นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง คืนรักข้ามแดน [ชุด Ms.Glaciers]     by madamsomloun
ชื่อตอน ถึงเวลาเอาคืน! 2














สิ่งที่พวกเขาคิดไว้ก็ไม่ผิดจากที่คาดการณ์เท่าไหร่และดูจะเลวร้ายกว่าเสียด้วยซ้ำไปร่างสูงใหญ่ของสองหนุ่มคนสนิทของประธานหนุ่มแห่งการ์เซียมาหยุดลงอยู่ที่หน้าร้าน Two Princess โดยในมือหนาของพวกเขามีกระดาษแข็งแผ่นใหญ่พร้อมระบุข้อความ


“นี่ฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรอว่ะ”


โจนาธานโอดครวญ ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยต้องฝืนใจตัวเองในการทำตามคำสั่งของนายหนุ่มมาก่อนในชีวิต เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำแบบนี้แล้วมันจะช่วยอะไรได้  แต่ที่แน่ๆ เจ้านายของเขาดูจะสะใจเหลือเกินที่เอาคืนผู้หญิงปากกล้าคนนั้นได้


“เลิกพูดได้แล้ว รีบทำเข้าเถอะ เดี๋ยวมีใครมาเห็น แกกับฉันจะไม่ได้กลับไปครบสามสิบสองแน่ เร็วเข้า...”


นิคโคไลท์เร่งเพื่อนเขาก็ลำบากใจไม่น้อยที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เช่นกัน แต่ก็ขัดคำสั่งของนายหนุ่มไม่ได้ เรื่องระหว่างสองคน ก็ต้องมีพวกเขามาเอี่ยวด้วยตลอด ไม่รู้ว่าทำบุญร่วมกันมาเยอะขนาดนี้...


ทั้งสองรีบช่วยกันติดแผ่นป้ายขนาดใหญ่แปะเข้าที่กระจกหน้าร้านที่วางอยู่ ประกาศให้ผู้คนได้เห็นชัดเจนตามที่นายหนุ่มต้องการ และเจ้าของร้านเองก็จะได้เห็นชัดๆ ด้วย ก่อนจะรีบหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

 


เขมรุจีและคมแก้วที่กลับมาจากจ่ายตลาดเดินถึงหน้าร้าน ถึงกับต้องตกใจ เบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ใครมันกล้ามาเล่นแบบนี้


บุคคลที่นี่อันตราย ห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด!’


“นี่มันเรื่องอะไรกันใครมันกล้ามาทำอะไรแบบนี้กับร้านของเรา”


คมแก้วโกรธมาก มองดูป้ายที่มีข้อความที่กล่าวว่าร้ายพวกเขาชัดเจน นี่ไม่รู้ว่าทุกคนภายในร้านได้เห็นกันหรือยัง เธออยากจะเห็นหน้าคนที่มันทำให้ร้านของพวกเขาเสียหายนัก ไม่รู้ว่ามีใครเห็นบ้าง คงได้มองพวกเธอไม่ดีไปแล้วแน่


“ไอ้หมาบ้า!


เขมรุจีขบกรามแน่น กำมือบางเข้าหากันแน่น ก้าวพรวดเข้าไปกระชากป้ายแผ่นใหญ่ลงมาด้วยแรงไม่เบานัก มือบางม้วนป้ายข้อความกำมันแน่นแล้วออกวิ่ง คมแก้วมองตามเพื่อนรักกว่าจะคิดได้ว่าต้องวิ่งตามไปเพื่อนก็เดินหายไปจากกรอบสายตาเสียแล้ว

 


สองหนุ่มลูกน้องคนสนิทของประธานการ์เซียไพร์ซ นั่งคุยงานกันอยู่แทบจะผวาไปที่ประตูห้องทำงาน แต่ก็ช้าไปเมื่อผู้หญิงร่างสูงโปร่งและเป็นยัยวายร้ายที่เจ้านายเขาเรียกขานได้หายเข้าไปในห้องเสียแล้ว โจนาธานและนิคโคไลท์รีบวิ่งตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว จากท่าทางของสาวเจ้าพร้อมที่จะกระโจนเข้าไปขย้ำเจ้านายทันทีที่เห็นหน้า


ปึก!


“ฝีมือคุณใช่ไหม!


เขมรุจีโยนป้ายลงบนโต๊ะทำงานของเขาเสียงดัง ไม่สนใจว่าตรงหน้าของเขาจะมีแฟ้มเอกสารวางอยู่มากมาย


ใบหน้าคมเข้มของเจ้าของห้องเงยขึ้นมองผู้มาใหม่และมองแผ่นป้ายที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานสลับกัน พลางเผยรอยยิ้มที่ริมฝีปากหยักลึกอย่างผู้ชนะ แต่มันไม่ใช่เพียงรอยยิ้มธรรมดา มันคือการแสยะยิ้มแห่งความสะใจ


“มาเร็วกว่าที่คิดนี่”


เขมรุจีเห็นท่าทางนั้นแล้วก็แทบจะผวาเข้าไปกระชากคอเขามาต่อยสักมัดสองมัดให้หายแค้นใจ เพียงเพราะพวกเธอไม่ยอมย้ายออก เขาถึงกับต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้ มันจะมากเกินไปแล้ว!


ร่างสูงใหญ่ลุกจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่มาหยุดลงตรงหน้าหญิงสาว ก้มหน้าลงมองใบหน้าหวานที่กำลังโกรธจัดนิ่ง ซึ่งห่างกันเพียงคืบ ทำเอาเขมรุจีต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อให้ห่าง ก่อนจะถามกลับเสียงเรียบห้วน


“คุณทำแบบนี้ทำไม ต้องการอะไร”


“เอาคืนเธอมั้ง”


มัคเคนท์ก้าวเข้ามาหาอีกนิด ช่องว่างระหว่างทั้งคู่จึงแคบลงอีกครั้ง คราวนี้เขมรุจีไม่ถอยอย่างที่เขาคิด เธอยืนนิ่งประจันหน้ากับเขาไม่ไปไหน


“ปัญญาอ่อน คิดว่าความคิดตื้นๆ แบบนี้จะทำให้ฉันยอมไป ไม่มีทางเสียล่ะ”


เขมรุจีประกาศกร้าว ดวงตาคู่หวานดุหันขวับไปมองเขาเต็มตา ไม่คิดกลัวเกรงรังสีอาฆาตที่แผ่กระจายออกมาจากตัวของเขา เธอไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว เขาจะได้รู้เสียบ้างว่าไม่ใช่ใครจะต้องทำตามคำสั่งของเขาทุกคน


กระทิงหนุ่มกัดฟันกรอด มือหนากำเข้าหากันแน่น พยายามระงับอารมณ์เต็มที่ เธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อปากต่อคำกับเขา เถียงฉอดๆ ไม่หยุด ก่อนชายหนุ่มจะตอบโต้กลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างกัน


“ยอมหรือไม่ เธอก็วิ่งแจ้นมาถึงที่นี่ แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าผู้ชนะ” ยื่นใบหน้ากวนประสาทเข้าไปใกล้อีกนิด ส่งรอยยิ้มมุมปากไปให้อย่างผู้ชนะ


“คุณนี่มัน!


เขมรุจีแทบเต้นให้ได้ เขาคิดว่าเก่งแล้วสินะ ได้ งั้นลองทีเธอบ้างเป็นไง จะได้รู้ว่าชัยชนะจริงเขาทำกันแบบนี้ต่างหาก


“บอกแล้วไง ว่าฉันจะทำทุกทางให้เธอออกไปจากที่นั้นให้ได้” โต้กลับน้ำเสียงเดียว ยืนเผชิญหน้ากับหญิงสาวพร้อมสบตาคู่สวยนิ่ง ไม่ยอมลงให้ง่ายๆ เช่นกัน


“นายมันก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันหรอก หมาลอบกัด!


กล่าวหาเขาอย่างเหลืออด ตอนแรกเธอจะปล่อยผ่านเรื่องนี้แล้วทำตามที่บิดามารดาขอ แต่พอเขามาทำแบบนี้เธอไม่มีทางยอมจบแค่นี้แน่


“เขมรุจี!” 


กระทิงหนุ่มแทบจะผวาเข้าไปบีบคอระหงที่กำลังเถียงเขาคอเป็นเอ็น ถ้าไม่ติดว่าเป็นการรังแกเพศที่อ่อนแอกว่าแล้วล่ะก็ เธอไม่รอดเงื้อมมือเขาไปแน่


“ทำไม รับไม่ได้เหรอ หรือว่ากลัวใครเขาจะเห็นธาตุแท้หรือคุณมัคเคนท์ ว่าแท้จริงแล้วคนที่พวกเขาต่างสรรเสริญเยินยอก็คือซาตานดีๆ นี่เอง” 


คำพูดที่พ่นออกจากปากบางทำให้เจ้าของห้องเดือดดาล มือหนากระชากร่างบางเข้ามาหา กดแรงลงไปไม่คิดว่าหญิงสาวจะเจ็บ


“หยุดเดียวนี่นะเขมรุจี! เธอไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ฉัน”


เขมรุจีที่แม้จะเจ็บปวดมาก แต่เธอก็ไม่แสดงออกมาให้เขาได้เห็น เรื่องอะไรเธอจะให้เขามาซ้ำเติม คนอย่างเขมรุจีฆ่าได้แต่หยามไม่ได้รู้เอาไว้ซะ!


“ผู้ชายอย่างนายมันก็ดีแต่รังแกผู้หญิงที่อ่อนแอกว่า พอโดนเข้าหน่อยก็ทำมาเป็นรับไม่ได้ แล้วทีทำกับคนอื่นเขาสารพัดทำไมไม่คิดบ้าง เขาก็เจ็บเป็นเหมือนกันกับคุณนั้นแหละ!


เขมรุจีสวนกลับทันควันทันทีที่เขาพูดจบ เธอไม่ยอมให้เขาเล่นงานเธอได้ฝ่ายเดียว เขาแรงมาเธอจะแรงกลับไป เป็นร้อยเท่าพันเท่าเลยคอยดูสิ


“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!


มัคเคนท์แทบจะยั้งอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ผู้หญิงอะไรปากคมเสียยิ่งกว่ากรรไกร เถียงเขาได้แทบจะทุกคำ ไม่คิดกลัวเกรงกันบ้าง ทั้งที่ยืนอยู่ในถิ่นของเขา และยังเป็นห้องทำงานเขาด้วย ไม่กลัวตายเลยสินะ


“รับไม่ได้หรือ พึ่งรู้ตัวสินะว่าตัวเองไม่ได้โลกสวย” โต้กลับทันควัน


“ฉันเตือนเธอแล้วนะ”


“ไม่ต้องมาเตือนฉันหรอก เก็บคำพูดพวกนั้นเอาไว้เตือนตัวนายเองจะดีกว่า เพราะฉันไม่ได้โลกสวย ไม่จำเป็นต้องยอมรับ”


เขมรุจีแกะมือหนาที่กุมไหล่มนออก ซึ่งมันเจ็บร้าวไปทั่วลาดไหล่มน แต่ก็เปล่าประโยคเมื่อเขาไม่คิดที่จะปล่อยเธอไปง่ายๆ เสียแล้ว


“จะรีบไปไหน ฉันยังคุยกันไม่จบเลยนะ” หญิงสาวสะบัดแขนเรียวออกจากการเกาะกุมของเขา และเป็นไปตามคาดเขาไม่ปล่อย


“ฉันหมดธุระแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่คุยกับผู้ชายป่าเถื่อนอย่างคุณ ปล่อย” พยายามแกะปอกเหล็กที่รัดแขนเรียวออกเป็นครั้งที่สอง ซึ่งยังไม่เป็นผล แถมถูกเขาบีบแน่นขึ้นเป็นเท่าตัว


“ถ้าฉันป่าเถื่อน แล้วเธอมันเป็นตัวอะไรดีล่ะ”


มัคเคนท์สติหลุด ยิ้มเหี้ยมผุดขึ้นที่ริมฝีปากหยักลึก ไม่ได้ยินเสียร้องห้ามจากคนสนิท สีหน้าและแววตาเย้ยหยันมาที่เธอ ทำเอาเขมรุจีใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว จากที่คิดว่าจะมาพูดกับเขาดีๆ กลับต้องมาปะทะอารมณ์กันเสียนี่ ก็ดีเหมือนกัน จะได้รู้กันไปเลยจะได้จบๆ ไป


“ฉันก็คงจะเป็นนางฟ้าที่มาโปรดสัตว์แถวนี้ล่ะมั้ง”


ดวงตาทั้งคู่สบตานิ่ง ไม่มีใครยอมใคร เกมนี้ถ้าจะจบลงไม่สวย ต่างคนต่างสบตากันไม่กระพริบแบบนี้ มีหวังได้เรียกรถโรงพยาบาลมาเตรียมรอเอาไว้เสียดีไหม


“เถียงคำไม่ตกฝาก” มัคเคนท์โต้กลับ เขาเริ่มจะหมดความอดทนกับเธอเต็มที และไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาต่อปากต่อคำกับเจ้าหล่อนให้เสียเวลาด้วย


“รู้จักสำบัดสำนวนเสียด้วย” เขมรุจีเหน็บแหนมกลับ


“เขมรุจี!


“พอกันที ฉันหมดเวลาที่จะเถียงกับคุณแล้ว หลบไปฉันจะกลับบ้าน”


หญิงสาวสะบัดมือหนาออกอีกครั้ง คราวนี้เขายอมปล่อยโดยง่ายดาย เธอจึงถอยห่างออกไปหลายก้าว รักษาระยะห่างที่มากพอจะไม่ให้เขาเข้ามาทำร้ายเธอได้อีก


“มาทำเรื่องวุ่นวายจนผมต้องหยุดการปรับปรุงตึกไปกว่าอาทิตย์ คิดว่าเข้ามาแล้วจะออกไปได้ง่ายๆ หรือ อย่าหวังเลย”


มัคเคนท์ประกาศก้องในสิ่งที่หญิงสาวได้ทำกับเขาเอาไว้ เป็นความผิดที่เขาจะไม่ยอมให้เธอได้ลอยหน้าลอยตาเย้ยหยันเขาแล้วออกไปอย่างสบายใจนะหรือ ฝันไปเถอะ!


“จะให้ฉันรับผิดชอบ? หึ ฝันไปเถอะ ถ้าคุณไม่หยุดมาระรานพวกเรา ฉันจะทำมากกว่าวางยา” 


มัคเคนท์ก้าวพรวดเข้าไปหาคนตรงหน้า คว้าแขนเรียวแล้วดึงเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ดวงตาสบกันไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะเป็นกระทิงหนุ่มที่เอ่ยถามเสียงเข้มห้วน


“เธอคิดจะทำอะไร”


“อยากรู้ก็ต้องอดใจรอดูไปก็แล้วกัน...” กล่าวจบก็แกะมือหนาออกพร้อมส่งรอยยิ้มชนิดหนึ่งที่มุมปากฉายแววเจ้าเล่ห์ ทำเอาเจ้าของตึกต้องเผลอกำมือแน่น


เขมรุจีมองดูอาการของผู้ชายก็นึกสะใจที่เอาคืนเขาได้ สมน้ำหน้า อย่าฝันว่าเธอจะยอมให้เขามาเอาร้านที่พ่อเธอรักไป อยากได้ก็ข้ามศพเธอไปก่อนจากนั้นร่างบางจึงก้าวยาวออกจากห้องทำงานของเขาไปอย่างรวดเร็ว


“เขมรุจี”


กระทิงหนุ่มคำรามในรำคอเสียงต่ำ กำมือหนาเข้าหากันแน่น มองตามร่างบางของผู้หญิงบ้าที่เถียงคำไม่ตกฟาก แถมยังมาทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ เจ็บใจนัก ก็ได้ เขาจะรอดูว่าเธอมีอะไรมาจัดการเขา...



        แสดง 15 - 15
วันที่โพสต์ :  3 มิ.ย. 2559 14:54 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:11    › จำนวนผู้เข้าชม 25483 คน
   › คะแนนโหวต 779 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :