นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง -เปิดพรี- Shade of blue ร้อนรักสาวนักเต้น    by Annakan
ชื่อตอน ตอนที่ 1 หลงรัก


                                         ตอนที่ 1 หลงรัก

        เสียงเพลงจังหวะเร้าใจดังกระหึ่มอยู่ในห้องกระจกแบบส่วนตัว ชายหนุ่มในชุดสูทและหญิงสาวในชุดน้อยชิ้นต่างยักย้ายส่ายสะโพกไปตามท่วงทำนอง บางคนก็จับคู่กับสาวนักเต้นบางคนก็แค่นั่งดูแล้วกระดิกเท้าตามจังหวะ มันคืองานเลี้ยงสละโสดที่เพื่อนๆ จัดให้ว่าที่เจ้าบ่าว

        หนุ่มๆ ในห้องมาจากต่างที่ต่างบริษัทแต่มีเพื่อนคนเดียวกันก็คือบรูโน่และเขาก็คือว่าที่เจ้าบ่าว บรูโน่เป็นเพื่อนกับโจเซฟ ทั้งสองมาสนิทสนมกันเพราะเป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัย

        แล้วโจเซฟก็แนะนำให้บรูโน่รู้จักกับแมทธิว โจเซฟกับบรูโน่ประกอบธุรกิจส่วนตัว แมทธิวทำงานเกี่ยวกับไอทีแต่มันเป็นเพียงฉากบังหน้า ความจริงเขาทำอะไรที่ยิ่งใหญ่และเป็นความลับกว่านั้นแต่เราบอกพวกคุณไม่ได้หรอก

        ถ้าบอกมันก็ไม่เป็นความลับ…จริงไหม ?

        “ดูซะให้เต็มตาเพื่อนรักนับจากพรุ่งนี้นายจะติดคุกอย่างแท้จริง ฮ่าๆๆๆ” แมทธิว อัลเลอร์ตั้นกระซิบใส่หูบรูโน่ เขาอายุมากกว่าว่าที่เจ้าบ่าวหลายปีเพราะเป็นรุ่นพี่ที่จบเรียนจบไปแล้วแต่บังเอิญไปคุยถูกคอกับโจเซฟเลยได้มาสนิทสนมกัน

        “อย่าไปเชื่อไอ้แมท ถึงแต่งงานแล้วก็ยังแอบดูหนังโป๊ได้แต่ต้องแอบดีๆ” โจเซฟ แพทเทอร์สันให้กำลังใจ

        “ทำไมต้องแอบ ชวนกันดูไปเลยสนุกแน่นอนอย่าดูถูกความร้อนแรงของภรรยาผม” บรูโน่ ดัวร์ต้าสวนกลับทันควัน เขามั่นใจว่าสุดที่รักจะต้องเต็มใจร่วมชมภาพยนตร์วาบหวิวแน่นอนถ้าเขาขอร้อง ก็เธอเป็นพวกชอบลองอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว

        “คนนั้นสุดยอดเลยนะ” แมทธิวปรายสายตาไปทางสาวนักเต้นที่เป็นดาวเด่นเพียงคนเดียวในค่ำคืนนี้

        “ไม่ๆ ชอบคนนั้นนมบึ้มมาก” โจเซฟเสสายตาไปที่หญิงสาวอีกนาง สองหนุ่มมีสเป็คต่างกันโดยสิ้นเชิง แมทธิวชอบแบบสูง ยาว หุ่นนางแบบ มีอกพอประมาณส่วนโจเซฟชอบแบบอึ๋มๆ อวบอัดทุกสัดส่วน

        “ไอ้คีธนี่มันเจ๋งโคตร ไปหามาจากไหนวะ สาวๆ สวยๆ แบบนี้ ได้ข่าวว่ารัสเซียทั้งกลุ่มเลยใช่ม่ะ” แมทธิวถามแต่ยังคงจ้องสาวนักเต้นไม่วางตา ท่ามกลางนักเต้นเป็นสิบๆ คนมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่โดดเด่นออกมา

        “ไม่เห็นต้องเซอร์ไพรส์เลย ไอ้คีธมันเที่ยวขนาดนั้นมันก็ต้องรู้จักคลับเด็ดๆ แหละ ว่าแต่หาของดีๆ มาให้แต่ไม่ยอมโผล่หัวมามันน่าตีหัวนัก” บรูโน่คาดโทษเพื่อนสนิทอีกคนแต่วันนี้ไม่มาร่วมปาร์ตี้เพราะติดงานสำคัญ

        “พักยกแหละ ต้องไปเริ่มยกใหม่ซะหน่อย บาย” โจเซฟผู้มีอายุมากที่สุดในกลุ่มถือแก้วเหล้าเดินฝ่าผู้คนมุ่งไปหาเป้าหมายอย่างว่องไว

        “บายเช่นกันนะว่าที่เจ้าบ่าวแล้วเจอกันในโบสถ์” แมทธิวก็ทิ้งเพื่อนไปอีกคน บรูโน่ได้แต่ส่ายหัวให้ความหื่นของเพื่อนๆ แต่มันก็ไม่ได้ผิดอะไรก็พวกมันยังโสดจะนอนกับใครคบหากับใครก็ได้ส่วนเขาไม่รู้สึกเร้าใจกับเซ็กส์ข้ามคืนอีกแล้วเพราะมีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามายึดครองหัวใจ

        เป้าหมายของแมทธิวคือสาวนักเต้นร่างสูงระหง เธอมีนัยน์ตาสีฟ้าเข้มราวห้วงมหาสมุทรที่ลึกเกินหยั่งถึงแววตาของเธอเร่าร้อนแต่ก็แฝงความอ่อนหวานไว้ข้างใน ชายหนุ่มเดินไปช้าๆ ราวกับตกอยู่ในมนต์สะกดถึงรอบกายจะมีผู้คนมากมายแต่ไม่มีใครอยู่ในสายตาเขาสักคน มีแค่เธอเท่านั้นเธอเพียงคนเดียวที่เขาสนใจ

        “ดื่มอะไรดีครับ” แมทธิวถามนักเต้นสาวสวยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม

        “วอดก้าค่ะ” สเตฟาเนียตอบพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ตามมารยาท

        “สมกับเป็นรัสเซียจริงๆ วอดก้าสองครับ” แมทธิวเอ่ยกับเธอแล้วหันไปสั่งเหล้ากับบาร์เทนเดอร์

        “ดูจากหน้าฉันก็น่าจะรู้แล้วมั้งคะว่ารัสเซียจ๋าขนาดไหน” สเตฟาเนียหันหน้าไปให้ชายหนุ่มดูชัดๆ

        “ทำไมถึงเลือกมาทำงานที่นี่ล่ะ รัสเซียก็มีคลับเจ๋งๆ เยอะแยะ”

        “คุณเคยไปรัสเซียเหรอ”

        “สองครั้ง ไปทำงานครับแล้วก็ตอนเด็กๆ กับครอบครัว”

        “ติดใจประเทศหรือคนในประเทศคะ” เป็นที่ร่ำลือกันว่าสาวรัสเซียนั้นสวยและเซ็กซี่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ความงามของฝั่งตะวันตกและตะวันออกผสมผสานออกมาได้อย่างลงตัวจะเรียกว่าโชคดีตั้งแต่ชาติกำเนิดคงไม่ผิดนัก

        “ไปทำงานก็ได้เห็นแค่ประเทศครับไม่ได้ดูอย่างอื่นเลย” แมทธิวกล่าวแล้วพักสายตาไว้ที่ลำคอเรียวระหง

        “น่าเสียดายนะคะ”  สเตฟาเนียกระดกวอดก้าหมดแก้วแล้วหันตัวไปทางคู่สนทนา ขาเรียวสวยไขว่ห้างแบบสบายๆ เขาจะได้รู้ว่าเธอสนใจการพูดคุยครั้งนี้เป็นอย่างมาก

        “ขออีกแก้ว คุณล่ะคะ” หญิงสาวถามชายหนุ่มที่ยังคงยืนอยู่มันบ่งบอกว่าเขาไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้วแต่เธอก็ต้องประวิงเวลาเล่นตัวไว้ก่อน

        “ถ้าดื่มเพิ่มแล้วเราจะได้ไปต่อไหม” แมทธิวขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิด ยิ่งใกล้เขาก็ยิ่งเห็นว่าเธองดงามเพียงใดภายใต้เครื่องสำอางที่ประทินผิวเขาเห็นถึงความสดใสและร่าเริงไม่ใช่เปลือกของความเซ็กซี่เร่าร้อนที่เธอพยายามจะเป็น

        “ก็แล้วแต่ว่าคุณอยากไปต่อแค่ไหน” สเตฟาเนียลุกขึ้นยืนแล้ววางมือไปบนแผงอกแค่สัมผัสเพียงนิดเดียวก็รู้แล้วว่าใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวมันตึงแน่นเต็มไปด้วยมัดกล้าม

        “อยากไปต่อให้ไกลที่สุดเท่าที่เราจะไปได้” แมทธิวรวบเอวคอดกิ่วด้วยมือข้างเดียวแล้วกระชากเบาๆ ให้ร่างกายของเธอมาบดเบียดแนบชิดกับเขา ชายหนุ่มก็ไม่เป็นรองใครด้านภาษากายเหมือนกันเธอจะต้องรู้ว่าเขานอกจากจะเร่าร้อนแล้วก็ยังอ่อนโยนมากๆ ด้วย

 

คอนโดของแมทธิว

        ห้องนอนสีดำคลุมโทนอุณหภูมิเย็นฉ่ำแว่วเสียงครวญครางเบาๆ มาเกือบชั่วโมงแล้ว แมทธิวพาสาวนักเต้นกลับมาเปิดฟลอร์ต่อที่คอนโดและทั้งคู่เริ่มเปลื้องผ้ากันและกันตั้งแต่หน้าประตูห้องเลยทีเดียว

        หญิงสาวร่างเพรียวบางราวตุ๊กตาบาร์บี้ทอดกายอยู่บนเตียงนิ่มๆ ให้ชายหนุ่มชื่นชมจนหนำใจ ปกติเธอมักจะเป็นฝ่ายคุมเกมเพราะไม่อยากให้อะไรมันอ้อยอิ่ง

เธออยากทำให้มันจบๆ แล้วแยกย้ายให้เร็วที่สุดเพราะเซ็กส์สำหรับเธอมีเอาไว้ปลดปล่อยความอยากเพียงเท่านั้น มันไม่ใช่กิจกรรมที่จะทำด้วยความรักหรือความพิศวาสก็ในเมื่อผู้ชายเหล่านั้นคือลูกค้าที่เพิ่งเจอกันเพียงไม่กี่ชั่วโมงเธอจะรักได้ยังไง

แต่ต่ำคืนนี้ผู้ชายคนนี้คือข้อยกเว้นของทุกอย่าง เธอยอมให้เขาเล้าโลม ยอมให้เขาโอบกอด ยอมให้เขาลูบไล้ ยอมให้ทั้งหมดของเธอตกเป็นของเขาแบบไร้การต่อต้าน เธอยินดีตกเป็นทาสรักตราบเท่าที่เขาต้องการ

“คุณคะ ไม่ไปต่อเหรอ” สเตฟาเนียถามชายหนุ่มที่ยังคงไม่หยุดระดมจูบ เขาบดริมฝีปากไปทั่วราวกับว่าอยากกลืนกินเธอทั้งตัว

“ผมยังชิมคุณไม่อิ่มเลย” แมทธิวตอบด้วยเสียงกระซิบสั่นพร่า ทุกส่วนสัดของเธองามราวกับรูปปั้นมันโค้งเว้า คอดกิ่วและอวบอัดพอเหมาะพอดีไปทุกอณูเนื้อ 

“คุณยังไม่ถอดเสื้อผ้าเลยนะ แบบนี้เรียกเอาเปรียบได้ไหม”

“ถอดให้ผมสิ” แมทธิวหยัดตัวขึ้นโดยทิ้งน้ำหนักไว้บนเข่าทั้งสองข้าง สเตฟาเนียปลดกระดุมเสื้อของเขาทีละเม็ด จากนั้นจึงรูดซิปกางเกงลงแล้วอ้อยอิ่งอยู่ตรงก้อนตุงๆ

“คุณเป็นพนักงานไอทีที่ฮอตมาก รู้ตัวไหมคะ” ก่อนรับงานทางบริษัทจะแจ้งว่างานจัดธีมไหนและลูกค้าประกอบอาชีพอะไรเพื่อให้พวกเธอเตรียมรับมือ เธอกับเพื่อนๆ เตรียมใจไว้ว่างานคืนนี้คงกร่อยพิกลเพราะอย่างที่รู้กันว่าหนุ่มไอทีมีแต่เนิร์ดๆ แว่นหนาเตอะแต่กลับผิดคาดเพราะผู้ชายในงานล้วนหล่อเหลายังกะนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสารโวค

“ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าหนุ่มไอทีฮอตกว่าแดดช่วงเมษาในประเทศไทย”

ริมฝีปากร้ายกาจมุ่งหน้าลงไปที่กึ่งกลางลำตัวเพรียวบาง สองขายาวๆ โดนจับพาดบ่า มือใหญ่ยกสะโพกผายกลมกลึงให้ลอยพ้นที่นอนแล้วเขาก็ฝังหน้าลงไปที่กลีบกุหลาบของสาวนักเต้น ไม่ว่าจะกลีบนอก กลีบใน เม็ดมุกสีแดงระเรื่อก็หนีไม่พ้นเรียวลิ้นของแมทธิว

เขามีเซ็กส์ข้ามคืนนับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่เคยมีครั้งไหนติดตรึงใจเท่าคืนนี้ แววตาแข็งกร้าวของเธอเปลี่ยนเป็นเว้าวอนหวานซึ้งเมื่อได้รับการปรนเปรอและลูบไล้ด้วยสัมผัสที่อ่อนโยน ผู้ชายก่อนหน้านั้นอาจจะมองเธอเป็นเพียงวัตถุทางเพศเอาไว้สนองตัณหาแต่มันไม่ใช่สำหรับเขา

คืนนี้เธอคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาอยากร่วมรักและร่วมชีวิตด้วย

มีคนกล่าวไว้ว่าความรักทำให้คนตาบอดแต่แมทธิวไม่เชื่อหรอกความรักทำให้คนเป็นบ้าต่างหาก เขาต้องบ้าแน่ๆ ที่ดันมาหลงรักสาวนักเต้นที่นอนกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้าแต่แรงดึงดูดทางเพศกับเธอคนนี้มันรุนแรงนัก เขาต้านทานไม่ไหวเขาแพ้แล้วแพ้ตั้งแต่สบตาเธอ

 

รุ่งเช้า

          แมทธิวกวาดมือไปข้างกายก็พบเพียงความว่างเปล่า ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปทั่วห้องก็ไม่เจอใครเช่นกัน เขาพยายามตั้งสติและมองรอบๆ อีกทีเพราะอาการเมาขี้ตาอาจทำให้มองอะไรผิดพลาดได้

          “คุณ” เขาส่งเสียงเรียกเบาๆ

          “คุณ” เขาเรียกอีกครั้งแต่ดังขึ้นกว่าเดิม…เงียบ ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา

          “สเตฟาเนีย” แมทธิวเปล่งเสียงออกมาอีกครั้งแม้จะรู้ว่าเจ้าของชื่อได้จากไปแล้ว

          ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนที่นอนแล้วหลับตาลงด้วยความปวดร้าว เป็นครั้งแรกที่เซ็กส์ข้ามคืนทำให้เขาเจ็บปวดที่เจ็บไม่ใช่เพราะมันจบลง เขาเจ็บเพราะมันไม่ได้ไปต่อทั้งที่เขาก็บอกชัดเจนว่าอยากไปให้ไกลที่สุดเท่าที่มันจะไปได้

          แมทธิวนอนตะแคงมองที่ว่างข้างๆ ตัว มือใหญ่ลูบไล้ผ้าปูเนื้อนิ่มไปด้วย เธอไปแล้วจริงๆ ไม่มีแม้คำบอกลา เขาเขยิบไปนอนบนหมอนที่เธอหนุนเมื่อคืนแล้วกลิ่นน้ำหอมก็ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ไม่ว่าจะผ้าห่ม ผ้าปูทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ล้วนมีแต่กลิ่นเธอ

 

                                       ตอนที่ 2 คุณมีค่ามากกว่าที่คิด

        “ไฮ ปริ้นเซส” แมทธิวทักทายคนที่เพิ่งเดินออกมาจากประตู เช้าที่ตื่นมาแล้วไม่เจอสเตฟาเนียเขาก็โทรไปหาคีธเพื่อนที่จัดการเรื่องงานสละโสดว่ามีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับสาวนักเต้นที่จ้างมาคืนนั้นบ้างแล้วคนแบบคีธก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เจ้าหมอนั่นมีทุกอย่างที่เขาต้องการ

        “ว้าว ไฮ คุณมาทำอะไรแถวนี้คะ” สเตฟาเนียไม่คาดคิดว่าจะได้เจอกับเขาอีก จากการแนบชิดกันไม่กี่ชั่วโมงเธอก็รู้ว่าเขาไม่ใช่พวกที่คลั่งไคล้คลับเปลื้องผ้าหรือการเต้นบนเวทีเขาชอบเซ็กส์แบบดูดดื่มสุนทรีย์เปิดเพลงคลอเบาๆ

        “คุณก็น่าจะรู้ว่าผมมาทำอะไร” แมทธิวตอบกลับด้วยเสียงแข็งๆ สามวันแล้วที่มาดักรอเธอและถ้าคืนนี้ไม่เจอเขาจะให้เจ้าคีธมันดำเนินการอีกขั้นแต่ดีว่าเจอก่อนไม่อย่างนั้นเขาได้กลายเป็นอาชญากรปล้นข้อมูลแน่ๆ

        “คืนนั้นฉันลืมจ่ายเงินคุณเหรอ” สเตฟาเนียกล่าวแล้วหัวเราะ แมทธิวจากที่หัวเสียก็เผลอยิ้มออกมายามที่เธอหัวเราะใครเล่าจะปั้นหน้างออยู่ได้ ก็รอยยิ้มของเธอเสียงหัวเราะของเธอมันทำให้ทุกอย่างสดใสเหลือเกิน

        “ไปทานอะไรกันหน่อยไหม” สาวนักเต้นไม่อาจใจดำได้ลงคอ จึงยอมไปทานมื้อดึกกับชายหนุ่มแต่โดยดี

 

ร้านอาหาร

        “ขอสลัดทูน่า น้ำสลัดโลว์แฟตนะคะ น้ำดื่มขอเป็นน้ำแร่แบบอัดลมค่ะ”

        “ผมขอแซนด์วิชอกไก่แล้วก็โทนิค”

        “อิ่มเหรอ ทานแค่นั้น”

        “ไม่อิ่มก็ต้องอิ่มค่ะ ดึกแล้วไม่ควรทานเยอะนอกจากเรื่องรักษารูปร่างแล้วก็เรื่องการนอนด้วยค่ะ เวลาทานอะไรหนักๆ ก่อนนอนฉันจะนอนไม่หลับมันอึดอัด”

        “ฉันไม่ได้ห่วงสวยระวังเรื่องอาหารขนาดที่ว่าไม่เตะอย่างอื่นเลยนอกจากสลัดคุณต้องมาเห็นตอนกลางวันว่าฉันทานเยอะขนาดไหน”

        “งั้นพรุ่งนี้เราไปทานมื้อกลางวันด้วยกันนะ ที่ไหนดี”

        “คุณนี่หาโอกาสให้ตัวเองได้ตลอดเลยนะ”

        “ตกลงไหม พรุ่งนี้ทานมื้อกลางวันด้วยกัน”

        “เอาให้จบมื้อนี้ก่อนดีกว่าค่ะ ตกลงคุณมาดักรอฉันทำไมคะ”

        “ผมคิดถึงคุณ” เป็นคำตอบสั้นๆ สี่พยางค์ที่ทำให้หัวใจของสเตฟาเนียอ่อนยวบเหมือนขี้ผึ้งโดนไฟลน สายตาของเขาไม่ได้ล้อเล่นหรือวอกแวกเลยตอนที่พูดมันออกมา

        “อยากให้ฉันเต้นให้ดูอีกใช่ไหมล่ะ”

        “คุณรู้ดีว่าผมคิดถึงตอนไหนสเตฟาเนีย” แมทธิวบอกแล้วจ้องตาสีฟ้าแสนสวยของอีกฝ่าย

        “ทำไมคุณถึงหนีไปโดยไม่บอกลา”

        “ทำไม” แมทธิวคาดคั้นด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเมื่อเธอไม่บอกเหตุผล

        “ฉันก็แค่นักเต้นระบำแมทธิว คุณอย่ามาจริงจังกับฉันเลย”

        “ถ้าไม่ให้ผมจริงจังกับคุณ งั้นคุณจริงจังกับผมได้ไหม”

        “ฉันเพิ่งรู้นะคะว่าหนุ่มไอทีจะไม่มีเหตุผลได้ขนาดนี้ ปกติพวกคุณมีแต่ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำเสมอไม่ใช่เหรอคะ”

        “คุณจะเป็นข้อมูลที่แน่นอนให้ผมไหมล่ะ เป็นข้อมูลที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงร้อยเปอร์เซ็นต์ทำซ้ำและคัดลอกไม่ได้มีแค่ไฟล์เดียวเท่านั้นบนโลกใบนี้”

        “ขอจูนสมองหน่อย พอดีเซลล์ประสาทด้านคำนวณของฉันแย่มาก”

        “คุณล้อเล่นกับความรู้สึกผม สนุกไหมสเตฟาเนีย” แมทธิวบอกด้วยเสียงเรียบๆ แล้วมองไปนอกหน้าต่าง หรือเขาจะรุกเร็วเกินไปหรือเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลย

        “เฮ้ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่คิดว่า…”

        “ไม่คิดว่าอะไร” แมทธิวถาม

        “ไม่คิดว่าคุณจะจริงจังกับเรื่องแค่คืนเดียว”

        “ผมบอกคุณแล้วนี่สเตฟาเนียว่าผมอยากไปกับคุณให้ไกลที่สุดเท่าที่มันจะไปได้แต่ยังไม่ทันเช้าเลยด้วยซ้ำคุณก็หนีผมไปแล้ว ไม่มีแม้แต่คำลากระดาษโน้ตสักแผ่นก็ไม่เห็น”

        “ปกติฉันก็ทำแบบนี้ตลอด”

        “แต่ผมไม่ใช่คนปกติ ผมมันคนบ้า”

        “ฉันเชื่อค่ะ”

        “ทีแบบนี้ไม่คัดค้านนะ”

        “คนสติดีที่ไหนจะมารักผู้หญิงที่มีอาชีพเต้นในคลับเปลื้องผ้าล่ะคะ”

        “คนสติดีแบบผมนี่แหละ เราลองคบกันไหมสเตฟาเนีย”

        “ว้าว รวดเร็วมาก น้ำยังไม่ทันมาเสิร์ฟเลยนะคะ”

        “งั้นคุณค่อยตอบตอนน้ำมาเสิร์ฟก็ได้”

        “ให้เวลาเยอะจังเลยค่ะ”

        “คุณแค่ให้โอกาสผมดูแลคุณก็เท่านั้นเอง ไม่เห็นมีอะไรต้องคิดให้ยากนอกจากคุณจะรังเกียจผม”

        “ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้รังเกียจคุณแต่ฉันเป็นแบบนี้ใครจะรับได้”

        “ผมนี่ไง ผมเจอคุณตอนที่ทำงานนะผมรู้ดีว่าคุณทำอะไร”

        “แล้วคุณจะขอให้ฉันเลิกไหม”

        “ไม่ คุณยังเต้นได้คุณต้องรักอาชีพนี้มากแน่ๆ ไม่งั้นคงไปทำอย่างอื่นนานแล้ว ผมเห็นแววตาของคุณมันสดใสมีชีวิตชีวายามที่คุณอยู่บนเวทีได้เต้นไปตามเสียงเพลง”

        “แต่คุณห้ามนอนกับลูกค้า” แมทธิวกล่าวทิ้งท้าย

        “แหม่ แต่ลูกค้าบางคนก็ฮอทมากใครจะห้ามใจไหวล่ะคะ”

        “ผมจะทำให้คุณคิดถึงแค่ผมเพียงคนเดียว ผมจะทำให้คุณรู้สึกว่าผู้ชายบนโลกที่เหลือไม่มีค่าอะไรเลย”

        “มั่นใจจังเลยนะคะ” สเตฟาเนียยกน้ำขึ้นจิบเพื่อดับความเร่าร้อนให้ตัวเอง ทำไมเธอต้องหวั่นไหวและตื่นเต้นด้วย

        “น้ำมาเสิร์ฟแล้ว คุณมีคำตอบรึยังครับ”

        “ตกลงค่ะ” สเตฟาเนียคิดเพียงชั่วครู่ก็ได้คำตอบ เธอไม่มีอะไรต้องเสี่ยงก็แค่ยอมเปิดใจจะยากอะไร อย่างมากสุดก็แค่โดนหลอกก็เท่านั้นเองและใช่ว่าเธอไม่เคยผ่านความบัดซบแบบนั้นมาก่อนถ้าจะโดนอีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยสักนิด

        “ระหว่างนี้ขอให้อดทนกับความฮอตของลูกค้าเยอะๆ หน่อยนะ” แมทธิวเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง

        “ไหนว่าเจ๋ง”

        “คืนนี้ผมชวนคุณมาทานข้าวก็จะแค่ทานข้าวจริงๆ ผมเป็นคนรักษาคำพูด” ชายหนุ่มประสานมือไว้ใต้คางแล้วพินิจใบหน้าหวานหยาดเยิ้มของอีกฝ่ายทีละส่วน สเตฟาเนียหลบสายตาคมดั่งนกเหยี่ยวของเขาแล้วบิดมือแก้เก้อ โดนลูกค้าจ้องจนตาค้างทั้งคลับยังไม่อายเท่าตอนนี้เลย

        “คุณเรียกผมว่าแมทก็ได้นะ”

        “โอเคค่ะ”

        “แล้วคุณล่ะ มีชื่อเล่นไหม”

        “คุณแม่เรียกฉันว่าฟีฟี่ค่ะ ส่วนเพื่อนที่โรงเรียนหรือคนอื่นๆ เรียกสเตฟี่”

        “น่ารักจังฟีฟี่ แต่ผมอยากเรียกคุณว่าปริ้นเซสด้วย”

        “ทำไมล่ะคะ”

        “ก็ชื่อของคุณแปลว่ามงกุฎแล้วเจ้าหญิงก็ต้องสวมมงกุฎ คุณจะเป็นเจ้าหญิงของผมเพียงคนเดียวสเตฟาเนีย”

        “คุณพร้อมจะให้ผมดูและปรนนิบัติไหมฟีฟี่”

        “ถ้าคุณพร้อมฉันก็คงพร้อมค่ะ” เธอตอบแบบไม่แน่ใจเพราะไม่รู้ว่าจะมั่นใจกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้มากแค่ไหน ถ้าเขาต้องการแค่เซ็กส์ก็ไม่จำเป็นต้องหวานขนาดนี้ไหม

        “ฟีฟี่คุณมีค่าคุณสำคัญกับผมมากเกินกว่าที่คุณจะเข้าใจ คุณรู้ไหมว่าตอนที่ตื่นมาแล้วไม่เจอคุณเหมือนโลกมันพังทลายเหมือนทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว”

        “ฉันขอโทษค่ะฉันแค่คิดว่ามันเป็นการบอกลาที่ดีที่สุด”

        “จากนี้ไปเราจะไม่ลากันแบบนั้นอีก ตกลงไหมครับ”

        “ตกลงค่ะ” เธอตอบแล้วกุมมือเขาไว้

 

                                            ตอนที่ 3 ค้าง

        “กู๊ดไนท์ มายปริ้นเซส” ประโยคนั้นยังก้องอยู่ในหูของสเตฟาเนียแม้ว่ามันจะผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วก็ตาม

        เขามาส่งถึงหน้าประตูห้องก่อนจะกลับเขามอบจูบที่แสนหวานแสนอ้อยอิ่งอยู่เป็นนาที เธอคิดว่าเขาจะเปลี่ยนใจเข้ามาเปิดศึกด้วยกันแต่เปล่าเขาจูบหน้าผากเป็นการบอกลาอีกครั้งแล้วเดินไปที่ลิฟต์

        ถ้าเมื่อกี้คือการเล่นเกมมันก็เป็นเกมที่เขาชนะแบบขาดลอยและเธอแพ้แบบหลุดลุ่ยเพราะเธอหยุดคิดถึงเขาไม่ได้ รสจูบของเขาเร่าร้อนแต่แฝงความอ่อนโยนไว้เช่นกัน ร่างกายสุดเซ็กซี่ที่จับไปตรงไหนก็พาให้อารมณ์กระเจิดกระเจิงและสุดท้ายเสียงครางในลำคอยามที่เขาพึงใจกับจังหวะขยับโยกของการบดเบียดเสียดสี มันดังก้องซ้ำไปซ้ำมายิ่งกว่าประโยคบอกลาเมื่อสักครู่อีกทั้งที่มันผ่านมาหลายวันแล้ว

        สเตฟาเนียคิดว่าแมทธิวยังกลัวที่จะถลำตัวกับเธอเต็มร้อย เขาจึงสงวนท่าทีและไม่ค้างด้วยกันในคืนนี้ก็ถ้าเขาต้องการเธอแบบปากบอกจริงๆ ทำไมจึงปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เธอทั้งเบียดทั้งไซ้เขาจนแทบจะรวมเป็นร่างเดียวกันแต่เขากลับผละออกห่างแล้วบอกลาหน้าตาเฉย

        แต่สเตฟาเนียคิดผิด

        แมทธิวต้องการเธอจริงๆ แต่เขาแค่อยากรักษาคำพูดและไม่อยากให้การนัดพบเพื่อการพูดคุยจบลงที่เซ็กส์ เขาไม่อยากให้เธอคิดว่าระหว่างเราสองคนมีแค่เรื่องอย่างว่าและที่สำคัญกว่านั้นเขาไม่อยากให้เธอคิดว่ามาดักรอเพื่อพาเธอขึ้นเตียง

        มันดูไม่คูลเลยว่าไหมล่ะ

        “เอาเถอะพ่อรูปหล่อพ่อคนฮอท พร้อมเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน” สเตฟาเนียหยุดความคิดฟุ้งซ่านแล้วปิดโคมไฟหัวเตียง เธอต้องนอนแล้วเพราะพรุ่งนี้มีนัดทานมื้อสายกับคนที่เพิ่งหนีไป

 

วันรุ่งขึ้น

        แดดยามสายของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาในคอนโดหรูย่านสุขุมวิทที่หน้าต่างบานเดิมเหมือนทุกวันแต่วันนี้เจ้าของห้องกลับรู้สึกว่าแสงของมันช่างสดใสเหลือเกิน

        “มีเวลาอีกหลายชั่วโมงขอทำสวยก่อนแล้วกัน” เรียวขายาวเตะพื้นทีละข้างแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำ จากนั้นจึงเปิดตู้เก็บของเหนืออ่างล้างหน้าแล้วควานหาเกลือสปาและอีกสารพัดสิ่งประทินโฉมที่มีครบหัวจรดเท้าแต่ไม่เคยหยิบออกมาใช้เลย

        “เกลือขัดตัว มาร์คพอกหน้า ทรีทเม้นมือกับเท้า โอเคครบแล้วเนอะ” สเตฟาเนียหอบกระปุกและซองต่างๆ ไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินไปที่อ่างอาบน้ำสีขาว

        “ตายๆ ลืมแว๊กซ์ผมได้ยังไง” เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องกลับมาที่เดิมแล้วควานหากระปุกอีกอันกว่าจะเจอก็นานพอดูเมื่อตรวจดูว่าข้าวของครบแล้วจริงๆ เธอก็เดินไปที่อ่างแล้ววางของทั้งหมดไว้ที่ชั้นไม้เล็กๆ จากนั้นก็เปิดน้ำ

        “คุณจะตื่นรึยังนะ” สเตฟาเนียนั่งหมิ่นๆ อยู่ที่ขอบอ่าง มือเรียวสวยแกว่งไปมาในอ่างน้ำแล้วคิดถึงชายหนุ่มที่ไม่ได้เจอหน้าตั้งสิบสองชั่วโมง แมทธิวไม่ใช่ผู้ชายสุดฮอทเพียงคนเดียวที่เธอเคยพบ ในคลับเปลื้องผ้ามีผู้ชายที่ฮอทเท่าเขาหรือฮอทกว่าเขาจนนับไม่ถ้วนแต่ไม่มีใครดูจริงจังเท่าเขาสักคน

        “ติ๊ดๆ” เสียงเตือนจากมือถือดังขึ้น เธอหยิบมาดูแล้วก็ยิ้มแก้มปริเพราะคนที่กำลังคิดถึงส่งมาบอกอรุณสวัสดิ์และย้ำว่าอย่าลืมนัด

        “แบบนี้เรียกว่าลืมไหมล่ะ” สเตฟาเนียลงไปนั่งในอ่างอาบน้ำแล้วจัดการบำรุงสวยให้ตัวเองขนานใหญ่

        “หอมจังเลย” ผ่านไปสองชั่วโมง เธอก็มายืนเปลือยอยู่หน้ากระจกและสำรวจทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอเห็นร่างกายไร้เสื้อผ้าของตัวเองจนชินตาแต่วันนี้มันกลับไม่เหมือนทุกวัน เธอกำลังหน้าแดงเพราะดันจินตนาการว่าข้างหลังมีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่โอบกอดและซุกไซ้อยู่

        “บ้าแล้วฟีฟี่” เธอคว้าผ้าขนหนูมาพันไว้รอบอกแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วนั่นก็คือปัญหาต่อไป

        “จะใส่ชุดอะไรดีเนี่ย” หญิงสาวรำพึงอยู่หน้าตู้ขนาดมหึมา ในนั้นมีชุดทุกแบบเท่าที่เสื้อผ้าจะมีได้ เช่นชุดกระโปรงแบบสั้น แบบยาว แบบเกาะอก แบบสายเดี่ยว ท่อนล่างมีทั้งกางเกงและกระโปรงความยาวแตกต่างกันส่วนท่อนบนที่เป็นเสื้อเยอะจนร้านขายเสื้อผ้าบางร้านยังต้องอาย

        “มื้อสาย สบายๆ ไม่ต้องจัดเต็มมากก็ได้เนอะ” สเตฟาเนียตัดสินใจเลือกชุดกระโปรงเนื้อผ้าบางเบาพลิ้วไหวสีฟ้าอ่อน จะว่าไปเธอแทบไม่เคยได้ใส่เสื้อผ้าพวกนี้เลยด้วยซ้ำเพราะกลับมาจากทำงานเธอก็นอน ตื่นมาอีกทีก็กินข้าวอยู่ในห้อง ทำนั่นทำนี่แล้วก็ได้เวลาทำงานอีกแล้ว

 

ร้านอาหาร

        แมทธิวลางานครึ่งวันเพื่อการนี้โดยเฉพาะเขามาถึงก่อนเวลานัดสิบห้านาทีส่วนเธอมาถึงก่อนห้านาที ปริ้นเซสของเขาอยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าสดใสและเนื้อผ้ามันคงเบามากเพราะมันปลิวไสวไปตามจังหวะการเดินและสายลม

        “สวัสดีครับ” แมทธิวลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้สุภาพสตรี

        “ขอบคุณค่ะ คุณต้องกลับไปทำงานกี่โมงคะเนี่ย” ดูจากสูทเรียบกริบก็รู้แล้วว่าเขาต้องทำงานแน่ๆ ปกติเวลาพักเที่ยงมันก็แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น เธอจะได้เจอเขาแค่ชั่วโมงเดียวจริงๆ เหรอ อุตส่าห์ ขัดตัว แว็กซ์ผมบำรุงทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า

        “ผมลางานครึ่งวัน เป็นยังไงบ้างเมื่อคืนหลับสบายไหมครับ”

        “ก็สบายค่ะ” เธอตอบแบบไม่เต็มเสียงมันคงจะสบายกว่านั้นถ้ามีเขานอนอยู่ข้างๆ หรืออยู่ข้างบน

        “ดื่มอะไรดีครับ”

        “แตงโมปั่นค่ะ” เมื่อบริกรมารับรายการเครื่องดื่มทั้งคู่ก็เปิดเมนูเพื่อดูรายการอาหารผ่านไปอึดใจใหญ่ๆ สเตฟาเนียก็ปิดมันลง

        “ได้แล้วเหรอครับ”

        “ใช่ค่ะ” เธอตอบแล้วอมยิ้ม

        “สั่งอาหารครับ เชิญคุณก่อนครับ” แมทธิวเรียกบริกรแล้วผายมือให้สุภาพสตรีสั่งเป็นคนแรก

        “แอพเพอร์ไทเซอร์เป็นหอยแมลงภู่อบกระเทียมกับยำหมูย่างแล้วก็ตามด้วยซุปผักโขมกับซีซาร์สลัด จานหลักขอเป็นขาหมูเยอรมันทอดค่ะ”

        “ของผมขอแค่ทีโบนสเต๊กครับ” แมทธิวยื่นเมนูคืนให้บริการแต่ยังคงมองหญิงสาวไม่วางตา

        “บอกแล้วว่าให้มาดูฉันทานมื้อกลางวันก่อน”

        “ถ้าทานไม่หมดจะโดนทำโทษนะครับ”

        “อยู่ที่ว่าโทษมันน่ากลัวขนาดไหนค่ะ จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะทานเหลือหรือทานให้หมด”

        “ผมจะจูบคุณตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยไม่ถอดเสื้อผ้าเพื่อเป็นการลงโทษ” แมทธิวยื่นหน้าไปใกล้แล้วกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน

        “แบบนี้ไม่เรียกลงโทษนะคะ เรียกว่ารางวัล” สเตฟาเนียกระซิบตอบ

       

        มื้อกลางวันดำเนินไปด้วยดี อาหารเลิศรสทุกเมนูไม่ว่าจานหลักหรือจานรองแถมยังมีผลไม้กับของหวานตบท้ายอีกด้วย แมทธิวเชื่อแล้วว่าเธอไม่ได้พูดเล่นเรื่องกินจุ

        “ว้า! แน่นไปหมดแล้วค่ะ ฉันทานไม่หมด” สเตฟาเนียจงใจเหลือเชอร์รี่ที่ประดับเค้กไว้

        “ทานให้หน่อยได้ไหมคะแมท ฉันไม่อยากทิ้งให้เสียของ ฉันยินดีโดนลงโทษค่ะ” หญิงสาวแกว่งผลไม้ลูกเล็กเบาๆ แล้วบรรจงป้อนให้เขาด้วยความตั้งใจ

        “ฉันพร้อมรับการลงทัณฑ์แล้วค่ะ” เธอกระซิบเมื่อเชอร์รี่หายเข้าไปในปากของเขา

 

                                       ตอนที่ 4 สวนสวรรค์

        “ไปเดินเล่นกัน” แมทธิวเอ่ยชวนเมื่อจ่ายค่าอาหารเรียบร้อย ที่เขาเลือกร้านนี้เพราะมันตั้งอยู่ท่ามกลางสวนเขียวขจีไม่น่าเชื่อว่าห่างออกไปไม่กี่ก้าวก็จะพบความจอแจและมลพิษของเมืองใหญ่ ที่นี่เหมือนโอเอซิสอันบริสุทธิ์ที่แอบซ่อนอย่างมิดชิดจากความวุ่นวายและไม่ง่ายนักที่จะได้โต๊ะแบบวอล์กอินแต่คีธก็จัดการให้แบบไม่ยากเย็น

        “คุณรู้จักร้านเจ๋งๆ แบบนี้ได้ยังไงคะ”

        “เรียกชื่อสิครับ ผมชอบฟังเสียงคุณเวลาเรียกชื่อผม”

        “แมทรู้จักร้านเจ๋งๆ แบบนี้ได้ยังไงคะ”

        “เพื่อนแนะนำครับ ผมอยากมาตั้งนานแล้วแต่หาโอกาสไม่ได้สักที ผมคิดว่าฟีฟี่น่าจะชอบ”

        “ฉันชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะที่พาฉันมาเป็นคนแรก…รึเปล่า” เธอจบประโยคด้วยความไม่แน่ใจ

        “คนแรกแล้วก็คนเดียวด้วย ร้านนี้จะเป็นร้านแรกของวันแรกที่เราคบกัน”

        “ใครเขาไปตกลงคบด้วย” สเตฟาเนียสะบัดมือแล้วเดินนำไปลิ่วๆ

        “ไม่ตกลงเหรอ ไม่ตกลงจับปล้ำตรงนี้ซะเลยดีไหม” แมทธิววิ่งไปดักหน้าแล้วกอดเธอเต็มแรง

        “ผมรักคุณ ตกลงเถอะนะ” เขากระซิบอ้อนวอน

        “ตกลงค่ะ” สเตฟาเนียไม่มีแรงจะต้านทานความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้อีกแล้ว มันเหมือนฉากในฝันไม่มีผิดเขาบอกรักเธอท่ามกลางสวนเขียวขจี เหล่านกตัวน้อยหลากสี สายลมและแสงแดดอันสดใส

        “ฉันชอบชิงช้าแบบนี้จัง ตอนเด็กคุณแม่จะพาฉันไปเล่นบ่อยๆ” ทั้งคู่นั่งอยู่บนชิงช้าภายใต้ร่มเงาของต้นไม้แสนร่มรื่น สเตฟาเนียไม่อยากเชื่อเลยว่าตรงนี้คือใจกลางเมืองหลวงจริงๆ เพราะมันทั้งเงียบและอากาศแสนจะบริสุทธิ์ ยิ่งได้อยู่กับเขาทุกอย่างยิ่งเหมือนภาพในความฝัน

        “แล้วคุณพ่อล่ะครับ ท่านไม่มาด้วยเหรอ” แมทธิวสังเกตว่าเธอไม่เอ่ยถึงบิดาผู้ให้กำเนิดเลย

        “ท่านงานยุ่งค่ะแล้วฉันก็ไม่ใช่คนโปรดของท่านด้วย” สเตฟาเนียตอบแล้วเงียบไป

        “แต่คุณเป็นคนโปรดของคุณแม่แล้วตอนนี้ก็เป็นคนโปรดของผมด้วย ดีใจไหมครับ” แมทธิวชวนคนรักเปลี่ยนบทสนทนา มันคงมีรอยร้าวหรือบางเรื่องราวที่เธอไม่อยากพูดถึงซึ่งเขาก็จะไม่ก้าวก่าย

        “ดีใจที่สุดเลยค่ะ” สเตฟาเนียตอบแล้วอิงศีรษะไปที่ไหล่ของแมทธิว เธอเคยดูภาพวาดสวนสวรรค์ของเอเดนแล้วคิดว่าสวนแห่งนี้ก็สวยงามแบบนั้นไม่มีผิด

 

คอนโดของสเตฟาเนีย

        “คงไม่หนีกลับไปแบบเมื่อคืนใช่ไหมคะ” เธอถามขณะที่กำลังไขกุญแจห้อง

        “ผมไม่ได้หนี ผมแค่คิดว่ามันดึกแล้วฟีฟี่คงต้องการพักผ่อน”

        “ที่สำคัญผมต้องลงโทษคุณ จะหนีได้ยังไง” แมทธิวแนบอกแข็งแกร่งไปกับแผ่นหลังบอบบางแล้วไล้จมูกไปตามเส้นผมยาวสีทองที่สวยราวกับเส้นไหม

        “ว๊าย” เมื่อเข้ามาในห้องเธอก็โดนอุ้มทันที

        “กลัวเหรอ”

        “เปล่าค่ะ แค่ตกใจ”

        “ขอโทษนะ ผมไม่อยากให้คุณเมื่อย”

        “ห้องนี้ใช่ไหมครับ” แมทธิวถามเมื่อเดินมาถึงประตูบานหนึ่ง

        “ค่ะ” สเตฟาเนียตอบแล้วเปิดประตูห้องนอน

        “ฉันอยากอาบน้ำก่อน” เธอบอกเมื่อเขาวางลงบนที่นอน

        “อาบทำไมล่ะฟีฟี่คุณหอมขนาดนี้” แมทธิวโน้มกายเพรียวบางให้นอนราบลงไป

        “อย่าลืมว่าคุณต้องโดนทำโทษ ห้ามขัดขืนผม”

        ริมฝีปากร้ายกาจระดมจูบแผ่วพลิ้วไปทั่วซอกคอแล้วไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ ชุดของเธอเป็นแบบปาดไหล่ที่ตอนนี้ร่นลงมาถึงเนินอก เขาพรมจูบปทุมถันคู่งามทั้งซ้ายและขวาผ่านเนื้อผ้าบางเบา

        “แมท คุณแกล้งฉันเหรอ” สเตฟาเนียตัดพ้อ

        “ผมกำลังลงโทษคุณที่ทานอาหารไม่หมด จำไม่ได้เหรอครับ”

        “เป็นการลงโทษที่ทรมานมาก อืมมม” เธอหยุดต่อว่าแล้วเปลี่ยนมาครางกระเส่าเพราะยอดอกโดนงับเบาๆ

        “ฟีฟี่ คุณหอมไปทั้งตัวเลยรู้ไหม” แมทธิวเพ้อกับกลิ่นหอมหวานรัญจวนจากร่างกายคนรัก

        “ยะ อย่าทำแบบนั้น” สเตฟาเนียพามือน้อยๆ มาปัดป้องจุดสงวนเอาไว้ พูดกันตามจริงเธอแทบไม่เคยมีเซ็กส์ตอนกลางวันแสกๆ เลยตั้งแต่มาเป็นนักเต้น

        “คุณจงใจให้ผมทำโทษเองนะฟีฟี่ ห้ามดื้อกับผม”

        “ก็ฉันอาย มัน…สว่างเกินไป”

        “สว่างแบบนี้ดีจะตายผมจะได้มองเห็นคุณชัดๆ” พูดจบมือใหญ่ก็ถลกกระโปรงสีฟ้าไปกองที่เอว ลิ้นสากๆ เลียตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงขาอ่อน

        “แมท อืมมมม” สเตฟาเนียพยายามจะดิ้นหนีจากลิ้นร้ายกาจแต่คนตัวโตก็รู้ทัน เขาตรึงมือของเธอไว้กับที่นอน เธอดิ้นแรงเท่าไหร่เขาก็ตวัดลิ้นเร็วเท่านั้น

        “แมท ได้โปรด ฉันไม่ไหว ไม่ แล้ว……” เธอร่ำร้องแล้วเสียงก็หายไปจากลำคอ มีแค่เพียงเสียงของลมหายใจหอบหนักที่ก้องกังวานไปทั่วห้อง

        สเตฟาเนียถึงจุดสุดยอดทั้งที่ยังไม่ได้สอดใส่ ลิ้นของเขาไม่โดนจุดสงวนของเธอด้วยซ้ำเพราะเขาทำมันผ่านกางเกงชั้นในแต่เธอก็เสร็จแล้วเสร็จแบบรุนแรงมากๆ ด้วย

        “แมท คุณขี้โกง” สเตฟาเนียว่าแล้วตีแขนคนตัวโตเพื่อแก้เขิน

        “ถ้าขี้โกงแล้วคุณมีความสุข ผมจะเป็นเจ้าคนขี้โกงทุกวันเลย” ชายหนุ่มบอกแล้วฉีกยิ้มแสนทะเล้นให้หญิงสาวที่หน้าแดงซ่านเป็นลูกตำลึง

        “แมท คุณทำฉันแฉะไปหมดแล้วจะมายิ้มแบบนี้ไม่ได้นะ” สเตฟาเนียขึ้นไปนั่งคร่อมร่างกำยำแล้วเป็นฝ่ายโจมตีบ้าง

        “ก็คุณน่ากินทำไมล่ะฟีฟี่ คุณรู้ไหมขนาดกินข้างนอกยังอร่อยเลย”

        “บ้า” แล้วแมทธิวก็โดนทุบแขนอีกหลายทีแต่เขาไม่เจ็บหรอก เธอตีเหมือนสะกิดมากกว่าก็แขนเล็กแค่นั้นจะไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน

        “ปริ้นเซสคุณชอบไหม ผมถามจริงๆ” แมทธิวเลิกทำหน้าเป็นแล้วเปลี่ยนมาอยู่ในโหมดจริงจัง เขากับเธอเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่วันมีเรื่องราวอีกมากมายที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้ความรักดำเนินต่อไป

        “ชอบอะไรล่ะ” สเตฟาเนียไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไรดีเพราะอยู่ๆ เขาก็เปลี่ยนมาทำหน้าขึงขัง

        “ชอบที่เราอยู่ด้วยกันแบบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กส์แต่ทุกๆ อย่าง ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณให้ดีที่สุด”

        “แมท คุณรู้ไหมว่าคุณเป็นผู้ชายคนแรกในรอบห้าปีที่ฉันยอมออกไปหาตอนกลางวัน”

        “ฮ่าๆๆ คุณเป็นแวมไพร์เหรอ”

        “แหม่ คุณก็เห็นว่าฉันเลิกงานดึกบางทีกลับมาถึงคอนโดก็เกือบสว่างแล้ว”

        “เลิกงานแค่เที่ยงคืนหลังจากนั้นไปทำอย่างอื่นใช่ไหม” แมทธิวถามเรื่อยๆ แบบไม่คาดคั้นแต่แววตาและน้ำเสียงของเขามันปิดบังความน้อยใจไม่ได้เลย

        “นั่นมันเมื่อก่อนแมท” สเตฟาเนียวางมือไว้ที่แก้มทั้งสองข้างของแมทธิว เธอจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเทาหม่นที่ตอนนี้หม่นหมองได้น่าใจหายเหลือเกิน

        “ครับ” แมทธิวตอบสั้นๆ เขาคิดออกแค่นั้นจริงๆ เพราะสมองเอาแต่คิดว่าถ้าต่อจากนี้ต้องรับรู้ว่าเธอไปนอนกับผู้ชายคนอื่นมันจะเจ็บปวดแค่ไหนกัน

        “คุณทำสำเร็จแล้ว รู้ไหมคะ”

        “อะไรเหรอครับ”

        “ฉันคิดถึงแค่คุณคนเดียวตั้งแต่เมื่อคืน คุณทำให้ผู้ชายทั้งโลกไม่มีค่าอะไรเลย”

        “ฉันหยุดคิดถึงคุณไม่ได้แมท ฉันพูดจริงๆ” สเตฟาเนียบดริมฝีปากกับแมทธิว สองลิ้นดุนดันกันประหนึ่งคนจรหิวโหยอาหาร

        “ที่รัก ปลดกระดุมให้ฉันทีฉันชอบเวลาที่คุณค่อยๆ ปลดมันทีละเม็ด”

        “ฉันอยากร่วมรักกับคุณ ได้โปรด” สเตฟาเนียเว้าวอนด้วยเสียงขาดห้วง เธอไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากผู้ชายคนนี้ เธอจะเลิกคิดถึงอนาคตและอดีตของตัวเอง จากนี้จะมีแค่ปัจจุบันและเขาที่เธอจะคิดถึง

       

                                       ตอนที่ 5 สงครามหมอน สงครามลิ้น

        แมทธิวปลดกระดุมชุดเดรสของสเตฟาเนียออกทีละเม็ด มันเป็นกระดุมเล็กๆ สีเงินอยู่บริเวณหน้าอกและยาวเรื่อยลงไปถึงชายกระโปรง ความจริงแค่ปลดสองสามเม็ดก็ถอดชุดได้แล้วแต่เขาก็อ้อยอิ่งปลดมันไปเรื่อยๆ เพราะอยากเห็นทุกส่วนสัดของเธอเปิดเผยออกมาทีละนิดๆ

        ผิวกายของเธอเนียนนุ่มไปทั้งตัวไม่ว่าจะเป็นหัวไหล่ เนินอก ทรวงงาม หน้าท้องและเรียวขา เขาปลดกระดุมและฝากรอยจูบแผ่วเบาไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงเม็ดสุดท้าย

        “ติ๊ดๆๆ” เสียงมือถือของแมทธิวดังลั่นขึ้นมาต้องเรียกว่าดังกระหึ่มจะเหมาะกว่าเพราะมันทำให้สเตฟาเนียสะดุ้งด้วยความตกใจ

        “เรื่องงาน ผมขอตัวแปบนะ” เขาบอกแล้วผลุนผลันออกไป

        หญิงสาวกลอกตาไปมาด้วยความเซ็ง กำลังเคลิ้มๆ ก็มาตกสวรรค์ด้วยเสียงมือถือนรก ทำไมเขาจะต้องเปิดให้มันดังขนาดนั้นแล้วเรื่องงานจริงไหม แถมยังออกท่าลุกลี้ลุกลนเหลือเกินไม่ใช่เมียโทรตามเหรอ

        “ซอรี่ ปริ้นเซส” แมทธิวบอกเมื่อเดินกลับมา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอเคืองแค่ไหนเพราะมองตาเขียวเชียว

        “ฉันอยากอาบน้ำ” สเตฟาเนียว่าแล้วรวบชุดที่เกือบจะหลุดขึ้นมากอดไว้แนบตัว

        “คุยกันก่อนฟีฟี่” แมทธิวรั้งคนตัวเล็กไว้ด้วยอ้อมกอด

        “เรื่องงาน ผมคุยกับเจ้านาย”

        “ทำไมต้องทำท่าลุกลี้ลุกลนขนาดนั้น” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่มีความน้อยใจเจืออยู่ในนั้นล้านเปอร์เซ็นต์

        “ผมรู้ว่าเจ้านายโทรมาผิดเวลาแต่ก็ต้องรับ ถ้าไม่รับผมแย่แน่ๆ งานของผมไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกเจ้านายจะต้องติดต่อได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

        “นี่พนักงานหรือทาส”

        “ระบบที่ผมดูแลมันใหญ่มากและมันจะผิดพลาดไม่ได้เลย ผมขอโทษฟีฟี่”

        “ดีกันเถอะ เมื่อกี้ถึงไหนแล้วนะที่รัก” แมทธิวพักคางไว้ที่ไหล่เปลือยเปล่า จมูกโด่งซุกไซ้ไปที่ซอกคอแล้วเริ่มต้นเล้าโลมคนรักอีกครั้ง

        “ซอรี่นะที่รักแต่มันเรื่องงานจริงๆ ยกโทษให้ผมนะ” เสียงทุ้มกระซิบอ้อนวอนเบาๆ แล้วคลอเคลียทั้งหูและลำคอของเธอ

        “นะครับ ดีกัน” แมทธิวเว้าวอนแล้วเม้มที่ลำคอขาวผ่อง

        “โอเคๆ เข้าใจแล้ว อย่าดูดแรงสิมันจะเป็นรอยนะ” สเตฟาเนียต่อรองด้วยเสียงสั่นๆ โดนทั้งจูบ ทั้งดูด ทั้งไซ้ใครจะมีสติและโกรธอยู่ได้

        “งั้นผมทำตรงที่คนจะไม่เห็นนะ” ริมฝีปากร้อนผ่าวไล้ลงมาที่เนินอกแล้วดูดผิวเนื้อเข้าไปในปาก ออกแรงเพียงนิดเดียวผิวเนื้อขาวๆ ก็เป็นรอยแดงจ้ำ

        “ชอบแสดงความเป็นเจ้าของเหรอ”

        “ใช่ ทำให้ผมบ้างสิผมอยากเป็นของคุณ”

        “ไม่ ฉันไม่อยากทำ” สเตฟาเนียพูดแล้วกอดอก เธอจงใจจะแกล้งให้เขาน้อยใจและมันก็ได้ผลเกินคาด

        “แล้วคุณอยากให้ผมอยู่ตรงนี้ไหม” แมทธิวผละออกห่างสเตฟาเนีย เขารู้สึกว่านับจากนี้คงต้องวิ่งตามและอ้อนวอนเธอจนเหนื่อยแน่ๆ เพราะเธอดูพร้อมจะผลักไสและอยู่ให้ไกลเขาที่สุด

        “เฮ้ แมท ฉันล้อเล่น” สเตฟาเนียเขยิบเข้าไปใกล้ชายหนุ่มตัวโตที่ขี้งอนเหลือเกิน

        “คุณล้อเล่นได้เหมือนจริงมากฟีฟี่”

        “ฉันล้อเล่นฉันอยากให้คุณอยู่ตรงนี้ที่สุด รู้ไหมคะ” หญิงสาวบอกแล้วเอนกายลงบนที่นอน เธอกระดิกนิ้วชี้ให้เขาตามมาและแมทธิวเต็มใจเป็นอย่างยิ่งกับคำสั่งนี้

        “เรามาทำที่ค้างไว้ให้เสร็จดีกว่าค่ะ” เธอโอบคอชายหนุ่มที่คร่อมอยู่ด้านบน สองริมฝีปากประกบกันแนบแน่นแล้วจุมพิตก็กลายเป็นเกมแลกลิ้นบดขยี้กันแบบดุเดือดถึงใจ

 

เช้าวันใหม่

        เตียงใหญ่ระเกะระกะไปด้วยเสื้อผ้าชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ประหนึ่งว่าตรงนี้เกิดสงครามกลางเมืองก็ไม่ปาน หญิงชายบนเตียงยังคงนอนหลับอุตุไม่สนใจเวลาและนาทีว่ามันล่วงเลยมาจนสายโด่ง ชายหนุ่มเพียงขยับกายแล้วกอดหญิงสาวให้แน่นกว่าเดิม

        “เฮ้ แมทสายแล้ว” สเตฟาเนียเห็นแสงแดดจากภายนอกก็บอกคนตัวโตด้วยความตกใจ

        “หืมมม ยังไม่อยากตื่น” แมทธิวงัวเงียตอบโดยที่ยังไม่ลืมตา

        “แมท คุณต้องไปทำงาน”

        “หยุด ลาไว้แล้ว”

        “นี่วางแผนไว้เหรอเนี่ย” สเตฟาเนียดิ้นออกจากอ้อมกอดแล้วลุกขึ้นนั่ง

        “อืม วางไว้” แมทธิวยังคงหลับตาพูดต่อไป ก็เขายังไม่อยากตื่นนี่นาอยากนอนกอดเธอนานๆ

        “หนุ่มไอทีนี่เป็นจอมวางแผนจริงๆ ร้ายนักเชียว”

        “ผมไม่ร้ายหรอก ผมอ่อนแอจะตายเวลาอยู่กับคุณ” ชายหนุ่มยอมลืมตาในที่สุด เขาเขยิบไปใกล้ๆ แล้วเอาศีรษะไปหนุนไว้บนตักของเธอ

        “ก็ร้ายอยู่ดี มีการลางานล่วงหน้าแล้วถ้าเมื่อคืนไม่ได้ค้างกับฉัน วันนี้จะไปไหนล่ะ”

        “นอนอยู่คอนโดแล้วก็กินอาหารแช่แข็ง”

        “แต่ก็ร้ายอยู่ดี นี่แน่ะๆ” สเตฟาเนียเอาหมอนตีหน้าท้องแมทธิวเบาๆ

        “คุณอยากทำสงครามใช่ไหมฟีฟี่” แมทธิวคว้าหมอนแล้วตีคนตัวเล็กบ้าง

        “สู้เหรอแมท คุณสู้ฉันเหรอ” สเตฟาเนียลุกขึ้นยืนแล้วกระหน่ำตีร่างบึกบึนด้วยหมอนแบบไม่นับครั้ง แมทธิวยอมแพ้แล้วป้องแขนไปที่หน้าและลำตัวเพื่อยับยั้งการจู่โจมจากหมอนนิ่มๆ

        “ที่รัก ผมยอม ยอมแล้วค้าบ ซอรี่ ดาร์ลิ้งค์”

        “นี่ๆๆ คราวหน้าห้ามสู้นะ” สเตฟาเนียตีหมอนไปที่ขาของแมทธิวเป็นการส่งท้ายแล้วก็ทิ้งตัวนอนเพราะหมดแรง

        “สนุกไหม” แมทธิวถามคนที่นอนหน้าแดงหอบแฮ่กๆ อยู่ด้านข้าง

        “สนุก ฮ่าๆๆ” สเตฟาเนียตอบแล้วหัวเราะร่วน

        “ตอนเด็กๆ ฉันเล่นกับคุณแม่ประจำเลย” เมื่อพูดถึงครอบครัวรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอก็หายไป

        “ผมขอถามบางอย่างได้ไหมถ้าคุณไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ”

        “ถามมาสิคะ”

        “หลังๆ คุณไม่ค่อยได้เจอกับครอบครัวเหรอ”

        “ใช่ค่ะ”

        “บอกได้ไหมว่าทำไม”

        “ฉันไม่ใช่ลูกที่ดีของพ่อค่ะ ฉันก็เลยย้ายมาอยู่เมืองไทยเพื่อตัดปัญหา”

        “พวกเขายังอยู่รัสเซียเหรอ”

        “ใช่ค่ะ”

        “แล้วได้เจอกันบ้างไหม”

        “เจอค่ะ คุณแม่จะมาหาฉันปีละสองครั้ง”

        “แล้วคุณพ่อล่ะ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดคุณมีพี่ใช่ไหม”

        “ฉันมีพี่สาว เรามีกันสองพี่น้องแต่ก็ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ ฉันไม่ได้เป็นคนโปรดของพ่อแล้วก็ไม่เก่งเหมือนพี่”

        “ตอนนี้คุณมีผมนะฟีฟี่”

        “ขอบคุณนะคะ”

        “เมื่อกี้คุณเริ่มสงคราม คราวนี้ตาผมบ้างนะ” แมทธิวชวนคนรักเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้เธอต้องหมองหม่นกับเรื่องหนักใจ

        “อะไรอ่ะแมท ไหนว่าจะไม่สู้” สเตฟาเนียหันมองคนตัวโตแบบเอาเรื่อง

        “คุณเต็มใจทำสงครามแน่เพราะผมจะทำสงครามจุมพิต”

        “ผมรักคุณฟีฟี่ คุณไม่ต้องบอกผมจนกว่าคุณจะรู้สึกแบบนั้นจริงๆ” แมทธิววางมือทั้งสองข้างไว้บนพวงแก้มแดงระเรื่อของสเตฟาเนีย เช้านี้คือเช้าที่มีความสุขที่สุดเพราะตื่นขึ้นมาแล้วได้สบตาเธอเป็นคนแรก เขาอยากให้ชีวิตที่เหลือเป็นแบบนี้ตลอดไป
        “ขอเวลาฉันหน่อยนะคะ”

        “นานแค่ไหนผมก็รอได้ขอแค่คุณอย่าหนีผมไป ถ้าคุณไม่รู้สึกเหมือนผมคุณก็แค่บอกแล้วผมจะไปตามทางของผม”

        “ขอบคุณนะคะแมทที่คุณให้เกียรติฉัน” ที่ผ่านมาสเตฟาเนียเจอแต่ผู้ชายจิตใจทรามเป็นส่วนมาก เธอเป็นเพียงวัตถุทางเพศเอาไว้สนองตัณหาคนพวกนั้น

        “ผมบอกแล้วว่าคุณมีค่ากับผมมากกว่าที่คุณคิดฟีฟี่ มายปริ้นเซส” แมทธิวส่งลิ้นหนาแทรกเข้าไปในโพรงปากแสนหวาน สองลิ้นดุนดันกันไปมาจนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบที่ได้ยินแล้วชวนสยิวเป็นที่สุด

        “ไปทำสงครามตรงอื่นบ้างได้ไหมคะ” เธอถามเมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ ดวงตาสีฟ้าสดใสปรายมองที่กลางลำตัวเพื่อสื่อความหมายบางอย่าง

        “ได้สิครับที่รัก ผมจะโจมตีจนคุณต้องร้องขอชีวิตเลย” แมทธิวมุ่งหน้าหาเป้าหมายแล้วส่งพลลิ้นและกำลังนิ้วรุกรานเข้าไปอย่างหนักหน่วง สเตฟาเนียรักเพลงชิวหาของแมทธิวเหลือเกินเขาเป็นผู้ชายคนแรกที่รู้จุดรู้จังหวะที่จะทำให้เธอสุขสมจนตัวลอย

        “แมท เร็วอีก อู้วววว” แมทธิวละเลงลิ้นระรัวนิ้วสอดประสานรับกันเป็นจังหวะแล้วสเตฟาเนียก็กรีดร้องเสียงของความเสียวซ่านจนลั่นห้อง

 

                                       ตอนที่ 6 ห่วงสวยก็เพราะคุณ

        สเตฟาเนียยืนเปลือยกายอยู่หน้ากระจกบานสูงด้วยความกังวลเพราะกำลังจะไปออกเดทครั้งที่สอง เธอไม่รู้จะสวมเสื้อผ้าแบบไหนเพื่อให้อีกฝ่ายประทับใจ

        “คุณเหมาะกับสีขาวรู้ไหมฟีฟี่เพราะคุณบริสุทธิ์แล้วก็อ่อนโยน” นึกถึงประโยคนี้ทีไรก็หน้าแดงทุกที ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนให้เกียรติและยกย่องเธอแบบนี้มาก่อน ส่วนมากก็อย่างที่รู้ๆ กัน คือหยาบคายไร้อารยะหวังแต่จะตอดนิดตอดหน่อยไม่ก็แค่อยากเชยชมร่างกาย

        แต่เธอยังไม่เคยใส่ชุดสีขาวให้เขาเห็นเลย มีแต่ผ้าห่มกับผ้าขนหนูสีขาวนั่นแหละที่เขาเคยเห็นอยู่หลายที วันนี้เธอจะทำให้ความฝันของเขาเป็นจริงด้วยการสวมชุดเดรสสีโปรดของเขา

        “ตายจริง นี่ตื่นเต้นมากเลยใช่ไหมเรา” เมื่อเหลือบดูนาฬิกาก็เหลืออีกตั้งสองชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด หญิงสาวหันซ้ายหันขวาก็ตัดสินใจว่าจะทาเล็บเพื่อเป็นการฆ่าเวลาไปพลางๆ เธอตัดและตะไบให้เข้ารูป จากนั้นจึงทาสีชมพูอ่อนไปบนเล็บทีละเล็บ ตบท้ายด้วยทาน้ำยาเคลือบเงาเพื่อรักษาสีให้คงทน

        “ฝีมือใช้ได้เหมือนกันนะเรา” หญิงสาวชื่นชมสีหวานๆ บนเล็บของตัวเองด้วยรอยยิ้มสดใส สเตฟาเนียเพิ่งรู้ตัวว่าช่วงหลังๆ เธอยิ้มบ่อยมากและพิถีพิถันกับการแต่งตัวแบบสุดๆ เมื่อก่อนเธอแทบไม่ไปไหนเลยตอนออกไปทำงานก็ใส่แค่กางเกงยีนกับเสื้อยืด ไม่เคยคิดอยากใส่กระโปรงใส่เดรสสวยๆ สักที แต่พอมาเจอพ่อหนุ่มไอทีความอยากสวยอยากดูดีกลับพุ่งเกินพิกัด

        “เอาล่ะ ได้เวลาสักที” หญิงสาวคว้ากระเป๋าแล้วหย่อนกุญแจห้องลงไป

 

ร้านอาหารที่ดาดฟ้าของโรงแรมกลางกรุง

      “ว้าว เงินเดือนพนักงานไอทีคงจะเยอะมากเลยนะคะ” ห้องอาหารที่เขาจองอยู่บนดาดฟ้าของโรงแรมระดับหกดาวที่ร่ำลือกันว่าทั้งอร่อยและแพงแบบหูฉี่

        “ไม่มีอะไรแพงไปสำหรับคุณฟีฟี่ เชิญนั่งครับ” แมทธิวเลื่อนเก้าอี้ให้สเตฟาเนีย

        “คุณสวยเหลือเกิน” ชายหนุ่มมองหญิงสาวอยู่อย่างนั้น เธอสวยหมดจดจนไม่อาจละสายตาได้

        “แปลกจังเลยทำไมมีโต๊ะเดียว ฉันเคยเห็นตอนออกทีวีมันมีโต๊ะเยอะกว่านี้นะคะ” เธอหาเรื่องมาคุยแก้เขินเพราะอีกฝ่ายเอาแต่จ้องไม่ยอมพูดจาสักคำ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาปลื้มแค่ไหนกับชุดเดรสสีขาวเนื้อผ้าบางเบา

        “ก็คืนนี้มีแค่เราสองคนน่ะสิครับ มายปริ้นเซส” แมทธิวจับมือเจ้าหญิงของเขามากุมอย่างแสนรัก เธอเหมือนยาเสพติดที่เขาไม่อาจถอนตัวถอนใจได้อีกแล้ว

        “งานเป็นยังไงบ้างคะ”

        “ก็ยุ่งเหมือนเดิมครับ แต่ได้มาเจอคุณผมก็หายเหนื่อยแล้ว” สเตฟาเนียอุตส่าห์หาเรื่องอื่นมาคุยแต่พ่อหนุ่มไอทีก็ยังไม่วายจะทำให้เธอขวยเขินหน้าแดง

        ดินเนอร์เริ่มต้นด้วยไวน์รสนุ่มจากนั้นจึงเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยคือสลัดผักออร์แกนิค ซุปปูล็อบสเตอร์ส่วนจานหลักเป็นแบบฟิวชั่น

        “ว้าว อร่อยมากค่ะแมท” หญิงสาวชิมเข้าไปคำแรกก็ถึงกับติดใจ มันคือน่องแกะราดพะแนงที่นุ่มละมุนลิ้นมากๆ กลิ่นเครื่องพะแนงกลบกลิ่นสาบของแกะจนหมดแถมเนื้อก็นุ่มยุ่ยจนแทบไม่ต้องเคี้ยว

        “ขอบคุณนะคะ ทุกอย่างอร่อยมากไม่ต้องนับบรรยากาศเพราะดีสุดๆ คุณตามใจฉันมากๆ ระวังฉันจะเหลิงนะคะแมท” สเตฟาเนียขอบคุณชายหนุ่มใจดีที่หาเรื่องมาปรนเปรอเอาใจเธอได้ตลอดทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงสิบกว่าวัน

        “ผมจะตามใจคุณทุกอย่างเลยฟีฟี่ขอแค่คุณอยู่ให้ผมตามใจก็พอ” ลึกๆ แมทธิวรู้สึกว่าวันนึงผู้หญิงคนนี้ต้องหนีเขาไปแน่นอน มันเป็นสัญชาตญาณหรือลางสังหรณ์ก็บอกไม่ถูกแต่เขามั่นใจว่าวันนั้นมันต้องมาถึงและเขาก็รู้ว่าต่อให้ต้องพลิกผืนดินหรือแผ่นฟ้าเขาก็ต้องตามเธอกลับมาให้จงได้

        “ผมมีเซอร์ไพรส์อีกอย่างนึงด้วย” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เฉลยความลับแล้วยิ้มจนตาหยี

        “เชิญครับ” แมทธิวผายมือให้สุภาพสตรีเข้าลิฟต์ไปก่อน สเตฟาเนียแปลกใจมากที่เขาไม่กดชั้นหนึ่งแต่กลับจิ้มนิ้วไปที่ชั้นกลางๆ ของตึก

        “หลับตาก่อน” เขาบอกเมื่อมาถึงประตูห้อง

        “ห้ามขี้โกงนะ” แมทธิวเอามือปิดตาสเตฟาเนียไว้หนึ่งข้างส่วนอีกข้างก็จูงเธอเข้ามาในห้อง

        “ลืมตาได้แล้วครับ มายปริ้นเซส” เมื่อลืมตาหญิงสาวก็พบกลีบกุหลาบที่โปรยเป็นทางยาวแล้วไปหยุดที่หน้าประตูบานหนึ่ง รอบๆ ห้องมีเทียนหอมกลิ่นวานิลลาจุดไว้จนทั่ว

        “คืนนี้คุณอยู่กับผมที่นี่ได้ไหมครับ”

        “เฉพาะคืนนี้เหรอคะ” สเตฟาเนียถามแล้วคล้องแขนไปรอบลำคอหนา

        “เฉพาะคืนนี้ไงครับที่เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ ส่วนคืนอื่นๆ ก็เป็นห้องคุณหรือห้องผมหรืออาจจะเป็นห้องของเราในสักวัน” แมทธิวตอบแล้วไล้แก้มของเธอเบาๆ

        “คุณดูจริงจังกับฉันมาก อะไรทำให้มั่นใจเหรอคะ”

        “ตรงนี้ไงครับ” เขาพามือของเธอมาวางไว้บนหน้าอก แมทธิวรู้เพียงแค่หัวใจของเขาร่ำร้องเรียกหาแต่เธอ คืนนั้นเมื่อได้สบตากัน เขารู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่อยากจะอยู่ด้วยจนวันสุดท้ายของชีวิต

        “ฉันอยากให้คุณรู้จักฉันให้มากกว่านี้ก่อนจะถลำลึก อาจจะมีบางอย่างในตัวฉันที่คุณไม่ชอบ”

        “เราจะหาทางปรับตัวจนเข้ากันได้ เหมือนที่เขาว่าอะไรนะ ประนาประนอมไหม”

        “ประนีประนอมค่ะ” สเตฟาเนียแก้ไขคำให้ถูกต้อง

        “ใช่ๆ นั่นแหละ ภาษาไทยที่เป็นสำนวนผมใช้ไม่ค่อยถูก”

        “เราเปลี่ยนมาใช้ภาษากายกันดีกว่าไหมคะ” เธอถามแล้วปรายตาไปตรงสุดทางของกลีบกุหลาบ แมทธิวตอบด้วยการอุ้มสเตฟาเนียขึ้นมา

        “ว้าว!” เธออุทาน กลีบกุหลาบมาหยุดที่หน้าประตูห้องน้ำจริงๆ แต่มันไม่หมดแค่เท่านั้นเพราะในอ่างอาบน้ำมีเจ้ากลีบแดงๆ ลอยละล่องอยู่เต็มไปหมด

        “แมท คุณสปอยฉันเกินไปแล้วนะ”

        “ก็บอกแล้วไม่มีอะไรเยอะหรือแพงไปสำหรับคุณ มายปริ้นเซส”

        “ก่อนจะถอดผมต้องบอกคุณก่อน คุณเหมาะกับสีขาวเหลือเกินที่รัก” แมทธิวลูบไล้เนื้อผ้าบางเบาแล้วค่อยๆ ปลดมันออกจากลำตัวบอบบาง

        “แล้วคุณชอบชุดนี้ไหมคะ” เธอถามเมื่อร่างกายไร้อาภรณ์ปิดบัง

        “ชุดโปรดของผมเลยแหละแต่จากนี้ขอให้เป็นผมคนเดียวได้ไหมที่จะได้เห็น ได้สัมผัสและได้รักคุณในชุดนี้”

        “ฉันสัญญาค่ะแมท” สเตฟาเนียประทับจูบไปที่ริมฝีปากแมทธิวเพื่อเป็นการยืนยันคำมั่น เธออาจยังไม่แน่ใจในตัวเองแต่เธอแน่ใจว่าผู้ชายคนนี้รักเธอจริงๆ เพราะเขาพิสูจน์มันด้วยการกระทำอันหนักแน่น

 

                                       ตอนที่ 7 พ่อครัวตัวเปล่า

        วันนี้ครบรอบสองเดือนที่สเตฟาเนียได้รู้จักกับแมทธิว เธอยังคงทำงานที่คลับเปลื้องผ้าแต่ไม่ค่อยสนุกกับมันสักเท่าไหร่ เมื่อก่อนเธอชอบเล่นเกมอ่อยให้ตายใจแล้วไสหัวส่ง ผู้ชายคนไหนทำท่าสนใจมากๆ เธอก็จะเล่นหูเล่นตาด้วยแต่พอเลิกงานก็จะฉิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว น่าแปลกที่การสบตาเฉยๆ กลับทำให้มนุษย์เพศผู้บางคนคิดอะไรจนเลยเถิดไปไกล

        แมทธิวมารับเธอเกือบทุกวันไม่ได้ขาดมีแค่สองวันเท่านั้นที่เขามาไม่ได้เพราะติดงานส่วนวันหยุดเขาก็ไม่พลาดที่จะพาไปหาของอร่อยๆ ทานด้วยกัน มันเป็นสองเดือนที่มีแต่ความชื่นมื่นประหนึ่งช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ก็ไม่ปานและวันนี้เธอก็จะได้ตอบแทนความน่ารักของเขาสักที

        “ไฮ ฮันนี่” สเตฟาเนียทักทายพ่อหนุ่มไอที สีหน้าของเขามองจากชั้นหนึ่งยังเห็นว่างงเป็นไก่ตาแตก

        “สงสัยใช่ไหมล่ะ” เธอถามพร้อมกับอมยิ้ม

        “ก็นิดหน่อย งั้นผมขอเข้าไปข้างในนะครับจะได้นั่งรอตอนคุณแต่งตัว” เมื่อวานเธอนัดแนะดิบดีว่าให้มารับตอนเก้าโมงตรงเพราะอยากไปหาอะไรเบาๆ ทานด้วยกันก่อนแล้วจากนั้นจึงค่อยไปดูหนังแล้วทานมื้อเที่ยง ส่วนตอนเย็นคิดกันไว้คร่าวๆ ว่าจะไปเดินลัดเลาะหาคาเฟ่เล็กๆ แถวเกาะรัตนโกสินทร์เพื่อฝากท้องตอนดินเนอร์

        “คุณวางแผนพาฉันไปนั่นมานี่ตลอดแถมทำเซอร์ไพรส์ตั้งหลายหน ฉันก็อยากวางแพลนเซอร์ไพรส์บ้างสิ” หญิงสาวร่างสูงโปร่งยิ้มหวานจนดวงตากลมโตกลายเป็นรูปสระอิ

        “คุณน่ารักจังฟีฟี่ รู้ไหมมันมีความหมายกับผมมาก แปลว่าคุณก็อยากใช้เวลากับผมเหมือนกัน” แมทธิวเดินเข้าไปใกล้แล้วเหน็บไรผมของเธอไปทัดไว้หลังใบหู ผมยาวสลวยถูกมัดเป็นมวยหลวมๆ ส่วนชุดที่ใส่มีแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ซึ่งเป็นของเขาเอง

        “ฉันอยากอยู่กับคุณ จริงๆ นะ แมท”

        “ผมก็เหมือนกัน”

        “วันนี้ฉันอยากทำอาหารทานกับคุณที่ห้อง ได้ไหมคะ”

        “ได้สิครับ คุณอยากทานอะไร มายปริ้นเซส”

        “อยากทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน พวกไข่ดาว ไส้กรอก เบค่อนค่ะ”

        “ในตู้เย็นมีของไหม ถ้าไม่มีผมจะขับไปซื้อให้”

        “มีครบทุกอย่างค่ะฉันเตรียมไว้หมดแล้วแต่ว่า….” หญิงสาวแกล้งรีรอลังเลให้อีกฝ่ายสงสัย ถ้าแค่ทำอาหารด้วยกันมันก็ไม่พิเศษสมกับวันครบรอบสิ

        “แต่อะไรครับ”

        “แต่เราจะไม่ใส่เสื้อผ้าทำอาหารค่ะ” เธอปลดกระดุมเสื้อของเขาทีละเม็ดแล้วเหวี่ยงให้พ้นตัว มือเรียวลูบไล้ไปตามแผงอกบึกบึนแล้วก็อดจะกัดปากไม่ได้ ก็มันน่ามันเขี้ยวเหลือเกิน

        “แล้วเราจะมีสมาธิทำอาหารกันเหรอครับ” เขาถามเสียงสั่น

        “ต้องมีสิคะเพราะฉันหิวจะแย่แล้ว” สเตฟาเนียคุกเข่าลงเพื่อจะได้ถอดกางเกงให้เขา ก่อนจะลุกขึ้นเธอแถมจูบสุดสยิวไปที่เหนือความเป็นชายของเขาอีกที

        “มาสิคะ” ร่างเปลือยสูงระหงเอ่ยชวนให้เดินตามมาในห้องครัว แมทธิวเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบส่วนผสมที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นไข่ เบค่อน ผักและอื่นๆ แต่เขาหาไส้กรอกไม่เจอ

        “ฟีฟี่ ไส้กรอกอยู่ตรงไหนครับ”

        “อืม วางไว้กับเบค่อนนะคะ” เธอแทรกตัวเข้าไประหว่างตู้เย็นที่เปิดคาอยู่ 

        “ไม่เห็นเลย” แมทธิวยืนยัน

        “สงสัยต้องกินแบบสดๆ แทน” เธอปิดตู้เย็นแล้วดันพ่อครัวไปพิงไว้ เมื่อคุกเข่าลงไส้กรอกไซส์ใหญ่สุดก็ทิ่มหน้าพอดี

        “กินอันนี้แทนได้ไหมคะ” แม่สาวนักเต้นเงยหน้าไปถามด้วยท่าทางที่ไร้เดียงสาแบบสุดๆ

 

ลงตัวอย่างเท่านี้นะคะ ตอนนี้เปิดพรีออเดอร์อยู่

สนใจสั่งจองติดต่อที่เพจ “อัณณากานต์” ได้เลยค่ะ

Sexy Shade  นวนิยายอีโรติกสุดร้อนแรงที่จะพาคุณจมดิ่งสู่ห้วงแห่งราคะ

SHADE OF BLUE ร้อนรักสาวนักเต้น by อัณณากานต์

-เพจนักเขียน >> https://www.facebook.com/AnnakanTheWriter/

 

SHADE OF RED ร้อนรักสัมผัสลวง by BITEHOLIC GIRL
-ทดลองอ่าน >> http://bit.do/eeLTp


-เพจนักเขียน >> https://www.facebook.com/biteholicgirl/

SHADE OF FUCHSIA ร้อนรักเพย์เกิร์ล by บุษบาหนึ่งหรัด
-ทดลองอ่าน >> http://bit.do/eeLR7


-เพจนักเขียน >> https://www.facebook.com/styloromantique/

SHADE OF GREY ร้อนรัก-รักร้อน by เก-ลิน
-ทดลองอ่าน >> http://bit.do/eeLTb
-เพจนักเขียน >> https://www.facebook.com/AtiyaWriter/

 

SHADE OF GOLD ร้อนรักสาวสก๊อย by ศรีมนตรา
-ทดลองอ่าน >> http://bit.do/eeL6t
-เพจนักเขียน >> https://www.facebook.com/SRIMONTRA12/

 

SHADE OF PINK ร้อนรักนักร้องสาว by ปนิตา
-ทดลองอ่าน >> http://bit.do/efNjg
-เพจนักเขียน >> https://www.facebook.com/looktumngen/

 

SHADE OF BLACK ร้อนรักเตกีล่า by เงาแห่งรัตติกาล
-ทดลองอ่าน >> http://bit.do/efZkm
-เพจนักเขียน >> https://www.facebook.com/kornranidsiri/

 
        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  12 พ.ค. 2561 11:47    วันที่อัพเดท :   12 พ.ค. 2561 11:49    › จำนวนผู้เข้าชม 136 คน
   › คะแนนโหวต 16 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :