นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง คืนรักข้ามแดน [ชุด Ms.Glaciers]     by madamsomloun
ชื่อตอน ถึงเวลาเอาคืน! 1













ถึงเวลาเอาคืน!



 

เขมรุจีนั่งร้องไห้จนพอใจแล้วจึงลุกขึ้นสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เดินกลับเข้าไปหามารดาที่ห้อง ร่างบางหยุดลงหน้าประตูห้องนานนับนาที สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ รวบรวมความกล้าอีกครั้ง ก่อนจะเปิดเข้าไปและเห็นว่าบิดากำลังนั่งปลอบมารดาอยู่


ไมเคิลหันมาเจอลูกสาวจึงกวักมือเรียกให้เข้ามา แล้วเดินเลี่ยงออกจากห้อง ปล่อยให้แม่ลูกได้ปรับความเข้าใจกัน


“แม่ค่ะ คือเขม...”


มือบางบีบเข้าหากัน มองไปที่มารดาพยายามจะบอกเรื่องเมื่อชั่วโมงก่อน เคียงเดือนหันไปร้องเรียกลูกสาว ขยับที่นั่งข้างกายให้


“มานั่งข้างแม่มา”


เขมรุจีก้าวเข้าไปนั่งลงข้างร่างบางของผู้เป็นแม่ ก้มหน้าลงมองมือตัวเอง ไม่กล้าที่จะหันไปมองหน้าแม่ เธอละอายใจ ไม่กล้าที่จะสูงหน้าท่าน


“ไหนบอกแม่สิ ทำไมเราถึงได้ทำแบบนั้นลงไป” เคียงเดือนเข้าประเด็น


“คือเขม... เขมไม่อยากเสียร้านที่พ่อรักไป เราควรมีวิถีที่จะเอาคืนเขาได้บ้าง”


“ฟังแม่นะเขม ถึงเราจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่เราก็สร้างมันขึ้นใหม่ได้นะลูก”


“พ่อกับแม่พูดเหมือนกันเลย” บอกเสียงอ่อมแอ้มปนสะอื้น พลางก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด


“คนเรานะเขม อยู่ที่ไหนก็สร้างความทรงจำใหม่ได้ทั้งนั้น ลูกลองคิดดูนะ ถ้าเราอยู่ที่นี่ต่อเราก็จะได้แค่สิ่งเดิมๆ แต่ถ้าเราออกไป เราก็จะได้ความแปลกใหม่ที่มากขึ้น ดีไม่ดีเราอาจจะได้ไอเดียใหม่ๆ มาช่วยให้กับร้านเราก็ได้”


เคียงเดือนกล่าวถึงความเป็นจริงให้ลูกสาวได้ฟัง นางรู้ว่าลูกสาวคนนี้ต้องเอาทฤษฎีเข้ามาพูดร่วมด้วย อ้างอิงความเป็นไปได้ และสามารถเกิดขึ้นจริงได้ด้วย ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางที่จะเกลี่ยกล่อมลูกสาวได้สำเร็จ


 “ลงทุนเอาทฤษฎีมาพูดเลยหรือค่ะ คุณนายเกรซ” เขมรุจีรู้ว่าที่มารดาต้องพูดแบบนั้นต้องการให้เธอล้มเลิกเรื่องร้านไป โอบกอดมารดาเอาไว้แน่น พลางหลับตาลงอย่างปลงในที่สุด มันคงถึงเวลาแล้วจริงๆ


“แล้วลูกเห็นความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนล่ะ”


“เขมไม่เถียงค่ะว่าที่แม่พูดมามันถูก เอาเป็นว่าเขมจะเอาไปคิดดูแล้วกันค่ะ”


“เขม แม่อยากให้ลูกเปิดใจให้กว้าง มองสิ่งที่มันกำลังเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ดู โลกเราก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ มันยังหมุนตลอดเวลา ตัดใจเสียเถอะนะลูก”


ใบหน้านวลเนียนเงยขึ้น ดวงตากลมเรียวมองหน้ามารดา มันก็จริงของท่านอีกนั่นแหละ มีเงินมากองอยู่รงหน้า ใครไม่คว้าไว้ก็โง่เต็มที


“...ค่ะ เขมยอมแพ้ก็ได้ค่ะ”


“ขอบใจมากลูก งั้นไปเก็บของเถอะ เรามีอีกหลายอย่างต้องเก็บ”


ลูบศีรษะได้รูปของลูกสาวคนโตแผ่วเบา เวลาจะช่วยอะไรให้ดีขึ้น หวังว่าลูกสาวจะทำใจยอมมันมันได้สักวัน เหลือเพียงลูกสาวอีกคนที่ยังไม่กลับบ้านมา ถ้าบอกเรื่องย้ายบ้านกลับเมืองไทย ไม่รู้จะออกมาเป็นยังไง ชักเริ่มหนักใจขึ้นมาอีกรอบ


 

มัคเคนท์เดินทางมาเยี่ยมคนงานที่โรงพยาบาล ยังดีที่มาถึงโรงพยาบาลได้ทัน ไม่มีใครเป็นอะไรร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต


“จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”


“ครับ บางคนหมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ยังเหลือยู่สองสามคนที่ต้องรอดูอาการก่อน” โจนาธานรายงาน


“อาทิตย์นี้ก็ให้พวกเขาพักไปก่อน หายดีแล้วค่อยกลับมาทำงาน” งานเขาต้องล่าช้าไปอีกหนึ่งอาทิตย์ คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ก็คือเธอ เขมรุจี!


“ได้ครับคุณเคนท์”


หลังจากนั้นทั้งสามหนุ่มก็เดินทางกลับบริษัท เขามีเรื่องที่ต้องกลับไปจัดการให้เรียบร้อย ดูสิคราวนี้จะทำอะไรเขาได้ อยากลองดีกับเขา เขาก็จะสนองให้ จะเอาให้กรีดร้องข้ามประเทศไปเลย


“เรื่องที่ให้ไปสืบประวัติยัยนั้นได้เรื่องว่าไงบ้าง”


“เอกสารผมวางไว้ให้ที่โต๊ะทำงานแล้วครับ”


“ขอบใจ”


ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องทำงานเวลาต่อมา เดินอ้อมโต๊ะทำงานไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่ หยิบเอาซองสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะมาเปิดอ่าน


“มาดูสิว่าเธอมีอะไรที่ฉันจะเอาคืนได้บ้าง”


นัยน์ตาสีฟ้ากวาดสายไปตามเอกสารที่คนสนิทหามา คิ้วเรียวขมวดยุ่งเมื่อเห็นว่าเธอก็จบที่เดียวกับเขา แถมเป็นคณะและสาขาเดียวกันอีกด้วย


“แบบนี้สิ มันถึงจะน่าสนุกขึ้นมาหน่อย”


รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปากหยักลึก แผนการขั้นต่อไปผุดขึ้นมาในหัว มาดูกันว่าเธอจะรับมือกับเรื่องนี้ยังไง ยัยวายร้าย มือหนายื่นไปกดโทรศัพท์บนโต๊ะทำงาน เรียกคนสนิทเข้ามาหา


“โจเข้ามาหาฉันหน่อย”


โจนาธานที่กำลังคุยงานกับเพื่อนอยู่จำต้องพับเก็บ รีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหานายหนุ่ม นึกสงสัยว่าเขามีเรื่องอะไรจะเรียกพวกเขาอีก ทั้งที่พึ่งคุยกันไปเมื่อห้านาทีก่อน


“ครับเคนท์ มีอะไรจะสั่งหรือครับ”


“ฉันมีอะไรสนุกๆ ให้พวกนายไปทำหน่อย” สองหนุ่มมองหน้ากัน ไม่เข้าใจที่นายหนุ่มกำลังจะบอกพวกเขา นี่คงไม่ได้ให้ไป...

 


สิ่งที่พวกเขาคิดไว้ก็ไม่ผิดจากที่คาดการณ์เท่าไหร่และดูจะเลวร้ายกว่าเสียด้วยซ้ำไปร่างสูงใหญ่ของสองหนุ่มคนสนิทของประธานหนุ่มแห่งการ์เซียมาหยุดลงอยู่ที่หน้าร้าน Two Princess โดยในมือหนาของพวกเขามีกระดาษแข็งแผ่นใหญ่พร้อมระบุข้อความ


“นี่ฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรอว่ะ”


โจนาธานโอดครวญ ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยต้องฝืนใจตัวเองในการทำตามคำสั่งของนายหนุ่มมาก่อนในชีวิต เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำแบบนี้แล้วมันจะช่วยอะไรได้  แต่ที่แน่ๆ เจ้านายของเขาดูจะสะใจเหลือเกินที่เอาคืนผู้หญิงปากกล้าคนนั้นได้


“เลิกพูดได้แล้ว รีบทำเข้าเถอะ เดี๋ยวมีใครมาเห็น แกกับฉันจะไม่ได้กลับไปครบสามสิบสองแน่ เร็วเข้า...”


นิคโคไลท์เร่งเพื่อนเขาก็ลำบากใจไม่น้อยที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เช่นกัน แต่ก็ขัดคำสั่งของนายหนุ่มไม่ได้ เรื่องระหว่างสองคน ก็ต้องมีพวกเขามาเอี่ยวด้วยตลอด ไม่รู้ว่าทำบุญร่วมกันมาเยอะขนาดนี้...


ทั้งสองรีบช่วยกันติดแผ่นป้ายขนาดใหญ่แปะเข้าที่กระจกหน้าร้านที่วางอยู่ ประกาศให้ผู้คนได้เห็นชัดเจนตามที่นายหนุ่มต้องการ และเจ้าของร้านเองก็จะได้เห็นชัดๆ ด้วย ก่อนจะรีบหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

 


เขมรุจีและคมแก้วที่กลับมาจากจ่ายตลาดเดินถึงหน้าร้าน ถึงกับต้องตกใจ เบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ใครมันกล้ามาเล่นแบบนี้


บุคคลที่นี่อันตราย ห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด!’


“นี่มันเรื่องอะไรกันใครมันกล้ามาทำอะไรแบบนี้กับร้านของเรา”


คมแก้วโกรธมาก มองดูป้ายที่มีข้อความที่กล่าวว่าร้ายพวกเขาชัดเจน นี่ไม่รู้ว่าทุกคนภายในร้านได้เห็นกันหรือยัง เธออยากจะเห็นหน้าคนที่มันทำให้ร้านของพวกเขาเสียหายนัก ไม่รู้ว่ามีใครเห็นบ้าง คงได้มองพวกเธอไม่ดีไปแล้วแน่


“ไอ้หมาบ้า!


เขมรุจีขบกรามแน่น กำมือบางเข้าหากันแน่น ก้าวพรวดเข้าไปกระชากป้ายแผ่นใหญ่ลงมาด้วยแรงไม่เบานัก มือบางม้วนป้ายข้อความกำมันแน่นแล้วออกวิ่ง คมแก้วมองตามเพื่อนรักกว่าจะคิดได้ว่าต้องวิ่งตามไปเพื่อนก็เดินหายไปจากกรอบสายตาเสียแล้ว




        แสดง 14 - 14
วันที่โพสต์ :  3 มิ.ย. 2559 14:54 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:11    › จำนวนผู้เข้าชม 30281 คน
   › คะแนนโหวต 236 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :