นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง อนุรดี-เตชินท์    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๑ How deep is your love? ๑/๔



How deep is your love?

 

           อากาศในประเทศไทยช่วงปลายเดือนมีนาคมเช่นนี้ ควรจะร้อนอบอ้าวแบบเหงื่อไหลไคลย้อย เพราะเป็นเดือนที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างแท้จริง ทว่าปีนี้อากาศกลับไม่เป็นเช่นนั้น แม้ในช่วงกลางวันจะมีแดดแผดเผาจนระอุ แต่บางวันตอนบ่ายถึงค่ำกลับมีฝนตกเทกระหน่ำลงมา ทำให้กลางคืนหนาวเหน็บและหนาวต่อเนื่องไปอีกหลายวัน เรียกว่าอากาศแปรปรวนอย่างหนักก็ไม่ผิดนัก เช่นเดียวกับยามบ่ายโมงกว่าๆ ของวันนี้ ที่จู่ๆ ท้องฟ้าอันเจิดจ้าก็มืดครึ้ม ปราศจากแสงแดด เพราะถูกบดบังด้วยเมฆทะมึนซึ่งก่อตัวเป็นกลุ่มหนาทึบ สอดรับกับลมที่เริ่มพัดกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณบอกว่า อีกไม่นานนี้พระพิรุณจะเทกระหน่ำลงมาสู่พื้นปฐพีเบื้องล่างอย่างแน่นอน

          แรงลมที่พัดมาทำให้กระโปรงนักศึกษาแบบจีบรอบสั้นแค่เข่าปลิวไสว จนร่างบางที่ยืนอยู่หน้าคณะต้องรีบขยับสมุดเลกเชอร์และหนังสือที่อยู่ในมือมาวางทับกระโปรงด้านหน้าเอาไว้ เพราะกลัวว่าลมซึ่งพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้กระโปรงเปิดให้ได้อาย

เมื่อกระโปรงที่ใส่อยู่ก่อให้เกิดความยุ่งยากวุ่นวาย อนุรดีอดคิดไม่ได้ว่าถ้าตัวเองใส่กระโปรงทรงเอแบบแคบๆ มาเรียน เหมือนกับเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ในคณะก็คงดี จะได้ไม่ต้องมาคอยระวังว่ากระโปรงจะเปิดเวลาโดนลมพัดแรงๆ เช่นนี้ ทว่านั่นก็เป็นเพียงแค่ความคิด ถึงอยากจะแต่งแบบนั้นแค่ไหน เธอก็ทำตามใจตัวเองไม่ได้อยู่ดี เนื่องจากถูกใครบางคนสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ใครบางคนที่เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องเชื่อฟังเขา ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน

          ใบหน้ารูปไข่ที่เนียนใสเป็นธรรมชาติ หันไปมองรถบีเอ็มดับเบิลยูคันหรูราคากว่าหกล้านที่ตอนนี้แล่นมาจอดใกล้ๆ กับบริเวณที่เธอยืนอยู่อย่างเป็นอัตโนมัติ เธอไม่ได้สนใจกับราคาและความสวยหรูของรถคันนั้นเลยสักนิด แต่ที่หันไปมองก็เพราะจำได้แม่นว่าเจ้าของรถคันนั้นเป็นใครต่างหาก

          อนุรดีถอนสายตากลับมาและเชิดหน้าขึ้นราวกับไม่ได้สนใจต่อการมาของเขา ทั้งๆ ที่หัวใจเจ็บจี๊ดๆ เมื่อคิดว่า เตชินท์คงจะมาหาอาจารย์สาวสวยบางคนในคณะ หรือไม่ก็มาหานักศึกษาระดับดาวมหาวิทยาลัยคนใดคนหนึ่งเป็นแน่ ซึ่งไม่ว่าเป็นใครก็ไม่น่าแปลก เพราะผู้ชายที่หล่อรวยระดับเขาสามารถเลือกผู้หญิงได้อยู่แล้ว

          เท้าเล็กๆ ซึ่งรองรับด้วยรองเท้าคัทชูส้นสูงสีดำเตรียมจะเดินหนี เมื่อเจ้าของร่างสูง เต็มไปด้วยบุคลิกอันโดดเด่นเป็นที่สะดุดตาของใครๆ กลับเดินตรงดิ่งพุ่งเป้ามายังเธออย่างผิดคาด

          “เดี๋ยวก่อนหนูดี จะไปไหน”

          เสียงหล่อทุ้มสมตัวดังขึ้นทันทีที่เห็นว่าอนุรดีกำลังจะหนีหน้า ซึ่งเตชินท์ไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด ในเมื่อเขาอุตส่าห์ขับรถมาหาถึงนี่แล้ว

          “กลับบ้านสิคะ วันนี้หนูดีมีเรียนแค่ตอนเช้า” อนุรดียอมหยุดคุยด้วย เพราะถึงยังไงเตชินท์ก็เป็นเพื่อนสนิทของพี่ชาย และยังเป็นพี่ชายข้างบ้านที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

          “งั้นก็กลับกับพี่”

          “พี่เตไม่ต้องเสียเวลาหรอกค่ะ เอาเวลาไปหาสาวๆ ของพี่เตเถอะ หนูดีกลับเองได้”

          “พี่ตั้งใจมาหาเรา ไม่ได้จะมาหาใครทั้งนั้น เพราะฉะนั้นอย่าไล่พี่ไปหาคนอื่น”

          ไม่ใช่แค่คำพูดที่ประกาศเจตนาของตัวเองออกมาอย่างชัดเจน แต่สายตาคมยังมองสาวน้อยของบ้านที่ตอนนี้โตเป็นสาวเต็มตัว แม้เธอจะไม่ได้สวยโดดเด่น ไม่ได้หุ่นดีเหมือนกับนางแบบและพริตตี้ที่เขาควงอยู่บางคน แต่รูปร่างของอนุรดีก็ชดช้อยสมส่วนชวนมอง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหมดจด เช่นเดียวกับผิวพรรณที่เนียนละเอียด ขาก็เรียวสวย ยามใส่กระโปรงนักศึกษาสีดำซึ่งตัดกับผิวขาวๆ เช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้เขาไม่อาจจะละสายตาไปไหนได้  

          “แม่ให้พี่เตมารับหนูดีเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถามแก้เก้อและอาการสะเทิ้นอายของตัวเอง เมื่อไม่อาจจะสู้ประกายตาคมกล้าที่มองมาอย่างไม่ลดละสักวินาทีได้

          “พี่ก็บอกแล้วนี่ ว่าพี่ตั้งใจมารับเรา น้าวรรณไม่ได้บอกให้พี่มา”

          “แล้วพี่เตไม่ทำงานหรือไง นี่มันเพิ่งจะบ่ายโมงเองนะคะ”

          “พี่ทำงานให้บริษัทของตัวเอง พี่จะทำตอนไหนก็ได้”

          “อ้อ...ลืมไปว่าบ้านรวย เป็นเจ้าของบริษัทด้วยนี่”

          “ไม่ต้องโยกโย้หรือมัวแต่พูดจาประชดประชันพี่หรอก ไปขึ้นรถกับพี่เดี๋ยวนี้เลย ฝนใกล้จะตกเต็มทีแล้ว”

          เตชินท์ไม่ยอมรอให้เธอทำตามคำสั่ง แต่ฉวยเอาข้อมือเล็กแล้วฉุดเบาๆ ให้เดินตามไปที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล เปิดประตูฝั่งข้างคนขับออก ก่อนจะดันไหล่บางกดให้นั่งลงไปบนเบาะด้านหน้า จากนั้นก็ก้าวยาวๆ ไปขึ้นรถอีกฝั่ง ไม่ถึงสองนาทีรถหรูที่สวยสะดุดตาใครต่อใครก็แล่นออกจากบริเวณหน้าตึกคณะ มุ่งเข้าสู่ถนนใหญ่ที่การจราจรค่อนข้างจะคล่องตัว สวนทางกับสภาวะอากาศที่ไม่เหมาะกับการขับรถเท่าใดนัก

          รถแล่นอยู่บนถนนใหญ่ได้ไม่นาน ลมที่พัดแรงอยู่ก่อนหน้านี้ยิ่งกรรโชกแรงมากขึ้น ป้ายบิลบอร์ดและป้ายโฆษณาหลายป้ายต่างพังถล่มลงมา บ้างก็ปลิดปลิวไปตามแรงลม พร้อมๆ กับที่ฝนเม็ดใหญ่หนาทึบเทกระหน่ำราวกับฟ้ารั่ว ซ้ำเติมให้สภาพอากาศเลวร้ายมากไปกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว

          ร่างกำยำเจ้าของความสูงหกฟุตที่นั่งกุมพวงมาลัยรถอยู่ ตัดสินใจบังคับรถให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอย มุ่งหน้าไปยังอาคารหรูหราแห่งหนึ่งซึ่งมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคอนโดมิเนียม อนุรดีไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้สักนิด เธอหันไปมองหน้าคนขับด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แต่ก็ไม่ได้คำตอบ จนกระทั่งเขาดับเครื่อง ลงจากรถ แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ อนุรดีจึงต้องเอ่ยถามออกไป

          “พี่เตพาหนูดีมาที่นี่ทำไมคะ”

“พามาหลบฝน ฝนตกหนักมาก แถมลมก็พัดแรงมาก พี่ไม่อยากเสี่ยงขับรถในสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจแบบนี้ มาเถอะขึ้นไปพักที่ห้องพี่ก่อน ฝนซาแล้วพี่จะพาไปส่ง”

เขาไม่เพียงแต่ชวน แต่ยังจัดการปลดเข็มขัดนิรภัยให้ ก่อนจะฉวยเอาข้อมือเล็กๆ บังคับให้เธอเดินตามเข้าไปในลิฟต์ของคอนโดมิเนียม แล้วพาขึ้นไปยังห้องที่ตัวเองซื้อไว้

ภายในห้องกว้างนั้นบรรยากาศต่างกันกับข้างนอกลิบลับ เสียงลมเสียงฝนอื้ออึงเมื่อครู่นี้เงียบไปราวกับอยู่คนละโลก อนุรดีมองสำรวจไปรอบๆ ห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราและชวนสบาย เธอไม่ได้ตื่นเต้นหรือประหม่าอายที่ต้องอยู่สองต่อสองกับเตชินท์แต่อย่างใด เพราะมากกว่านี้เธอกับเขาก็ทำกันมาแล้ว แต่นั่นมันก็เป็นการกระทำที่ร่างกายแสดงออกต่อกันและกัน เธอไม่เคยแน่ใจสักนิดว่าตัวเองมีความสำคัญ หรือเตชินท์รู้สึกกับเธอลึกซึ้งเพียงใด เพราะจะว่าไปเขาก็ทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนที่เขาใกล้ชิดด้วย

คิดมาถึงตรงนี้อนุรดีก็ไม่ชอบใจตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่าเตชินท์เจ้าชู้แค่ไหน แต่เธอก็ยังยอมให้เขากอด ยอมให้เขาจูบ ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่หลายครั้งจนนับไม่ถ้วนแล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะชอบให้เขาทำแบบนั้นเสียด้วย ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่จูบตอบทุกครั้งที่ถูกเขาเอาปากหยักร้อนแนบประกบลงมาหรอก

“ที่นี่เป็นสนามเชือดเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นหลังจากวางกระเป๋าลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

“หืม...เชือดอะไร?

“ก็เชือดสาวๆ ของพี่เตน่ะสิคะ”

ชายหนุ่มเหมือนจะยิ้ม แต่ก็ไม่ยิ้ม “เรานี่รู้ดีไปซะหมดเลยนะ รู้ดีทุกอย่างยกเว้นใจตัวเองกับใจพี่”

อนุรดีเกิดอาการเก้อไปชั่วครู่ เขาพูดแบบนี้อีกแล้ว พูดสองแง่สองง่าม พูดแฝงความนัยให้เธอคิดมากไปเอง และก็ไม่เคยพูดมันออกมาตรงๆ ให้เธอมั่นใจสักที

“แล้วที่หนูดีพูด จริงหรือเปล่าล่ะ” เธอย้อนถามเขาอย่างอดงอนไม่ได้ งอนทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์หึงไม่มีสิทธิ์งอน เพราะตอนนี้สถานะระหว่างเธอกับเขาก็แค่เพื่อนพี่ชายกับน้องสาวข้างบ้านเท่านั้น

“ถ้าพี่บอกว่าพี่ไม่เคยพาใครมาที่นี่ล่ะ หนูดีจะเชื่อหรือเปล่า”

“ไม่เชื่อค่ะ ใครเชื่อก็ออกลูกเป็นลิงแล้ว” อนุรดีตอบสวนออกไปแบบไม่ต้องคิดมาก ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเขาเสน่ห์แรงแค่ไหน มีหรือที่เขาจะไม่เคยพาผู้หญิงมาทำอะไรแบบส่วนตัวในห้องคอนโดมิเนียมที่บรรยากาศออกจะเป็นใจแบบนี้

“ก็เพราะอย่างนี้แหละพี่ถึงไม่พูด กับหนูดีน่ะพูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ สู้แลกน้ำลายกันดีกว่า ได้อารมณ์กว่ากันเยอะ”

“พี่เต!

“ตกใจอะไร ทำไมต้องทำเสียงเขียวใส่พี่ หรือว่าพี่พูดไม่จริง เราน่ะชอบจูบกับพี่จะตาย แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ตลอดว่าพี่คิดยังไงกับเรา”

อนุรดีหน้าแดงซ่าน หลุบตาลง เถียงไม่ออกแต่ก็ยังอุตส่าห์ตอบโต้เขาออกไปด้วยเสียงเบาแค่อุบอิบ ทว่าเตชินท์ก็ได้ยินทุกคำ

“จะให้รู้จะให้ชี้ได้ยังไงล่ะคะ หนูดีไม่ชอบคิดเองเออเองนี่ อีกอย่างพี่เตก็มีสาวๆ ออกเยอะแยะ ไม่รู้จะเอาจริงกับใคร”

          “ก็เอาจริงกับเราคนเดียวนี่แหละ แต่เราก็ไม่ยอมให้พี่ เอา สักที”

คราวนี้สายตาของคนที่ทำเสียงดุๆ ใส่เธอแพรวพราวขึ้น แถมยังจ้องราวกับจะกลืนกินเธอเป็นอาหารก็ไม่ปาน ทำให้อนุรดีต้องหมุนตัวหันหลังให้อย่างรวดเร็ว

          “หนูดีไม่อยากเป็นของเล่นของพี่เตนี่”

          เตชินท์ไม่ได้ตอบในทันที แต่ขยับร่างสูงมายืนใกล้จนเกือบชิด แล้วก้มลงกระซิบข้างหูเล็กๆ ด้วยเสียงที่เบานุ่มนวลทว่าหนักแน่นเป็นที่สุด

          “พี่ก็บอกเสมอว่าพี่คิดจริงจังกับเรา ไม่เคยคิดจะทำอะไรเล่นๆ มีแต่หนูดีนั่นแหละที่ไม่ยอมเข้าใจเสียที เอาแต่หนี เอาแต่งอนอยู่ตลอด”

          “ไปบอกเลิกสาวๆ ให้หมดก่อนสิคะ หนูดีถึงจะเชื่อ”

          “โอเคถ้าหนูดีต้องการแบบนั้น ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปพี่จะโละสาวๆ ในสต๊อกออกให้หมด แล้วหลังจากนั้นจะมีแค่หนูดีคนเดียว ถ้าพี่ทำได้ หนูดีจะยกทั้งตัวและหัวใจให้พี่ใช่ไหม”

          “ถ้าพี่เตทำได้ หนูดีก็จะยอมยกให้”

        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  15 พ.ค. 2561 08:14    วันที่อัพเดท :   28 พ.ค. 2561 06:40    › จำนวนผู้เข้าชม 3675 คน
   › คะแนนโหวต 16 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :