นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง อนุรดี-เตชินท์    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๑ How deep is your love? ๔/๔



อนุรดีหลุบตาลงมอง และวาดมือนุ่มลูบไล้กล้ามเนื้ออกของชายหนุ่มอย่างชื่นชม ก่อนจะทำในสิ่งที่เตชินท์ตั้งหน้าตั้งตารอคอย ด้วยการใช้ปากขบเบาๆ บนหัวนมสีน้ำตาลเบาๆ

“หนูดีจ๋า...อูว์...

เตชินท์ถึงกับครางอู้ เมื่อลิ้นเล็กนุ่มเริ่มพัวพันนัวเนียกับแผงอกกำยำ เขาแหงนหน้ามองเพดานพลางสูดปากเสียงกระเส่า แกนแก่นกลางกายผงาดผึงเต็มตัว ดันเป้ากางเกงเป็นสันนูน จนร่างบางที่นั่งทาบทับอยู่บนตักรู้สึกถึงความร้อนรุ่มซึ่งดีดตัวขึ้นยั่วเย้าเธออย่างคึกคัก

ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองเลื่อนต่ำมาลูบไล้บั้นท้ายงอนงาม แล้วกอบกุมฟอนเฟ้นหนั่นเนื้อใต้กระโปรงจีบรอบสีดำของเธอ  ออกแรงจับหมุนวนเป็นวงกลมเน้นๆ แบบบรรจงให้ความอ่อนไหวของอิสตรีเบื้องล่างบดส่ายถูไถกับความตื่นตัวซึ่งพองโตเต็มอัตราศึกอยู่กลางลำตัวเขา

“อาว์...หนูดีจ๋า...หนูดีของพี่”

เสียงครางกระเส่าอย่างแสนสุขหลุดออกมาไม่ขาดปาก สัมผัสเสน่หาที่ส่ายเสียดกันและกันอย่างสนิทสนม แม้จะยังมีเนื้อผ้าขวางกั้นระหว่างเขาและเธอ แต่การได้เบียดแนบเช่นนั้นกลับสามารถสร้างความสยิวแบบสุดบรรยายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

การกระทำของเตชินท์ทำให้กายสาวตื่นเพริดขึ้นอย่างรุนแรง คลื่นความซ่านสยิวแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูกาย อนุรดีจึงยักย้ายส่ายสะโพกเบี่ยงหนีความใหญ่โตอันร้อนระอุที่ตัวเองทาบทับอยู่ แต่การกระทำเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับการขยับให้อะไรๆ เสียดสีกันถูกที่ถูกเวลามากขึ้นไปอีก คลื่นความวาบหวามระลอกใหญ่จึงสาดซัดอัดกระแทกเข้าใส่ความอ่อนไหวอย่างจัง ทลายเอาความชุ่มฉ่ำจนเอ่อล้นโถมถั่งออกมาราวกับน้ำหลาก

โดนเข้าไปแบบนั้นอนุรดีถึงกับต้องหยุดปาก หยุดลิ้น หยุดการดิ้นส่ายของตัวเอง แล้วผวาเข้ากอดเขาแน่น ซบหน้าลงบนอกเปลือยเปล่า หายใจหอบๆ แรงๆ อย่างตั้งรับไม่ทันกับประสบการณ์ซ่านสยิวแปลกใหม่ ที่ทำเอาช่องท้องของเธอปั่นป่วนอย่างรุนแรง

“พอแล้วค่ะพี่เต...

“แต่พี่ยังไม่สะอาดเลย หนูดีจะเอาเปรียบลงคอเหรอ” เขาก้มลงกระซิบกระซาบ เอาหน้าผากชนกับหน้าผากของเธอ แล้วปล่อยลมหายใจที่ยังกระเส่าอยู่รวยรดผิวเนื้อเนียนละเอียดบริเวณนั้น

“ไหนพี่เตว่าจะแค่กอด”

“ก็หนูดีน่ารักขนาดนี้ ใครจะอดใจไหว”

“ปากหวานแบบนี้ แสดงว่าหายงอนหนูดีแล้วใช่ไหมคะ” เธอช้อนตาขึ้นประสานกับตาคมกล้าที่อยู่ใกล้กันแค่เอื้อม

“เกือบหายแล้ว ถ้าหนูดีง้อแบบเมื่อกี้อีกนิด รับรองว่าหายขาด”

“คนหื่น”

“ไม่เถียงหรอกว่าหื่น หื่นมากด้วยโดยเฉพาะเวลาได้อยู่ใกล้ๆ กับหนูดีแบบนี้”

“พี่เตเป็นคนอันตราย”

ปากบอกว่าเขาอันตราย แต่กลับไม่ขยับหนีไปไหน เมื่อเตชินท์สอดวงแขนแกร่งเข้ามาตวัดกอดเอวบาง แล้วรั้งร่างงามชดช้อนนั้นเข้าไปหาจนตัวแนบชิดติดกันแทบจะทุกสัดส่วน

“ถึงจะอันตรายแค่ไหน แต่หนูดีก็ยังอยากอยู่ใกล้ๆ ไม่ใช่เหรอ”

“หลงตัวเองมากไปแล้วค่ะ”

“หลงหนูดีด้วย หลงมาก รักมาก”

“และอยากได้มากด้วยใช่ไหมล่ะคะ” อนุรดีดักคอและมองตาอย่างคนรู้เท่าทันความคิดของกันและกัน

“เอ...พี่คิดถูกหรือคิดผิดกันนะที่มาตกหลุมรักหนูดี”

“ทำไมคะ หรือว่าพี่เตไม่แน่ใจต่อความรู้สึกตัวเอง”

“เปล่า...พี่ไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อนในชีวิต เพียงแต่หนูดีรู้ทันพี่เกินไป ถ้าได้หนูดีเป็นเมียจริงๆ พี่คงต้องระวังตัวแจแน่ๆ ไม่งั้นอาจถูกหนูดีจับผิดเอาง่ายๆ”

“ก่อนจะมาทึกทักว่าจะได้หนูดีเป็นเมีย ไปเคลียร์กับสาวๆ ของพี่เตให้ครบทุกคนก่อนเถอะค่ะ ไม่งั้นก็อย่าหวังว่าจะได้แอ้มหนูดี”

“พี่ได้แอ้มหนูดีแน่ๆ และพี่จะไม่ยอมให้ตัวเองพลาดเด็ดขาด ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม”

การต่อล้อต่อเถียงแบบหน้าผากชนหน้าผาก และปากแทบจะประกบปากเช่นนั้น ทำให้ทั้งคนต่อล้อและคนต่อเถียงไม่รู้สึกว่าเบื่อที่จะต่อปากต่อคำกันสักนิด เบื้องนอกฝนซาเม็ดแล้วทว่าความรู้สึกเต็มตื้นวาบหวามที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอยังไม่คลายลงแต่อย่างใด แต่ร่างบางจำต้องตัดใจและขยับออกห่างจากเขา เพราะกลัวว่าหากอยู่ด้วยกันตามลำพังในลักษณะเช่นนั้นนานเกินไป เธออาจไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ของตัวเองได้อีก

                “กลับบ้านกันเถอะค่ะพี่เต ฝนหยุดตกแล้ว”

                “อยากกลับแล้วเหรอ”

                “ค่ะ”

                “โอเคกลับก็กลับ อยู่นานกว่านี้พี่ก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าจะอดใจไหว”

                สิ่งที่เตชินท์พูดไม่ได้ต่างกับสิ่งที่อนุรดีคิดสักนิด เพียงแต่เธอเลือกที่จะไม่พูดมันออกมา ถึงกระนั้นประกายตาวาวหวามเจือสะเทิ้นสะท้านและฟ้องความสุขนั้นก็แทนคำพูดทุกอย่างได้เป็นอย่างดี

 

แสงจากโคมไฟประดับหน้าบ้านสว่างไสวแม้ตอนนี้จะยังไม่ค่ำ แต่ท้องฟ้าที่มัวซัวจากการเทกระหน่ำลงมาของเม็ดฝน ก็ทำให้บ้านเกือบทุกหลังในละแวกนั้นต้องเปิดไฟแข่งกับความมืดที่ปกคลุมเร็วกว่ายามปกติ

รถยุโรปสมรรถนะดีสมราคาแล่นมาจอดยังหน้าบ้านหลังที่มีรั้วติดกัน ทว่าขนาดของบ้านกลับต่างกันลิบลับ ด้วยเจ้าของบ้านหลังแรกมีฐานะอยู่ในระดับกลางๆ ในขณะอีกหลังที่อยู่ถัดไป เป็นเจ้าของธุรกิจระดับหลายร้อยล้าน แต่ฐานะที่แตกต่างกันมากมายนั้น กลับไม่ได้เป็นอุปสรรคในการคบหาระหว่างสองครอบครัว ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกันมานานกว่าสามสิบปีแต่อย่างใด

“เดี๋ยวก่อนสิหนูดี จะลงแล้วเหรอ”

เสียงทุ้มเอ่ยห้ามพร้อมกับยื่นมือมารั้งต้นแขนเล็กเอาไว้ เมื่ออนุรดีหันไปปลดเข็มขัดนิรภัยและกำลังจะผลักประตูรถลงไป

“ค่ะ...พี่เตมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“หนูดียังไม่ได้บอกพี่เลย ว่าหนูดีเชื่อพี่หรือเปล่า”

                “เรื่องอะไรคะ”

                “ก็เรื่องที่พี่บอกว่ารักหนูดี”

                “ไม่เชื่อค่ะ” เสียงหวานตอบเร็วแบบแทบไม่คิด ทำเอาคนถามถึงกับหน้าบึ้งไปทันที

                “ทำไม”

                “ก็หนูดีเคยได้ยินมาว่า อย่าเชื่อผู้ชายที่บอกรักตอนมีเซ็กส์ เพราะมันไม่ใช่ความจริง ส่วนใหญ่เวลามีเซ็กส์ผู้ชายมักจะพูดหวานๆ เพื่อให้ผู้หญิงรู้สึกดี”

                “แต่เมื่อกี้เราสองคนไม่ได้มีเซ็กส์กัน”

                “ก็เกือบมี”

                “แบบนั้นมันยังห่างไกลกับคำว่าเกือบอยู่หลายขุมนะหนูดี”

“แต่มันก็เป็นช่วงที่เราทั้งคู่ต่างก็วาบหวาม หรือพี่เตไม่รู้สึกคะ”

“ถ้าพี่ไม่รู้สึก แล้วอะไรของพี่ที่มันทิ่มหนูดีอยู่ยึกๆ”

“พี่เต...

“เป็นอันว่าหนูดีไม่เชื่อพี่”

                “ค่ะ”

“โอเค...งั้นพี่จะย้ำให้หนูดีมั่นใจอีกครั้ง ว่าพี่รักหนูดีแค่ไหน”

ริมฝีปากบางนุ่มกำลังจะเอ่ยตอบโต้ว่าไม่จำเป็นต้องย้ำ การกระทำของเขาหลังจากนี้ต่างหากที่จะพิสูจน์ว่าเขาพูดจริงหรือไม่ ทว่าเตชินท์ก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูด ทันทีที่ปากบางเผยอ เขาก็โฉบหน้าเข้ามาหาและจรดริมฝีปากแนบชิด บดเบียดเคล้าคลึง ก่อนจะชำแรกลิ้นเข้าในโพรงปากชุ่มชื่น โดยที่อนุรดีไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ปฏิกิริยาตอบสนองทางกายก็ไวเช่นเดียวกับทุกครั้งที่ถูกเรียวปากอุ่นซ่านนั้นแทรกลึกเข้ามา เธอไม่เพียงแต่เปิดปากรับเขา ยังกระหวัดลิ้นพัวพันกับเขานัวเนีย บางจังหวะก็สอดส่ายลิ้นนุ่มไร้กระดูกให้เขารูดรึงรัดเร้าอย่างดูดดื่มอีกด้วย

ลิ้นต่อลิ้นพันกันนานเกือบสองนาที ตามแรงดึงดูดระหว่างชายหญิงที่มีใจปฏิพัทธ์ต่อกัน และอาจจะนานกว่านั้น หากว่าอนุรดีไม่เรียกสติตัวเองกลับคืน แล้วผลักอกเขาออกห่าง เมื่อตระหนักว่าบริเวณที่เขาและเธอจูบกันอยู่นั้นคือหน้าบ้านของเธอเอง แม้จะอยู่ในรถแต่มันก็ไม่ใช่สถานที่ส่วนตัว หากใครมาเห็นเข้าคงได้ลือกันไปสามบ้านแปดบ้าน และคนที่จะเสียหายและอับอายมากที่สุดก็คือตัวเธอรวมทั้งพ่อแม่ของเธอด้วย

“พี่รักหนูดี และครั้งนี้พี่ก็บอกในตอนที่เราไม่ได้เกือบจะหรือกำลังมีเซ็กส์กัน หนูดีจะเชื่อพี่ได้หรือยัง ถ้าไม่เชื่อพี่จะได้บอกอยู่อย่างนี้ทั้งคืน”

เตชินท์บอกรักอีกครั้งแถมยังขู่ตอนท้ายด้วยเสียงนุ่มนวลชวนวาบหวาม ซ้ำทำท่าว่าจะก้มลงมาจูบเธออีก อนุรดีจึงต้องรีบเบนหน้าออกห่างพร้อมกับเอ่ยห้าม

“พอได้แล้วค่ะพี่เต หนูดีจะเข้าบ้านแล้ว”

“ถ้าจะเข้าบ้าน ก็ต้องตอบพี่ก่อน ว่าหนูดีเชื่อพี่หรือยัง”

“เชื่อก็ได้ค่ะ หนูดีไปได้แล้วใช่ไหมคะ”

“อยากไปก็ไป แต่ขอให้รู้ไว้ว่าหนูดีกำลังเอาเปรียบพี่”

“เอาเปรียบยังไงคะ”

“ก็เอาเปรียบที่ให้พี่พร่ำบอกรักอยู่ฝ่ายเดียว แต่หนูดีกลับไม่ยอมพูดอะไรให้พี่ได้ชื่นใจสักคำ”

อนุรดีอมยิ้มจนแก้มป่อง ทั้งสีหน้าและวาจาที่ประชดประชันนิดๆ นั้นทำให้เธอรู้โดยปริยายว่าพี่เตงอนอีกแล้ว ซึ่งถ้าหากเธอไม่ง้อ เขาคงไม่ยอมปล่อยเธอลงจากรถง่ายแน่ๆ หรือถึงจะปล่อยเธอกับเขาก็คงมีเรื่องค้างคาใจกัน จนคืนนี้เธออาจเป็นฝ่ายนอนไม่หลับ ความคิดนั้นทำให้หญิงสาวยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนจะบอกลาด้วยเสียงสุดหวานหู

“ไม่ได้บอก ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รักสักหน่อยนี่คะ หนูดีไปก่อนนะคะ หลับฝันดีค่ะพี่เตของหนูดี”

พูดจบร่างบางก็ผลักประตูลงไปแล้วรีบเดินไวๆ เข้าบ้าน  ราวกับกลัวว่าถ้าช้าไปกว่านั้นจะถูกเขาทำมิดีมิร้ายอีก เตชินท์จึงได้แต่มองตามและคลี่ยิ้มกับตัวเอง

หนีอีกแล้วสินะหนูดี หนีได้หนีไป...ยังไงซะเขาก็ไม่มีทางยอมให้เธอหนีเขาและหนีหัวใจตัวเองนานนักหรอก

 


        แสดง 4 - 4
วันที่โพสต์ :  15 พ.ค. 2561 08:14    วันที่อัพเดท :   28 พ.ค. 2561 06:40    › จำนวนผู้เข้าชม 4048 คน
   › คะแนนโหวต 94 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :