นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง คืนรักข้ามแดน [ชุด Ms.Glaciers]     by madamsomloun
ชื่อตอน ตามรังควาน! 3











สองสาวหันมามองหน้ากัน พร้อมยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข อาจารย์ก็พลอยยิ้มตามไปด้วยกับความสดใสของสองสาวที่เหมือนกุหลาบแรกแย้ม

จากนั้นทั้งสามก็เดินทางโดยรถบัสมาที่ร้านอาหารของอาจารย์หนุ่ม เขมรุจีและคมแก้วต่างมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย เพราะร้านที่พวกเธอมานั้นอยู่ภายในตึกระฟ้าของการ์เซียไพร์ซ ซึ่งเป็นของ มัคเคนท์ การ์เซีย ผู้ชายปากร้ายและเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของเธอในเวลานี้

ดราโกหันมาทางสองสาวที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าประตูด้วยความแปลกใจพลางถามขึ้น

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“มะ ไม่มีอะไรค่ะ ไปกันเถอะค่ะเขมหิวแล้ว”

เขมรุจีรีบลากแขนอาจารย์หนุ่มไปที่ร้านของเขา ไม่อยากอยู่ตรงนี้นานๆ รู้สึกไม่คอยดี พลอยทำให้เธออยากอาหารลดลงไปกว่าครึ่ง

ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนเดินออกมาจากลิฟต์ส่วนตัว เห็นหลังไวๆ ของเพื่อนและผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านอาหารก็นึกแปลกใจ ทั้งที่วันนี้บอกเขาเมื่อเช้าว่าจะไม่เข้ามา แล้วนี่มันยังไง หรือว่าที่ร้านมีเรื่อง ว่าแล้วก็เดินไปดูเสียหน่อย ขาแกร่งก้าวยาวไปร้านอาหารของเพื่อน แต่พอเข้าเดินเข้ามาภายในร้านก็เห็นว่าคนที่เพื่อนพามาคือ เขมรุจี ยัยผู้หญิงจอมป่วน ความโกรธก็พุ่งขึ้นมาอีกรอบ

โจนาธานและนิคโคไลท์เห็นพวกเธอด้วยเช่นกัน เอียงหน้าจะหันไปบอกนายหนุ่ม แต่ก็ช้าไปอีกตามเคย พ่อคุณทูนหัวของพวกเขาเล่นเดินดุ่มๆ เข้าไปยังโต๊ะที่มีสาวเจ้านั่งอยู่

“หาที่เกาะใหม่ได้เร็วดีนี่” เขมรุจีเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่ใช้คำพูดดูถูกถากถางน้ำใจ

“นาย...ทำไมจะไม่ได้ล่ะค่ะ คนจนตรอกอย่างฉันมันก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด หรือคุณว่าไม่จริงค่ะ” โต้กลับน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาคู่หวานจ้องเขานิ่งไม่หลบ ส่งรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยไปให้ ลอยหน้าลอยตาท้าทายเขาอย่างไม่คิดเกรงกลัว

สองหนุ่มลูกน้องคนสนิทของกระทิงหนุ่มต่างลอบกลืนน้ำลายลงคอ กลัวใจเจ้านายของเขาว่าจะพุ่งเข้าไปฉีกร่างแม่สาวปากกล้าออกมาเป็นชิ้น

“เขมรุจี!

“เรียกทำไมค่ะ กลัวว่าจะลืมชื่อฉันหรือไง แต่จะว่าไปคุณกับฉันมันก็ไม่ได้ต่างกันนักหรอกค่ะ ...จะต่าง ก็ตรงที่คุณมีเงินมากมายมหาศาลที่สามารถเนรมิตได้ทุกอย่าง ซึ่งต่างกับฉันนิดหน่อยที่มีร่างกายไว้ใช้เรียกเงินเข้ากระเป๋า”

คำพูดเจ็บแสบไปถึงทรวงที่ส่งมา ทำให้ประธานหนุ่มเผลอกำมือแน่น ขบกรามกรอดจนเป็นสันนูน อดกลั่นอารมณ์ภายในเต็มที นัยน์ตาคู่คมจ้องหญิงสาวตรงหน้าอย่างคาดโทษ อยากจะจับมาหักคอทิ้งเสียเหลือเกิน

“ถ้าอย่างนั้นผมคงจะต้องขอใช้บริการหน่อยเสียแล้วล่ะ”

มือหนาคว้าหมับเข้าที่แขนเรียว แล้วดึงให้เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ โดยไม่ได้สนใจอาการขัดขื่นของสาวเจ้าแม้แต่น้อย ปากดีนักใช่ไหม งั้นมาดูกันสิว่าจะเก่งเหมือนปากไหม

“อ้าวเคนท์ มาได้ไงว่ะ”

กรรมการกิติมาศักดิ์เข้ามาได้จังหวะพอดิบพอดี เขมรุจีสะบัดแขนเรียวออกจากการเกาะกุมของเขา แล้วถอยห่างออกไปยืนข้างอาจารย์หนุ่มแทน อย่างน้อยก็มีคนที่สามารถช่วยเธอจากไอ้บ้ากามตรงหน้าได้ทันเวลา

มัคเคนท์เผลอกำมือเข้าหากันแน่น เก็บความโกรธเกรี้ยวพับเอาไว้ก่อน วันหน้ายังมี เขาจะมาเอาคืนแน่ นัยน์ตาคู่คมจ้องหน้าผู้หญิงตรงหน้า ก่อนจะหันไปทางเพื่อนรัก

“แค่เดินผ่านมา พอดีเห็นคนรู้จักก็เลยเข้ามาทักทายหน่อย”

“คนรู้จัก?” หันมาทางลูกศิษย์ที่ยืนอยู่ข้างกาย พลางหันกลับไปทางกระทิงหนุ่มอีกครั้ง

“นี่แกรู้จักลูกศิษย์ฉันด้วยหรือ?”

ดราโกหันกลับไปมองหน้าเพื่อนรัก ประหลาดใจที่โลกมันช่างกลมนัก ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนรักจะรู้จักกับลูกศิษย์คนโปรดของเขาด้วย

“เขมไม่รู้จักค่ะ เขาคงจะจำคนผิด”

เขมรุจีบอกปัดทันควัน มองหน้าคนตรงหน้านิ่ง เน้นทุกคำพูดที่กล่าวออกมาชัดเจนด้วยสายตาและสีหน้าที่เรียบเฉย ทำให้อารมณ์ที่พยายามกักเก็บเอาไว้แทบจะประทุขึ้นมาเดี๋ยวนั้น เธอไม่อยากรู้จักผู้ชายบ้าอำนาจ กวนโทสะเป็นที่หนึ่ง เชิญไม่รู้จักกับคนอื่นเถอะ

“จะผิดได้ยังไง ก็คุณเป็น...” มัคเคนท์กล่าวเนิบนาบ

“เป็นอะไรค่ะ เราไม่รู้จักกันเสียหน่อย ชื่อคุณฉันยังไม่รู้จักเลย” เขมรุจีพูดดักคอขึ้น ตีหน้าตายตอบสิ่งที่ตรงข้ามออกไป เห็นว่าเขากำลังจะพูดเรื่องระหว่างเธอกับเขา ต่อหน้าอาจารย์ที่รักของเธอ

“จริงสินะ สงสัยจะจำผิดจริงๆ นั้นแหละ เดี๋ยวฉันต้องขอตัวก่อน พอดีมีธุระต้องไปจัดการต่อ”

มัคเคนท์ยิ้มอ่อนที่มุมปาก แม้จะเอาคืนยัยนั้นไม่ได้ แต่เขาได้แก้เผ็ดเจ้าหล่อนคืน ทำให้เจ้าหล่อนเต้นเร้าๆ ได้ แค่นี้ก็พอเพียงแล้ว เกมนี้มันยังไม่จบง่ายๆ เธอยังต้องเจออะไรอีกมากจากเขา!

“อ้าวไม่อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนหรือ” ดราโกรั้งแขนเพื่อนเอาไว้ ทั้งที่พึ่งเจอกันเอง ทำไมถึงรีบไปนักล่ะ

“เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน เดี๋ยวคนแถวนี้จะกินไม่ลงแล้วจะมาโทษฉันอีก ขี้คลานมานั่งฟังเสียงบ่น ไปนะ”

มือหนาตบลงไหล่หนาของเพื่อนรัก ปลายตามมองมาที่ร่างบางที่ยืนอยู่ด้านหลังเพื่อนพร้อมส่งรอยยิ้มที่มุมปากไปให้ แล้วผละเดินออกจากร้านไป

เขมรุจีนึกชังน้ำหน้าผู้ชายบ้าอำนาจคนนี้ขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ โดยเฉพาะสายตาและสีหน้าแบบนั้น อย่าให้เจอกันอีกนะ เธอสาบานว่าจะไม่ให้เขาทำกับเธอได้เป็นครั้งที่สองอีกครั้งเด็ดขาด!

“อะไรของมัน ...เราไปนั่งกันเถอะเดี๋ยวอาหารก็จะมาเสิร์ฟแล้ว” หันมาทางลูกศิษย์คนสวย ที่เห็นว่าเธอยังยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่นั่งลงเสียที

“...ค่ะ” เขมรุจีดึงสติกลับมา แล้วนั่งลงเก้าอี้ตามเดิม ดราโกเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง เพื่อไปดูอาหารว่าพร้อมเสิร์ฟหรือยัง

 


คมแก้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำเดินกลับมาพอดีกับที่พนักงานมาเสิร์ฟอาหาร เธอเดินมานั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามกับเพื่อน มองดูอาหารตรงหน้าอย่างตื่นตา แต่ละอย่างดูน่าทานทั้งนั้นจนเธออดใจไม่ไหว

“น่ากินมากเลยเขม...” เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนก็เห็นว่าเธอนั่งเหม่อไปไกล จึงวางช้อนลงแล้วมือบางเคาะลงบนโต๊ะเรียกสติของเพื่อนกลับมา

“เป็นอะไรหรือเปล่า” ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา

“เขม...” คมแก้วโบกมือผ่านใบหน้านวล กระนั้นเธอก็ยังไม่รู้ตัว จนต้องเรียกเสียงดัง

“เขมรุจี”

“ค่ะยัยแก้ว เรียกทำไมเสียงดังเนี่ย ตกใจหมดเลย” เธอหันมาทางคนเรียก หลังจากที่ได้ยินเสียงดังเข้ามาในโซนประสาทที่กำลังดำดิ่งไปกับความคิดเรื่องผู้ชายบ้าคนนั้นอยู่

“เป็นอะไรมากไหมแก ฉันเรียกแกอยู่ตั้งนานสองนานไม่ได้ยิน มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”

คมแก้วนึกเป็นห่วง เกรงว่าเพื่อนจะเก็บมาคิดมากจนล่มป่วย เพราะทุกครั้งที่เธอคิดมากเกินไป จะนอนซมอยู่เป็นวันๆ

“ไม่มีอะไรหรอก พอดีฉันคิดอะไรเพลินไปหน่อยนะ ทานข้าวกันต่อดีกว่า อย่าใส่ใจเลย” เขมรุจีบอกปัด ไม่อยากให้เพื่อนต้องเป็นห่วง จึงยิ้มฝืดๆ ไปให้

“ไม่หน่อยแล้วมั้งแก ฉันว่าแกควรที่จะปล่อยวางบ้างนะก่อนที่จะเป็นบ้าไปเสียก่อน” คมแก้วว่าให้ เธอคิดว่าเพื่อนต้องมีเรื่องปิดบังเธออยู่แน่ แต่แค่ไม่ยอมเล่าให้เล่าเท่านั้น

“รู้แล้วค่ะ...”

ยังไม่ทันจะได้พูดจบอาจารย์หนุ่มก็ถือถาดอาหารจานเด็ดของร้านเข้ามาขัดจังวะเสียก่อน สองสาวจึงต้องพับเก็บเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่ทิ้งไป  

“อาหารจานเด็ดมาแล้ว อาจารย์ลงมือทำเองเลยนะ”

“ไม่น่าล่ะค่ะ หายไปนานเชียว” เขมรุจีเย้าอาจารย์หนุ่มเสียงใส พร้อมกับก้มลงสูดความหอมของอาหารที่เตะจมูกจนห้ามใจไม่ให้ก้มลงมาดมเสียไม่ได้

“อาจารย์บอกว่าจะทำอาหารเป็นการเลี้ยงส่งพวกเรา”

ดราโกมองสองสาวสลับกัน ก่อนมาหยุดลงที่หญิงสาวที่นั่งตรงข้ามกับลูกศิษย์ โดยที่เธอไม่รู้ตัว น่าเสียดายที่จะไม่ได้พบกันอีก พอหันมาทางลูกศิษย์ก็เห็นว่าหน้าหวานเศร้าลงเขาจึงเปลี่ยนเรื่องคุย

“...งั้นเราทานกันดีกว่า อาหารจะเย็นเสียหมด”

บทสนทนาต้องหยุดลง ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทานและมีเรื่องพูดคุยกันตลอดการรับประทานอาหาร ทำให้เขมรุจีลืมเรื่องเมื่อสิบนาทีก่อนไปเสียสนิท






        แสดง 19 - 19
วันที่โพสต์ :  3 มิ.ย. 2559 14:54 วันที่อัพเดท :   10 ก.พ. 2561 20:11    › จำนวนผู้เข้าชม 29404 คน
   › คะแนนโหวต 108 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :