นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง คืนรักข้ามแดน [ชุด Ms.Glaciers]     by madamsomloun
ชื่อตอน ผูกใจเจ็บ 2










ประตูห้องนอนถูกเคาะสองสามครั้งก่อนจะเปิดเข้าไปภายในตามด้วยร่างของเขมรุจี ร่างบางก้าวเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ที่ว่างอยู่ริมหน้าต่าง


“เห็นแม่บอกว่าพ่อมีเรื่องจะคุยกับเขม มีเรื่องอะไรค่ะ”


“มานั่งนี่สิ” 


มือหนาตบลงที่นั่งข้างกาย พลางขยับที่ให้ ร่างบางเดินเข้าไปนั่งลง หันมาทางบิดา รอฟังสิ่งที่ท่านกำลังจะพูดกับเธอ


“พ่ออยากให้เขมตัดใจเรื่องร้าน” ไมเคิลเริ่มเข้าประเด็น


“พ่อไม่ค่ะ” เขมรุจีตอบกลับเสียงห้วน มองหน้าบิดาอย่างรู้สึกผิดหวัง


“ทำไมพ่อยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้ค่ะ ที่นี่เป็นความทรงจำของพวกเราทุกคนนะคะ พ่อจะทิ้งมันไปง่ายๆ เหรอค่ะ” ใบหน้านวลส่ายดิก ยืนยันในคำตอบเดิมที่เคยประกาศไว้


“มันไม่ใช่แบบนั้นนะลูก...” ไมเคิลพยายามจะอธิบายในลูกสาวได้เข้าใจ แต่ถูกขัดขึ้น


“เขมจะไม่ยอมเสียร้านเราไปให้ไอ้บ้านั้น” 


หญิงสาวไม่ยอม เรื่องอะไรเธอต้องไป พวกเธออยู่ที่นี่มาก่อนเขาด้วยซ้ำ และการที่เขาเป็นเจ้าหนี้ไม่ใช่ว่าเขาจะทำอะไรกับลูกหนี้อย่างพวกเธอก็ได้  


“ฟังพ่อนะเขม ที่นี่เป็นสิ่งที่พ่อรักก็จริง ความทรงจำมันสร้างใหม่กันใหม่ได้นะลูก พ่อไม่อยากให้เขมยึดติดกับมันนะลูก” ไมเคิลกล่อมลูกสาวอีกครั้ง


“ยี่สิบกว่าปีเลยนะคะพ่อ” ใบหน้านวลส่ายหน้าไม่ยอมรับการตัดสินใจของบิดา


“...ไม่ค่ะ ยังไงเขมก็ไม่ยอม เราจะต้องได้อยู่ที่นี่ต่อ” เขมรุจีบอกเสียงเรียบ


“ไม่มีใครอยู่ที่เดิมได้เป็นร้อยปีหรอกลูก มันต้องมีการเริ่มต้นใหม่กันได้ทั้งนั้น”


ไมเคิลพูดถึงหลักความเป็นจริงในลูกสาวเข้าใจใหม่ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนจะตอนนี้ก็เป็นความทรงจำของเขาได้ ขอเพียงมีภรรยาและลูกๆ สิ่งที่เอากลับมาไม่ได้แล้วก็ปล่อยให้เป็นความทรงจำต่อไป


“แต่พ่อค่ะ...” เขมรุจีแย้ง


“ฟังพ่อนะเขม ที่พ่อเรียกเขมมาไม่ได้จะคุยแค่เรื่องนี้” ไมเคิลกล่าวขึ้นใหม่


“แล้วจะคุยเรื่องอะไรล่ะค่ะ”


“พ่อกับแม่คิดแล้วว่าเราจะย้ายกลับไปอยู่ที่เมืองไทย” ใบหน้านวลเงยขึ้นมองมาที่บิดาด้วยความตกใจ


“อะไรนะคะ! นี่มันเรื่องอะไรกัน เขมงงไปหมดแล้ว ทำไมเราต้องย้ายกลับเมืองไทยด้วย” 


เขมรุจีร้องเสียงหลง นี่ทุกคนยอมถอดใจกันหมด จะปล่อยให้เขามาเอาร้านที่เรารักไปหน้าตายเฉยแบบนี้นะหรือ?


“กำหนดเดินทางอีกห้าวัน ตรงกับวันที่เขาให้เราออกจากที่นี่”


ไมเคิลตัดสินใจบอกลูกสาวออกไป เขารู้ว่าหญิงสาวคงทำใจไม่ได้ แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อพวกเขาไม่ใช่เจ้าของที่นี่แล้ว ต่อให้สู้ยังไงก็แพ้อยู่ดี


“ทำไมพึ่งมาบอกเขมค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าดิก ไม่ยอมในการตัดสินใจในครั้งนี้ของบิดามารดา


“...ไม่ค่ะ เขมจะไม่ยอมจากไปแบบนี้แน่!


ถ้าเขาทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย ถ้าพูดกันในทางกฎหมาย เธอมีศักยภาพพอที่จะทำงานหาเงินมาใช้หนี้เขาได้ครบตามกำหนด และเธอสามารถที่จะอยู่ที่นี่ต่อได้ เขาจะมาตั้งศาลเตี้ยตัดสินครอบครัวเธอแบบนี้ไม่ได้


“เขม เดี๋ยวก่อนลูก เขม...”


ร่างบางวิ่งออกจากห้องไปเสียแล้ว คนเป็นพ่อถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า  ลำบากใจไม่น้อยไม่รู้จะพูดกล่อมยังไงให้ลูกสาวล้มเลิกความต้องใจเรื่องร้านไปได้ และยังมีอีกคนที่ยังไม่ได้บอก เขมมิกา รายนั้นอยากออกไปจากที่นี่ก็จริง แต่ไม่รู้ว่าจะยอมกลับเมืองไทยด้วยกัน ดูเหมือนจะกล่อมยากกว่าคนเป็นพี่เสียด้วย

 


ทีมวิศวกรและคนงานแยกกันไปตามส่วนต่างๆ ของตัวตึกตามที่ได้รับมอบหมาย ส่วนทีมออกแบบเข้ามาออกแบบในส่วนที่เหลือจากเมื่อวานต่อให้เสร็จ และเช่นเคยโจนาธานทำหน้าที่มาเป็นตัวแทนกระทิงหนุ่มมาตรวจสอบความเรียบร้อยและคอยรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ


“คุณโจ ทีมออกแบบของผมอยากจะขอดูร้านอาหารมุมตึกด้านโน้นหน่อย”


“ดูไม่ได้ครับ ...พอดีว่าผู้เช่าเขายังไม่ย้ายออก เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน”


หัวหน้าทีมออกแบบพยักหน้ารับเข้าใจ ผละเดินกลับไปทำงานส่วนอื่นแทน โจนาธานก็มานั่งกุมขมับอยู่อีกมุม พอได้ยินเรื่องร้านอาหารอีกฝั่งตึกเขาก็ไม่รู้จะไปพูดอย่างไรให้พวกเขาย้ายออกไป จะใช้ความรุนแรงคงไม่ได้ด้วย ต่อให้ใช้เขาก็ไม่อาจจะทำได้ลง


“ลำบากใจจริงๆ โว้ย”


“น้ำครับคุณโจ สีหน้าดูไม่ดีเลย ไม่สบายหรือเปล่าครับ” หัวหน้าคนงานเห็นสีหน้าหนักใจของเจ้านายก็แปลกใจ


“ไม่เป็นไร คุณไปทำงานต่อเถอะ” กล่าวเสียงเนือยๆ


“ถ้าอยากได้อะไรก็เรียกผมได้เลยนะครับ” คนงานหนุ่มบอก


“ขอบใจมาก”


โจนาธานกลับมานั่งกับอารมณ์เดิมต่อ เขายังคิดไม่ตกว่าจะทำให้เจ้านายหนุ่มและหญิงสาวยอมเจรจากันดี และตกลงกันอย่างสันติ เรื่องชวนน่าอึดอัดนี้จะได้หายไปจากเขาเสียที


“คุณโจครับ!


“มีอะไร เอะอะโวยวายเสียงดังลั่นตึก” 


ดวงตาคู่คมพึ่งจะหลับลงไม่ถึงนาทีต้องลืมขึ้นใหม่ เพราะเสียงดังโหวกเหวกโวยวายของลูกน้องที่เดินแกมวิ่งเข้ามาหาเขา


“คนงานอาเจียนและท้องเสียกันใหญ่เลยครับ”


“อะไรนะรีบพาฉันไปดูสิ”


โจนาธานรีบวิ่งตามคนงานหนุ่มไปที่อีกฝั่งของตัวตึกอย่างรวดเร็ว พอมาถึงก็เห็นว่าคนงานนอนกุมท้องร้องโอดโอย มีบางคนก็อาเจียนออกมาด้วย


“ตามหมอหรือยัง”


“โทรตามแล้วครับ หมอกำลังเดินทางมา”


“แบบนี้ไม่ทันการณ์แน่ ไปเอารถพาคนงานที่อาการหนักไปส่งที่โรงพยาบาลที่ใกล้สุดก่อน ส่วนคนที่พอไหวให้รอรถจากโรงพยาบาล รีบไปเร็วเข้า” สั่งเสียงดัง กวาดสายตาดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร


“ได้ครับ พวกเราเอาคนป่วยไปขึ้นรถด้านหน้าตึกเร็วเข้า ส่วนคนที่พอไหวก็ให้รอรถจากโรงพยาบาล”


คนงานช่วยกันประคองกันไปด้านหน้าตึกเตรียมขึ้นรถไปโรงพยาบาล บางคนเดินไปไหวก็ต้องห่ามกันออกไปยกใหญ่


โจนาธานรีบหยิบโทรศัพท์ต่อสายหานายหนุ่มไปด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เล่นๆ เสียแล้ว ต้องมีใครที่ไม่หวังดีแอบลอบกันแน่ รอเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มก็ผ่านมาตามสาย


“ว่าไงโจ”


“คนงานแย่แล้วครับ!


“เกิดอะไรขึ้น”


ใบหน้าคมที่ก้มลงตรวจดูเอกสารอยู่ต้องเงยขึ้นแทบจะทันที ด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง ใครมันเล่นพิเรนทร์อีกล่ะ


“น่าจะถูกวางยาในน้ำดื่มครับ ตอนนี้อาเจียนและท้องเสียสลับกันวิ่งเข้าห้องน้ำกันใหญ่” ร่างสูงใหญ่ของโจนาธานเดินไปปิดดูน้ำในถังน้ำที่ตั้งอยู่ใกล้


“แล้วพาคนงานไปส่งโรงพยาบาลหรือยัง”


“กำลังทยอยพาไปครับ แต่รถเราไม่พอ จึงต้องรอรถพยาบาลมารับบางส่วน” บอกเจ้านายไปด้วยเดินตามลูกน้องออกไปที่หน้าตึก


“ดูสถานการณ์รอฉันไป ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” มัคเคนท์วางสายจากคนสนิทเรียบร้อยก็รีบลุกขึ้นก้าวเดินออกจากห้องไป นิคโคไลท์ที่เตรียมเอกสารเข้ามาให้นายหนุ่มเซ็นต้องร้องถามขึ้น


“จะรีบไปไหนครับ”


“ที่ตึกคนงานถูกวางยา ฉันจะไปดูหน่อย”


“แล้วมีใครเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”


นิโคไลท์ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน คงจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ และจากอาการของนายหนุ่มมันบอกว่าเขารู้ว่าเรื่องนี้เกิดเพราะอะไร


“ยังไม่รู้ ตอนนี้โจกำลังพาไปส่งโรงยาบาลอยู่”


สองหนุ่มก้าวยาวไปยังทางออกของตึกสูงระฟ้าอย่างการ์เซียไพร์ซ มุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลตามที่ลูกน้องได้บอกเอาไว้ก่อนหน้า

 

อึดใจต่อมารถยนต์คันหรูแล่นมาหยุดลงที่ด้านหน้าโรงพยาบาล ร่างสูงของกระทิงหนุ่มก้าวฉับไปยังห้องฉุกเฉิน โดยมีลูกน้องคนสนิทมายืนรอรับ


“เป็นยังไงบ้างโจ” เอ่ยถามลูกน้องน้ำเสียงบอกความเป็นกังวลชัดเจน เขาอยากจะรู้นักว่ามันเป็นใคร กล้ามากที่เล่นงานคนของเขา!


“ท้องเสียและอาเจียนกันหนักเลยครับ ผมพึ่งได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลอีกแห่งว่าตอนนี้คนงานที่ส่งไปปลอดภัยแล้ว” 


คนสนิทเล่าอาการของคนงานที่นอนอยู่ภายในห้องฉุกเฉินนับสิบราย อาการโดยรวมที่ไม่น่าเป็นห่วง แต่ก็ยังมีบางคนที่ต้องดูอาการอีกสองสามวัน


“แล้วมันเกิดจากอะไร หมอว่ายังไงบ้าง”


“โดนวางยาถ่ายในน้ำดื่มครับ” โจนาธานว่า เขาให้หัวหน้าคนงานเก็บตัวอย่างทั้งอาหารและน้ำดื่มที่ทุกคนกินไปให้หมอตรวจปรากฏว่ามาจากน้ำดื่ม


“ยาถ่ายเหรอ?” มัคเคนท์ขมวดคิ้วเข้าหากัน และคำพูดของใครคนหนึ่งก็วนเข้ามาในหัว


“ใช่ครับ ...มีอะไรหรือเปล่าครับ อ้าวคุณเคนท์จะไปไหน...” 


โจนาธานร้องตามนายหนุ่ม เตรียมจะก้าวตามไป ก็ต้องหยุดเมื่อคุณหมอเดินสวนออกมาเสียก่อน จึงเป็นนิคโคไลท์ที่ออกวิ่งตามนายหนุ่มไปแทน



****  ถูกใจหรือไม่ถูกใจยังไงช่วย 'คอมเม้นท์' ให้หน่อยนะจ้ะ จะได้ไปปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ  ^_____^




        แสดง 12 - 12
วันที่โพสต์ :  3 มิ.ย. 2559 14:54 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:11    › จำนวนผู้เข้าชม 30287 คน
   › คะแนนโหวต 236 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :