์คันหรู นัยน์ตาสีฟ้าพลันเหลือบไปเห็นยางรถคันหรู คิ้วหนาขมวดยุ่ง ก้าวเข้าไปใกล้มากขึ้น


“ทำไมรถฉันยางแบน”


กวาดสายตามองไปยังล้ออื่นๆ เห็นว่าเป็นเหมือนกันหมด หันขวับมาทางคนสนิททั้งสองอย่างเอาเรื่อง


โจนาธานและนิคโคไลท์เข้ามาดูใกล้มองไปยังล้ออื่นก็เห็นว่าเป็นเหมือนกันทุกเส้น


“ยางแบนทั้งสี่เส้นเลยครับ” นิคโคไลท์เดินอ้อมกลับมาหานายหนุ่มเมื่อเห็นดังนั้น


“ไปเช็คดูว่าใครมันกล้ามาเล่นพิเรนทร์แบบนี้!” มัคเคนท์เดือดดาล ความโกรธเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนกลับมาอีกครั้ง


นิคโคไลท์วิ่งกลับเข้าไปภายในสำนักงาน ตรงไปที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิด เพื่อดูว่าใครที่กล้ามาปล่อยลมยางเจ้านายเขา


อึดใจต่อมารถคันหรูอีกคันถูกเรียกใช้งานกะทันหัน มุ่งหน้าไปยังจุดหมาย ใบหน้าคมของประธานการ์เซียไพร์ซ นิ่งเงียบ ทำเอาภายในรถเต็มไปด้วยบรรยากาศชวนขนหัวลุก คนสนิททั้งสองต่างไม่กล้าที่จะหายใจแรง


ร่างสูงใหญ่ก้าวลงจากรถโดยที่ไม่รอให้คนสนิทมาเป็นประตูให้อย่างทุกครั้ง เดินตรงไปที่ดุ่มๆ ข้ามถนนไปโดยไม่กลัวว่าจะถูกรถที่วิ่งสวนไปมาชนเข้า

 


“ร้าน Two Princess...”


ใบหน้านวลของลูกสาวเจ้าของร้านหันกลับไปที่ประตูเตรียมจะบอกคุณลูกค้าว่าทางร้านได้ปิดบริการแล้ว แต่พอเห็นคนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูเป็นใคร คำพูดที่เตรียมจะเอ่ยออกมาเป็นอันต้องหยุดลง มือบางยกขึ้นเทาสะเอวโดยอัตโนมัติ


“มาทำไมไม่ทราบ”


“คุณทำแบบนี้ทำไม” มัคเคนท์เอ่ยน้ำเสียงลอดไร้ฟัน พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองเต็มที


ลูกน้องทั้งสองที่วิ่งข้ามถนนมาได้รีบเข้าไปภายในร้านทันที กลัวว่าเจ้านายหนุ่มจะไปหักคอแม่สาวใจกล้าทิ้งให้สมกับความโกรธเกรี้ยวที่กล้ามายุ่งกับรถยนคต์คันโปรดของเขา


ไมเคิล เคียงเดือน และคมแก้ว กำลังเก็บของอยู่ด้านในได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเสียงดังด้านนอกจึงรีบเดินออกมาดู


“ฉันทำอะไร อย่ามากล่าวหากันลอยๆนะ” เขมรุจีตอบหน้าตาย ไม่ได้ทุกข์ร้อนไปกับท่าทางเหมือนเสือที่กำลังจะตะครุบเยื้อของคนตรงหน้า


“ยังมีหน้ามาบอกมาพูดอีก เธอต้องใจปล่อยลมยางรถฉัน” มัคเคนท์บอกเสียงเข้มขึ้น


“อย่ามากล่าวหากันมั่วๆ นะ ฉันไปทำเมื่อไหร่กัน ไหนหลักฐาน ถ้าไปมีก็เชิญกลับไปซะ ร้านฉันปิดแล้ว” หญิงสาวเอ่ยปากไล่ ยืนกอดอกมองทางชายหนุ่มนิ่ง แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่เขาคิดจะทำกับครอบครัวของเธอ


“หลักฐานเหรอ” มือหนาวางหน้าจอสี่เหลี่ยมที่ให้คนสนิทไปเอามาลงบนโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลให้ทุกคนได้เห็น


“...แค่นี้ชัดเจนพอไหม”


“ที่เขาพูดมันจริงหรือเปล่าเขม”


เคียงเดือนหันไปทางลูกสาว พลางก้าวเข้าไปหา เธอยังไม่ได้ดู แต่จะถามเอาเรื่องราวความจริงจากปากลูกสาวคนโตเสียก่อนว่าเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่ ลูกๆ ของนางได้ไปทำอย่างที่เขากล่าวหาจริงหรือเปล่า


“แม่! คือเขม...” เขมรุจีมองหน้ามารดา หลบสายตาหวานดุที่กำลังมองมา อึกอักไม่กล้าพูดความจริง


“แม่ถามว่าเราทำจริงไหม!” น้ำเสียงของคนเป็นมารดาเข้มขึ้น จ้องมองลูกสาวนิ่งอย่างเอาเรื่อง


“บอกแม่เธอไปสิว่าคนที่ปล่อยลมยางรถฉัน คือเธอ” มัคเคนท์เร่งหญิงสาวอีกคน จนเธอต้องส่งสายตาเขียวปัดกลับมาให้


“แม่ฟังเขมก่อนนะ...” เขมรุจีมองสีหน้าของมารดาที่ส่งมามันบอกว่าท่านผิดหวังมาก


“เขมรุจี!


ทุกคนอยู่ในที่นั่นต่างจ้องมองที่แม่ลูกเป็นจุดเดียว ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาไม่เคยเลยสักคนที่เคืองเดือนจะเรียกชื่อเต็มของบุตรสาว ถ้าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรือหนักหนาจริงๆ รวมถึงสามหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยเช่นกัน เขมรุจีจ้องใบหน้านวลของมารดาเห็นว่ามีน้ำตาคลอหน่วยตาอยู่ รู้สึกผิดมากมาย เธอไม่เคยเห็นน้ำตาของมารดามานานมากตั้งแต่พ่อเธอเสียไป


“แม่ค่ะ เขมขอโทษ แม่อย่าร้องไห้สิ”


เขมรุจีก้าวเข้าไปโอบกอดร่างมารดาเอาไว้แน่น แล้วร้องไห้ตามเธอไม่คิดว่าแค่เรื่องปล่อยลมยางรถผู้ชายบ้าอำนาจคนที่มาแย่งทุกอย่างไม่จากเธอจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต


“แก้วขอโทษค่ะป้าเดือน พวกเราเป็นทำคนเองค่ะ เราขอโทษ” คมแก้วเป็นคนเอ่ยขึ้นแทน เขมรุจีหันมาทางเพื่อนแล้วบอกใหม่ เรื่องนี้เป็นความคิดของเธอเอง


“เขมเป็นคนทำคนเดียว แก้วไม่รู้เรื่องด้วย เขมผิดเอง”


“งั้นก็ขอโทษคุณเขาซะ” ไมเคิลว่า เห็นภรรยาร้องไห้เสียใจ เขาก็ยิ่งใจไม่ดี เขมรุจีเอียงหน้ากลับมาบอกผู้ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยสายตาเครียดแค้น วันนี้เป็นวันของเขา แต่อีกไม่นานหรอก เธอจะเอาคืนเขาเป็นร้อยเท่าเลยคอยดูสิ


“ขอโทษ”


เป็นคำขอโทษฟังที่แล้วขัดหูเป็นที่สุดเท่าที่คนอย่าง มัคเคนท์ การ์เซีย เคยได้รับมา จนต้องเผลอขบกรามกรอด ข่มอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้น ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจจริงๆ เกิดมาก็ไม่เคยพบเคยเจอ


ไมเคิลทำเสียงในลำคอให้ลูกสาวพูดใหม่ เขมรุจีทำท่าทางฮึดฮัดไม่พอใจ หญิงสาวทำอะไรไม่ได้นอกจากจะต้องพูดออกมาใหม่


“ขอโทษค่ะ พอใจหรือยัง”


นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง บ่งบอกว่าเธอเจ็บใจมากมายที่ต้องมาขอโทษเขา ในสิ่งที่เธอคิดว่ามันสมควรที่เขาจึงกระทำกลับบ้าง


“ผมต้องขอโทษแทนลูกสาวอีกครั้งนะครับ”


“ช่างเถอะ ผมจะถือว่าเป็นโทษครั้งแรก แต่ถ้ามีครั้งที่สองจะไม่มีการเตือนเหมือนครั้งนี้อีก” เสียงทุ้มรอดไร้ฟัน จ้องหญิงสาวที่ยืนตรงหน้าเขา ซึ่งมันบอกว่าเขาไม่ได้ขู่


ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้ผู้ชายตรงหน้ามากขึ้น กระซิบบอกเขากลับน้ำเสียงเบารอดไร้ฟัน เอาคำพูดของเขามาตอกกลับได้อย่างเจ็บแสบ


“คราวหน้าฉันไม่พลาดให้คุณจับฉันได้เหมือนกัน”


กล่าวจบร่างบางถอยห่างออกมายืนที่เดิม ไม่คิดจะกลัวเกรงคำขู่ของชายหนุ่มแม้แต่น้อย ในเมื่ออยากจะเปิดศึกกับเธอนัก ได้เดี๋ยวจะจัดให้ลืมไม่ลงไปเลยล่ะ


มัคเคนท์เผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว คนสนิททั้งสองมองดูอยู่ด้านหลังเห็นอาการของนายหนุ่มก็กลัวใจเหลือเกินว่าเขาจะพุ่งเข้าไปทำร้ายแม่สาวร่างเล็กตรงหน้าเข้าให้ จึงรีบก้าวเข้าประชิดกระซิบเตือน


“คุณเคนท์ครับ ได้เวลาต้องไปพบลูกค้าแล้วครับ” นั่นแหละเขาถึงดึงสติกลับมาได้ แล้วหันไปมองเจ้าของร้านที่เป็นพ่อของหญิงสาวแทน


คล้อยหลังจากเจ้าของตึกคนใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว ทุกสายตาที่อยู่ภายในร้านต่างจับจ้องมาที่สองสาวเจ้าปัญหาไปก่อเรื่องวุ่นวายเอาไว้ โดยเฉพาะสายตาหวานดุของผู้เป็นมารดา


“เล่ามาให้หมด ว่าไปก่อเรื่องอะไรเอาไว้”


“เอ่อคือ...” คมแก้วอักอึก มองหน้าเพื่อน เขมรุจียกมือขึ้นห้ามเอาไว้ แล้วเป็นคนเล่าให้ทุกคนฟังเอง


“เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ...”


เขมรุจีเริ่มเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ไปขอพบเขา แต่ถูกปฏิเสธกลับมา จนเกิดความคิดพิเรนทร์อยากเอาคืนบ้าง จึงไปปล่อยลมยางรถยนต์เขา และเขาก็ตามมาถึงที่นี่


“เขมรุจี แม่ไม่เคยสอนให้ลูกเป็นคนแบบนี้เลยนะ ไปเอานิสัยแย่ๆ มาจากไหน”


เคียงเดือนตำหนิลูกสาวเสียงเข้มห้วน ที่ผ่านมาลูกสาวไม่เคยทำให้นางต้องผิดหวังเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องใด แต่ไม่คิดว่าการที่ต้องเสียงร้านแห่งนี้ไปจะทำให้ลูกสาวเธอกลายเป็นคนแข็งกร้าว ไม่เกรงกลัวสิ่งใดเช่นนี้


“เขมต้องขอโทษทุกคนสำหรับเรื่องวันนี้ด้วย แต่เขมขอบอกเอาไว้อย่างหนึ่ง ต่อหน้าทุกคน เขมจะไม่ยอมให้เขามาเอาร้านอาหารที่เป็นความทรงจำของพวกเราไป ต่อให้ต้องเข้าชนกับเขา เขมก็จะทำ!


เขมรุจีประกาศก้อง ลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป ท่ามกลางสายตาหนักใจและเป็นห่วงของทุกคนในครอบครัวพวกเขาเกรงว่าหญิงสาวจะไปทำเรื่องอะไรขึ้นมาอีก เพราะฝ่ายนั้นก็ประกาศชัดเจนเหมือนกันว่าถ้ามีครั้งที่สองเขาก็จะไม่เว้นเช่นกัน


เขมรุจีผูกใจเจ็บที่ถูกมัคเคนท์ตามมาเอาเรื่องถึงที่ร้าน และที่ทำให้เธอเจ็บใจมากที่สุดคือบิดาไปขอโทษฝ่ายนั้น ทั้งที่พวกเธอไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้การแล้ว เขานำเธอไปก้าวหนึ่งแล้ว  จะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไม่ได้ นี่ก็ผ่านไปแล้วหนึ่งวัน เธอยังไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย ปล่อยไว้แบบนี้เธอได้เสียร้านไปจริงๆ แน่







        แสดง 10 - 10
วันที่โพสต์ :  3 มิ.ย. 2559 14:54 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:11    › จำนวนผู้เข้าชม 25479 คน
   › คะแนนโหวต 779 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :