นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ตะวันพ่ายจันทร์ ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๓    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๑ คนที่(ไม่)ใช่ ๓/๓


 

sds


“ยัยจันทร์นี่แกไปไหนมาฮะ แกมีหน้าที่ต้องล้างจานทำกับข้าวรอพ่อแกกับแม่ฉันไม่ใช่เหรอ คอยดูเถอะถ้าทำไม่ทันฉันจะฟ้องแม่ให้ลงโทษแก” เสียงแวดลั่นของศศิประภาตวาดใส่ทันทีที่เห็นจันทริกาเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับอุ้มแมวในสภาพเปียกปอนมาด้วย

            “เดี๋ยวจันทร์มาทำค่ะ” จันทริกาตอบพี่สาวซึ่งไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแต่อย่างใด เธอเป็นลูกติดพ่อ ส่วนศศิประภาเป็นลูกติดแม่ หลังจากที่พ่อเธอกับแม่ของศศิประภาแต่งงานกัน ทำให้เธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับสองแม่ลูก แม้บ้านหลังนี้จะเป็นบ้านที่พ่อของเธอใช้เงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการขายบ้านที่กรุงเทพฯ มาซื้อไว้ หากสิทธิ์ขาดในบ้านกลับตกไปอยู่กับภรรยาใหม่ของพ่อ

            “แล้วนั่นแกไปเอาแมวสกปรกมาจากไหน แกไม่รู้หรือไงว่าฉันไม่ชอบแมว เอามันออกไปจากบ้านเดี๋ยวนี้นะ”

            จันทริกาไม่ฟังเสียงแว้ดๆ ของศศิประภา รีบอุ้มแมวเดินตรงเข้าไปในห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นล่างเพียงห้องเดียว ส่วนห้องชั้นบนเป็นห้องของพ่อกับภรรยาใหม่ และอีกห้องเป็นของศศิประภา

            แม้ประตูจะไม่สามารถปิดเสียงแว้ดของศศิประภาได้สนิทนัก แต่ความสนใจของจันทริกาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ศศิประภา สิ่งที่เธอทำทันทีหลังจากพาแมวตัวนั้นเข้าห้องก็คือ หยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดขนซับน้ำออกให้จนหมาด จากนั้นก็จัดการไดร์ขนให้มัน กระทั่งอาการสั่นเทาของมันค่อยๆ สงบลงและเป็นปกติในที่สุด

            “เมี้ยว...เมี้ยว...

            มันร้องพลางเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ช่วยชีวิตตัวเองด้วยแววตาเปล่งประกายซาบซึ้งและภักดี ทำให้จันทริกายิ้มบางๆ ออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวมันเบาๆ

            “ไง...หายหนาวแล้วเนอะ”

            แมวเหมียวไม่ตอบด้วยภาษาปาก แต่ตอบด้วยภาษากาย โดยการเอาหน้ามาถูข้างลำตัวของเธอ จากแมวจอมซ่าที่ถูกหมาฟัดจนตกน้ำ ตอนนี้มันกลายเป็นแมวขี้อ้อน ช่างคลอเคลีย แบบนี้เจ้าของมันคงจะหลงน่าดู

            จันทริกาชอบแมว เธออยากเลี้ยงแมวมานานแล้ว เคยขอพ่อเรื่องนี้ แต่น้าสิริมากับศศิประภาคัดค้าน เพราะศศิประภาไม่ชอบสัตว์และสิริมากลัวว่ามันจะทำให้บ้านสกปรก ซึ่งพ่อของเธอก็ไม่กล้าขัดใจภรรยาใหม่ เธอจึงไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองเลย แต่ก็ช่างเถอะเมื่อไหร่ที่เธอโตพอจะทำงานหาเงิน และมีบ้านเป็นของตัวเอง เธอจะเลี้ยงแมวให้เต็มบ้านเลย เอาสักห้าหกตัวจะได้ไม่เหงา

            “ชื่ออะไรเหรอเรา ทำไมซ่านัก ไปฟัดกับบางแก้วตัวโตๆ แบบนั้นได้ยังไง” จันทริกาอุ้มเจ้าแมวเหมียวที่หนักราวๆ ห้ากิโลขึ้นมาวางบนตักแล้วถามมัน

            “

เงียบ มันไม่ตอบเช่นเดิม เพราะพูดไม่ได้ ทำได้แต่มองหน้าเธอตาแป๋วทำนั้น

            “พี่ชื่อจันทร์นะ แต่พี่ว่าเราเป็นเพื่อนกันดีกว่า โอเคป่ะ”

            “เมี้ยว...” คราวนี้แมวเหมียวร้องออกมา เหมือนกับพอใจที่ได้ยินแบบนั้น

            “ตกลง...เราจะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป งั้นจันทร์ไปอาบน้ำก่อนนะ จันทร์อาบไม่นานหรอก เดี๋ยวอาบเสร็จจันทร์จะไปหาอะไรมาให้กิน”

            จันทริกาวางมันไว้บนเตียงนอนของตัวเอง ก่อนจะลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะหลังจากนี้ต้องออกไปล้างจานและทำกับข้าว รวมถึงทำความสะอาดบ้าน ซึ่งเป็นงานที่เธอต้องรับผิดชอบทุกวันไม่ว่าวันนั้นจะเป็นวันที่ไปโรงเรียนหรือไม่ก็ตาม

 

            ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง

            เสียงกริ่งจากหน้าบ้านดังขึ้น ทำให้ศศิประภาออกจะหงุดหงิด เพราะปกติคนที่มีหน้าที่ต้องไปเปิดประตูคือจันทริกา แต่ตอนนี้ยังเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง หลังจากหายเข้าไปพร้อมแมวสกปรกตัวนั้น

            หญิงสาววัยยี่สิบห้าซึ่งแต่งตัวด้วยเสื้อยืดรัดรูป กางเกงขาสั้น เดินไปชะเง้อมองคนกดอย่างคนอารมณ์เสีย แต่พอเห็นว่าคนที่มายืนกดกริ่งหน้าบ้านอยู่นั้นคือหนุ่มหล่อ ศศิประภาก็รีบสาวเท้าออกไปหาอย่างเร่งรีบ ราวกับกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะเปลี่ยนใจเดินหนีไปก่อน

            “สวัสดีค่ะคุณรังสิมันต์ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ” ศศิประภาถามเสียงหวานนุ่ม ผิดกับเสียงที่ใช้แว้ดใส่เด็กสาวร่วมชายคาเมื่อครู่นี้อย่างลิบลับ และแน่นอนเธอเรียกชื่อผู้ชายรูปร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาซึ่งกำลังยืนอยู่ที่ประตูรั้วนั้นได้ถูกต้องแม่นยำ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน แต่ใครล่ะจะไม่รู้จักเจ้าของบ้านหลังใหญ่และกว้างขวางมากที่สุดในละแวกนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้ร่ำรวยแค่ไหน เธอเคยแต่ชะเง้อมอง และคิดว่าผู้ชายแบบนี้อยู่สูงเกินเอื้อม ทว่าวันนี้เขากลับมายืนตรงหน้าแล้ว

            “รู้จักชื่อผมด้วยเหรอครับ”

            “รู้จักสิคะ ใครไม่รู้จักคุณรังสิมันต์ก็เชยแย่แล้วค่ะ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมถึงได้มากดกริ่งหน้าบ้านศศิแบบนี้”

            “พอดีแมวผมหายไปจากบ้านน่ะครับ ได้ยินเสียงเหมือนมันไล่ฟัดกับหมา นี่ก็นานเกือบชั่วโมงแล้วยังไม่กลับบ้าน ผมเลยจะมาถามว่าเห็นบ้างหรือเปล่า พอดีผมถามมาหลายบ้านแล้ว”

            “แมว?” ศศิประภาย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะนึกถึงแมวตัวที่จันทริกาอุ้มเข้ามาในบ้านเมื่อครู่นี้

            “ครับ”

            “มีอยู่ตัวหนึ่งค่ะ ศศิเห็นมันเหมือนกำลังต้องการความช่วยเหลือก็เลยช่วยเอาไว้ ตอนนี้อยู่ในห้องของศศิ ไม่รู้ว่าจะใช่แมวของคุณรังสิมันต์หรือเปล่านะคะ เดี๋ยวศศิจะไปเอามาให้ดูค่ะ”

            ว่าแล้วศศิประภาก็รีบตรงเข้าไปยังห้องของจันทริกา ยกมือขึ้นเคาะรัวๆ แต่จันทริกาก็ไม่เปิด เธอจึงไปหยิบกุญแจสำรองมาไขเข้าไปเสียเอง

            แมวตัวนั้นนั่งอยู่บนเตียงของจันทริกา และมีเสียงซ่าๆ ดังออกมาจากข้างใน ศศิประภาเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะคว้าเอาสัตว์ที่ตัวเองเคยเกลียดนักเกลียดหนาออกจากห้องไป โดยไม่ยอมบอกกล่าวจันทริกาสักคำ

            “ใช่ตัวนี้หรือเปล่าคะ”

            “เมี้ยว...เมี้ยว...

            เมสซี่ร้องขึ้นอย่างดีใจทันทีที่เจอเจ้าของ และรังสิมันต์ก็เอื้อมมือไปรับคืนมาอุ้มไว้ พลางคลี่ยิ้มอย่างดีใจทันที

            “ใช่ครับนี่แมวผมเอง มันชื่อเมสซี่ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยมันไว้”

            “ไม่เป็นไรค่ะ ศศิชอบแมวมากนะคะ แต่เข้าใกล้มันไม่ค่อยได้ เพราะศศิแพ้ขนแมวน่ะค่ะ”

            “คุณศศินี่จิตใจดีจังเลยนะครับ ขนาดตัวเองแพ้ขนแมวก็ยังอุตส่าห์ช่วยแมวของผมไว้” รังสิมันต์เอ่ยชมพร้อมกับจ้องหน้าสวยๆ นั้นอย่างพอใจ ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้เขาจะได้เจอผู้หญิงที่น่ารักและจิตใจดีถึงสองคนในเวลาห่างกันไม่ถึงสองชั่วโมง

            “พี่ศศิเห็นแมวที่จันทร์...

            เสียงหวานใสของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จถามยังไม่ทันจบประโยค ศศิประภาก็หันไปทำตาดุใส่ พร้อมๆ กับที่จันทริกาเห็นว่าแมวตัวนั้นไปอยู่ในอ้อมแขนของพี่ชายใจดีเสียแล้ว

            “อ้าว...เรานั่นเอง เจอกันอีกแล้วนะ บ้านเราอยู่นี่เองเหรอ” รังสิมันต์เอ่ยทักขึ้นอย่างดีใจ เมื่อได้เจอหน้าเด็กผู้หญิงที่สั่นคลอนความรู้สึกของเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกันนั้นอีกครั้ง

            “ค่ะ...” จันทริกาตอบสั้นๆ อย่างคนพูดน้อยเช่นเดิม

            “พอดีแมวพี่มันหายออกมาจากบ้านน่ะ ไอ้นี่มันซ่าไล่ฟัดกับหมา โชคดีได้พี่สาวของเราช่วยเอาไว้ ไม่งั้นคงจะเตลิดไปไกลเลย”

            จันทริกางงคำพูดของรังสิมันต์เล็กน้อย ศศิประภาบอกว่าเป็นคนช่วยแมวตัวนี้เอาไว้อย่างนั้นเหรอ ทั้งๆ ที่เมื่อครู่ยังแว้ดๆ ใส่เธออยู่เลย

            “นี่เรามายืนทำอะไรอยู่ฮะยัยจันทร์ มีงานต้องทำไม่ใช่เหรอ ไปซะสิ ที่นี่ไม่มีธุระของเรา” ศศิประภารีบเอ่ยปากไล่ ก่อนที่ความจะแตกว่าแท้จริงแล้ว คนที่ช่วยเหลือแมวของรังสิมันต์คือจันทริกา ไม่ใช่ตัวเองอย่างที่แอบอ้างไปหยกๆ

            จันทริกามองแมวตัวซึ่งตัวเองเป็นคนช่วยชีวิต มันเองก็มองมายังเธอสายตาละห้อย หากสุดท้ายเธอก็จำต้องหมุนตัวกลับเข้าไปในบ้านเงียบๆ ตามที่ศศิประภาบอก เพราะคร้านจะมีเรื่องกับพี่สาวต่างพ่อต่างแม่ อย่างน้อยเจ้าแมวตัวนั้นก็ได้เจอกับเจ้าของที่แท้จริงแล้ว แม้ความจริงจะถูกบิดเบือน แต่ก็ช่างเถอะ เธอชินเสียแล้วกับการโดนสวมรอยและแอบอ้างเอาผลงานแบบนี้

            รังสิมันต์แอบมองตามร่างบางของเด็กสาวนั้นไปพลางลอบถอนหายใจเบาๆ จะว่าไปลูกสาวบ้านนี้ก็ล้วนหน้าตาดีและจิตใจดีทั้งคู่ เพียงแต่ผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่า ศศิ’ ดูร่าเริงสดใสและอ่อนหวานมีจริตจะก้านกว่า ส่วนเด็กผู้หญิงที่เขาเพิ่งรู้ว่าเธอชื่อ จันทร์... ไม่ค่อยพูด แววตาเศร้าๆ แต่เพราะอย่างนี้แหละมั้ง ถึงทำให้เขาอยากควานหาความเศร้าในใจเธอ และนึกอยากกอดปลอบประโลมให้หายเศร้า

                


ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณทุกแอด ขอบคุณทุกยอดสนับสนุน

เดี๋ยวจะพาหนูจันทร์กับคุณตะวันมาฝากเรื่อยๆ นะคะ

ยังไงฝากติดตาม ฝากเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยน๊า

รักสุดหัวใจ

เทียนธีรา

        แสดง 3 - 3
วันที่โพสต์ :  19 พ.ค. 2561 06:29    วันที่อัพเดท :   15 ส.ค. 2561 08:05    › จำนวนผู้เข้าชม 38338 คน
   › คะแนนโหวต 264 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :