นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ยั่วรักเลขาร้าย Hot Seduction -ทำมือพร้อมส่ง-    by Annakan
ชื่อตอน ตอน 1-13


ตอนที่ 1 อุษาสวรรค์

            ตอนสายๆ ที่ส่วนต้อนรับของโรงแรมสุดหรูก็ยุ่งและวุ่นวายเหมือนทุกวันมันคือเวลาที่ลูกค้าเช็คเอ้าท์รวมถึงเป็นช่วงที่ทัวร์จากบริษัทต่างๆ จะมารับลูกค้าไปท่องเที่ยวเช่นกัน ทุกคนต่างก็อยากได้รับบริการที่รวดเร็วและพนักงานคนสวยก็พยายามอย่างสุดความสามารถ

            “อุษาสวรรค์ รัตนสุข” คือผู้จัดการฝ่ายต้อนรับสุดมั่นและฝีมือการทำงานกว่าสิบปีก็เป็นที่ไว้วางใจจากเจ้าของโรงแรมเป็นอย่างมาก ช่วงเช้าเธอจะรับหน้าที่ดูแลลูกค้าส่วนตอนบ่ายจะขึ้นไปเป็นเลขาให้ผู้บริหารสุดหล่อ ที่ไปเฉพาะช่วงบ่ายก็เพราะเจ้านายของเธอจะมาทำงานเอาตอนนั้นเพราะเขาอยากใช้เวลากับครอบครัวและที่สำคัญเขากำลังจะวางมือจากการบริหารโรงแรมแล้วส่งต่อให้น้องชายที่จะกลับมาสัปดาห์นี้

            “คุณวิน น้องแพร สวัสดีค่ะ” อุษาสวรรค์หรือแอ้มเพิ่งจะได้พักหายใจเพราะเพิ่งเคลียร์ลูกค้าชุดสุดท้ายแล้วเจ้านายก็เดินเข้ามาพอดี

            “ทานอะไรรึยังครับคุณแอ้ม” วินสตันทักทายลูกน้องด้วยความเป็นห่วง

            “นั่นสิ ลืมเลยเที่ยงกว่าแล้วเหรอเนี่ย” แอ้มมองนาฬิกาบนผนังแล้วเอามือทาบอกแล้วเลื่อนลงไปตรงหน้าท้องที่ตอนนี้ร้องโครกครากเชียว

            “ทำงานจนลืมกินข้าวอีกแล้วนะคะพี่แอ้ม” แพรนวลติงด้วยความไม่ชอบใจเพราะอุษาสวรรค์บ้างานเหลือเกิน ถ้างานไม่เสร็จอย่าหวังเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะกินจะนอนกับเขา

            “โอ๊ยๆๆ หนูดาวจ๋าช่วยน้าแอ้มด้วย น้าแอ้มโดนดุอีกแล้ว” อุษาสวรรค์ลงไปนั่งคุกเข่าแล้วเขี่ยแก้มเด็กหญิงทะเลดาวด้วยความมันเขี้ยว ตั้งแต่เกิดไม่เคยพบเจอเด็กที่ไหนน่ารักและยิ้มง่ายแบบหนูดาวมาก่อนเลย

            “คุณแอ้มไปทานข้าวเถอะครับแล้วบ่ายสองค่อยขึ้นไปข้างบน” วินสตันกล่าวแล้วเข็นรถลูกสาวเข้าลิฟต์ส่วนข้างกายคือภรรยาที่ถือสัมภาระเด็กอ่อนและกระเป๋าเอกสารหนึ่งใบ

            ห้องทำงานของวินสตันเปลี่ยนไปมากพอดู ตอนนี้ห้องกระจกที่เคยเป็นห้องครัวกลายเป็นห้องเด็กอ่อนที่ภรรยากับลูกสาวจะวุ่นกันอยู่ในนั้น ส่วนโต๊ะที่ภรรยาเคยนั่งทำรายงานโดนยกออกไปแล้วแทนที่ด้วยโต๊ะตัวใหม่พร้อมเครื่องใช้สำนักงานครบครันและตรงนี้คือที่นั่งของอุษาสวรรค์

            วินสตันตั้งใจว่าพอน้องชายกลับมาเขาจะยกโรงแรมให้น้องดูแลส่วนเขาและครอบครัวจะย้ายไปอยู่เขาใหญ่แบบถาวรจะได้ดูแลสนามกอล์ฟที่เพิ่งเริ่มสร้างได้เต็มที่และที่สำคัญภรรยาของเขาชอบที่นั่นมาก

            “พี่แอ้มนี่น่าตีนักเชียว” แพรนวลยังไม่ยอมหยุดบ่น เธอไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้กินข้าวตรงเวลาสักวันแต่ก็น่าแปลกที่ไม่เห็นจะป่วยจะไข้สักที

            “บ่นทุกวันเลยไม่เบื่อเหรอครับที่รัก”

            “พี่วินว่าแพรเหรอ”

            “โอ๋ๆๆ พี่ผิดไปแล้ว ขอโทษนะครับ”

ชายหนุ่มรวบตัวภรรยามากอดแล้วมอบจุมพิตแสนดูดดื่มให้เธอ ถึงจะอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมาเป็นปีๆ แต่เขาก็ไม่เคยเบื่อเธอเลยแม้สักนาทีเดียว

            “พี่วิน” เมื่อริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเป็นอิสระพวงแก้มของเธอก็ขึ้นสีแดงเข้ม เขาชอบจู่โจมโดยไม่ให้ตั้งตัวตลอดเลย

            “จ๋า เรียกนี่อยากให้จูบอีกครั้งใช่ไหมครับ”

            “ทำงานเลยค่ะ แพรจะไปเล่นกับลูกแล้ว” แพรนวลว่าแล้วเข็นลูกเข้าห้องกระจกเพื่อกลบความอายของตัวเอง ต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็ยังประหม่าอยู่ดีเวลาแนบชิดกัน

            วินสตันจึงนั่งประจำที่ของตัวเองส่วนแพรนวลพาทะเลดาวเข้าห้องกระจก สองแม่ลูกจะทำกิจกรรมด้วยกันอาทิเช่น ระบายสี อ่านหนังสือ ฟังเพลงและที่เธอต้องหอบลูกมาทำงานทุกวันก็เพราะสามีอ้อนวอนว่าไม่อยากให้เธอกับลูกอยู่ห่างสายตา

            “ก็พี่คิดถึง ยิ่งตอนทำงานเหนื่อยๆ แล้วได้กอดแพรกับลูกมันดีมากเลยนะครับ” นั่นคือคำที่เขาใช้แล้วใครจะใจร้ายได้ลงคอและที่สำคัญเธอก็ไม่อยากอยู่ไกลเขาด้วย

โรงอาหารของพนักงาน

            อุษาสวรรค์ยืนอยู่กลางห้องโถงสีขาวสะอาดและกำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะกินอะไรดีและเธอก็ตกเป็นเป้าสายตาให้หนุ่มๆ โลมเลียเหมือนทุกวัน

เธอคือสาวไทยแท้หน้าสวยเฉี่ยววัยยี่สิบแปดปี ผมของเธอซอยสั้นและทำสีโทนน้ำตาลแดงแต่ส่วนที่เย้ายวนที่สุดก็คือริมฝีปากรูปกระจับที่เผยอนิดๆ

            ร่างสูงระหงยืนคิดอยู่เพียงอึดใจแล้วก้าวอย่างว่องไวไปตรงซุ้มอาหารที่ต้องการ อุษาสวรรค์เป็นคนกระฉับกระเฉงและคิดเร็วถ้าต้องตัดสินใจเรื่องไหนก็จะคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วลงมือทำทันทีแต่การคิดของเธอใช้เวลาไม่นานเพราะเธอไม่ชอบความยืดยาด

            “นั่งด้วยนะแอ้ม” อชิระหรือโอผู้จัดการฝ่ายขายเอ่ยขอโดยไม่รอคำตอบ อุษาสวรรค์ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเธอก็รู้จักและสนิทสนมกับอีกฝ่ายพอสมควร

            “วันนี้กับข้าวเยอะมากเลยเนอะ” อชิระชวนคุย

            “อืม” อุษาสวรรค์ตอบแบบผ่านๆ เพราะหัวสมองของเธอกำลังวางแผนงานรอบบ่ายอยู่

            “คืนนี้ไปเที่ยวกันไหมแอ้ม เด็กๆ ในแผนกก็ไป วันเกิดตุ๊ดตู่อ่ะ”

            “ขอโทษนะโอ ช่วงนี้แอ้มงานยุ่งเดี๋ยวคุณบรูโน่จะมาแล้วแอ้มต้องเตรียมเอกสารบรีฟงานเยอะมาก ฝากสุขสันต์วันเกิดตุ๊ดตู่ด้วยนะ”

            “เสียดายจัง” อชิระตอบแบบเซ็งๆ เขาหาทางชวนหญิงสาวไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ แต่เหมือนเธอจะรู้ตัวเพราะถ้าเป็นการไปกันตามลำพังเธอไม่เคยไปด้วยสักครั้ง จะมีก็แต่งานวันเกิดงานเลี้ยงสังสรรค์มากกว่าที่เธอจะยอมมาด้วย พูดง่ายๆ ก็คือเธอไม่เปิดโอกาสให้เลยสักนิดแม้เขาจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม

            อชิระชื่นชมและหลงรักอุษาสวรรค์มาหลายปีแน่แหละเพราะเธอสวยสะดุดตา เดินไปทางไหนหนุ่มๆ ก็มองจนตาเหล่แต่เธอมีดีกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นความคิดอันเฉียบคม ความแม่นยำเรื่องงาน เธอเป็นผู้หญิงที่มีพลังล้นเหลือมากๆ ตั้งแต่รู้จักกันเขาแทบไม่เคยเห็นเธอทำหน้าเศร้าเหงาหงอยเลยสักวัน เธอสดใส เซ็กซี่แต่ก็แฝงความบริสุทธิ์อ่อนหวานอยู่ข้างในเพราะถึงจะเป็นคนหัวสมัยใหม่แต่ก็รักนวลสงวนตัวสุดๆ

            “งานเป็นไงบ้างโอ” เมื่อตกผลึกความคิดเรียบร้อย แอ้มก็พาตัวเองกลับมาอยู่กับคนตรงหน้า เธอรู้ว่าอชิระชอบเธอแต่เธอไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้นเลยดังนั้นบทสนทนาที่ปลอดภัยจึงเป็นเรื่องงานเท่านั้นเพราะเธอไม่อยากให้ความหวังใคร

            “ยุ่งแต่ไม่เท่าแอ้มหรอก” ชายหนุ่มตอบแล้วส่งยิ้มหวานให้ อุษาสวรรค์คันปากเหลือเกินเธออยากบอกว่าให้เลิกหวังลมๆ แล้งๆ สักทีแต่ก็ยั้งปากไว้เพราะการทำลายหัวใจคนอื่นมันไม่ดีแน่ ตราบใดที่เธอวางตัวอยู่ในฐานะเพื่อนร่วมงานก็จะไม่มีใครต้องเจ็บปวด

            “หาเวลาพักบ้างนะแอ้ม”

            “ขอบคุณนะคะพี่โอแล้วเจอกันนะ” อุษาสวรรค์บอกแล้วลุกออกไป

  

ตอนที่ 2 โสดแต่ไม่แคร์

            งานช่วงบ่ายยังเป็นการเตรียมเอกสารให้เจ้านายคนใหม่เหมือนเดิมและวันนี้คงจะเสร็จสักทีเพราะพรุ่งนี้จะตรวจความเรียบร้อยทั้งหมดอีกไม่กี่วันเขาก็จะมาถึงเมืองไทยแล้ว เธอไม่แน่ใจว่าเจ้านายจะเข้ามาโรงแรมตั้งแต่วันแรกเลยรึเปล่าจึงต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมที่สุด

            “น้าแอ้มขา งานเสร็จรึยังคะ” ถ้าเห็นว่าสามีและเลขาไม่ได้ยุ่ง แพรนวลก็จะพาลูกสาวออกมาตอนห้าโมงครึ่งเพื่อให้ทั้งสองคนได้พักสายตาบ้าง

            “อีกนิดเดียวจ้ะหนูดาว รอน้าแอ้มแปบเดียวนะเดี๋ยวโดนฟัดแน่” อุษาสวรรค์ตอบด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย ถ้าไม่สนิทกันจะไม่มีวันรู้เลยว่าสาวมั่นแบบแอ้มจะมีมุมน่ารักน่าหยิกแบบนี้กับเขาด้วย

            “ปาป๊าล่ะคะ ทำงานถึงไหนแล้ว” แพรนวลอุ้มลูกไปหาสามีแล้วยิ้มให้

            “เกือบเสร็จแล้วครับ แพรล่ะเป็นยังไงบ้างวันนี้เวียนหัวมากไหม” วินสตันลุกขึ้นยืนแล้วรับลูกสาวไปอุ้ม

            “ไม่ค่ะ แปลกจังที่ท้องนี้ไม่แพ้สักนิด”

            “เจ้าตัวเล็กกลัวคุณแม่เหนื่อยไงครับ”

            “แล้วพี่สาวคนโตก็น่ารักเลี้ยงง่ายเหมือนกัน ปาป๊ากับคุณแม่เลยสบาย” ชายหนุ่มหอมแก้มเด็กน้อยซ้ำไปซ้ำมา มันคือการเพิ่มพลังที่ดีที่สุด

            แพรนวลตั้งครรภ์อ่อนๆ และท้องนี้ได้ลูกชาย วินสตันดีใจมากที่ทะเลดาวจะได้มีเพื่อนเล่นไม่ต้องเหงาคนเดียวและเขาคิดว่ามีแค่สองคนก็พอแล้วภรรยาจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป

            “น้าแอ้มเสร็จงานแล้วจ้า” อุษาสวรรค์ไปล้างมือแล้วเดินมาหยุดตรงหน้าวินสตัน ชายหนุ่มอมยิ้มน้อยๆ แล้วส่งลูกสาวให้เธอเพราะเขาเองยังต้องเคลียร์งานอีกนิดหน่อยจะมาโอ้เอ้อยู่ไม่ได้

            สามสาวพากันไปอยู่ในห้องกระจกแล้วชวนกันเล่นเกม แพรนวลนับถืออุษาสวรรค์เหมือนพี่สาวและอุษาสวรรค์ก็เอ็นดูแพรนวลเหมือนน้องสาวเช่นกัน ถึงจะรู้จักกันไม่นานแต่ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันรวดเร็วมาก

            ตอนแรกแพรนวลตั้งใจว่าพอคลอดลูกก็จะมาช่วยสามีทำงานแต่ยังไม่ทันจะได้จัดการอะไรให้เรียบร้อยคุณสามีก็เสกเด็กเข้าท้องอีกแล้ว เธอกับเขาจึงตกลงกันว่าจะให้อุษาสวรรค์มาช่วยงานเอกสารก่อนเพราะว่าบรูโน่ใกล้จะกลับมาเต็มทีส่วนวินสตันเองก็ยุ่งกับโปรเจคสนามกอล์ฟที่เขาใหญ่

            “ห้องทำงานคุณบรูโน่เสร็จเรียบร้อยแล้วนะ แพรกับคุณวินจะไปตรวจสอบอีกครั้งไหม”

            “ไม่ล่ะค่ะถ้าพี่แอ้มว่าเรียบร้อยก็ตามนั้น” แพรนวลตอบแต่ตายังมองกระดานเกมอย่างเอาเป็นเอาตายก็เธอกำลังจะแพ้ให้อุษาสวรรค์นี่นา

            “โอ๊ย แพ้ตลอดเลย” คุณแม่บอกด้วยความหงุดหงิด

            “โอ๋ๆ เรามาอ่านหนังสือให้หนูดาวกับเจ้าตัวเล็กในท้องฟังดีกว่า”

            “พี่แอ้มนี่เก่งจังเลยแพรอยากเก่งแบบพี่แอ้มบ้าง”

            “คนเราก็เก่งไปคนละแบบแหละไม่ต้องไปอยากเหมือนใครหรอก เก่งแบบพี่แต่ขึ้นคานนะ เอาไหมล่ะ”

            “ขึ้นคานอะไรล่ะ เนื้อคู่พี่แอ้มยังมาไม่ถึงต่างหาก”

            “แหม่ สงสัยจะนั่งรถสองแถวหวานเย็นถึงมาช้าเหลือเกิน” อุษาสวรรค์เอ่ยแล้วขำก๊ากจนแพรนวลก็กลั้นไม่ไหวแล้วทะเลดาวก็ขำกับเขาด้วย

            “หัวเราะอะไรกันครับสาวๆ” วินสตันมาทิ้งตัวลงข้างๆ ภรรยา

            “พี่แอ้มว่าเนื้อคู่ของเขานั่งรถสองแถวค่ะเลยมาไม่ถึงสักที”

            “ฮ่าๆ” วินสตันช่วยขำพอเป็นพิธีเพราะเขาไม่รู้ว่าอุษาสวรรค์จริงจังกับเรื่องนี้แค่ไหน ผู้หญิงเขาถือกันจะตายเรื่องขึ้นคานมันไม่ควรเป็นหัวข้อสนทนาหรือการล้อเลียนเป็นอย่างยิ่ง

            “คุณวินคะ แอ้มไม่ได้ซีเรียสหรอก แอ้มเฉยๆ ค่ะ อยู่คนเดียวก็สบายดี”

            “ผมก็คิดว่าอย่างนั้นครับ คุณแอ้มคงจะหาคนที่เก่งกว่าตัวเองยากแน่ๆ”

            “ผู้ชายยอมไม่ได้สินะถ้าผู้หญิงจะเก่งกว่า”

            “ก็ไม่ทุกคนหรอกครับแต่บางคนเขารู้สึกเสียเชิง”

            “เชิญเลยจ้ะ แอ้มอยู่กับหนูดาวก็ได้มีหลานแล้วไม่เห็นต้องง้อผู้ชาย” อุษาสวรรค์กล่าวแล้วกลับไปเล่นกับทะเลดาวต่อ

            วินสตันเป็นคนสอบสัมภาษณ์อุษาสวรรค์ด้วยตัวเองและเขาคิดไม่ผิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นกำลังสำคัญที่จะนำพาโรงแรมให้ประสบความสำเร็จ เธอเก่ง รอบคอบ ไหวพริบดีและสวยประหารมาก ถ้าบอกว่าเป็นนางแบบก็ไม่มีใครสงสัยแน่ๆ

            “พี่แอ้มกลับบ้านเถอะค่ะ ค่ำมากแล้ว” แพรนวลบอกเมื่อนาฬิกาบอกเวลาว่าทุ่มกว่าๆ

            “โอ้โฮ! เล่นกับหนูดาวจนลืมเวลาเลยงั้นน้าแอ้มกลับก่อนนะคะแล้วเจอกันพรุ่งนี้” อุษาสวรรค์ฟัดเด็กน้อยเป็นการส่งท้ายแล้วออกไปล่ำลาเจ้านาย

             “พี่แอ้มนี่น่ารักจังเลยนะคะ ทั้งสวยทั้งเก่ง” แพรนวลคุยกับสามี

            “แต่แพรของพี่สวยกว่า”

            “แหม่ อย่ามาปากหวาน พี่วินเถอะเคยแอบชอบพี่แอ้มรึเปล่าทำงานด้วยกันมาตั้งนาน”

            “เอาความจริงไหม”

            “แล้วจะโกหกแพรเหรอ”

            “เปล่าค้าบแต่พี่ไม่กล้าพูดความจริง”

            “พี่ไม่เคยชอบคุณแอ้มเชิงชู้สาวเลย พี่ยอมรับว่าเธอสวยมากแต่เธอ เอ่อ เธอดุเกินไปพี่กลัว”

            “ฮ่าๆๆ พี่วินเนี่ยนะกลัวพี่แอ้ม”

            “ก็น่ากลัวไหมล่ะ ยิ่งตอนทำตาโตใส่นะ”

            “ก็จริงนะคะ พี่แอ้มเวลาดุนี่เหมือนเสือเลย”

            “แต่พี่ก็พลาดอยู่ดี”

            “พลาดอะไรคะ” แพรนวลถามเสียงเขียว

            “มีเมียดุกว่าเสืออีก”

            “พี่วิน”

            “ก็แพรชอบดุพี่นี่นาเวลาพี่นอนดึก“

            “ดุเพราะรักไม่ชอบใช่ไหมคะ แพรจะไม่ได้ยุ่งอีก”

            “โอ๋ๆๆ พี่รู้ว่าแพรรัก พี่ก็แค่อยากอ้อนให้แพรง้อแค่นั้นแหละ”

            “ง้อทำไม คนเจ้าเล่ห์” แพรนวลว่าแล้วอมยิ้ม เธอไม่ได้โกรธเขาหรอกหน้าเป็นขนาดนั้นใครจะโกรธลง

            “พี่รักแพรนะ ขอบคุณที่ห่วงพี่เสมอ” วินสตันบอกภรรยาด้วยเสียงหวานเชื่อม เขามองหญิงสาวร่างเล็กที่งามหยาดเยิ้มตั้งแต่วันแรกที่สบตากันแต่เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะงามมากขึ้นไปอีกเมื่อวงแขนของเธออุ้มลูกตัวน้อยๆ เอาไว้         

 

ตอนที่ 3 บรูโน่

            ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมแว่นตาดำเดินลากกระเป๋าใบโตเข้ามาในส่วนต้อนรับของโรงแรม ริมฝีปากของเขายกยิ้มน้อยๆ ด้วยความดีใจ แววตาที่ซ่อนอยู่ใต้แว่นเป็นประกายวิบวับเพราะความตื่นเต้นก็เรื่องเซอร์ไพรส์ที่วางแผนไว้มันเซอร์ไพรส์สมใจจริงๆ เขามาถึงได้เวลาเหมาะเจาะพอดีเป๊ะ

            “วันนี้มาหาน้าแอ้มแต่เช้าเลย” อุษาสวรรค์ถลาไปหาแม่หนูน้อยขวัญใจประจำตัว เธอก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงหลงรักทะเลดาวแบบหัวปักหัวปำถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งที่ทำงานตรงนี้เจอเด็กไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคนแต่เธอก็เฉยๆ ไม่ได้หลงรักอุ้มชูบูชาแบบหนูดาวสักคน

            ผู้มาเยือนมองครอบครัวของตัวเองแล้วทุกอย่างรอบกายก็พร่าเบลอไปหมดเมื่อผู้หญิงผมซอยสั้นคนนั้นอุ้มหลานของเขาไปกอดแนบอก ผมของเธอเป็นโทนสีน้ำตาลแดงสดใสแต่มันเทียบไม่ได้เลยกับรอยยิ้มพิมพ์ใจและท่วงท่าที่ไม่อาจละสายตา ริมฝีปากที่ระบายด้วยสีแดงอ่อนๆ เผยออ้าด้วยคำพูดที่เขาอ่านออกว่าหนูดาวจ๋า

            Do you have room available ?” บรูโน่กระชับมือไปที่กระเป๋าเดินทางแล้วมุ่งหน้าไปที่เคาน์เตอร์ เขาจงใจพูดกับชายหนุ่มในชุดสูทที่ยืนหันหลังโดยเฉพาะ

            “โน่” วินสตันชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่ถาม ทำไมเขาจะจำเสียงน้องชายตัวเองไม่ได้

            “เซอร์ไพรส์” บรูโน่กล่าวแล้วยิ้มกว้าง ในที่สุดก็ได้กลับบ้านเกิดสักที สองหนุ่มตระกูลดัวร์ต้าต่างกอดกันแน่นด้วยความคิดถึง

            “สวัสดีครับพี่แพร” ชายหนุ่มทักทายพี่สะใภ้

            “เจ้าเล่ห์จังเลยโน่ พี่กับพี่วินเพิ่งคุยกับเมื่อกี้ว่าจะเตรียมอาหารอะไรไว้ให้โน่ดี”

            “อะไรผมก็กินได้หมดแหละครับพี่แพร ว่าไงครับหนูดาว” หลังๆ มา ผู้หญิงที่เขาคิดถึงมากที่สุดก็คือนางฟ้าตัวน้อยคนนี้แหละ พี่ชายจะวิดีโอคอลมาหาบ่อยๆ เพื่ออวดลูกแล้วเขาก็หลงรักแม่หนูน้อยเข้าเต็มเปา

            “แอ้มขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” อุษาสวรรค์ส่งทะเลดาวให้เขาแต่ตานั่นก็มัวลีลาอ้อยอิ่งถอดแว่นอยู่ได้ เธอแอบกลอกตามองบนเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่งตัวยังกะหลุดมาจากนิตยสารแฟชั่น ผมเผ้าก็ใส่เยล เสื้อผ้าก็ฉีดน้ำหอมจนกลิ่นตีกันมั่วไปหมด เจ้าสำอางขนาดนี้จะทำงานเป็นกับเขาไหมเนี่ย

            “ขอบคุณครับ” บรูโน่ส่งยิ้มหวานไปให้หญิงสาวที่เขาถูกชะตาเป็นอย่างมากแต่อีกฝ่ายกลับทำหน้าบอกบุญไม่รับแล้วกลับไปนั่งประจำที่โดยไม่สนใจเขาอีกเลย

            บรูโน่เล่นกับหลานแต่สายตาเหลือบไปมองอุษาสวรรค์อยู่บ่อยๆ และเธอก็ยังจ้องคอมพิวเตอร์ไม่เหลียวมองมาตรงนี้สักนิด นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติมันประหลาดมากเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำถ้าคนแบบบรูโน่ส่งยิ้มให้ใครรายไหนรายนั้นละลายกลายเป็นเปลวเทียนทุกคนแต่ผู้หญิงคนนี้กลับทำท่าเฉยชาเธอทำเหมือนว่าเขาไม่ตัวตนด้วยซ้ำ

            “คุณแอ้มครับ วันนี้ขึ้นไปห้องทำงานพร้อมกันเลยดีกว่าจะได้เอาเอกสารให้เจ้าโน่เลย ไหนๆ ก็มาแล้ว ขอพี่เซอร์ไพรส์กลับบ้าง” อุษาสวรรค์จึงยอมละมือจากงานตรงหน้าแล้วลุกขึ้นยืน สายตาของเธอมองตรงไปที่ลิฟต์ด้วยความมุ่งมั่นเพราะเธอไม่อยากอยู่ตรงนี้หรืออย่างน้อยๆ อยู่ให้ไกลจากผู้ชายคนนั้นก็พอ

            เคยเป็นไหมล่ะ ไม่ถูกชะตากับใครตั้งแต่เจอครั้งแรก ?

            ใช่เลยตอนนี้อุษาสวรรค์กำลังอยู่ในสถานการณ์นั้น เธอไม่ชอบความเจ้าสำอางมันทำให้ภาพลักษณ์ของผู้บริหารไม่น่าเชื่อถือ ไหนจะแจ็คเก็ตหนังอีกจะไปดูคอนเสิร์ตร็อคที่ไหนแต่งตัวให้เข้ากับประเทศชาติบ้านเมืองมันจะตายไหม

            “แต่เขาเพิ่งมาถึงเมืองไทยนะแก” เสียงเล็กๆ ของความยุติธรรมกระซิบกับอุษาสวรรค์

            “มาถึงแล้วก็ถอดสิ จะใส่ไว้ทำเกลืออะไรล่ะ” หญิงสาวตอบกลับความคิดของตัวเอง สรุปง่ายๆ ทุกอย่างของผู้ชายคนนี้ขัดตาเธอไปหมด เขาไม่เหมือนคุณวินสตันเลยที่ทั้งหล่อ สุภาพ น่าเชื่อถือแต่อีตานั่นเจ้าชู้แน่ๆ เล่นหูเล่นตาแพรวพราวขนาดนั้นกับคนไม่รู้จักยังยักคิ้วหลิ่วตาให้มันน่าตบนัก คนแบบนี้จะคุมพนักงานได้ยังไงหรือคิดว่าแค่โปรยยิ้มหวานๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับตำแหน่งผู้บริหาร

            “พี่แอ้มคะ” แพรนวลเรียกเพราะอุษาสวรรค์ไม่ยอมเดินสักที เธอสังเกตสีหน้าของแอ้มก็พบว่ามันมีความไม่พอใจแฝงอยู่ในนั้น

            “ขอโทษทีจ้ะแพร พี่คิดเรื่องงานเพลินไปหน่อย” อุษาสวรรค์ตอบแล้วผายมือเชิญให้เจ้านายกับครอบครัวเดินไปก่อน         

            “ขอบคุณค่ะ” แอ้มตอบแบบเสียไม่ได้เมื่อบรูโน่เชิญให้เข้าลิฟต์และตอนนี้เธอกำลังโมโหตัวเองมากที่หงุดหงิดกับเรื่องอะไรไม่เข้าท่าที่สำคัญเธอจะด่าเจ้าของโรงแรมไม่ได้ถึงจะแค่ในใจก็ตาม เธอไม่ถูกชะตากับเจ้าหัวเมือกเสื้อหนังนี่จริงๆ ให้ตายสิ!

            “คุณแอ้มใช่ไหมครับ” บรูโน่ชวนคุย

            “ใช่ค่ะ” เธอตอบแล้วพยายามไม่ชักสีหน้าหรือกลอกตาไปมา เธออยากเอาแว่นดำของเขามาใส่มากจะได้กลอกล่างกลอกบนให้หนำใจโดยไม่มีใครเห็น ยิ่งมาอยู่ในที่อับและแคบกลิ่นน้ำหอมของตานี่ก็ยิ่งชวนเวียนหัวคนเรามันจำเป็นต้องฉีดน้ำหอมมากขนาดนี้เพื่ออะไร

            “นี่อุษาสวรรค์หรือคุณแอ้ม เธอเป็นผู้จัดการฝ่ายต้อนรับแล้วก็เป็นเลขาพี่ด้วยเรื่องงานไว้ใจเธอได้เนี๊ยบ เป๊ะ ไวไม่มีใครสู้” วินสตันกล่าวแนะนำด้วยความภาคภูมิใจ

            “ขอบคุณค่ะ คุณวินก็ชมเกินไป” เธอตอบด้วยเสียงหวานเชื่อมและส่งยิ้มให้เจ้านายด้วยความเคารพ เธอโชคดีมากที่คุณวินสตันให้โอกาสและเห็นคุณค่าของเธอเสมอแต่ตอนนี้มีคนไม่สบอารมณ์เพิ่มมาอีกคนแล้วก็บรูโน่ไง

            ถ้าตาไม่ได้บอดและหูไม่ได้หนวกก็จะเห็นและได้ยินชัดเจนว่าการพูดและสายตาที่ผู้หญิงคนนั้นมีให้พี่ชายของเขามันเป็นมิตรและสนิทสนมแค่ไหน โอเคเราเพิ่งเจอกันไม่ถึงห้านาทีไม่ต้องสนิทก็ได้แต่ก็ควรจะเป็นมิตรหน่อยไหม มองจากอังกฤษยังเห็นเลยว่าสายตาของเธอที่มองเขามันดุดันและเต็มไปด้วยความไม่พอใจซึ่งเขาไม่เข้าใจว่าทำไม ก็ในเมื่อไม่เคยเจอไม่เคยคุยกันมันจะมีอะไรทำให้เธอต้องขัดเคือง

            “ไม่หรอกค่ะ พี่แอ้มเก่งจริงๆ ถ้าไม่มีพี่แอ้มโรงแรมเราแย่แน่ๆ”

            “ขอบใจจ้ะ” อุษาสวรรค์หยิกแก้มแพรนวลเบาๆ ด้วยความเอ็นดู บรูโน่มองด้วยความประหลาดใจมากเขารู้ว่าสองคนนี้รู้จักกันแต่ไม่คิดว่าจะสนิทชิดเชื้อถึงขนาดหยิกแก้มจับมือถือแขนประหนึ่งเป็นพี่น้องคลานตามกันมา

            ระยะเวลาในลิฟต์แค่ไม่กี่นาทีบรูโน่ก็เห็นแล้วว่าทั้งสี่คนสนิทสนมกันเพียงใด ผู้หญิงคนนั้นราวกับเป็นน้องสาวของพี่ชายเขาก็ไม่ปาน

            “คุณวินรับกาแฟเลยไหมคะ” อุษาสวรรค์ถามเมื่อก้าวเข้ามาในห้องทำงาน

            “ให้แม่บ้านเขามาทำดีกว่าครับ” วินสตันตอบด้วยความเกรงใจ

            “แหม่ คุณวินคะแค่ชงกาแฟเอง แอ้มทำได้ค่ะ รับเลยเนอะ” วินสตันจึงตอบตกลงและไม่ลืมขอบคุณ

            “ของคุณรับอะไรดีคะ”

            “น้ำตาลหนึ่ง ครีมสอง กาแฟสาม ขอบคุณครับ” บรูโน่ตอบและส่งยิ้มไปให้และเช่นเคยที่เธอเมินหน้าเดินหนีไปเฉยๆ

            “มาแล้วค่ะ นี่ของหนูดาวส่วนนี่ของคุณแม่จ้ะ” อุษาสวรรค์วางกาแฟหอมกรุ่นให้ชายหนุ่มทั้งสองคน ของหนูน้อยเป็นนมสดและของแพรนวลเป็นน้ำส้มเย็นเจี๊ยบชื่นใจ

            “แค่กๆๆ” บรูโน่จิบกาแฟไปได้อึกเดียวก็สำลักจนหน้าแดง

            “เอ้า เป็นอะไรเจ้าโน่ รีบเหรอ” วินสตันแหย่น้องชายแล้วส่งทิชชู่ให้

            “หวานเจี๊ยบเลย” ชายหนุ่มบอกและหัวเสียหน่อยๆนี่จงใจแกล้งกันใช่ไหม

            “ขอโทษนะคะ ดิฉันจำสับสนระหว่างกาแฟกับน้ำตาลเดี๋ยวดิฉันไปชงให้ใหม่”

            “ไม่เป็นไรผมไปเติมกาแฟเองก็ได้” บรูโน่ขยำทิชชู่ทิ้งแล้วเดินไปทางมุมครัวเล็กๆ

            “ขอโทษด้วยนะคะคุณวิน แอ้มไม่ได้ตั้งใจ” เธอบอกเสียงอ่อยๆ

            “ไม่เป็นไรหรอก ผมชอบเห็นเจ้าโน่มันหงุดหงิด ฮ่าๆๆ” วินสตันเอ่ยแล้วหัวเราะลั่น รู้จักกันมาทั้งชีวิตทำไมจะดูไม่ออกว่าไอ้น้องชายหน้าอ่อนกำลังน้อยใจและที่สำคัญมันอิจฉาพี่ชายอยู่แน่ๆ ที่สนิทกับใครบางคน

 

ตอนที่ 4 ฟ้ากับเหว

          อุษาสวรรค์นั่งทำงานอยู่ที่มุมของตัวเองระหว่างที่ครอบครัวเจ้านายพูดคุยกันด้วยเรื่องต่างๆ นานา แค่เพียงครึ่งชั่วโมงเธอก็เห็นแล้วว่าพี่กับน้องต่างกันราวฟ้ากับเหว คุณวินสตันพี่ชายคือผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริงเขาสุภาพ สุขุม มีความเป็นผู้นำ บุคลิกของเขาเหมือนเกิดมาเพื่อเป็นผู้บริหารแต่น้องชายคือเด็กเพิ่งเรียนจบที่ไม่รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร มีอย่างที่ไหนนั่งไขว่ห้างชี้เท้าไปทางพี่สะใภ้แถมกระดิกตลอดเวลา

          การพูดจาก็เอะอะโวยวายไม่น่าฟังแถมเล่นหูเล่นตาตลอดมันดูไม่มีความจริงใจและไม่เป็นมืออาชีพ พนักงานสาวๆ ในโรงแรมได้ปั่นป่วนแน่ถ้ามีเจ้านายคนใหม่ให้ท่าแบบนี้ จริงอยู่ว่าคุณวินสตันก็ปั่นป่วนอารมณ์สาวๆ แต่เขาไม่เคยแสดงท่าทางหรือให้ความหวังมีแต่พวกเธอๆ นั่นแหละที่หวังลมๆ แล้งๆ กันไปเอง ก็บอกว่าแล้วว่าคุณวินสตันเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำอย่างแท้จริงเขารู้กาลเทศะทำตัวน่าเคารพ

          “คุณแอ้มครับ ผมรบกวนขอเอกสารที่คุณแอ้มเตรียมไว้ได้ไหมครับ” วินสตันเอ่ยถามเลขา

          “นี่ค่ะ คุณวิน” อุษาสวรรค์หยิบแฟ้มสองแฟ้มที่เตรียมไว้แล้วยื่นให้เจ้านาย วินสตันไม่ได้เปิดอ่านเพราะเขาอ่านมันมาสองรอบตั้งแต่วันก่อนแล้วก็ไม่พบข้อผิดพลาด ก็บอกแล้วว่าอุษาสวรรค์คือพนักงานมือหนึ่งเธอไม่เคยพลาดงานอะไรที่มาจากมือเธอรับรองว่าเรียบร้อยทุกชิ้น

          “คุณแอ้มทำเองเหรอครับ” บรูโน่ถามด้วยความทึ่งหน่อยๆ เลขาอะไรจะคำนวณรายรับรายจ่ายได้แม่นยำขนาดนี้

          “ใช่ค่ะ ดิฉันทำเอง ถ้ามีตรงไหนที่ผิดพลาดคุณบรูโน่แจ้งดิฉันได้เลยค่ะ”

          “ไม่มีครับ ผมแค่ทึ่งในความสามารถของคุณเห็นว่าทำงานในแผนกต้อนรับแต่ไม่คิดว่าจะทำบัญชีแบบนี้ได้” บรูโน่กล่าวแล้วมองตาอีกฝ่ายเพื่อแสดงความจริงใจ ทำไมเธอจะต้องทำตัวห่างเหินเย็นชาแบบนี้ด้วยนะ ฟังสรรพนามที่พูดสิเหมือนคนไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อนทั้งที่เขาคือน้องชายของพี่วินแท้ๆ

          “คุณแอ้มเขาจบบัญชีมา” วินสตันบอกน้องชาย

          “เก่งจังเลยนะครับ ทำงานไม่ตรงสายได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้” บรูโน่ชื่นชมอีกครั้ง

          วินสตันอยากจะขำออกมาดังๆ ดูท่าน้องชายจะเป็นเอามาก มองคุณแอ้มจนตาเยิ้มขนาดนี้แสดงว่าหลงเสน่ห์เข้าเต็มเปา น่าแปลกที่คราวนี้ชอบรุ่นใหญ่เพราะสาวๆ ส่วนมากของเจ้าโน่จะเป็นเด็กวัยใสมากกว่า

          “ขอบคุณค่ะ ดิฉันขอตัวไปทำงานต่อนะคะ” อุษาสวรรค์ตอบแล้วกลับไปนั่งที่ตัวเอง

          บรูโน่อ่านข้อมูลในแฟ้มเงียบๆ แล้วก็ไม่พบข้อผิดพลาดแบบที่พี่ชายว่าจริงๆ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาปิ๊งผู้หญิงจากท่าทางและความฉลาดไม่ใช่ส่วนสัดและหน้าตาใช่ว่าอุษาสวรรค์ไม่สวยนะเธอสวยมากแต่สิ่งแรกที่ทำให้เขาหลงเสน่ห์ก็คือรอยยิ้มและท่วงท่าสดใสกระฉับกระเฉงมันเหมือนเธอมีพลังล้นเหลือและสามารถทำอะไรก็ได้บนโลกใบนี้

          เขาอายุยี่สิบห้าไปอยู่เมืองนอกหลายปี ความรักหรือจริงๆเรียกว่าเซ็กส์ที่ผ่านๆ มาจะเหมาะกว่า เป็นแค่เรื่องฉาบฉวยของหน้าตาและสัดส่วน ผู้หญิงที่ควงอย่างแรกต้องสวย ต่อมานมใหญ่ต่อมาก็….ไม่มีแล้ว แค่สองอย่างนี้ก็เพียงพอกับการพาขึ้นเตียง ความสัมพันธ์แบบจริงจังไม่เคยเกิดขึ้นเพราะไม่เคยมีใครทำให้เขาอยากไปถึงจุดนั้น

          “คุณแอ้มครับวันนี้ผมไม่มีประชุมอะไรใช่ไหมครับ ถ้าจำไม่ผิด” วินสตันถามเลขาเมื่อเจ้าน้องชายอ่านเอกสารจบ

          “ไม่มีค่ะคุณวิน”

          “แพรครับ งั้นเรากลับกันเลยไหมไปเซอร์ไพรส์คนที่บ้านกัน” ชายหนุ่มถามภรรยาแต่คนที่ยิ้มด้วยความปลื้มใจกลับเป็นเลขาหน้าสวยและบรูโน่ก็ยิ่งขัดใจ ดูเหมือนว่าพี่ชายเขาทำอะไรก็เป็นที่ปลื้มอกปลื้มใจของเลขาไปซะหมด เขารู้ว่าพี่ชายเป็นคนสุภาพและใครๆ ก็ชื่นชมในเรื่องนั้นแต่เขาเองก็พูดเพราะไม่ต่างจากพี่สักหน่อย ทำไมเธอไม่ปลื้มแบบนั้นบ้าง

          ที่อุษาสวรรค์ยิ้มเพราะเธอชอบมองเวลาที่วินสตันกับแพรนวลคุยกันมันเปี่ยมไปด้วยรักและความใส่ใจอย่างแท้จริง คุณวินสตันถึงจะเคยคบผู้หญิงมาหลายคนแต่เธอไม่เคยเห็นเจ้านายห่วงใยใครเท่าแพรนวลมาก่อน ผู้หญิงคนนี้คือรักแท้คือทั้งหมดของผู้ชายคนนี้จริงๆ ไม่ว่าเรื่องที่ต้องตัดสินใจจะเล็กน้อยแค่ไหนคุณวินสตันก็จะถามแพรนวลก่อนเสมอมันแสดงถึงความให้เกียรติภรรยาที่น่ารักมากๆ

          “ดีเลยค่ะพี่วิน ม่าม้ากับคุณพ่อต้องดีใจแน่เลย”

          “แต่ไม่รู้พ่อกับแม่แพรจะดีใจไหม” วินสตันแหย่ให้น้องชายใจเสียเล่นๆ

          “ฮ่าๆๆ พี่วินเนี่ย พ่อกับแม่แพรต้องชอบโน่อยู่แล้วค่ะ” แพรนวลอดขำไม่ได้ที่พี่ชายคอยจะแหย่น้องอยู่ตลอดเวลา

          “คุณแอ้มไปด้วยกันนะครับ” วินสตันพูดกับเลขาแต่หลิ่วตาให้น้องชาย บรูโน่แอบทำท่าชกลมด้วยความดีใจที่พี่ชายรู้ใจ

          “เดี๋ยวนะ ? นี่แปลว่าพี่วินรู้ว่าเราปิ๊งคุณแอ้มเหรอ ? ดูง่ายขนาดนั้น ?” ชายหนุ่มทำท่าชกลมค้างกลางอากาศแล้วมองหน้าพี่ชายด้วยความงงงวย

          Yes!” วินสตันขยับปากแล้วฉีกยิ้มให้คนที่โดนจับได้

          “เอ่อ อย่าเลยค่ะคุณวิน แอ้มเป็นแค่พนักงาน ครอบครัวคุณวินคงอยากฉลองกันเป็นการส่วนตัวมากกว่า”

          “พนักงานคนโปรดของม่าม้านะครับ นี่ม่าม้ายังถามอยู่เลยว่าเมื่อไหร่คุณแอ้มจะมาหาอีก”

          ตั้งแต่แพรนวลแต่งงานกับวินสตันเธอก็สนิทกับอุษาสวรรค์มากเรียกว่าเหมือนพี่น้องกันด้วยซ้ำเพราะทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันตลอดในเวลาทำงานและบางวันที่วินสตันมีประชุมก็ได้อุษาสวรรค์นี่แหละที่อยู่เป็นเพื่อนและช่วยเลี้ยงทะเลดาว

          “เอ่อ คือแอ้มว่ามันคงไม่ดีถ้าแอ้มจะไปวันนี้”

          “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมบอกม่าม้าก็ได้ว่าให้รอไปก่อน” วินสตันกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าๆ บรูโน่อยากมอบรางวัลออสการ์ให้พี่ชายมากที่แสดงได้สมบทบาทเหลือเกิน

          “ถ้าคุณวินคิดว่าแอ้มควรไปวันนี้แอ้มก็จะไปค่ะแอ้มไม่ได้ไม่อยากไปนะคะแต่แอ้มเกรงใจจริงๆ แอ้มคิดว่าควรจะมีแค่คนในครอบครัวเท่านั้น” เมื่อได้ยินคำว่าให้ท่านรอไปก่อน อุษาสวรรค์ก็รู้ว่าไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะทำแบบนั้น เธอเป็นเด็กเป็นผู้น้อยจะปล่อยให้ผู้ใหญ่รอได้ยังไง

          คุณเฟยกับคุณฟาเบียนใจดีกับเธอมาก พักหลังเธอเจอท่านทั้งสองคนบ่อยๆ ทั้งที่โรงแรมและที่บ้านเพราะแพรนวลชวนไปทานข้าวหรือไม่ก็พากันทำขนม และเธอก็ได้รู้ความลับว่าทำไมเจ้านายของเธอถึงเติบโตมาดีพร้อมสมบูรณ์ทุกด้านเพราะบิดากับมารดาของเขารักและใส่ใจลูกชายนั่นเอง

          “คุณแอ้มก็น่าจะรู้นะครับว่าม่าม้ากับแด๊ดไม่ได้มองคุณแอ้มเป็นแค่พนักงาน”

          “ขอบคุณนะคะคุณวิน” อุษาสวรรค์กล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ

          “จะเป็นแค่พนักงานได้ยังไง พี่แอ้มเป็นพี่สาวแพรนะ ลืมเหรอแล้วก็เป็นน้าของหนูดาวด้วย” แพรนวลเดินไปหาเลขาคนเก่งแล้วส่งลูกสาวให้เธออุ้ม

          บรูโน่ตกอยู่ในห้วงความฝันอีกแล้ว ทำไมตอนมองเธออุ้มเด็กแล้วหัวใจมันล่องลอยชอบกล ในหัวมันคิดแต่ว่าถ้าเด็กที่อุ้มคือลูกของเขากับเธอมันจะดีแค่ไหน

          ใช่แล้วอุษาสวรรค์คือผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่บรูโน่อยากมีลูกอยากสร้างครอบครัวด้วย ชายหนุ่มลุคแบดบอยสิ้นท่าโดยสิ้นเชิงเมื่อมาเจอเลขาลุคเย่อหยิ่ง

          “คุณไม่ชอบผมก็ได้แต่ผมมีกองหนุนเพียบ” บรูโน่คิดในใจแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ ก็ถ้าม่าม้ากับแด๊ดเอ็นดูขนาดนี้ก็ใช้ให้เป็นประโยชน์สิไหนจะพี่ชายพี่สะใภ้อีกและที่สำคัญหลานสาวตัวน้อยต้องช่วยได้มากแน่ๆ

 

 

ตอนที่ 5 นอกสายตา

          “โน่” เฟยแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อหันมาเจอลูกชายคนเล็กยิ้มร่าอยู่หน้าบ้าน

          “คิดถึงม่าม้าที่สุดเลยครับ” ชายหนุ่มร่างโตรัดมารดาจนแน่นให้สมกับที่ห่างกันไปหลายปีถึงจะกลับมาเยี่ยมบ้านเป็นครั้งคราวแต่ก็มาแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น

          “ไปหาพี่เขามาก่อนเหรอ”

          “ใช่ครับม่าม้าแล้วแด๊ดไปไหนครับ”

          “ไปตลาด มาๆ เข้ามานั่งกันก่อน”

          “สวัสดีค่ะคุณแม่” อุษาสวรรค์รอให้แม่ลูกทักทายกันเรียบร้อยเธอจึงเข้าไปสวัสดี

          “นึกว่าจะให้คนแก่รอจนตาย” เฟยรวบเด็กสาวไปกอด

          “คุณแม่ต้องอยู่กับหนูอีกนานค่ะ”

          “จะอยู่ไม่นานเพราะไม่มีใครสนใจคนแก่น่ะสิ” เฟยตัดพ้อเพราะเกือบสองเดือนแล้วที่ไม่ได้เจอหน้าอุษาสวรรค์เลย

          “หนูสัญญาว่าจะมาหาคุณแม่ให้บ่อยขึ้นนะคะ ถ้าคุณแม่ไม่เบื่อซะก่อน”

          “ใครจะเบื่อล่ะ” แล้วทุกคนก็พากันเดินเข้าบ้านด้วยความแช่มชื่น

          บรูโน่สังเกตว่าเลขาคนสวยจะยิ้มแย้มกับทุกคนยกเว้นกับเขา มันเป็นเรื่องที่กวนอารมณ์และทำให้เสียหน้าแบบสุดๆ ที่เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในสายตาเธอ

          “ปิ๊งใครจริงจังเขาดันเกลียดขี้หน้าอีก” บรูโน่งึมงำกับตัวเอง

          “ว่าอะไรนะโน่ ม่าม้าไม่ได้ยิน”

          “อ้อ ผมว่าพ่อกับแม่พี่แพรจะมารึยังครับม่าม้า”

          “เดี๋ยวก็มาจ้ะ พี่โทรบอกแล้ว” แพรนวลตอบ

          อุษาสวรรค์คุ้นเคยดีกับพ่อแม่ของวินสตันและแพรนวลแต่สิ่งที่ทำให้บรูโน่ประหลาดใจก็คือ มารดาของเขาดูจะรักและเอ็นดูพนักงานคนนี้มากมายเหลือเกินซึ่งไม่ต่างกับมารดาของพี่สะใภ้เท่าไหร่นัก

          “คุณแม่ทานเยอะๆ นะคะ แอ้มกำชับเลยว่าให้เอาแต่ยอดอ่อนแบบที่คุณแม่ชอบ” หลังจากตกลงกันว่าจะกลับมาบ้าน วินสตันจึงตัดสินใจว่าสั่งอาหารจากโรงแรมไปเลยดีกว่าคนที่บ้านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำและผู้ที่ไปสั่งอาหารก็คืออุษาสวรรค์ เธอเลือกของโปรดทุกคนมาอย่างละหนึ่งเมนูไม่ขาดไม่เกิน

          “ของแม่พรรณก็แกงส้มกุ้ง พ่อครัวคัดกุ้งสดๆ จากสะพานปลาเลยนะคะคุณแม่”

          “ขอบใจจ้ะหนูแอ้ม น่ารักจริงเชียว จำได้ด้วยแม่ว่าชอบอะไร”

          “พ่อคิดสบายดีไหมคะ ปวดขารึเปล่าถ้าปวดบอกแอ้มนะคะ แอ้มจะพาไปนวดที่วัดโพธิ์”

          “ไม่เลยหนูแอ้ม ออกกำลังกายทุกวันตามที่หมอสั่ง เส้นสายไม่ยึดไม่ปวดสักนิด”

          “หนูแอ้มล่ะ ไม่เห็นสั่งของที่ตัวเองชอบมาเลย” ฟาเบียนไถ่ถามด้วยความเป็นห่วง

          “แอ้มทานได้หมดค่ะคุณพ่อ”

          “ผมชอบปลาสลิดกับน้ำพริกกะปิ เผื่อใครยังไม่รู้”

          “ขอโทษทีนะโน่ พี่มัวแต่ดีใจเลยไม่ได้บอกพี่แอ้มไว้พรุ่งนี้พี่ทำให้กินนะ” แพรนวลบอกผู้ชายตัวโตที่ทำท่าเหมือนงอนใครสักคน

          “ผมไม่อยู่แปบเดียว คุณแม่มีลูกสาวเพิ่มตั้งสองคนเลยเหรอครับ” บรูโน่ถามติดจะเกเรหน่อยๆ เพราะกำลังน้อยใจแบบสุดๆ เธอจำเมนูโปรดปรานของคนทั้งบ้านได้แต่ทำไมไม่รู้ว่าเขาชอบทานอะไรแล้วคนฉลาดรอบคอบแบบเธอไม่มีทางพลาดเรื่องเล็กๆ แบบนี้แน่แต่เธอจงใจเหมือนกับที่ชงกาแฟผิดนั่นแหละ !

          “ก็หนูแอ้มน่ารักแล้วทำไมม่าม้าจะรักไม่ได้ล่ะ ส่วนหนูแพรก็เป็นสะใภ้บานเราถ้าไม่ให้รักแล้วจะไปรักใคร ถามแปลกๆ นะตาโน่”

          “ม่าม้าก็ เจ้าโน่มันน้อยใจกลัวม่าม้ารักคนอื่นมากกว่า ดูไม่ออกเหรอครับ” วินสตันทานข้าวไปก็ขำไปเพราะน้องชายหน้างอยิ่งกว่าจวักซะอีก                                            

          “โตป่านนี้ยังมาน้อยใจเป็นเด็กๆ อีกโน่เอ๊ย” เฟยส่ายหัวแล้วร่วมวงขำกับวินสตันอีกคน

          มื้ออาหารจบลงด้วยความน้อยใจอย่างสมบูรณ์แบบจากบรูโน่ อุษาสวรรค์พูดคุยยิ้มแย้มกับทุกคนยกเว้นเขาแต่สิ่งที่หงุดหงิดที่สุดก็คือสายตาแห่งความชื่นชมที่เธอมองพี่ชายกับพ่อ ไม่ว่าสองคนนั้นจะเอ่ยอะไรเธอจะฟังด้วยความตั้งใจเหมือนจะยอมขายวิญญาณเพื่อสองคนนั้นก็ไม่ปาน

 

 

ตอนที่ 6 ข่มขวัญ

          คืนแรกที่กลับมาเมืองไทยบรูโน่เลือกนอนที่บ้านของพ่อกับแม่เพราะยังไม่หายคิดถึงท่านทั้งสองคน ชายหนุ่มล้มตัวลงเตียงก็ยังรู้สึกคุ้นเคยไม่เปลี่ยนแม้จะห่างหายไปหลายปี โต๊ะเล็กๆ มีรูปของเขากับพี่ชายที่ถ่ายคู่กันตั้งแต่เด็กตั้งอยู่ เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ

          You can do it” นั่นคือประโยคที่พี่ชายมักจะพูดกับเขาบ่อยๆ ถ้าให้เลือกหนึ่งคนบนโลกนี้ที่เชื่อมั่นในตัวเขาสุดหัวใจก็ต้องเป็นพี่วินแน่นอน ไม่ว่าเรื่องที่ต้องทำจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนคนที่อยู่ข้างหลังและคอยผลักดันก็คือพี่วิน           

          ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะเป็นเงาหรือตามหลังพี่ชายเสมอบรูโน่ก็ไม่เคยเก็บมาใส่ใจเพราะพี่ชายคือฮีโร่สำหรับเขาจริงๆ จะหาใครเก่งรอบด้านเท่าเขาคงไม่มีอีกแล้วแต่วันนี้ความเป็นรองที่คุ้นเคยมาเนิ่นนานกลับสร้างความน้อยใจและไม่สบอารมณ์ให้บรูโน่แบบไม่เคยเป็นมาก่อน

          “เขาแต่งงานแล้วนะ ยังไปส่งตาหวานให้อีก” บรูโน่ส่ายหัวด้วยความขัดใจ ก็แม่เลขาตัวดีเธอแจกยิ้มแจกรักให้พี่ชายกับพ่อของเขาแบบไม่เก็บอาการเลยสักนิดใครดูไม่ออกก็บ้าแล้ว     

          “แล้วแบบนี้จะทำงานด้วยกันยังไง” บรูโน่วางกรอบรูปลงที่เดิมแล้วกลับไปครุ่นคิดถึงอุษาสวรรค์จนผล็อยหลับไป

 

เช้าวันใหม่

          “อรุณสวัสดิ์จ้ะ วันนี้พี่ทำข้าวต้มปลา โน่อยากทานไหม” แพรนวลทักทายน้องชายสามีด้วยรอยยิ้ม บรูโน่พยักหน้าหงึกหงักเพราะท้องร้องโครกครากจนสะเทือนไปทั้งพุง เขามองพี่ชายที่สาละวนป้อนนมลูกสาวด้วยความรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยเพราะมันเป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

          แน่นอนว่าพี่วินทำงานเก่งแบบหาตัวจับยากแต่ด้านความรักหรือจะเรียกให้ถูกก็คือด้านคู่ควงพี่วินก็ไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน ผู้หญิงทั้งนางงาม ดารา นางแบบ พริตตี้พี่วินสุดหล่อผ่านมาหมดแล้ว เขาไม่เคยคิดภาพผู้ชายสายเปย์ในมาดคุณพ่อมาก่อนแต่พอมันเกิดขึ้นจริงๆ พี่วินก็ทำได้ดีไม่มีที่ติเหมือนกับทุกบทบาทนั่นแหละ

          “อยากอุ้มหลานเหรอโน่” วินสตันเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าน้องชายกำลังจ้องมาที่เขา

          “ครับ” บรูโน่รับหลานสาวมาอุ้มแล้วหอมแก้มไปข้างละที กลิ่นผิวเด็กหอมชื่นใจจริงๆ ซึ่งเขาไม่เคยรู้มาก่อน ทะเลดาวคือเด็กคนแรกในชีวิตที่เขาได้อุ้มและใกล้ชิดขนาดนี้

          “ขอโทษที่ให้หลานทานข้าวก่อนนะแต่หนูดาวต้องทานให้ตรงเวลา ไม่งั้นจะโยเยทั้งวัน” แพรนวลบอกแล้ววางชามข้าวต้มให้บรูโน่

          “ไม่เป็นไรครับพี่แพร ผมตื่นสายเองคนอื่นจะต้องรอทำไม”

          “อร่อยจัง นี่ม่าม้าหรือพี่แพรทำครับ”

          “แพรทำ เดี๋ยวนี้ม่าม้าไม่ค่อยได้ลงมือเท่าไหร่แพรเขากลัวม่าม้าเหนื่อย” วินสตันเป็นคนตอบ

          “พี่แพรไม่เหนื่อยเหรอครับ ไหนจะหนูดาวไหนจะงานบ้านแล้วก็งานที่โรงแรมอีก”

          “อืม ไม่นะ” แพรนวลคิดอยู่ครู่นึง เธอก็เพิ่งรู้ตัวว่าชีวิตตอนนี้แทบไม่มีเวลาว่างแต่น่าแปลกที่เธอกลับมีความสุขและรู้สึกว่ายังมีพลังเหลือไปทำอะไรได้อีกหลายอย่าง

          “ขอบคุณนะครับที่พี่แพรดูแลครอบครัวของผมดีขนาดนี้”

          “ครอบครัวของเราต่างหาก” แพรนวลลูบหลังบรูโน่เบาๆ แล้วกลับไปสาละวนกับงานตรงหน้าต่อไป

          ยิ่งได้เห็นความรักความผูกพันที่พี่ชายมีให้ลูกกับภรรยาก็ทำให้บรูโน่รู้ว่าพี่ของเขาประสบความสำเร็จสูงสุดแล้วไม่ว่าจะด้านการงานหรือครอบครัว ตัวเขาล่ะเมื่อไหร่จะเป็นที่หนึ่งแบบพี่ชายบ้างหรืออย่างน้อยๆ เป็นได้แค่ครึ่งของพี่ชายก็ยังดี

          “แล้วนี่จะไปไหน” วินสตันถามน้องชายที่แต่งตัวเต็มยศตั้งแต่เช้า

          “ไปโรงแรมไง”

          “อ้าว ไหนว่าจะไปเริ่มงานต้นเดือน ไหนว่าอยากพักก่อน”

          “เปลี่ยนใจแล้ว” บรูโน่ตอบแล้วก้มหน้าก้มตาทานข้าวต้มต่อไปเพราะไม่อยากให้ใครจับพิรุธได้

โรงแรมโกลเด้น สยาม

          “คุณแอ้มไม่มาทำงานเหรอครับ” นั่นคือประโยคแรกที่บรูโน่เอ่ยเมื่อมาถึงโรงแรม

          “นึกว่าอยากมาทำงานที่ไหนได้อยากมาเจอใครบางคน” วินสตันกระทุ้งสีข้างน้องชายเบาๆ

          “เปล๊า ผมแค่จะถามเธอเรื่องงาน” บรูโน่ตอบด้วยเสียงสูงปรี๊ด

          “ตกลงเธอไม่มาทำงานเหรอวันนี้” ชายหนุ่มถามพร้อมคิ้วหนาๆ ที่ขมวดเป็นปม

          “คงอยู่ห้องอาหารแหละ คุณแอ้มไปทานข้าวใช่ไหมครับ” วินสตันพูดกับน้องชายและหันไปถามพนักงานที่นั่งอยู่และเธอคนนั้นก็พยักหน้า

          “เดี๋ยวผมตามขึ้นไปนะครับ”

          “พี่วินคะ แพรขอแวะไปหาลุงเพิ่มก่อนนะคะ” แพรนวลคุยติดพันอยู่กับแม่บ้านพอเดินมาสมทบก็ไม่พบบรูโน่แล้วแต่เธอก็ไม่ได้สงสัยอะไร

          “ให้พี่พาหนูดาวไปด้วยไหมครับ”

          “ไม่เป็นไรค่ะ อยากพาหนูดาวไปหาลุงเพิ่มด้วยลุงคงดีใจ” วินสตันหอมแก้มภรรยากับลูกแล้วขึ้นไปห้องทำงาน แพรนวลคือผู้หญิงที่ให้เกียรติทุกคนไม่ว่าคนเหล่านั้นจะอยู่ตำแหน่งใด เขาโชคดีเหลือเกินที่ได้เธอเป็นคู่ชีวิต

          หญิงสาวร่างเล็กกับรถเข็นสีชมพูลัดเลาะไปตามทางเดินโอ่โถงของโรงแรมด้วยความคล่องแคล่วเพราะเธอรู้จักมันทุกซอกทุกมุม เธอมุ่งหน้าไปยังโรงจอดรถส่วนตัวที่อยู่ด้านหลังและไม่ว่าจะโผล่ไปตอนไหนก็จะเจอลุงเพิ่มขัดรถอยู่ทุกทีไป ผ้าชามัวร์เหมือนเป็นนิ้วที่สิบเอ็ดของลุงเพิ่มก็ไม่ปาน

          “สวัสดีค่ะลุงเพิ่ม ดูสิหนูพาใครมา” แพรนวลทักคนที่ยืนหันหลังให้ด้วยเสียงสดใส

          “คุณแพร คุณหนูดาว” เพิ่มกุลีกุจอไปล้างไม้ล้างมือเป็นการด่วนเพราะอยากเล่นกับแม่หนูน้อยแก้มยุ้ย

          “ทานอะไรรึยังจ๊ะลุงเพิ่ม”

          “เรียบร้อยแล้วครับคุณแพร” แพรนวลนั่งคุยกับเพิ่มอยู่นานเพื่อถามข่าวคราวและความเป็นอยู่ทั่วๆ ไป โรงแรมของเธอให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นลำดับหนึ่ง ถ้ามีสิ่งใดที่โรงแรมแรมช่วยเหลือได้เธอกับสามีจะช่วยเต็มที่โดยไม่ลังเล

          “แล้วอย่าลืมที่หมอนัดวันพุธนะคะลุงเพิ่ม” แพรนวลกำชับก่อนจะเดินออกมา

          เพิ่มมีอาการหูอื้อมาพักนึงแล้ว เมื่อวินสตันทราบเรื่องจึงส่งตัวไปให้คุณหมอตรวจทันทีและคนขับรถสูงวัยซาบซึ้งใจยิ่งนักที่เจ้านายใส่ใจแม้จะเป็นแค่พนักงานระดับล่างแต่เขาก็ได้รับการดูแลและช่วยเหลือไม่ต่างกับคนที่ทำงานในห้องแอร์

          “คุณแม่แวะห้องอาหารแปบนึงนะจ๊ะหนูดาว ห้องทำงานคุณพ่อน้ำผลไม้หมดแล้ว” แพรนวลนั่งยองๆ คุยกับลูกสาวแล้วตรวจดูเสื้อผ้าว่าปิดมิดชิดเรียบร้อยดีไหมเพราะในโรงแรมอุณหภูมิค่อนข้างเย็นเธอกลัวว่าลูกจะไม่สบาย

          “นั่งด้วยนะครับ” บรูโน่หัวเสียแบบสุดๆ เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในห้องอาหาร ก็แม่เลขาหน้าบึ้งน่ะสิตอนนี้นั่งหัวเราะคิกคักอยู่กับผู้ชายคนนึง เขารีบไปตักข้าวแล้วราดแกงอะไรก็ไม่รู้จนชุ่มโชกก็กำลังโมโหอ่ะนะมือเลยหนักไปหน่อย

          “สวัสดีครับ คุณบรูโน่ใช่ไหมครับ คุณวินแจ้งเมื่อการประชุมสัปดาห์ก่อนว่าคุณกำลังจะกลับมาแต่เห็นว่าจะมาทำงานตอนต้นเดือนไม่ใช่เหรอครับ” อชิระทักทาย

          “ใช่แต่จะมาก่อน เป็นเจ้าของจะมาตอนไหนก็ได้มั้งครับ” บรูโน่ตอบพร้อมควงช้อนด้วยท่าทางข่มขวัญ

          “เอ่อ ใช่ครับ”

          “ผมมีธุระจะคุยกับคุณแอ้ม ขอความเป็นส่วนตัวหน่อยนะครับ”

          “ครับ ขอตัวนะครับ” อชิระถือจานข้าวที่ทานไปได้แค่ครึ่งเดียวย้ายไปนั่งโต๊ะอื่นแต่เขาก็ไม่มีอารมณ์จะทานแล้ว

          “มีอะไรคะคุณบรูโน่” อุษาสวรรค์ถามด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่แววตาลุกโชนด้วยความไม่พอใจ ถือว่าเป็นเจ้าของแล้วจะหยาบคายใส่ใครก็ได้เหรอ คิดไว้ไม่ผิดเชียวว่าคนแบบนี้ทำงานไม่เป็นปกครองใครไม่ได้ เอาแต่อารมณ์เอาแต่ใจสิ้นดี แล้วคนดีๆ มีมารยาทที่ไหนจะมาถามเรื่องงานตอนที่คนอื่นมีข้าวคาปาก อยู่กับคุณวินมาหลายปีเขายังไม่เคยทำแบบนี้กับเธอเลย

          “ลืมไปแล้วว่าจะถามอะไร” บรูโน่ผงะไปเลยเมื่อได้สบตาที่แสดงออกชัดเจนว่ากราดเกรี้ยวและไม่พอใจ เธอโคตรเจ๋งอ่ะ กล้าโมโหเจ้าของโรงแรมด้วย

          “งั้นดิฉันขอตัวนะคะ” อุษาสวรรค์ถือจานข้าวไปหาอชิระแล้วไม่สนใจบรูโน่อีก

          แพรนวลเดินเข้ามาเห็นฉากนั้นแบบพอดิบพอดีและเธองงมาก ก็เมื่อเช้าบรูโน่ทานข้าวต้มมาตั้งสองชามแล้วทำไมถึงมาห้องอาหารอีกแล้วท่าทางข่มขวัญที่แสดงกับอชิระก็ร้ายกาจเหลือเกิน เธอเข็นรถกลับไปเงียบๆ เพราะไม่อยากให้ทั้งสามคนรับรู้ว่าเธอมาเจอกับเหตุการณ์อันน่าอึดอัด

 

ตอนที่ 7 เดินเกมพลาด

          “เวียนหัวเหรอครับแพร” วินสตันถามภรรยาด้วยความเป็นห่วงเพราะหน้าตาเธอดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

          “นิดหน่อยค่ะพี่วิน” แพรนวลพยายามหยุดคิดถึงเรื่องที่ได้เจอเมื่อสักครู่แต่ก็ยากเหลือเกิน ทำไมบรูโน่ต้องตามไปตอแยพี่แอ้มด้วย แล้วคุณอชิระทำอะไรให้เขาไม่พอใจทั้งที่สองคนนี้ไม่เคยรู้จักหรือเจอกันมาก่อน

          “พี่แพรอยากไปเอนหลังสักหน่อยไหมครับ ผมดูหลานให้เอง” บรูโน่อาสา ตอนนี้ในห้องทำงานของวินสตันอยู่กันพร้อมหน้าคือตัวเขา ลูก ภรรยา น้องชายและเลขา

          วินสตันไม่เข้าใจเลยว่าจะให้อุษาสวรรค์ขึ้นมาทำไมตั้งแต่เช้าเพราะปกติเธอจะมาทำงานช่วงบ่ายแต่เจ้าน้องชายก็งอแงบอกให้เลขาขึ้นห้องมาพร้อมกัน

          “ก็ดีเหมือนกัน พี่วินคะแพรขอไปเอนหลังหน่อยนะคะ” แพรนวลตอบแล้วเดินออกไป เธอไม่สามารถทนอยู่ในห้องอันแสนอึดอัดนี้ได้อีกแล้ว พี่แอ้มกับโน่มึนตึงใส่กันอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากสีแดงเม้มแน่นมันหมายความว่าเธอกำลังไม่พอใจและอดกลั้นอารมณ์ไว้อย่างหนัก

          “คุณวินคะ วันนี้แอ้มขอลางานวันนึงได้ไหมคะ แอ้มปวดท้องค่ะ”

          “ได้ครับ คุณแอ้มจะไปหาหมอไหมครับ ผมจะให้ลุงเพิ่มพาไป”

          “ไม่ค่ะ แค่อยากไปนอนพักนิ่งๆ ขอบคุณนะคะ”

          “โน่ มีอะไรจะถามคุณแอ้มเขารึเปล่า”

          “ไม่มีครับพี่วิน ผมไปส่งไหมครับคุณแอ้ม”

          “ไม่ต้อง!” อุษาสวรรค์ตอบด้วยเสียงเฉียบขาด

          “แอ้มขอตัวนะคะคุณวิน” เลขาไหว้เจ้านายแล้วเดินออกไป ภายในห้องเงียบจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น บรูโน่ไม่คิดเลยว่าอุษาสวรรค์จะโกรธขนาดนั้น

          “เอาหลานไปนอนแล้วออกมาคุยกันหน่อย”

          “ไปทำอะไรไว้” เมื่อกลับออกมาบรูโน่ก็โดนสอบปากคำทันที

          “ผมไปกินข้าวกับคุณแอ้มมา”

          “มิน่า แพรถึงทำหน้าแปลกๆ”

          “ทำไมเหรอครับ”

          “แพรบอกว่าจะแวะไปเอาน้ำผลไม้ที่ห้องอาหาร คงไปเห็นอะไรดีๆ มาแน่ๆ”

          “ตกลงว่าชอบเธอแต่ก็กวนอารมณ์เธอตลอด ไปทำอะไรไว้ทั้งพี่สะใภ้ทั้งเลขาถึงทำหน้าบอกบุญไม่รับกันทั้งคู่”

          “ก็ผมเดินเข้าไปแล้วเห็นคุณแอ้มนั่งอยู่กับผู้ชาย ผมก็แค่ไปนั่งด้วย”

          “คุณแอ้มไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล เล่ามาให้หมดอย่าให้ต้องพูดซ้ำ”

          “ผู้ชายคนนั้นถามว่าผมจะมาต้นเดือนไม่ใช่เหรอ ผมเลยบอกว่าเป็นเจ้าของจะมาเมื่อไหร่ก็ได้แล้วก็ไล่ให้เขาไปนั่งที่อื่นเพราะผมจะคุยธุระกับคุณแอ้ม”

          “รู้ใช่ไหมว่าสิ่งที่ทำไม่เกิดผลดีกับใคร”

          “ครับ” น้องชายตอบรับด้วยเสียงอ่อยๆ

          “แล้วจะแก้ไขยังไง”

          “ผมจะไปขอโทษพนักงานคนนั้นแล้วก็คุณแอ้ม”

          “โน่ฟังพี่นะ คุณแอ้มคือพนักงานที่ดีที่สุดเท่าที่พี่เคยมีมาถ้าคิดแค่อยากเอาชนะก็อย่าไปยุ่งกับเธอเลย เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ซื้อได้ด้วยเงิน เธอมีศักดิ์ศรีและเข้มแข็งมาก”

          “พี่วินก็หลงรักพี่แพรตั้งแต่เจอกันครั้งแรกไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมผมจะรู้สึกแบบนั้นบ้างไม่ได้”

          “ตอนที่ได้สบตากันพี่ก็รู้ว่าทั้งชีวิตพี่รอแพรคนเดียวแล้วโน่ล่ะมั่นใจไหมถ้าไม่ก็เลิกตอแยคุณแอ้มซะ เธอไม่มีเวลามาเล่นสงครามประสาทด้วยหรอก”

          “หนึ่งวันเต็มๆ แล้วที่ผมเลิกคิดเรื่องคุณแอ้มไม่ได้เลย หน้าเธอ เสียงเธอ วนเวียนอยู่ในความคิดผมทั้งวันทั้งคืน พี่วินก็รู้ว่าผมไม่เคยคลั่งผู้หญิงคนไหนมาก่อน”

          “งั้นก็เดินเกมใหม่ทำตัวให้น่ารักน่าเข้าใกล้ อย่างน้อยก็ให้เกียรติเธอบ้างเธอแก่กว่าสามปีไม่ต้องนับเรื่องประสบการณ์ด้านการทำงานเลย”

          “ทำไมเธอไม่ชอบขี้หน้าผมวะพี่วิน ผมมีข้อเสียตรงไหน”

          “ก็คงมีอะไรสักอย่างในตัวโน่ที่เขาไม่ชอบ”

          “เลิกคิดเรื่องคุณแอ้มก่อน แล้วไปหาอชิระ”

          “แล้วพี่วินรู้ได้ไงว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออชิระ”

          “ก็มีคนเดียวแหละที่ตามจีบคุณแอ้มตั้งแต่เข้ามาทำงานใหม่ๆ แต่เธอก็ไม่เคยสนใจ เอาจริงๆ นะ พี่ไม่เคยเห็นคุณแอ้มสนใจเรื่องไหนเลยนอกจากงาน”

          “เฮ้อ พอจะจริงจังก็เจองานหินเลย”

          “ท้อแล้วเหรอ ยังไม่ได้เริ่มเลยนะ”

          “ไม่รู้ดิพี่ ผมไม่เคยโดนใครเกลียดมาก่อน ทำตัวไม่ถูก”

          “สุภาพ อ่อนน้อม จริงใจ สามคำของม่าม้าช่วยให้พี่ผ่านเรื่องหินๆ มาได้เสมอ” วินสตันตบไหล่น้องชายเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ

          บรูโน่เข้าไปพบอชิระแล้วขอโทษที่ทำกิริยาไม่ดี ชายหนุ่มก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะเขารู้ว่าบรูโน่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก การพูดจาและท่าทางคงจะแรงและรั้นตามประสาคนรุ่นใหม่ที่ไม่แคร์โลกและคิดว่าตัวเองเจ๋งสุดๆ

          “ไหนๆ ผมก็แบกหน้ามาขอโทษเราเปิดอกพูดกันตรงๆ เลยแล้วกัน”

          “คุณบรูโน่มีอะไรให้ผมรับใช้บอกมาได้เลยครับ”

          “ทำยังไงถึงจะจีบคุณแอ้มติด”

          “ฮ่าๆๆ ผมชอบเธอมาตั้งหลายปีผมยังจีบไม่ติดเลยแล้วผมจะตอบคุณได้ยังไงครับ” อชิระชอบความตรงและบ้าบิ่นของเจ้านายหน้าอ่อนมาก

          “คุณทำงานมาก่อนผม ประสบการณ์เยอะกว่าหลายเท่า ผมขอฝากตัวด้วยนะครับและถ้าเป็นไปได้ช่วยเชียร์ผมที คุณแอ้มคือรักแรกของผมเลยนะครับ”

          “แน่นอนครับ ผมชอบคนตรงๆ จริงใจแบบนี้แหละ” ทั้งสองคนจับมือและรู้สึกดีต่อกันมากกว่าเมื่อเช้าเป็นกอง บรูโน่เห็นชัดแล้วว่าการความสุภาพ อ่อนน้อม จริงใจให้ผลดีแค่ไหนและเขาจะเดินเกมใหม่อีกครั้งกับอุษาสวรรค์

          เขาผิดเองที่ถือดีคิดว่าตัวเองอยู่เหนือทุกคนจึงแสดงมารยาทที่ไม่งามออกไป ชายหนุ่มมั่นใจเลยว่าตอนนี้ในสายตาของเธอ เขาไม่มีอะไรดีสักอย่างไหนจะข้อด้อยในตัวที่เธอไม่ชอบแถมยังทำกิริยาไม่น่ารักกับเพื่อนร่วมงานอีกแค่นี้ก็เกินพอแล้วที่เธอจะเกลียดขี้หน้า         

          แต่ไม่เป็นไรหรอก เขาพร้อมแล้วสำหรับการประลองครั้งนี้และในเมื่อมีหัวใจเป็นเดิมพันเขาจะทุ่มสุดตัวแน่นอน

 

 

ตอนที่ 8 ไม่มีใครช่วย

          บรูโน่กลับไปห้องทำงานและรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่และเหมาะกับบทบาทผู้นำ ก่อนออกจากห้องพี่ชาย เขามองพี่อยู่นานและก็พอจะทราบสาเหตุแล้วว่าทำไมอุษาสวรรค์ถึงเหม็นขี้หน้า ก็เขาเป็นตรงข้ามทุกอย่างกับพี่ชายเลยนะสิ

          ไล่มาตั้งแต่หน้าตาที่อ่อนกว่า ประสบการณ์ทำงานก็ไม่มี การแต่งตัวก็คนละแนวและที่ขัดใจสุดๆ ก็คือการพูดจาและการวางตัวที่เย่อหยิ่งเอาแต่ใจ

          “เออ! มึงมันไม่มีอะไรดีสักอย่าง” บรูโน่ขยำกระดาษแล้วปาลงถังขยะด้วยความขัดใจ เขายกน้ำขึ้นมาจิบก็เลยพลอยคิดถึงพี่สะใภ้อีกคน

          พี่วินรักและบูชาพี่แพรมาก ทั้งสายตาและการกระทำมันบ่งบอกชัดเจนว่าผู้ชายคนนี้มีชีวิตเพื่อเธอเพียงเท่านั้น คำที่เขาได้ยินบ่อยๆ ก็คือพี่สะใภ้เป็นคนมีเหตุผล ไฟในไม่เคยนำออกไฟนอกไม่เคยนำเข้า พี่แพรไม่เคยตัดสินสิ่งใดด้วยอารมณ์และไม่ใช่คนขี้นินทา

          ซึ่งมันจริงทุกอย่าง เมื่อเช้าพี่แพรต้องเห็นสิ่งที่เขาทำแน่ๆ แต่เธอก็ไม่พูดและไม่เล่าให้ใครฟังแม้แต่สามีที่เป็นพี่ชายของไอ้คนเย่อหยิ่งเธอก็ไม่ปริปากบอกเพราะเธอไม่เข้าใจถึงการกระทำอันไร้สติของเขา

          จุดประสงค์ของการกลับมาเมืองไทยคือบริหารโรงแรมต่อจากพี่ชาย นั่นหมายความว่าสิ่งที่เขาต้องตั้งใจและมุ่งมั่นกับมันก็คือเอกสารตรงหน้าที่อุษาสวรรค์ทำไว้ให้ เขาเปิดอ่านทบทวนอีกครั้งและนำแฟ้มรายละเอียดปลีกย่อยมากางจนเต็มโต๊ะเพราะที่เธอเตรียมไว้มันคือสรุปย่อทั้งหมดถ้าอยากได้ข้อมูลเบื้องลึกต้องไปค้นเพิ่มเอง

          “พี่วินครับ ปกติการเข้าพักช่วงปีใหม่ของเราเต็มตลอดแต่ทำไมสองปีก่อนถึงไม่เต็มครับ มีอะไรในปีนั้นรึเปล่า” บรูโน่ต่อสายภายในไปหาพี่ชาย

          “อืม สองปีก่อนเหรอ ก็ปัญหาการเมืองนั่นแหละ ลูกค้าเลยมายกเลิกห้องเอานาทีสุดท้าย”

          “ผมอยากทราบรายได้ที่ต่างกันแบบชัดๆ แต่ผมหาแฟ้มนั้นไม่เจอ พี่วินรู้ไหมครับว่ามันอยู่ตรงไหน”

          “ไม่รู้เลย คุณแอ้มเขาเก็บของเขาเอง รอพรุ่งนี้แล้วกัน”

          “ผมขอเบอร์คุณแอ้มได้ไหมครับ ผมยังไม่มีเบอร์เธอเลย”

          “ให้ได้แต่ห้ามโทรวันนี้นะ เธอไม่สบายเราไม่ควรไปรบกวน”

          “ครับพี่วิน” บรูโน่รับคำ

          “คุณมีเพื่อนใหม่” หน้าจอมือถือมีข้อความเด้งขึ้นมา อุษาสวรรค์จึงกดเข้าไปดู

          “ฉิบหาย!” บรูโน่ก็ได้รับข้อความนั้นเช่นกัน ในแอปพลิเคชั่นไลน์เตือนว่าเขามีเพื่อนใหม่หนึ่งคน นั่นก็คืออุษาสวรรค์ พอได้เบอร์จากพี่เขาก็เซฟลงเครื่องทันที

เริ่มต้นแชท

บรูโน่: Hello (ส่งสติ๊กเกอร์)

ชายหนุ่มคิดว่าในเมื่อมันแจ้งเตือนไปแล้วก็ควรจะทักทายเป็นมารยาท เขาคิดเอาเองว่าถ้าเงียบใส่เธอจะยิ่งเกลียดขี้หน้ามากขึ้นกว่าเดิม

อุษาสวรรค์: มีอะไรรึเปล่าคะ

บรูโน่: ไม่มีครับ พอดีผมขอเบอร์คุณมาจากพี่วินแล้วไลน์มันเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติก็เลยอยากทักทายคุณเฉยๆ

อุษาสวรรค์: ค่ะ

บรูโน่: ถึงบ้านรึยังครับ

อุษาสวรรค์: ยังค่ะ

บรูโน่: งั้นผมไม่รบกวนแล้ว

อุษาสวรรค์: ค่ะ

บรูโน่:

อุษาสวรรค์: มีอะไรคะ

บรูโน่: ผมไปขอโทษคุณอชิระมาแล้วเรื่องเมื่อเช้า

อุษาสวรรค์: ค่ะ

บรูโน่: ผมก็ต้องขอโทษคุณด้วย

อุษาสวรรค์: ค่ะ

บรูโน่: สวัสดีครับ

จบแชท

          ชายหนุ่มวางมือถือลงที่โต๊ะ เขาตัดสินใจไม่ถูกว่าอยากทำอะไรก่อนระหว่างตะโกนดังๆ กับร้องไห้ ทำไมเธอถึงได้เย็นชาและเกลียดเขาขนาดนี้

          อุษาสวรรค์รู้สึกดีขึ้นนิดนึงกับสิ่งที่เด็กใหม่คนนั้นแสดงออก อย่างน้อยก็เริ่มมีความคิดและเหตุผลกับเขาบ้างแต่เธอไม่ใช่พวกชอบเม้าท์มอยชิดแชทจึงตอบไปทื่อๆ แบบนั้น เธอไม่รู้เลยว่าทำให้ใครบางคนคลุ้มคลั่งเจียนตาย

เช้าวันใหม่

          “พี่วินมีหลายอย่างเลยที่ผมไม่เข้าใจ” บรูโน่คุยกับพี่ชายด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะเมื่อวานเขาตะลุยอ่านข้อมูลเกือบทั้งหมดถึงได้รู้ว่าตัวเองอ่อนด้อยไร้ความสามารถสิ้นดี

          “ก็ค่อยๆ ทำไป ไม่มีใครเข้าใจอะไรตั้งแต่วันแรกหรอก”

          “ผมอยากให้คุณแอ้มมาเป็นเลขาผม”

          “แค่กๆ” แพรนวลเพิ่งจิบน้ำเปล่าก็สำลักทันที

          “เมื่อวานพี่แพรเห็นใช่ไหมครับ” บรูโน่ส่งทิชชู่ให้พี่สะใภ้แล้วถามตรงๆ

          “เอ่อ คือ” แพรนวลอึกอักเพราะไม่รู้จะพูดยังไง เธอไม่อยากเป็นต้นเหตุให้พี่น้องทะเลาะกันและที่สำคัญสามีของเธอเกลียดการรังแกและการดูถูกเหยียดหยามเป็นที่สุด

          “พี่รู้แล้วก็ให้โน่ไปขอโทษคุณอชิระแล้ว” วินสตันบอกให้ภรรยาสบายใจ

          “ก็เห็นเท่าที่โน่ทำนั่นแหละ พี่ไม่เข้าใจว่าโน่ทำไปเพื่ออะไรเลยไม่ได้เล่าให้ใครฟัง”

          “ผมไม่สบอารมณ์ที่คุณแอ้มเขาคุยกับทุกคนยกเว้นผม เลยทำตัวโง่ๆ ให้เธอเกลียดขี้หน้ายิ่งกว่าเดิม ฮ่า ฮ่า” บรูโน่จบประโยคด้วยเสียงหัวเราะที่ขัดกับใบหน้าเรียบเฉยเป็นอย่างมาก

          “จ้ะ” แพรนวลไม่รู้จะพูดอะไรเลยตอบไปสั้นๆ

          “อยากได้คุณแอ้มเป็นเลขาก็ไปบอกเขาเองนะ” วินสตันบอกน้องชาย

          “อ้าว! พี่วินเป็นเจ้านายก็สั่งเธอสิครับ”

          “ยังไม่เข็ดใช่ไหมกับการใช้คำสั่งเนี่ย” พี่ชายหันมามองหน้าน้องแบบไม่อยากจะเชื่อกับความคิดและคำพูดที่หลุดออกจากปาก

          “ก็ก็ผมไม่กล้าพูดกับเธอ นึกไม่ออกเลยว่าจะสั่งเธอยังไง”

          “ลองไม่ต้องสั่ง ลองขอร้อง ลองพูดดีๆ บอกเธอไปว่าทำไมถึงต้องการเธอ”

          “ปกติคุณแอ้มไม่เคยเย็นชากับใครนะ ลองพิจารณาตัวเองว่าทำไมเธอถึงไม่ชอบขี้หน้านาย” วินสตันบอกแล้วกลับไปสนใจกับงานตัวเองแต่แพรนวลยังคงยืนค้างอยู่ท่าเดิม

          “โน่ชอบพี่แอ้มเหรอ”

          “ใช่ พอชอบใครจริงจังก็โดนเกลียดขี้หน้าเฉยเลย” พี่ชายบอกแล้วหัวเราะร่วน บรูโน่ทำได้เพียงทิ้งตัวลงโซฟาด้วยความเซ็ง แค่พูดปกติยังยากเย็นแล้วนี่เป็นการขอร้องขอความช่วยเหลือคนเกลียดกันจะอยากช่วยไปทำไม

          “ไว้ตอนบ่ายพี่จะให้คุณแอ้มไปหาที่ห้องทำงาน โน่ก็บอกเองแล้วกัน ทุกอย่างอยู่ที่เธอและช่วยเคารพการตัดสินใจของเธอด้วย” วินสตันมองตาน้องชายเขม็งเพื่อบอกให้รู้ว่าเขาหมายความแบบนั้นจริงๆ

          ถ้ามันเป็นเรื่องงานเขาเต็มใจที่จะช่วยเหลือพูดให้อุษาสวรรค์ใจอ่อนและเห็นถึงความจำเป็นแต่ไอ้น้องชายมันเจ้าเล่ห์เพทุบายเขาไม่ช่วยหรอก เรื่องอะไรจะเอาตำแหน่งผู้บริหารไปเสี่ยงกับการโดนด่าว่าใช้อำนาจโดยมิชอบ

 

ตอนที่ 9 เริ่มเกมใหม่

          “เข้ามาได้ครับ” บรูโน่บอกคนที่เคาะประตู

          อุษาสวรรค์ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของบรูโน่และทึ่งกับทุกอย่างจนตาค้างแต่ก็เก็บอาการไว้ อย่างแรกเลยก็คือในนี้หนาวมากแถมเจ้าของห้องยังถอดเสื้อแจคเกตหนังเหลือแค่เสื้อยืดสีขาว ต่อมาก็เพลงที่เปิดมันเป็นแนวฮิพฮอพจังหวะน่าโยกเอามากๆ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเป็นน้องชายของคุณวินสตันที่หล่อและเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า

          “คุณแอ้ม เชิญนั่งครับ” บรูโน่เชื้อเชิญอีกฝ่ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

          “คุณบรูโน่มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ”

          “ผมไม่ได้จะใช้อะไรคุณแอ้มหรอกครับแต่อยากขอความช่วยเหลือจากคุณ” ชายหนุ่มพูดและสบตาเธอไว้อย่างมั่นคงเพื่อให้เธอรับรู้ถึงความจริงใจ

          “ให้ช่วยเรื่องอะไรคะ” อุษาสวรรค์ถามด้วยเสียงอ่อนลง เวลาอ้อนวอนไร้ท่าทางจองหองก็ดูน่ารักดีเหมือนกัน เธอเห็นความเหมือนของพี่น้องคู่นี้แล้วหนึ่งอย่างนั่นก็คือแววตาจริงจัง

          “อย่างที่คุณแอ้มทราบคือผมเพิ่งเรียนจบ ประสบการณ์เรื่องงานเท่ากับศูนย์แต่ผมต้องมารับช่วงต่อจากพี่ชายที่เป็นสุดยอดผู้นำ” บรูโน่คิดประโยคที่จะพูดกับอุษาสวรรค์ทั้งคืน ชายหนุ่มถึงกับร่างลงกระดาษเลยทีเดียวเพราะถ้าการเจรจาครั้งนี้ล้มเหลวเขาก็จะไม่ได้เธอเป็นเลขาไม่มีวันได้เธอเป็นคนรักเพราะตราบใดที่ไม่มีโอกาสใกล้กันจะหาช่วงไหนทำให้เธอใจอ่อนได้เล่า ถึงเรื่องงานเขาจะวางแผนไม่เก่งแต่แผนช่วงชิงหัวใจเขาถนัดมาก

          “เรื่องงานดิฉันยินดีช่วยเหลือคุณบรูโน่ทุกอย่างค่ะ ถ้าต้องการเอกสารหรือรายงานเรื่องไหนเพิ่มแจ้งดิฉันได้เสมอค่ะ”

          “ตอนนี้พี่วินก็มีพี่แพรคอยช่วยแต่ผมไม่มีใครเลย” ชายหนุ่มบอกด้วยเสียงหงอยๆ และที่สำคัญต้องทำหน้าเศร้าให้แนบเนียนด้วย

          “คุณอยากได้รายงานการขายช่วงปีใหม่ของสองปีก่อนใช่ไหมคะดิฉันจะไปหยิบให้ตอนนี้เลย” เมื่อเช้าคุณวินสตันแจ้งแล้วว่าเขาถามถึงเรื่องนี้แต่เธอไม่คิดว่าเขาจะจริงจังกับมันขนาดนั้นเลยไม่ได้หยิบติดมือมา         

          “ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นครับ ผมอยากให้คุณแอ้มมาเป็นเลขา คอยแนะนำแล้วก็ช่วยเหลือผม”

          “เลขา”

          อุษาสวรรค์ทวนคำด้วยเสียงสูง เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะขอร้องในสิ่งนี้และมันเกินกว่าจะรับมือได้ แค่เจอกันผ่านๆ วันละไม่กี่นาทียังเหมือนจะตีกันตายแล้วถ้าต้องทำงานด้วยกันทุกวันตลอดวันห้องทำงานจะไม่กลายเป็นสนามรบหรือ

          “ผมไม่อยากโดนดูถูกว่ามีดีแค่เป็นน้องชายพี่วินแต่ไม่มีฝีมือ คุณแอ้มเก่งกว่าผมมาก ผมอยากให้คุณแอ้มอยู่ใกล้ๆ คอยช่วยเหลือ คอยแนะนำในจุดที่เด็กใหม่แบบผมมองไม่เห็น”

          “คือว่า

          อุษาสวรรค์ก็เหมือนผู้หญิงส่วนมากที่ใจอ่อนให้กับคำขอร้องและครั้งนี้มันไม่ใช่แค่คำประโลมโลกแต่มันคือการอ้อนวอนที่ออกมาจากหัวใจ

          “ผมจะไม่เร่งรัดเอาคำตอบตอนนี้ครับ ผมจะให้เวลาคุณแอ้มคิดก่อน”

          “ไม่ต้องหรอกค่ะ ดิฉันก็แค่พนักงานถ้าเจ้านายสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำแต่ที่ดิฉันยังตอบตกลงไม่ได้เพราะดิฉันทำงานให้กับพี่ชายของคุณอยู่ การตัดสินใจมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับดิฉันค่ะ”

          “ผมปรึกษาพี่วินแล้วครับและเขาก็เห็นด้วยว่าผมยังอ่อนหัดนักถ้าคุณแอ้มมาช่วยมันจะส่งผลดีกับภาพลักษณ์โรงแรมเป็นอย่างมาก เพราะอย่างนี้พี่วินถึงอนุญาตให้ผมมาขอร้องคุณด้วยตัวเอง”

          “ที่พี่วินเขาไม่พูดเองเพราะกลัวว่าจะเป็นการบังคับให้คุณทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ” บรูโน่จบประโยคด้วยสีหน้าแสนเศร้า

          “ดิฉันทำงานได้กับทุกคนค่ะ ถ้าคุณบรูโน่คิดว่าดิฉันจะมีประโยชน์ในตำแหน่งเลขาของคุณและคุณวินไม่ขัดข้องดิฉันก็ยินดีค่ะ”

          “พี่วินบอกว่าทุกอย่างอยู่ที่คุณแอ้มตัดสินใจครับ ถ้าอย่างนั้นแปลว่าคุณแอ้มจะมาเป็นเลขามาช่วยผมใช่ไหมครับ”

          “ใช่ค่ะ” อุษาสวรรค์ตอบตกลง

          “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ ผมดีใจมากที่คุณแอ้มยอมมาช่วย” บรูโน่ยื่นมือไปให้อุษาสวรรค์จับ เธอลังเลนิดหนึ่งแต่ก็รู้ว่ามันเป็นมารยาทที่ไม่ดีถ้าจะเพิกเฉยทั้งที่มือใกล้จนจะทิ่มหน้าอยู่แล้ว

          “ดิฉันก็แค่ทำงานมาก่อนไม่ได้เก่งอะไรมากมายหรอกค่ะ” เธอส่งมือไปให้แล้วเขาก็กุมมันไว้หลวมๆ มันเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะไม่สบตากันแล้วอยู่ๆ ร่างกายของเธอก็ร้อนวูบขึ้นมาเฉยๆ ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร อาจเพราะสัมผัสที่มือ อาจเพราะแววตาเว้าวอนหรือเธออาจจะหนาวจนสติฟั่นเฟือนก็ได้

          “มือคุณแอ้มเย็นมากเลย หนาวเหรอครับ”

          “นิดหน่อยค่ะ ปกติห้องทำงานคุณวินไม่ได้เปิดแอร์เย็นขนาดนี้” อุษาสวรรค์ได้จังหวะจึงชักมือกลับแล้วกุมมันไว้

          “ปกติพี่วินเปิดกี่องศาครับ” บรูโน่หยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศด้วยความน้อยใจ แค่เรื่องอุณหภูมิเธอก็ยังไม่วายเอาไปเปรียบกับพี่วิน

          “ยี่สิบสี่ค่ะ”

          “ผมปรับขึ้นให้แล้ว” บรูโน่กดปุ่มสี่ครั้งจนแผงบนหน้าปัดเล็กๆ แสดงตัวเลขที่เธอบอก

          “ขอบคุณค่ะ แล้วจะให้ดิฉันนั่งตรงไหนคะ”

          “นั่งตรงนี้ก่อนครับ ผมต้องแจ้งรายละเอียดบางเรื่องให้คุณแอ้มทราบก่อน”

          “ถ้าคุณแอ้มเป็นเลขาให้ผมก็ต้องเป็นเต็มตัวเพราะผมก็ต้องเริ่มทำงานเต็มเวลาแล้วเช่นกัน นั่นหมายความว่าคุณแอ้มไม่ต้องไปทำส่วนต้อนรับแล้ว”

          “ค่ะ”

          “ส่วนที่นั่งผมจะยกโต๊ะของคุณแอ้มที่ห้องพี่วินมาไว้ห้องนี้ คุณแอ้มอยากนั่งตรงไหนครับ”

          “ตรงไหนก็ได้ค่ะ”

          “งั้นคุณแอ้มรอที่นี่นะครับ ผมจะไปยกโต๊ะมาให้”

          “คุณจะยกคนเดียวได้ยังไง เดี๋ยวดิฉันตามช่างมาให้”

          “งั้นเรียกมาคนเดียวก็พอครับ จะได้ไม่รบกวนพวกเขาเกินไป” อุษาสวรรค์ยกหูโทรศัพท์ภายในแล้วต่อไปที่ห้องช่าง

          เธอหันมามองชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อยืดคอกลมกับกางเกงยีนสีเข้มอีกครั้งเพราะไม่อยากเชื่อว่าใช่คนเดียวกับวันก่อน ก็คนที่พูดจาร้ายกาจใส่อชิระแถมยังทำท่านักเลงข่มขวัญ มันเหมือนแฝดคนละฝาชัดๆ วันนี้เขาสุภาพและดูเป็นผู้ใหญ่ใจเย็นต่างกันเมื่อวานลิบลับ

          “งั้นผมไปห้องพี่วินเลยแล้วกัน คุณแอ้มรออยู่ที่นี่นะครับ”

          “ดิฉันไปช่วยขนแฟ้มดีกว่าค่ะ นั่งรอเฉยๆ ดูไร้ประโยชน์จังเลย”

          “งั้นก็ตามใจคุณแอ้มครับ เชิญครับ” บรูโน่เปิดประตูแล้วเชิญให้สุภาพสตรีออกไปก่อน

          อุษาสวรรค์พึมพำด้วยคำขอบคุณเบาๆ แล้วเดินนำไปลิ่วๆ เพราะเธอทนกับความสุภาพของเขาไม่ไหวแล้ว มันเหมือนน้องชายกำลังอ้อนให้พี่สาวช่วยทำการบ้านยังไงยังงั้น

 

 

ตอนที่ 10 ขัดใจ

          ช่วงเช้าหมดไปกับการย้ายโต๊ะ เดินสายไฟและสายโทรศัพท์แต่ที่เสียเวลามากที่สุดก็คือจัดแฟ้มกับเอกสารให้เรียบร้อยถูกหมวด อุษาสวรรค์เป็นคนมีระเบียบเธอไม่ชอบวางข้าวของสะเปะสะปะ

          “แฟ้มนี้คือรายชื่อลูกค้าที่มาพักที่โรงแรมติดกันเกินห้าปีค่ะ” เลขานุการยื่นแฟ้มให้เจ้านายหนึ่งแฟ้ม เธออดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ที่ต้องมานั่งทำงานกับเขาเห็นหน้าเขาตลอดเวลา คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะชินกับตำแหน่งใหม่และห้องทำงานใหม่

          “ขอบคุณครับคุณแอ้ม”

          บรูโน่รับแฟ้มไปอ่านด้วยความตั้งใจ เขาประหลาดใจมากที่มีสมาธิกับงานตรงหน้าแบบสุดๆ ส่วนลึกเขารู้ว่าที่มันเป็นแบบนั้นเพราะอุ่นใจที่มีเธออยู่ใกล้ๆ แต่ที่ไม่แน่ใจก็คือความจริงแล้วอาจจะกลัวเธอดุก็เป็นได้หรือไม่ก็ต้องการพิสูจน์ตัวเองให้เธอยอมรับว่าทำงานเป็น

          “วางไว้บนโต๊ะก็ได้ค่ะเดี๋ยวดิฉันเก็บเอง” อุษาสวรรค์บอกเมื่อบรูโน่เดินไปที่ชั้นเอกสารตรงริมห้อง

          “เอ่อ ผมเก็บเองได้นะครับ ไม่ต้องรบกวนคุณแอ้มหรอก”

          “คุณเก็บไม่ถูกที่ เห็นไหมคะว่ามันมีช่องว่างอยู่ตรงนี้พอวางไม่ถูกคราวหน้าจะใช้อีกก็ต้องเสียเวลาหา” อุษาสวรรค์เดินไปหาเจ้านายแล้วแบมือเพื่อขอแฟ้มไปเก็บเอง

          “ตรงนี้ใช่ไหมครับ คราวหน้าผมจะดูให้ดีก่อน” บรูโน่ย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วยัดแฟ้มกลับเข้าที่เดิม อุษาสวรรค์ขัดใจเล็กๆ ที่เขาไม่ฟังเธอ

          “ดิฉันบอกว่าจะเก็บให้”

          “ก็ผมไม่อยากรบกวนคุณแอ้ม แค่นี้เองผมทำได้” เจ้านายหน้าอ่อนบอกแล้วยิ้มน้อยๆ

          “คุณโกรธผมเหรอ” จากที่ยิ้มก็หน้าเสียเพราะอีกฝ่ายหน้าตึงมาก เขาไม่ได้ตั้งใจจะขัดคำสั่งหรือไม่ฟังเธอแต่มันเป็นสิ่งง่ายๆ ที่ไม่จำเป็นต้องรบกวนให้เธอลุกจากโต๊ะทิ้งงานที่ทำอยู่เพื่อมาเก็บแฟ้มแค่เพียงหนึ่งแฟ้ม ทำไมเธอไม่คิดแบบนี้ทำไมเธอคอยแต่จะไม่พอใจเขาอยู่เรื่อย

          “คุณร้อนเหรอ” เธอเห็นเหงื่อผุดอยู่ตามกรอบหน้าของเขาโดยเฉพาะไรผมตรงหน้าผาก

          “นิดหน่อยครับ”

          “อยากได้เอกสารตัวไหนเพิ่มเรียกดิฉันนะคะ” อุษาสวรรค์หยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศมาลดความเย็นให้เหลือยี่สิบองศาเท่าเดิม

          “ติ๊ด ติ๊ด” บรูโน่คว้ารีโมทไปเพิ่มอุณหภูมิให้เพิ่มขึ้นอีกสององศา

          “คนละครึ่ง เปิดแค่ยี่สิบสองก็ได้ครับ ยี่สิบคุณแอ้มจะหนาวเกินไป”

          “ค่ะ” อุษาสวรรค์ตอบด้วยความขัดใจไม่ขัดเธอสักเรื่องจะกินข้าวไม่ลงหรือไง อยู่ด้วยกันไม่ถึงวันยังจะตีกันตายด้วยเรื่องไร้สาระ เธอจะเป็นเลขาให้เขาดีกี่วันเนี่ย

          ทั้งคู่นั่งทำงานกันไปเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรอีก บรูโน่แอบชำเลืองอุษาสวรรค์เรื่อยๆ แต่เธอไม่ชายตามองเขาสักนิด บรรยากาศในห้องเงียบมากเงียบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกด้วยซ้ำ

          “คุณแอ้มครับ” ผ่านมาหนึ่งชั่วโมงเต็มแล้วที่ไม่มีการสนทนาใดๆ เกิดขึ้นในห้องนี้

          “คะ คุณบรูโน่”

          “ผมเปิดเพลงได้ไหมครับ”

          “คุณเป็นเจ้านายเป็นเจ้าของโรงแรมคุณทำได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องขอความเห็นของดิฉันค่ะ”

          “เราควรจะแคร์คนที่อยู่ด้วยไม่ใช่เหรอครับ พี่วินบอกว่าให้ดูแลพนักงานเหมือนคนในครอบครัว”

          “ช่วยผมเลือกได้ไหมเผื่อมีเพลงที่คุณแอ้มชอบ”

          “ไม่ล่ะค่ะ เชิญคุณบรูโน่เลย” อุษาสวรรค์ตอบแล้วก้มหน้าทำงานต่อผ่านไปหลายนาทีเธอก็ยังไม่ได้ยินเสียงเพลง

          “ไม่เปิดเพลงเหรอคะ”

          “คุณแอ้มไม่ชอบ เรานั่งกันเงียบๆ ก็ได้ครับ”

          “เอาเครื่องมาสิคะ ดิฉันจะได้ดูว่ามีเพลงที่ชอบไหม” เธอขอไอพอดที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วรูดดูแต่ก็ไม่พบเพลงที่ตัวเองชอบ

          “เอาเพลย์ลิสต์นี้ก็ได้ค่ะ” เธอตัดสินใจเลือกเพราะในนั้นมีเพลงที่ได้ยินเขาเปิดเมื่อวันก่อน

          “มือเย็นเฉียบเลย หนาวใช่ไหมครับเอาเสื้อแจคเกตผมไปใส่ไหมครับ”

          “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก”

          “ถ้างั้นเราปิดแอร์สักพักไหมครับ”

          “ไม่ต้องหรอกค่ะ ปิดๆ เปิดๆ มันเปลืองไฟ ปกติคุณวินจะปิดก่อนกลับบ้านครึ่งชั่วโมง”

          “งั้นเอาเสื้อผมไปใส่ ขอร้องครับผมกลัวคุณแอ้มไม่สบาย รับรองว่าไม่เหม็นผมมีหลายตัวไม่ได้ใส่ซ้ำ”

          “เปล่าค่ะ ดิฉันเกรงใจ” เธอไม่ได้กลัวเหม็นเพราะเสื้อผ้าเขาหอมฟุ้ง ทั้งห้องนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมเลยแหละช่างเป็นผู้ชายเจ้าสำอางเหลือเกิน

          “ไม่ต้องเกรงใจครับ รับไปนะ” อุษาสวรรค์จึงรับมาสวม เธอคิดว่ามันจะหนักและไม่สบายตัวแต่ไม่ใช่เลยเนื้อผ้านิ่มและอุ่นมากแถมหอมสุดๆ

          “ปกมันไม่เข้าที่ ผมจับให้นะครับ”  บรูโน่เอื้อมไปด้านหลังต้นคอแล้วขยับปกเสื้อให้เธอ

          อุษาสวรรค์เพิ่งรู้ในตอนนี้เองว่าเขาตัวใหญ่กว่าเธอมากถึงแม้ใบหน้าจะอ่อนเยาว์แต่เขาก็คือชายหนุ่มคนนึง ถ้าไปเจอข้างนอกเธอต้องคิดว่าเขาเป็นนายแบบแน่ๆ

          ทั้งคู่แยกย้ายไปทำงานของตัวเองอีกครั้ง เลขาพยายามจะมีสมาธิกับสิ่งที่ทำแต่เพลงจังหวะแรงๆ เบสหนักๆ ทำให้เธอจะบ้าตาย เอกสารหน้านี้เธออ่านมาสามรอบแล้วยังไม่เข้าใจเลย

          ปกติงานในส่วนแผนกต้อนรับก็มีเสียงจ้อกแจ้กคลอทั้งวันแต่มันเป็นเสียงผู้คน เสียงเพลงที่รวมกันแล้วไม่ได้น่ารำคาญและอึกทึกเกินไปแต่เพลงที่เขาเปิดมันตรงกันข้ามทุกอย่าง

          บรูโน่สังเกตว่าคิ้วของเธอขมวดมุ่นตลอดเวลา แถมยังเม้มริมฝีปากไม่ก็ขบเบาๆ เป็นระยะ เขาคิดว่าเธอต้องรำคาญเพลงที่เปิดอยู่แน่นอน ชายหนุ่มจึงเปิดยูทูบแล้วหาเพลงบรรเลงจังหวะนุ่มๆ มาเปิดแทนและก็จริงตามคาด เธอกลับไปนั่งในท่าสบายๆ เหมือนเดิม คิ้วที่เคยขมวดก็คลายปมออก

          อุษาสวรรค์ตั้งใจกับงานจนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง อยู่ๆ บรรยากาศก็สงบและผ่อนคลายขึ้นมาเฉยๆ กว่าจะรู้ตัวว่าใกล้เวลาเลิกงานก็ตอนได้ยินเสียงปิดเครื่องปรับอากาศ

          “อ้าว เลิกงานแล้วเหรอคะ”

          “พนักงานเลิกตอนห้าโมงไม่ใช่เหรอครับ”

          “ถ้าทำในส่วนออฟฟิศก็ใช่ค่ะ แต่แผนกต้อนรับเข้าเป็นกะค่ะ”

          “ตอนนี้คุณเป็นพนักงานออฟฟิศเต็มตัวแล้วครับ”

          “ขอบคุณนะคะ” อุษาสวรรค์ถอดเสื้อแจคเกตคืนให้เจ้าของ

          “คุณแอ้มชอบเพลงไหมครับ”

          “ค่ะ เหมือนที่เปิดในโรงแรมเลย” เธอตอบแล้วกลับไปนั่งโต๊ะเหมือนเดิม

          บรูโน่ประหลาดใจมากที่เธอไม่หยิบเครื่องสำอางขึ้นมาแต่งหน้าเพราะพนักงานสาวๆ ส่วนใหญ่พอใกล้เวลาเลิกงานก็ไม่ทำงานแล้ว เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่เข้าถึงยากแบบเธอมาก่อนมันยิ่งทำให้เร้าใจและอยากเอาชนะมากขึ้น

          “ห้าโมงแล้วครับคุณแอ้ม”

          “งั้นดิฉันกลับก่อนนะคะ”

          เมื่อเลขาเดินออกไปบรูโน่ก็เอาแต่มองไปที่โต๊ะของเธอพอไม่เห็นเธอหัวใจมันก็ปั่นป่วนทรมานเหลือเกิน ทำไมผู้หญิงหน้าดุและเย็นชาแบบเธอถึงมีอิทธิพลกับหัวใจของเขานัก

          “พี่วินครับ เย็นนี้ทานข้าวที่ไหนกัน” เกือบทุ่มบรูโน่จึงไปหาพี่ชายที่ห้องทำงานและสิ่งที่ทำให้ขัดใจมากก็คืออุษาสวรรค์อยู่ที่นี่

          “ว่าจะทานที่โรงแรม วันนี้พ่อครัวเขาว่ามีปูสดๆ ตัวโตมาก ของโปรดคุณแอ้มกับแพรเขา”

          “อย่าเลยค่ะคุณวิน แอ้มเกรงใจ”

          “เกรงใจอะไรกันครับ ทำงานให้ผมสารพัดตำแหน่งแบบนี้แค่ปูตัวสองตัวมันเล็กน้อยมากๆ ที่จะตอบแทนคุณแอ้ม”

          “อยู่ทานด้วยกันนะคะพี่แอ้ม” แพรนวลชวน

          “ก็ได้จ้ะ” อุษาสวรรค์ตอบตกลงแล้วยิ้มแป้นมันยิ่งทำให้บรูโน่ขัดใจ ทำไมเธอไม่เคยยิ้มไม่เคยหัวเราะไม่เคยทำท่ามีความสุขแบบนี้ตอนทำงานกับเขา ตอนอยู่ด้วยกันเธอเอาแต่นั่งนิ่งทำหน้าดุ

          “ป่ะ โน่ ทานข้าวกันดีกว่าแต่ขอเวลาพ่อลูกอ่อนเก็บสัมภาระก่อนนะ” วินสตันกล่าวติดตลกเพราะเดี๋ยวนี้จะไปไหนทีต้องหอบข้าวของลูกสาวไปด้วยหนึ่งกระเป๋าใหญ่แถมรถเข็นอีกคัน

          อุษาสวรรค์ช่วยอุ้มทะเลดาวไว้พ่อกับแม่ของเธอจะได้เก็บของสะดวก เธอไม่ได้สนใจเจ้านายตัวเองเลยเพราะเขาก็ไม่ได้สนใจเธอเช่นกัน เขามองมาที่เธอครั้งนึงด้วยสายตาดุดันซึ่งเธอไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจเรื่องอะไรและเธอก็ไม่สนใจด้วย

 

ตอนที่ 11 ทะลุปรุโปร่ง

          อุษาสวรรค์มองไปทางเจ้านายบ่อยๆ แต่เขาก็ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่สนใจสิ่งใด ตั้งแต่เช้าเขาไม่ทักทายเธอ ไม่เปิดเพลง แถมเอารีโมทเครื่องปรับอากาศไปครองคนเดียว

          “ไม่เปิดเพลงเหรอคะ” เงียบ เขาไม่ตอบ

          “คุณบรูโน่คะ เป็นอะไรคะ”

          “มีอะไรครับ”

          บรูโน่ถามกลับ ทั้งที่อยากตอบใจจะขาดว่าสิ่งที่เป็นตอนนี้ ไม่สิที่เป็นตั้งแต่เมื่อคืนก็คือน้อยใจแล้วก็โมโหที่เธอไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตาสักนิด

          “ดิฉันถามคุณไม่ได้ยินเหรอ”

          “คุณพูดกับผมเหรอครับ”

          “ก็ใช่สิคะ ห้องนี้อยู่กับสองคนถ้าไม่พูดกับคุณจะให้พูดกับใคร” คิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่ว่าจะต้องตีกันตายสักวัน ยังมีหน้ามาถามว่าพูดกับใคร นี่มันกวนประสาทกันชัดๆ

          “คือผมไม่แน่ใจครับว่าคุณพูดกับผมรึเปล่า ปกติคุณไม่เคยพูดเรื่องอื่นกับผมถ้าไม่ใช่เรื่องงาน”

          “คุณไม่พอใจเรื่องไหน บอกมาตรงๆ ดีกว่าค่ะ อย่าเล่นลิ้น” อุษาสวรรค์เดินไปที่โต๊ะทำงานของบรูโน่ เธออยากวางมือไปบนโต๊ะแล้วตบดังๆ ด้วยซ้ำแต่ก็รู้ว่ามันไม่สุภาพและรุนแรงเกินไป เธอไม่ชอบสงครามเย็นหรือเกมเดาใจเธอเกลียดความไม่ชัดเจน

          “ไม่มี” บรูโน่ตอบสั้นๆ

          “ที่ฉันยอมมาทำงานกับคุณเพราะเป็นความต้องการของคุณแต่ถ้าคุณเปลี่ยนใจก็แค่บอกมาอย่าทำแบบนี้ ฉันโตแล้วรับความเปลี่ยนแปลงได้และที่สำคัญฉันทำงานกับใครหรือทำที่ไหนก็ได้”

          บรูโน่สะพรึงไปเลยกับความกราดเกรี้ยวของผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องใจกล้าแค่ไหนถึงขึ้นเสียงกับเจ้าของโรงแรมโดยไม่กลัวโดนไล่ออก

          “ผมต้องการคุณ”

          “แล้วคุณเป็นอะไร”

          “ถ้าคุณไม่บอกว่าเป็นอะไร ดิฉันคงทำงานกับคุณต่อไปไม่ได้”

          “ทำกับผมไม่ได้เพราะไม่อยากทำ อยากจะกลับไปหาพี่วินสินะ”

          “คุณเหมือนไม่ได้ฟังที่ดิฉันพูดเลยนะคะ ดิฉันบอกว่าสามารถทำงานที่ไหนทำกับใครก็ได้”

          “แล้วคุณวินมาเกี่ยวอะไรด้วย”

          “เมื่อวานเลิกงานแล้วผมคิดว่าคุณจะกลับบ้านแต่กลับไปคลุกอยู่กับพี่วิน”

          “เลิกงานดิฉันจะไปไหนก็ได้ คุณจะมาบงการได้ยังไง”

          “แล้วทำไมต้องไปหาพี่วิน เหมือนไม่เต็มใจมาทำงานกับผม ห่างกันไม่ได้เลยเหรอ”

          “ดิฉันว่าคุณบรูโน่ควรไปทบทวนความคิดตัวเองใหม่นะคะ” เลขากับเจ้านายเถียงกันด้วยเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ บรูโน่น้อยใจที่เธอไม่เคยพูดจาดีๆ ด้วย อุษาสวรรค์ก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะมาก้าวก่ายชีวิตของเธอทำไม

          “คุณไปทำงานของคุณเถอะ” บรูโน่รู้ว่าเถียงไปก็ไม่ชนะจึงตัดบทเอาดื้อ

          “ไม่ค่ะ ถ้าคุณไม่บอกว่าสาเหตุจริงๆ มันคืออะไร”

          “ผมไม่บอก มันเรื่องของผม”

          “คุณจะเอาปัญหาส่วนตัวมารวมกับเรื่องงานไม่ได้   ถ้าคุณแยกแยะไม่เป็น ดิฉันขอถอนตัวจากการเป็นเลขา”

          อุษาสวรรค์พูดด้วยเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยโทสะ ที่นี่คือห้องทำงานของผู้บริหารโรงแรมระดับร้อยล้านแต่ผู้นำดันมานั่งหน้าง้ำหน้างอโดยไม่มีสาเหตุ เธอมั่นใจว่าเขาไม่พอใจบางอย่างแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรและถ้ามันเป็นเรื่องงานเธอยินดีรับฟังน้อมรับคำตินำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น

          แต่นี่อะไรเอาแต่นั่งอมขี้ฟัน ถามก็ไม่ตอบ!

          “ทำไมคุณไม่เคยพูดดีๆ กับผมเลย” บรูโน่เอ่ยออกมาเบาๆ มันเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบแต่อุษาสวรรค์ก็ได้ยิน ในน้ำเสียงมีความน้อยใจชัดเจนแต่เมื่อสบตาเขามันกลับชัดเจนยิ่งกว่า

          “ดิฉันก็พูดกับคุณสุภาพทุกครั้งนะคะ”

          “ผมไม่ได้บอกว่าคุณไม่สุภาพ คุณไม่เคยพูดดีๆ ไม่เคยเป็นมิตรกับผม”

          “แล้วต้องให้ดิฉันพูดยังไงคะ”

          “พูดกับผมเหมือนพูดกับพี่วิน พี่แพร อชิระและคนอื่นๆ พูดด้วยความเป็นมิตรไม่ใช่พูดผ่านกำแพงที่คุณสร้างไว้”

          “ดิฉันจะปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ” ความจริงเขาก็มีความเป็นผู้นำเหมือนกันสามารถมองคนออกและมองเธอทะลุปรุโปร่งด้วย เขาเป็นเจ้านายและเพิ่งทำงานด้วยแค่เพียงสองวันมันก็ยังไม่เข้าขากันเท่าไหร่ ที่พูดกับเขาแบบนั้นก็เพราะไม่รู้ว่าเขาต้องการความเป็นทางการระดับไหนเกิดไปตีสนิทชิดเชื้อก็จะหาว่าลามปามทำตัวเสมอเจ้านายอีก เธอจึงเลือกแบบกลางๆ เป็นทางการไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

          “เลิกใช้คำว่าดิฉันได้ไหม ผมไม่ใช่เจ้าขุนมูลนาย”

          “ได้ค่ะ”

          “เลิกทำหน้าเหมือนรำคาญผมได้ไหม”

          “ฉัน….” เป็นครั้งแรกที่อุษาสวรรค์ไม่รู้จะพูดอะไร เธอเพิ่งรู้ตัวว่าสิ่งที่แสดงออกไปมันไม่น่ารักและทำร้ายความรู้สึกเขา ทั้งๆ ที่ทำงานได้พบปะผู้คนมากมายแต่แทบไม่เคยเกลียดขี้หน้าใครเพราะเธอรู้ว่าแต่ละคนเติบโตมาคนละที่ บุคลิก นิสัยจึงต่างกันแต่กับผู้ชายคนนี้เธอดันให้คะแนนติดลบตั้งแต่สบตา

          “ผมรู้ว่าไม่มีทางสู้พี่วินได้ แค่ช่วยยอมรับผมในแบบที่ผมเป็นก็พอ”

          “ฉันไม่เคยเปรียบคุณกับใคร”

          “คุณเปรียบคุณอยากให้ผมเป็นเหมือนพี่วินซึ่งไม่มีวันเป็นไปได้ ผมก็คือผม พี่วินก็คือพี่วิน”

          “ฉันแค่ยังไม่รู้จักคุณก็เท่านั้น ไม่ได้อยากให้ใครเป็นเหมือนใคร” อีกครั้งที่อุษาสวรรค์ต้องประหลาดใจที่ผู้ชายคนนี้เห็นความคิดของเธอเหมือนมานั่งอยู่ในหัว

          “เรามาเริ่มกันใหม่นะคะ” อุษาสวรรค์ยื่นมือไปข้างหน้า

          “ยินดีที่ได้รู้จักกันอีกครั้งครับ” บรูโน่จับมือนุ่มนิ่มเขย่าเบาๆ

          “เลิกทำหน้าตูมได้แล้วค่ะ จะได้เริ่มทำงานกันสักที”

          “ตกลงครับ”

          “ผู้จัดการห้องอาหารญี่ปุ่นเขาอยากรีโนเวทภายใน คุณคิดว่ายังไงคะ”

          “แล้วเคยรีโนเวทรึยังครับ”

          “ยังค่ะ ตั้งแต่เปิดก็แบบเดิมมาตลอดแต่มันไม่ได้เก่าหรือสกปรกนะคะ คุณซาโต้คิดว่ารีโนเวทให้ทันสมัยแล้วเพิ่มเมนูซิกเนเจอร์เข้าไปสักสองอย่าง ห้องอาหารของเราจะได้มีความเคลื่อนไหวเป็นข่าวออกสื่อบ้าง”

          “ตกลงครับ ผมอนุมัติ”

          “เปิดเพลงแบบเมื่อวานก็ได้นะคะ ฉันชอบ” อุษาสวรรค์บอกเจ้านายแล้วกลับไปนั่งโต๊ะ

          ห้องทำงานเล็กๆ บรรยากาศแตกต่างจากสิบนาทีก่อนมาก ตอนนี้ทั้งเจ้านายและเลขาผ่อนคลายลงและเข้าใจกันมากขึ้น บรูโน่บอกตัวเองว่าต้องเลิกคิดมากและทำตัวให้เหมาะกับตำแหน่งผู้นำมากกว่านี้ มันจริงแบบที่เธอว่าคือเขากับเธอเพิ่งรู้จักกันจะให้เข้าขากันทุกอย่างในเวลาแค่สองวันมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

          อุษาสวรรค์ตั้งใจว่าจะเลิกอคติกับเจ้านาย เธอเย้ยหยันว่าเขาก็แค่เด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์แต่เด็กแบบเขากลับมองเห็นความคิดของเธอทะลุปรุโปร่ง มันแปลว่าเขาก็มีภาวะผู้นำและมองเกมขาดเลยทีเดียว

 

 

ตอนที่ 12 เปิดตัวผู้บริหาร

          อุษาสวรรค์อยู่ในชุดราตรีสีดำแนบเนื้อยาวกรุยกรายแต่ด้านขวาผ่าสูงจนเห็นต้นขาขาวๆ ช่วงหน้าอกเป็นซีทรูเผยให้เห็นเนินอกรำไร ส่วนใบหน้าและทรงผมก็จัดเต็มเพราะแพรนวลกล่าวติดตลกกับเธอว่าถ้าไม่สวยจะไม่ให้เข้างาน

          วินสตันจัดงานเปิดตัวน้องชายเพื่อเป็นการแนะนำผู้บริหารคนใหม่อย่างเป็นทางการกับหุ้นส่วนและสื่อมวลชน บรูโน่ทำงานได้หนึ่งเดือนก็พอเข้าใจภาพรวมๆ ของงานทั้งหมดแต่ก็ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ

          “พี่แอ้ม สวยประหารมาก” แพรนวลชมเลขาคนเก่งที่วันนี้สวยเฉี่ยวสะกดสายตาสุดๆ

          “ขอบใจจ้ะ แพรก็สวย”

          “สวัสดีครับสาวๆ สวัสดีครับพี่วิน” บรูโน่เข้ามาสมทบกับครอบครัวที่ห้องทำงานของพี่ชายแล้วก็คิดไม่ผิดว่าต้องเจอเลขาอยู่ที่นี่แต่สิ่งที่ไม่ได้คิดก็คือเธอจะสวยจนแทบลืมหายใจขนาดนี้

          วันอื่นใช่ว่าเธอไม่สวยแต่วันนี้เธองดงามราวกับรูปปั้นก็ไม่ปาน เรียวขาขาวๆ ตัดกับชุดสีดำจนไม่อาจละสายตาได้ ช่วงหน้าอกก็เซ็กซี่เหลือเกินเพราะเป็นผ้าซีทรู ทำให้เห็นเนินอกจนคิดอะไรไปได้อีกไกลแสนไกล

          “ตะลึงเลยสิ” วินสตันแซวน้องชายที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง

          “ใครไม่ตะลึงก็บ้าแล้วล่ะครับ” บรูโน่ตอบแต่ยังจ้องอุษาสวรรค์อยู่อย่างนั้น ในใจคิดเพียงแต่ว่าทำยังไงถึงจะได้เธอมาเป็นคนรัก

          “หนูดาวอยู่กับพี่จันทร์ก่อนนะคะ” แพรนวลไม่อยากให้ลูกสาวลงไปร่วมงานด้วยเพราะมันเสียงดังและคนเยอะเกินไป เธอกลัวว่าลูกจะงอแงและทำความรำคาญให้คนอื่น

          “ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะหนูจะดูแลน้องดาวเอง” ทะเลจันทร์รับเด็กตัวน้อยมาอุ้มแล้วหอมแก้มเบาๆ เธอเพิ่งมาทำงานที่นี่แต่ก็คุ้นเคยดีกับเจ้าของโรงแรมเพราะก่อนหน้านั้นคุณวินสตันกับคุณแพรช่วยเหลือเธอกับแม่หลายอย่างทั้งพาแม่ไปหาหมอ หารถเข็นและที่ขายส้มตำให้ใหม่แบบถูกกฎหมายไม่ต้องคอยหนีเทศกิจ ระหว่างที่เรียนคุณวินสตันก็ให้มาทำแบบพาร์ทไทม์พอจบระดับ ปวช. เธอก็ไม่เรียนต่อแต่เลือกทำงานแทน

          “งั้นเราก็ไปกันเลยดีไหม” วินสตันหันมาถาม

          “เชิญครับ” บรูโน่เปิดประตูให้ทุกคนแล้วตั้งแขนให้อุษาสวรรค์

          “ไม่ต้องก็ได้มั้งคะ” เธอลังเลเพราะรู้ว่าต้องทำอะไร

          “คืนนี้ไม่ใช่แค่แนะนำผมกับสื่อ ผมจะแนะนำคุณว่าเป็นเลขาผมด้วยและเจ้านายที่ดีก็ควรดูแลพนักงาน รองเท้าคุณสูงมากผมกลัวคุณจะล้ม” อุษาสวรรค์จึงไม่มีทางเลือกใดนอกจากคล้องแขนเดินควงไปกับเขา

          ทะเลจันทร์มองชายหญิงสองคู่ที่แสนสง่างามด้วยความชื่นชม มันเหมือนภาพวาดของเจ้าหญิงกับเจ้าชายในสมุดนิทานไม่มีผิด คุณๆ ทั้งสี่นอกจากจะสวยหล่อหยาดหยดแล้วจิตใจก็ดีมากๆ ด้วย คุณวินกับพี่แพรเจอเธอตอนทำงานที่ร้านสะดวกซื้อแล้วก็ชักชวนให้มาทำงานที่นี่ พี่แอ้มเห็นหน้าดุๆ นิ่งๆ แบบนั้นแต่จริงๆ แล้วอ่อนหวานมาก ส่วนคุณบรูโน่เพิ่งมาใหม่จึงยังไม่รู้จักนิสัยใจคอนักแต่เธอมั่นใจว่าเขาก็ต้องใจดีแบบพี่ชายแน่ๆ

          บรูโน่และอุษาสวรรค์ตกเป็นเป้าสายตาของแขกเหรื่อและสื่อมวลชนอย่างไม่ต้องสงสัย ขณะที่ทั้งคู่ก้าวเข้าไปในห้องโถงเสียงจ้อกแจ้กก็เงียบลงทันทีเพราะทุกคนตกตะลึงกับความสวยเฉี่ยวของหญิงสาวชุดดำ รูปลักษณ์ของเธอแสดงออกชัดเจนทางสายตาและท่าทางว่าเป็นคนเก่ง มีสมองไม่ยอมใครแต่ก็มีมุมหวานซ่อนอยู่ข้างใน

          “รอตรงนี้ก่อนนะครับ” เขากุมมือเธอไว้เมื่อต้องแยกจากกันชั่วขณะ บรูโน่รู้สึกว่ายิ่งอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายเขาก็ยิ่งอยากแสดงให้เธอเห็นว่าเธอเป็นเพียงผู้เดียวที่อยู่ในใจเขา

          เวลาหนึ่งเดือนที่ได้อยู่ใกล้ชิดกันทำให้เขาหลงเธอแบบหัวปักหัวปำ เธอไม่ใช่แค่สวยแต่เธอมีอะไรในตัวมากกว่านั้น เธอเก่ง เด็ดขาด ไหวพริบดี อ่อนโยน เธอไม่ใช่ผู้หญิงเหยาะแหยะเอาแต่ห่วงสวยแต่งหน้าทาปากไปวันๆ แต่เธอก็สวยของเธอทุกวัน เธอเหมาะที่จะเป็นคู่รักและคู่ชีวิตเหลือเกิน

          วินสตันขึ้นเวทีและกล่าวว่าตนเองจะวางมือจากโรงแรมแล้วไปบริหารสนามกอล์ฟที่เขาใหญ่ส่วนที่นี่จะยกให้น้องชายดูแลทั้งหมด

          “ขอบคุณนะครับที่สละเวลามาร่วมงานคืนนี้ หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดและเหนื่อยที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ ตอนเรียนผมคิดว่ามันหนักแล้วแต่เทียบไม่ได้เลยกับการทำงานจริงๆ อย่างที่ทราบกันว่าผมเพิ่งจบเป็นเด็กใหม่แต่ต้องมาบริหารโรงแรมที่ติดอันดับดีเลิศทุกปีมันกดดันมากครับ ผมอ่านเอกสารเก่าๆ ทุกวัน วางแผนทิศทางของอนาคตด้วยความรอบคอบแต่ทุกอย่างจะไม่เป็นผลสำเร็จถ้าไม่มีเธอคนนี้คอยช่วยเหลือ ผมขอแนะนำคุณอุษาสวรรค์หรือคุณแอ้ม เลขาคนเก่งของผมครับ”

          “ขอบคุณค่ะ” อุษาสวรรค์ก้าวขึ้นไปบนเวทีและยืนเคียงข้างบรูโน่ แสงแฟลชฉายพึ่บพั่บจนตาลายแต่เธอก็ยิ้มสู้เพราะรู้ว่างานคืนนี้มีความหมายกับเขามาก

          หนึ่งเดือนเต็มที่ทำงานด้วยกันเธอเห็นถึงความตั้งใจและมุ่งมั่นจนมองเขาเปลี่ยนไป ภายใต้รูปลักษณ์เจ้าสำอางขี้เล่นมีความตั้งใจและวิสัยทัศน์ของผู้นำอยู่เต็มเปี่ยม เธอรู้ว่าเขากดดันที่ต้องเป็นเงาของพี่ชายแต่เขาก็ไม่ได้ด้อยกว่าพี่ชายเลย

          “ดิฉันภูมิใจมากค่ะที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ในการขับเคลื่อนโรงแรมโกลเด้น สยาม อย่างที่ทราบกันนะคะว่าโรงแรมของเราได้รับรางวัลแทบทุกปีซึ่งรางวัลเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีพนักงานทุกคนและที่สำคัญกว่านั้นก็คือผู้นำที่คอยบอกแนวทางให้พวกเราเดินตาม คุณวินสตันบุกเบิกโรงแรมโกลเด้น สยามไว้อย่างสวยงามและคุณบรูโน่จะนำพาโรงแรมของเราให้ก้าวหน้าได้อย่างงดงามเช่นกัน”

          “ขอบคุณครับ” บรูโน่หันไปสบตากับอุษาสวรรค์ เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเธอจะชื่นชมด้วยถ้อยคำที่แสดงความยกย่องแบบนั้นต่อหน้าผู้คน

          ครอบครัวของบรูโน่ที่ยืนอยู่ด้านหลังคิดว่าสองคนนั้นกำลังยืนขอบคุณแขกเหรื่อในงานแต่งของตัวเอง ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนานประหนึ่งในห้องโถงแห่งนี้อยู่กันเพียงสองคน

          “เจ้าโน่เอาจริงใช่ไหมเนี่ย” วินสตันกระซิบถามภรรยา

          “ก็น่าจะจริงนะ กลับมาไม่เห็นไปหาสาวๆ ในสังกัด ขลุกอยู่แต่กะหนูแอ้มทั้งวันทั้งคืน เจ้าโน่ไม่ได้บ้างานหรอกเชื่อแม่” เฟยกระซิบตอบลูกชายเพราะเธอก็ได้ยินสิ่งที่ลูกชายพูดกับภรรยา

          “ถ้าพี่แอ้มใจอ่อนก็คงดีค่ะ” แพรนวลรู้ว่าที่อุษาสวรรค์ครองความโสดมาจนป่านนี้เพราะเธอมีแผลใจ ทั้งที่มีไฮโซและลูกค้ารวยระดับมหาเศรษฐีมาแจกขนมจีบให้ตลอดแต่เธอก็ไม่เคยชนะรอยแผลนั้นได้

          “เจ้าโน่เอาแต่ใจตามประสาลูกคนเล็ก เชื่อเถอะว่าไอ้ตัวร้ายหาทางได้แน่ๆ” วินสตันตอบพร้อมหัวเราะในลำคอ จะหาใครเจ้าเล่ห์และจอมวางแผนเท่าน้องชายของเขาคงไม่มีอีกแล้ว

 

ตอนที่ 13 โรแมนติกริมแม่น้ำ

           “สวยจนคนแก่ตะลึงเลยนะหนูแอ้ม” เฟยทักทายพนักงานคนโปรด

          “ใครแก่คะ หนูไม่เห็นคนแก่สักคน คุณแม่สวยแล้วก็สง่ากว่าหนูอีกค่ะ หนูเทียบรัศมีไม่ติดเลย” อุษาสวรรค์ไม่ได้แกล้งยอหรือประจบเอาใจ  คุณเฟยถึงจะอายุมากแล้วแต่หน้าตาผิวพรรณยังเต่งตึงสดใสเหมือนสาวๆ

          “ชมมากๆ ม่าม้าจะได้ใจนะครับคุณแอ้ม” วินสตันเข้ามาสมทบ

          “แด๊ดไปไหนล่ะครับ”

          “คุยกับคุณโจเซฟอยู่คงไม่พ้นเรื่องไวน์แหละ ถูกคอกันเหลือเกิน”

          “โน่ แม่ว่าไปส่งหนูแอ้มได้แล้วมั้ง นี่ก็จะสี่ทุ่มแล้ว”

          “หนูกลับเองได้ค่ะคุณแม่”

          “แต่มันดึกแล้ว แม่เป็นห่วงแถมแต่งตัวสวยขนาดนี้ไม่ควรเดินทางคนเดียวนะ”

          “ใช่ค่ะพี่แอ้ม ให้โน่ไปส่งเถอะทุกคนจะได้สบายใจ” แพรนวลสนับสนุนอีกเสียง

          “งั้นแอ้มลาทุกคนเลยนะคะ คุณแม่คะหนูฝากลาคุณพ่อด้วยไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะท่านค่ะ”

          “ได้จ้ะ อาทิตย์หน้ามาทานข้าวกับแม่บ้างนะ”

          “ค่ะ คุณแม่”

          บรูโน่พาอุษาสวรรค์ไปที่ลานจอดรถพอขึ้นมานั่งเรียบร้อยเขาก็เพิ่งนึกได้ว่าไม่รู้จักบ้านของเธอและเธอก็ไม่สนใจด้วยว่าทำไมเขาถึงไม่ออกรถสักที

          “คุณแอ้มครับ”

          “คะ คุณบรูโน่” อุษาสวรรค์ขานรับเสียงเนือยๆ

          “ผมไม่รู้จักบ้านคุณครับ”

          “จริงสิฉันลืมสนิทเลยขอโทษทีนะคะ บ้านฉันอยู่ท่าพระจันทร์ค่ะ”

          “ท่าพระจันทร์ แถวสนามหลวงเหรอครับ”

          “ใช่ค่ะ”

          “ไกลจังแล้วคุณมาทำงานยังไงเนี่ย”

          “ตั้งแต่มีรถไฟฟ้าก็สะดวกขึ้นมากเลยค่ะแต่เมื่อก่อนก็นั่งรถเมล์เอาค่ะ หลายต่อเลยกว่าจะถึงโรงแรม”

          “คุณเหนื่อยเหรอครับ”

          “ตื่นเต้นมากไปหน่อยค่ะเลยเพลีย” เธอตอบแล้วยิ้มน้อยๆ

          “งั้นผมจะรีบพาคุณไปส่งบ้านนะครับ” บรูโน่เคลื่อนรถยนต์สีแดงเพลิงออกจากช่องจอดช้าๆ การจราจรบนท้องถนนติดขัดพอสมควรแต่ยังไม่น่าอึดอัดเท่าบรรยากาศตอนนี้เพราะมันเงียบมาก

          “คุณแอ้มครับ” อีกครั้งที่บรูโน่ทำลายความเงียบ

          “คะ”

          “คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ เงียบจัง”

          “ฉันดีใจถึงงานคืนนี้จะไม่เกี่ยวกับฉันเลยแต่ฉันก็ภูมิใจค่ะ พอเรียนจบฉันก็มาทำงานที่นี่ตอนนั้นไม่รู้อะไรเลย เซ่อซ่ามากแต่คุณวินกับพนักงานรุ่นพี่ก็เอ็นดูฉันคอยสอนคอยแนะนำทุกอย่างจนมีฉันในวันนี้”

          “ฉันได้เห็นการเติบโต ความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในทุกๆ ปี โรงแรมของเราไม่เคยหยุดพัฒนา แถมตอนนี้คุณวินก็มีลูกและภรรยาที่น่ารัก ฉันเป็นคนนอกที่มองครอบครัวของพวกคุณด้วยความชื่นชมมาเสมอและคืนนี้ก็เป็นอีกครั้งที่โรงแรมจะก้าวไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ภายใต้การบริหารของคุณ”

          “พวกเราไม่เคยมองคุณแอ้มเป็นคนนอกเลยนะครับ”

          “ขอบคุณค่ะ ฉันซาบซึ้งมากที่คุณพ่อกับคุณแม่ของคุณเอ็นดูฉันและพวกคุณก็ให้เกียรติฉันทั้งที่เป็นแค่พนักงานธรรมดาถ้าอนาคตไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงฉันก็คงจะทำงานที่นี่ไปจนแก่ตายแหละค่ะ”

          “สำหรับผมมันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่นอน ขึ้นอยู่กับคุณแอ้มเพียงคนเดียวว่าอยากอยู่ตรงนี้อีกนานแค่ไหน”

          “ไฟเขียวแล้วค่ะ” เธอบอกให้เขาหันไปสนใจการขับขี่แล้วต่างคนต่างก็ตกอยู่ในความคิดของตัวเอง

          “จอดข้างหน้านี่แหละค่ะ”

          “ผมไปส่งหน้าบ้านได้นะครับ คุณแอ้มจะได้ไม่ต้องเดิน”

          “บ้านฉันรถเข้าไม่ได้ค่ะเพราะอยู่ติดแม่น้ำ”

          “เหมือนบ้านพี่แพรเลย” บรูโน่เอ่ยด้วยความประหลาดใจ

          “ใช่ค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง”

          “ขอผมไปส่งคุณแอ้มถึงหน้าบ้านได้ไหมครับ ผมจะได้สบายใจ”

          “ได้ค่ะ” เธอเดินลัดเลาะไปตามทางด้วยความชำนาญเพราะอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก ใช้เวลาสิบนาทีก็มาถึงบ้านปูนเปลือยที่ด้านในไฟยังสว่างจ้าทุกดวง

          “แม่จ๋า พ่อจ๊ะ หนูกลับมาแล้ว” เสียงหวานๆ บอกให้คนที่รออยู่ได้ชื่นใจ

          “กินอะไรมารึยัง ตาเถร! ใครล่ะนั่นมายืนมืดๆ” อุไรมารดาของอุษาสวรรค์เห็นร่างสูงในมุมมืดก็ตกใจแทบสิ้นสติ

          “ฮ่าๆๆ เจ้านายหนูเองจ้ะแม่ เขามาส่งเห็นว่าดึกแล้ว”

          “สวัสดีครับคุณแม่ สวัสดีครับคุณพ่อ ผมชื่อบรูโน่” อุษาสวรรค์หันไปมองแบบงงๆ นี่เรียกพ่อเรียกแม่เลยเหรอ สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่

          “นี่ใช่ไหมน้องชายคุณวินเขา หล่อกว่าพี่อีกนะเนี่ย”

          “พาเจ้านายเข้ามาดื่มน้ำดื่มท่าก่อนสิแอ้ม เขาขับรถมาตั้งไกลจะได้พักแข้งพักขาก่อน” เสกสรรค์บิดาของอุษาสวรรค์บอก

          “เชิญค่ะคุณบรูโน่ บ้านเราคับแคบไปหน่อยนะคะ”

          “ไม่เลยครับ อบอุ่นมากกว่า” มันเป็นบ้านหลังเล็กที่อบอวลไปด้วยความรักอย่างแท้จริง ที่กำแพงมีรูปของพ่อแม่ลูกประดับอยู่ทั่ว ไล่มาตั้งแต่ตอนที่เธอยังเป็นเด็กแบเบาะจนถึงวันรับปริญญา

          “คุณฟันหลอด้วย”

          “เด็กที่ไหนไม่เคยฟันหลอบ้างล่ะคะ” อุษาสวรรค์ยื่นน้ำดื่มให้และเธอกระแทกไปแรงพอสมควรเพราะหมั่นไส้รอยยิ้มกวนประสาท

          “ตอนนั้นใครไปล้อนะ โดนชกหน้าหงายทุกรายเลยคุณ” เสกสรรค์บอกแล้วหัวเราะลั่น

          “พ่อ ทำไมขายลูกล่ะ” อุษาสวรรค์ทำหน้างอใส่บิดา

          “ขาโหดแต่เด็กเลยนะครับ” บรูโน่ก็หัวเราะเช่นกัน

          “มีขนมจีนกับแกงเขียวหวาน กินไหมแอ้มแม่จะอุ่นให้ แล้วคุณล่ะทานอาหารบ้านๆ ได้ไหม”

          “ได้สิครับคุณแม่ ในงานแทบไม่ได้กินอะไรเลยเพราะมัวแต่คุย”

          “หนูช่วยจ้ะ”

          “ไม่ต้องหรอก นั่งกับเจ้านายไปเถอะเดี๋ยวเขาจะเบื่อ”

          “ผมขอดูรูปในอัลบั้มได้ไหม” เมื่อเธอพยักหน้า บรูโน่จึงเปิดดูทีละรูปด้วยความตั้งใจเพราะเขากำลังจะได้รู้จักตัวตนของเธอเสี้ยวนึงผ่านทางรูปถ่าย ถึงจะทำงานด้วยกันทุกวันแต่ก็แทบไม่ได้คุยเรื่องอื่นเลย

          ตอนแบเบาะเธอจ้ำม่ำน่ารักน่าหยิกเหลือเกิน พอถึงช่วงหัดเดินก็เริ่มมีแผลตามขาไม่บอกก็รู้ว่าซ่าตั้งแต่วัยเต๊าะแตะ ช่วงประถมแววความก๋ากั่นก็ฉายชัดแบบสุดๆ ตอนมัธยมต้นเค้าความสวยเริ่มมาแต่ก็ยังมีความทอมบอยอยู่แต่พอใส่ชุดมัธยมปลายเธอก็กลายเป็นสาวแรกแย้มที่สดใสสมวัย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตอนอยู่มหาวิทยาลัยถึงได้เป็นดรัมเมเยอร์แต่รูปหลังจากนั้นเขารู้สึกว่าแววตาของเธอเปลี่ยนไป มันมีความเศร้าหม่นแฝงอยู่ข้างในไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า

          “แอ้ม เสร็จแล้วลูก” อุไรเรียกให้ลูกสาวมายกอาหารไปตั้งโต๊ะ

          “ขอรบกวนด้วยนะครับ” บรูโน่บอกแล้วตักอาหารเข้าปาก แกงเขียวหวาน หวานมันกลมกล่อมกำลังดีแถมลูกชิ้นก็มีแต่เนื้อปลาเน้นๆ

          “ลูกชิ้นอร่อยจังเลยครับ แกงก็อร่อย”

          “แม่ซื้อเนื้อปลามาทำเอง ไม่ได้ซื้อแบบสำเร็จจากตลาด”

          “หิวหรือกินเอาใจคะ” อุษาสวรรค์ถามเบาๆ

          “ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ผมกินเพราะอร่อยต่างหาก”

          “ขอบคุณมากนะครับคุณแม่ วันหลังขอแวะมาฝากท้องบ้างนะครับ” คนตัวโตเอ่ยแล้วยิ้มร่าแถมยังเอามือลูบพุงอีกต่างหาก เรียกว่าพุงคงไม่ถูกนักเพราะเขาไม่มีพุงสักนิดมีแต่หน้าท้องแน่นๆ ฟิตปั๋ง

          “ผ่านมาก็แวะเลยจ้ะ”

          “ผมช่วยล้าง” บรูโน่รีบอาสาเมื่ออุษาสวรรค์หยิบจานขึ้นมา

          “ไม่เป็นไรคุณเป็นแขก”

          “ให้ผมช่วยเถอะ ผมเกรงใจ นะครับ” เมื่อโดนลูกอ้อนทั้งเสียงทั้งสายตาเธอก็ใจอ่อน พอล้างจานเก็บเข้าที่บรูโน่ก็คิดว่าควรจะกลับได้แล้วเพราะมันก็ดึกพอสมควร

          “สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่” อุไรและเสกสรรค์รับไหว้แล้วบอกให้ลูกสาวไปส่งแขกหน้าบ้าน

          “มีศาลาริมน้ำด้วย ผมเดินไปดูได้ไหม”

          “ได้ค่ะ” เธอยืนมองห่างๆ เพราะคืนนี้มีหลายอย่างเหลือเกินที่ทำให้มองเขาเปลี่ยนไป ที่งานแถลงข่าวเขาแสดงออกชัดเจนว่าให้เกียรติและเห็นเธอสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกี้ตอนอยู่ในบ้านเขาก็ทำตัวน่ารักเป็นผู้น้อยที่อ่อนน้อมแถมยังถามเรื่องของเธอกับพ่อแม่ด้วยความสนใจ

          “คุณโน่ ระวังโครมมมม” อุษาสวรรค์นึกขึ้นได้ว่าไม้กระดานบางแผ่นมันกระดกขึ้นมาแต่สายไปแล้ว คนตัวโตล้มคะมำไปกับพื้นโครมใหญ่

          “ลุกไหวไหมคะ เจ็บมากไหม” เธอถามด้วยความตกใจเพราะสีหน้าของเขาบิดเบี้ยวและไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลย

          “เจ็บเท้า เท้าผมติด” เธอจึงค่อยๆ ดึงเท้าของเขาออกมาจากไม้กระดานแต่ก็ยากเหลือเกินเพราะมันมืดและลนลาน

          “ตายแล้ว แขนมีเลือดออกด้วย รออยู่นี่นะคะ ฉันจะไปเรียกพ่อให้มาช่วย” เธอวิ่งไปบ้านแล้วกลับมาพร้อมพ่อกับแม่ เสกสรรค์ประคองร่างสูงใหญ่ของบรูโน่แล้วพยุงเดินไปช้าๆ

          “ไปหาหมอไหมคะ”

          “ไม่ต้องหรอกครับ มันแค่เจ็บมากแค่นั้นเอง”

          “แล้วจะขับรถยังไงคะ ให้ฉันโทรหาคุณวินไหมหรือจะโทรเรียกลุงเพิ่ม”

          “อย่าครับเดี๋ยวเขาจะตกใจกันเปล่าๆ ส่วนลุงเพิ่มแกหลับไปนานแล้วแหละครับ โทรเรียกแท็กซี่ดีกว่า”

          “ก่อนอื่นต้องทำแผลจ้ะ จะกลับยังไงค่อยว่ากันอีกที” อุไรตัดบทแล้วแทรกเข้ามาตรงกลาง

          “แอ้มกลัวเลือด ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าทำไมหนีไปนั่งซะไกล” เสกสรรค์ตอบคำถามที่บรูโน่ไม่ได้เอ่ยออกมา

          “เรียบร้อย ไหนลองยืนสิ” อุไรบอกแล้วพยุงร่างโตๆ ให้ลุกขึ้นแค่ก้าวไปข้างหน้าความเจ็บก็แล่นไปทั่วขา

          “เรียกแท็กซี่ก็ต้องเดินออกไปอีกตั้งไกล คืนนี้เจ้านายหนูเดินไม่ไหวแน่ๆ เอายังไงดีแอ้ม”

          “บ้านเรามีห้องนอนเล็กมันเล็กมากๆ แต่สะอาดนะคะ คุณนอนได้ไหม”

          “ได้ครับ คงต้องขอรบกวนเพราะผมเดินไม่ไหวจริงๆ เรียกพี่วินมาตอนนี้พี่แพรต้องกังวลไม่เป็นอันหลับอันนอนแน่ๆ”

          “งั้นเดี๋ยวพ่อไปหาชุดมาให้เปลี่ยน จะได้อาบน้ำอาบท่านอนกัน” ผ่านไปครึ่งชั่วโมง บรูโน่ก็อยู่ในชุดกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดคอกลม อุษาสวรรค์แปลกใจมากว่าทำไมตอนพ่อใส่มันไม่ฮอทปรอทแตกขนาดนี้

          “ขาดเหลืออะไรก็บอกแอ้มนะ พ่อกับแม่ไปนอนก่อน”

          “ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” บรูโน่เดินกะเผลกๆ ไปตามทางด้วยความยากลำบาก ในห้องนอนมีฟูกปูอยู่กับพื้นพร้อมหมอนและผ้าห่มสีชมพูหวานแหวว

          “ค่อยๆ นะคะ” อุษาสวรรค์ช่วยพยุงให้บรูโน่นั่งลง เธอผิดเองที่มัวแต่ใจลอยจนเขาต้องเจ็บตัวแบบนี้

          “แผลตรงแขนน่ากลัวจัง”  เธอพลิกแขนของเขามาดู

          “เดี๋ยวก็หาย ขอโทษนะที่มารบกวนคุณ ถ้าผมไม่ดื้อจะเดินมาส่งพวกคุณก็คงไม่ต้องวุ่นวายขนาดนี้”

          “ไม่หรอกค่ะ ฉันผิดเองฉันลืมบอกคุณว่าไม้กระดานมันไม่เสมอกัน”

          “ผมเซ่อซ่าเดินไปล้มเอง ไม่ใช่ความผิดคุณสักนิด ไปพักผ่อนเถอะนี่ก็ดึกมากแล้ว”

          “เดี๋ยวฉันเอาน้ำมาให้นะคะ ผ้าห่มหนาพอไหมคะแล้วหมอนล่ะคะนอนได้ไหม”

          “แอ้ม ผมนอนได้จริงๆ ผมไม่ได้เจ้าสำอางขนาดนั้นหรอก”

          “โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันไปเอาน้ำอย่างเดียวแล้วกัน” อุษาสวรรค์พูดต่อแบบอายๆ ทำไมเธอต้องเป็นห่วงเป็นใยเขามากมายขนาดนั้น ทำไมคืนนี้แววตาของเขารบกวนจิตใจของเธอนัก

 

ยั่วรักเลขาร้าย Hot Seduction
อัณณากานต์
www.mebmarket.com
เธอ…เลขาตัวร้ายเขา…เจ้านายขี้เก๊ก❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀ เนื้อหาบางส่วน ❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀ เคยเป็นไหมล่ะ ไม่ถูกชะตากับใครตั้งแต่เจอครั้งแรก ? ใช่เลย…ตอนนี้อุษาสวรรค์กำลังอยู่ในสถานการณ์นั้น เธอไม่ชอบความเจ้าสำอางมันทำให้ภาพลักษณ์ของผู้บริหารไม่น่าเชื่อถือ ไหนจะแจ็คเก็ตหนังอีกจะไปดูคอนเสิร์ตร็อคที่ไหนแต่งตัวให้เข้ากับประเทศชาติบ้านเมืองมันจะตายไหม “แต่เขาเพิ่งมาถึงเมืองไทยนะแก” เสียงเล็กๆ ของความยุติธรรมกระซิบกับอุษาสวรรค์ “มาถึงแล้วก็ถอดสิ จะใส่ไว้ทำเกลืออะไร” หญิงสาวตอบกลับความคิดของตัวเอง สรุปง่ายๆ ทุกอย่างของผู้ชายคนนี้ขัดตาเธอไปหมด❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀
        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  24 มี.ค 2561 14:30    วันที่อัพเดท :   26 พ.ค. 2561 11:59    › จำนวนผู้เข้าชม 3579 คน
   › คะแนนโหวต 155 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :