นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง คืนรักข้ามแดน [ชุด Ms.Glaciers]     by madamsomloun
ชื่อตอน ผูกใจเจ็บ 3












ทีมวิศวกรและคนงานแยกกันไปตามส่วนต่างๆ ของตัวตึกตามที่ได้รับมอบหมาย ส่วนทีมออกแบบเข้ามาออกแบบในส่วนที่เหลือจากเมื่อวานต่อให้เสร็จ และเช่นเคยโจนาธานทำหน้าที่มาเป็นตัวแทนกระทิงหนุ่มมาตรวจสอบความเรียบร้อยและคอยรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ


“คุณโจ ทีมออกแบบของผมอยากจะขอดูร้านอาหารมุมตึกด้านโน้นหน่อย”


“ดูไม่ได้ ...พอดีว่าผู้เช่าเขายังไม่ย้ายออก เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน”


หัวหน้าทีมออกแบบพยักหน้ารับเข้าใจ ผละเดินกลับไปทำงานส่วนอื่นแทน โจนาธานก็มานั่งกุมขมับอยู่อีกมุม พอได้ยินเรื่องร้านอาหารอีกฝั่งตึกเขาก็ไม่รู้จะไปพูดอย่างไรให้พวกเขาย้ายออกไป จะใช้ความรุนแรงคงไม่ได้ด้วย ต่อให้ใช้เขาก็ไม่อาจจะทำได้ลง


“ลำบากใจจริงๆ โว้ย”


“น้ำครับคุณโจ สีหน้าดูไม่ดีเลย ไม่สบายหรือเปล่าครับ” หัวหน้าคนงานเห็นสีหน้าหนักใจของเจ้านายก็แปลกใจ


“ไม่เป็นไร คุณไปทำงานต่อเถอะ” กล่าวเสียงเนือยๆ


“ถ้าอยากได้อะไรก็เรียกผมได้เลยนะครับ” คนงานหนุ่มบอก


“ขอบใจมาก”


โจนาธานกลับมานั่งกับอารมณ์เดิมต่อ เขายังคิดไม่ตกว่าจะทำให้เจ้านายหนุ่มและหญิงสาวยอมเจรจากันดี และตกลงกันอย่างสันติ เรื่องชวนน่าอึดอัดนี้จะได้หายไปจากเขาเสียที


“คุณโจครับ!


“มีอะไร เอะอะโวยวายเสียงดังลั่นตึก” 


ดวงตาคู่คมพึ่งจะหลับลงไม่ถึงนาทีต้องลืมขึ้นใหม่ เพราะเสียงดังโหวกเหวกโวยวายของลูกน้องที่เดินแกมวิ่งเข้ามาหาเขา


“คนงานอาเจียนและท้องเสียกันใหญ่เลยครับ”


“อะไรนะรีบพาฉันไปดูสิ”


โจนาธานรีบวิ่งตามคนงานหนุ่มไปที่อีกฝั่งของตัวตึกอย่างรวดเร็ว พอมาถึงก็เห็นว่าคนงานนอนกุมท้องร้องโอดโอย มีบางคนก็อาเจียนออกมาด้วย


“ตามหมอหรือยัง”


“โทรตามแล้วครับ หมอกำลังเดินทางมา”


“แบบนี้ไม่ทันการณ์แน่ ไปเอารถพาคนงานที่อาการหนักไปส่งที่โรงพยาบาลที่ใกล้สุดก่อน ส่วนคนที่พอไหวให้รอรถจากโรงพยาบาล รีบไปเร็วเข้า” สั่งเสียงดัง กวาดสายตาดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร


“ได้ครับ พวกเราเอาคนป่วยไปขึ้นรถด้านหน้าตึกเร็วเข้า ส่วนคนที่พอไหวก็ให้รอรถจากโรงพยาบาล”


คนงานช่วยกันประคองกันไปด้านหน้าตึกเตรียมขึ้นรถไปโรงพยาบาล บางคนเดินไปไหวก็ต้องห่ามกันออกไปยกใหญ่


โจนาธานรีบหยิบโทรศัพท์ต่อสายหานายหนุ่มไปด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เล่นๆ เสียแล้ว ต้องมีใครที่ไม่หวังดีแอบลอบกันแน่ รอเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มก็ผ่านมาตามสาย


“ว่าไงโจ”


“คนงานแย่แล้วครับ!


“เกิดอะไรขึ้น”


ใบหน้าคมที่ก้มลงตรวจดูเอกสารอยู่ต้องเงยขึ้นแทบจะทันที ด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง ใครมันเล่นพิเรนทร์อีกล่ะ


“น่าจะถูกวางยาในน้ำดื่มครับ ตอนนี้อาเจียนและท้องเสียสลับกันวิ่งเข้าห้องน้ำกันใหญ่” ร่างสูงใหญ่ของโจนาธานเดินไปปิดดูน้ำในถังน้ำที่ตั้งอยู่ใกล้


“แล้วพาคนงานไปส่งโรงพยาบาลหรือยัง”


“กำลังทยอยพาไปครับ แต่รถเราไม่พอ จึงต้องรอรถพยาบาลมารับบางส่วน” บอกเจ้านายไปด้วยเดินตามลูกน้องออกไปที่หน้าตึก


“ดูสถานการณ์รอฉันไป ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” มัคเคนท์วางสายจากคนสนิทเรียบร้อยก็รีบลุกขึ้นก้าวเดินออกจากห้องไป นิคโคไลท์ที่เตรียมเอกสารเข้ามาให้นายหนุ่มเซ็นต้องร้องถามขึ้น


“จะรีบไปไหนครับ”


“ที่ตึกคนงานถูกวางยา ฉันจะไปดูหน่อย”


“แล้วมีใครเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”


นิโคไลท์ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน คงจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ และจากอาการของนายหนุ่มมันบอกว่าเขารู้ว่าเรื่องนี้เกิดเพราะอะไร


“ยังไม่รู้ ตอนนี้โจกำลังพาไปส่งโรงยาบาลอยู่”


สองหนุ่มก้าวยาวไปยังทางออกของตึกสูงระฟ้าอย่างการ์เซียไพร์ซ มุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลตามที่ลูกน้องได้บอกเอาไว้ก่อนหน้า

 

อึดใจต่อมารถยนต์คันหรูแล่นมาหยุดลงที่ด้านหน้าโรงพยาบาล ร่างสูงของกระทิงหนุ่มก้าวฉับไปยังห้องฉุกเฉิน โดยมีลูกน้องคนสนิทมายืนรอรับ


“เป็นยังไงบ้างโจ” เอ่ยถามลูกน้องน้ำเสียงบอกความเป็นกังวลชัดเจน เขาอยากจะรู้นักว่ามันเป็นใคร กล้ามากที่เล่นงานคนของเขา!


“ท้องเสียและอาเจียนกันหนักเลยครับ ผมพึ่งได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลอีกแห่งว่าตอนนี้คนงานที่ส่งไปปลอดภัยแล้ว” 


คนสนิทเล่าอาการของคนงานที่นอนอยู่ภายในห้องฉุกเฉินนับสิบราย อาการโดยรวมที่ไม่น่าเป็นห่วง แต่ก็ยังมีบางคนที่ต้องดูอาการอีกสองสามวัน


“แล้วมันเกิดจากอะไร หมอว่ายังไงบ้าง”


“โดนวางยาถ่ายในน้ำดื่มครับ” โจนาธานว่า เขาให้หัวหน้าคนงานเก็บตัวอย่างทั้งอาหารและน้ำดื่มที่ทุกคนกินไปให้หมอตรวจปรากฏว่ามาจากน้ำดื่ม


“ยาถ่ายเหรอ?” มัคเคนท์ขมวดคิ้วเข้าหากัน และคำพูดของใครคนหนึ่งก็วนเข้ามาในหัว


“ใช่ครับ ...มีอะไรหรือเปล่าครับ อ้าวคุณเคนท์จะไปไหน...” โจนาธานร้องตามนายหนุ่ม เตรียมจะก้าวตามไป ก็ต้องหยุดเมื่อคุณหมอเดินสวนออกมาเสียก่อน จึงเป็นนิคโคไลท์ที่ออกวิ่งตามนายหนุ่มไปแทน

 


มัคเคนท์รีบออกจากโรงพยาบาลก็ตรงดิ่งมาหาคนที่คิดอยู่ในหัวมาตลอดทาง รถยนต์คันหรูมาหยุดลงหน้าร้าน Two Princess ขาแกร่งยาวย่างสามขุมข้ามถนนไปโดยไม่สนใจรถราที่วิ่งสวนกันให้ควักบนท้องถนน นิโคไลท์ยังนั่งอยู่บนรถแทบลมจับ เวลาโกรธทีไรพ่อคุณก็ไม่สนใจสิ่งรอบข้างเอาเสียเลย


กริ่ง... ตึก!


เสียงกริ่งหน้าร้านที่ดังตามมาด้วยเสียงบานประตูกระแทกผนังร้านเสียงดังลั่น เรียกสติของคนที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่กลางร้านให้ตื่นจากภวังค์ ก่อนจะตัวปลิวไปตามแรงมหาศาลทางด้านหลังคว้าหมับเข้าที่แขนเรียวรั้งให้เข้าไปหา จนร่างบางปะทะเข้ากับอกกว้างเจ็บจุกไม่น้อย โดยเฉพาะแขนเรียวที่เจ็บร้าวไปทั่ว


“อะไรของคุณ! มาจับฉันทำไม ปล่อยฉันเจ็บนะ” เขมรุจีร้องด้วยความเจ็บปวด มันเหมือนจะหักออกมาอยู่รอมร่อ


“เจ็บสิดี จะได้ไม่ไปเที่ยวระรานคนอื่นเขาอีก”


นัยน์ตาสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นจนแทบจะจำสีเดิมไม่ได้บอกให้คนที่อยู่ตรงหน้ารู้ว่าอารมณ์ของเขาตอนนี้สามารถฆ่าคนตายได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นเธอ


“ใครไประรานใคร อย่ามากล่าวหากันมั่วๆ นะ” โต้กลับเสียงเดียวกัน ดวงทั้งคู่จ้องมองกันไม่มีใครยอมใคร


คนที่อยู่ด้านในต่างวิ่งออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ดูจากเสียงร้องของลูกสาวแล้วน่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ


“นั้นคุณกำลังจะทำอะไรปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ”


คมแก้วเห็นร่างของเพื่อนถูกอีกฝ่ายเกาะกุมเอาไว้ในอ้อมแขนก็รีบวิ่งเข้าไปแยกทั้งสองออกจากกัน แล้วมองสำรวจว่าได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า


“เป็นอะไรไหมเขม เจ็บตรงไหนไหม”


“ถามคนของพวกคุณดีกว่า ว่าไปทำอะไรให้ฉันต้องโมโห” มัคเคนท์พยายามระงับอารมณ์ของตัวเองไม่ให้พุ่งขึ้น จนเผลอถลาเข้าไปทำร้ายตัวต้นเหตุ


“เขาพูดเรื่องอะไรเขม แกไปทำอะไร”


คมแก้วเอียงหน้ามาทางเพื่อน ร่วมถึงคนเป็นบิดาและมารดาก็รอฟังคำตอบด้วยเช่นกันว่ามันเรื่องอะไรกัน ทำไมเจ้าของตึกถึงได้มาโวยวายที่ร้านอีก


“บอกทุกคนไปสิ ว่าเธอออบเข้าไปวางยาคนงานผมจนต้องห่ามส่งโรงพยาบาล”


“จริงหรือเขม! ลูกทำอย่างที่เขาพูดจริงเหรอ” ไมเคิลเดินเข้ามาถามบุตรสาว


เขมรุจีมองหน้าคนโน้นคนนี้ทีก่อนจะพยักหน้ายอบรับ แล้วหันไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ


“ใช่! ฉันเป็นคนทำเอง และฉันจะไม่ยอมให้คุณมาเอาร้านฉันไป...”


เพี้ย!


แรงปะทะของฝ่ามือบางที่ใบหน้านวลของเขมรุจี ทำเอามัคเคนท์นิ่งค้างไป ไม่คิดว่าจะได้เห็นฉากตบราวพายุ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา


เขมรุจีคอยๆ หันกลับมามองคนที่ตบด้วยสีหน้าแววตาที่ตกใจและช็อกในคร่าเดียว ใบหน้านวลปรากฏรอยนิ้วเรียวทั้งห้าเด่นชัด


“แม่ไม่เคยสอนให้ลูกเป็นลอบกัดใครนะเขมรุจี ทำไมถึงได้ทำอะไรสิ้นคิดแบบนี้” เคียงเดือนเค้นเอาคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก ในเมื่อทุกอย่างมันไม่ได้อยู่กับเราแล้วก็ควรที่จะปล่อยมันไป


“แม่...”


“คิดบ้างไหมถ้าเกิดคนงานเขาตายขึ้นมา เราจะรับผิดชอบไหวไหม แล้วพ่อกับแม่จะอยู่ยังไง หา!


เขมรุจี กีรติ ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เธอไม่ทันได้คิดถึงเรื่องนั้น เพราะความโกรธเกรี้ยวจนหน้ามือตามัวเพราะแค่อยากจะเอาชนะผู้ชายตรงหน้าจนทำให้ลืมเรื่องครอบครัวไปเสียสนิท


“แม่ เขมขอ...” มือบางยื่นไปจะจับมือมารดา แต่ถูกสะบัดออก


“ไม่ต้องมาขอโทษฉัน คนที่แกควรขอโทษเขายืนอยู่ตรงโน้น!


เคียงเดือนชี้นิ้วมายังมัคเคนท์ซึ่งกำลังยืนมองพวกเธอปะทะอารมณ์กันอยู่ กระทิงหนุ่มไม่เข้าใจภาษาที่พวกเธอกำลังพูดกัน ทำไมถึงไม่พูดภาษาอังกฤษให้เขาได้รู้เรื่องด้วย ดูจากนิ้วมือเรียวที่ชี้มาที่เขาก็พอจะเดาคราวๆ คงจะให้หญิงสาวมาขอโทษเขา


“แต่แม่ค่ะ...”


“ขอโทษเขาซะ! ถ้าไม่ ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีก” กล่าวจบก็เดินออกไปจากตรงนั้น เดินกลับไปที่ห้องทันที


“ที่รัก เดี๋ยวก่อน...”


ไมเคิลวิ่งตามภรรยาเข้าไปด้านใน ไม่สนใจลูกสาวที่ยืนมองมา จิตตรา คมน์ และคมแก้ว ก็เดินเลี่ยงออกจากตรงนั้นไป จึงเหลือเพียงเธอกับเขาสองคน


“สะใจคุณแล้วสินะ เอาเลยสิ แจ้งตำรวจมาจับฉันเลย เอาเลย!


กำปั้นน้อยทุบลงที่หน้าอกกว้างเป็นชุด ร่างบางทรุดลงไปนั่งร้องไห้กับพื้นอย่างสุดจะกลั้น มัคเคนท์ก้มลงมองหญิงสาวนิ่งด้วยความรู้สึกตีรวนไปหมด จากที่ตอนแรกโกรธเธอมากมาย พอเห็นภาพเมื่อครู่ กลับถูกอีกความรู้สึกเข้าแทนที่


“คุณเคนท์...”


นิคโคไลท์เดินเข้ามาในร้านเห็นบรรยากาศภายในร้าน และท่าทางของแต่ละคนแล้ว จึงเงียบเสียงลงแทนที่จะถามออกไป


“กลับ”


ประธานแห่งการ์เซียไพร์ซหมุนกายเดินออกจากร้าน Two Princess ไป ปรายตามองร่างบางที่นั่งร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่ที่พื้นเล็กน้อย ก้าวขาแกร่งออกจากร้านไป





.................................................





****  ถูกใจหรือไม่ถูกใจยังไงช่วย 'คอมเม้นท์' ให้หน่อยนะจ้ะ 
จะได้ไปปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ  ^_____^






        แสดง 13 - 13
วันที่โพสต์ :  3 มิ.ย. 2559 14:54 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:11    › จำนวนผู้เข้าชม 30297 คน
   › คะแนนโหวต 236 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :