นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เจ้าสาวออนไลน์ 18 +    by อังกฤษ/อักษรสีทอง/รามิล
ชื่อตอน สินค้ามือหนึ่ง


บทที่ 1

สินค้ามือหนึ่ง

 

การ์ดสีชมพูลายกุหลาบกลิ่นหอมฟุ้งชวนชื่นใจ แต่คนที่ได้รับการ์ดกลับมีสีหน้าบึ้งตึง ภูริชขยำกระดาษแข็งจนยับย่นก่อนจะขว้างผลุงทิ้งลงถังขยะมุมห้อง ปรายตามองหญิงวัยกลางคนที่นั่งหน้าซีดอยู่ตรงโซฟาตัวยาวกลางห้องโถง ในมือที่เริ่มเหี่ยวจับหนังสือแฟชั่น แต่สังเกตได้ว่าหนังสือสั่นน้อยๆ เหมือนเจ้าตัวกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง

“เป็นไงครับแม่ ผู้หญิงแสนดีที่คัดเลือกให้ผม เห็นปะสุดท้ายก็เหมือนเดิม รักความสบาย รักเงิน รักความฟู่ฟ่า ใครกันจะทนใช้ชีวิตอยู่บนภูเขากับผมได้”

วิภาวรรณวางหนังสือลงบนโต๊ะเบื้องหน้า ก่อนจะหยิบยาดมในกระเป๋าข้างกายมาจ่อจมูก เอนหลังพิงพนักเหมือนคนสิ้นแรง นานกว่าสามนาทีถึงเอ่ยปากออกมาได้

“ถือเสียว่าให้พี่เขาเถอะดิน อย่าโกรธอย่าเคืองเลย”

“ผมก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เคืองเลยสักนิด แต่เบื่อครับ กี่ครั้งแล้วละที่เป็นแบบนี้ ครั้งนี้หนักสุดถึงขั้นแต่งงานกันเลย ผมบอกแล้วไงว่าไม่อยากยุ่งกับผู้หญิง ผมไม่อยากมีครอบครัว ไม่อยากวุ่นวาย แม่เข้าใจไหมครับ” เขาเดินมานั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามกับผู้ให้กำเนิด แววตาเคร่งเครียดระคนเบื่อหน่าย

“แม่เข้าใจ แต่ดินอายุมากแล้ว”

29 นี่ถือว่ามากแล้วหรือครับ ดูอย่างพี่น้ำสิ อายุ 33 แล้วเพิ่งจะแต่งงาน”

“ดิน แม่หวังดีกับดินนะ”

“ผมรู้ครับว่าแม่หวังดี แต่ผมไม่อยากมีพันธะ ผมไม่ใช่พี่น้ำจะได้ชอบสาวๆ”

“ดินกำลังจะบอกแม่ว่าชอบผู้ชายงั้นเหรอ”

ถ้าเขาเป็นก็อตซิลล่าคงจะพ่นไฟใส่แม่ไปแล้ว คิดได้ไงว่าเขาชอบผู้ชาย !

“ไม่ใช่ครับ ผมแค่ยังไม่พร้อมจะสร้างครอบครัว แล้วแม่ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ สรรหาแต่ผู้หญิงให้ผม แถมมีแต่คนกากๆ อีก”

“เอ๊ะ ! ” สุ้มเสียงวิภาวรรณชักไม่พอใจ “หนูปิย่าก็น่ารัก สวย นิสัยก็ดี ฐานะก็พอจะโอเค แม่ไม่เข้าใจว่ากากตรงไหน”

“ก็บอกแล้วไงว่าผู้หญิงสวยๆ เขาไม่มาทนอยู่ในป่าบนเขากับผมหรอก สาวๆ ชอบผู้ชายอย่างพี่น้ำมากกว่า ทำธุรกิจ อยู่ในเมือง ใช้ชีวิตหรูหรา ผมถึงบอกไงว่าผมไม่อยากมีแฟน มันเรื่องมาก”

ชายหนุ่มพูดด้วยความโมโห มันน่าหงุดหงิดน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ หลายครั้งแล้วที่แม่หาผู้หญิงมาให้เขา แต่ละคนสวยเช้ง กลิ่นน้ำหอมฟุ้ง แต่งหน้าบรรจงงดงามยังกับหลุดมาจากหนังสือแฟชั่น สุดท้ายพอได้รู้จักกับพี่น้ำก็บอกเลิกเขาแล้วหันไปคบกับพี่น้ำกันหมด

พี่น้ำ หรือ ภัสดา เป็นพี่ชายแท้ๆ เพราะพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เขากับพี่ชายยังเล็ก ทำให้เกิดศึกแย่งลูกกัน

พ่อรับพี่น้ำไปเลี้ยง

ส่วนแม่ก็กลับชุมพรบ้านเกิดโดยพาเขามาด้วย

พ่อเริ่มต้นทำธุรกิจจนมั่นคง พี่น้ำจึงเป็นทายาทโดยตรง ส่วนเขาก็ได้ที่ดินนับพันไร่จากแม่

ฐานะของเขากับพี่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน แต่ความสบายนี่สิที่แตกต่าง

พี่น้ำขับรถเบ๊นซ์ นั่งในห้องแอร์ กินแต่อาหารนอกราคาแพง สวมสูทผูกไทน์ กลิ่นน้ำหอมจรุงใจ

ส่วนเขาไว้หนวดเครา สวมกางเกงทหารบ้าง กางเกงยีนบ้าง กับเสื้อลายสก็อตพับครึ่งแขน สวมรองเท้าบู๊ท เนื้อตัวมีแต่กลิ่นเหงื่อ อาหารที่กินก็ของในถิ่น กินง่ายอยู่ง่าย บ้านอยู่บนเนินเขาลูกเล็ก มองไปทางไหนก็ขาดความเจริญ มีแต่ต้นยาง ต้นทุเรียน แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ยังไม่มีเลย !

แค่นี้ก็รู้แล้วว่าผู้หญิงจะเลือกใคร

“แม่เห็นดินทำแต่งาน อยากให้กระชุ่มกระชวยหัวใจบ้าง”

“ไม่ต้องหรอกครับ” เขาทำปากเชิด ยกแขนกอดอก “ผมมีต้นไม้เป็นเพื่อนแล้ว ไม่เหงาหรอก”

“แต่ดินมีลูกกับต้นไม้ไม่ได้นะ พูดตามตรงคือแม่อยากอุ้มหลาน ดินทำให้แม่ไม่ได้เหรอ”

“ทำลูกน่ะทำได้ครับ แต่ไม่รู้จะไปทำกับใคร” ชายหนุ่มเชิดหน้าสูงขึ้นจนมารดาชักจะหมั่นไส้

“ก็หาเข้าสิ”

“จะให้ผมไปหาที่ไหน ที่นี่มีแต่ป่ากับภูเขา บ้านแต่ละหลังห่างกันจนมองไม่เห็น ถ้าจะให้จีบสาวในซอย ผมไม่เอาด้วยหรอก เห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ”

“แม่ก็หาให้อยู่”

“ที่คุณแม่หาให้ก็ไม่ได้เรื่อง สวยก็จริงแต่รักความสบาย แม่จำได้ไหม ตอนที่แม่พาปิย่ามาแนะนำให้ผมรู้จัก นางใส่รองเท้าส้นสูงไม่ต่ำกว่าห้านิ้ว เดินก๊อกๆ แก๊กๆ กรี๊ดกร๊าดวี๊ดว้าย แถมยังดื่มน้ำฝนไม่เป็น ผมต้องขับรถไปซื้อน้ำแร่มาให้นาง เห็นกับข้าวมีผัดสะตอกุ้งสด นางก็ทำท่าคลื่นไส้บอกว่าเหม็น อยากกินสเต็กเนื้อสัน..สันมือน่ะสิ ถ้านางมาอยู่บ้านเราเกินวันนะ ผมจะเอาสันมือฟาดหน้าให้ดู ผู้หญิงก็ผู้หญิงเถอะ น่ารำคาญจริงๆ”

วิภาวรรรณส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจในความปากจัดของลูกชายแต่เธอรู้ดีว่าภูริชไม่เคยทำร้ายร่างกายผู้หญิง น่าจะพูดไปเพราะความเหนื่อยใจมากกว่า

“แล้วพอรู้จักพี่น้ำ นางก็ไปคบกับพี่น้ำเฉยเลย ผมถึงบอกแม่ไงว่าผมไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง”

หญิงวัยกลางคนพินิจใบหน้าฝ่ายที่นั่งตรงข้ามเพราะไว้หนวดเคราแถมไว้ผมยาว ทำให้ใครๆ มักมองว่าเขาเถื่อน มีเพียงเธอที่รู้ดีกว่าใครว่าลูกชายคนนี้ของเธอหล่อเหลายิ่งกว่าเทพบุตร

“ถ้าดินโกนหนวดเคราออกซะบ้าง มันจะดีกว่านี้นะลูก”

“ดีในความหมายของแม่คงเป็นสาวๆ สินะ ถ้าผมโกนหนวดออก สาวๆ จะได้ไม่กลัวผมใช่ไหม” ดวงตาคู่คมวาววับขณะแสยะยิ้ม “เสียใจด้วยครับ ผมไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร เอาไว้ถ้าเจอผู้หญิงที่ไม่ได้มองผมที่ฐานะหน้าตาเมื่อไหร่ ผมจะเอาหนวดเคราออก”

“พูดง่ายๆ คือดินจะโกนหนวดก็ต่อเมื่อเจอคนที่ทำให้ดินอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเขาใช่ไหม”

“ครับ” ภูริชพยักหน้า พลางเอนหลังพิงพนักเบาะ หาวจนน้ำตาเล็ด “แต่ผมคิดว่าคงไม่มีวันนั้น เพราะผู้หญิงสมัยนี้รักความสบาย”

“เราก็ไม่ได้จนนี่ลูก ถือว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่ง”

“เศรษฐีบ้านนอก กับคนรวยเมืองกรุง ใครเขาจะเลือกผม”

วิภาวรรณนิ่งไปชั่วอึดใจ รู้ดีว่าขืนออกความคิดเห็นอะไรไป ลูกชายจะต้องแย้งทุกกรณีแน่ เธอจึงเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วจะเอายังไงกับเรื่องงานแต่งของหนูปิย่ากับน้ำ”

“อีกสามวันงั้นเหรอ ถ้าไม่ไปก็คงไม่ได้เพราะยังไงพี่น้ำก็เป็นพี่ชายของผม”

“ไม่อายหนูปิย่าเหรอ”

“มีอะไรต้องอาย ผมไม่ได้ทำผิดอะไรนี่” ชายหนุ่มยักไหล่ ก่อนจะตัดบทว่า “ผมขึ้นสวนกาแฟก่อนนะ”

วิภาวรรณพยักหน้ารับ ขณะที่ผู้เป็นลูกชายลุกยืน คว้าหมวกปีกกว้างที่วางบนโต๊ะมาสวม แล้วเดินออกจากบ้านไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น

ที่นี่ไร้สัญญาณอินเทอร์เน็ต แม้กระทั่งไปรษณีย์ยังเข้าไม่ถึง วันนี้เพื่อนที่มีบ้านอยู่ในตัวเมืองได้แวะมาเยี่ยมแล้วเอาการ์ดส่งให้ โดยบอกว่า

“แฟนเก่ามึงฝากให้มึงด้วย เพราะรู้ว่าบ้านมึงอยู่ในป่า ว่าแต่มึงจะไปงานแต่งปิย่าคนงามหรือเปล่าวะ”

“ไม่รู้ว่ะ ดูก่อน”

“อย่าไปเลย เดี๋ยวก็เจ็บใจเปล่าๆ”

“พี่น้ำเป็นพี่ชายกู เขาจะแต่งงาน ถ้ากูไม่ไปจะดูน่าเกลียด”

“มึงก็หาข้ออ้างสิวะ บอกไปว่าป่วย ท้องเสีย รถชน ตกต้นทุเรียน ตกเขา ช้างไล่กระทืบ หัดหาข้ออ้างบ้าง ชีวิตอย่าไปตรงเผงซะทุกอย่าง”

คำแนะนำของ ‘บัญชา’ ฟังแล้วน่าเตะก็จริง แต่เขารู้ดีว่าเพื่อนคนนี้เป็นห่วงความรู้สึกของเขาถึงไม่อยากให้ไปงานวิวาห์

ถ้าถามว่าหากเห็นปิรันดาแต่งงานกับภัสดา เขาจะเสียใจหรือเปล่า บอกตามตรงว่าไม่

เพราะเขาไม่เคยรักผู้หญิงคนนี้เลย มีแต่แม่ที่พยายามเชียร์และยัดเยียดปิรันดาให้เขา

อาจจะมีเสียหน้านิดหน่อยที่สุดท้ายแล้วเธอเลือกที่จะสะบัดก้นไปจากเขา แล้วหันไปควงแขนภัสดาแทน

ใช้เวลากว่ายี่สิบนาที ในที่สุดภูริชก็ขึ้นมาถึงสวนกาแฟที่กำลังออกดอกสีขาวลออดาษดื่นส่งกลิ่นหอมจัดจนเวียนหัว

เขาถอยไปนั่งเพิงที่พักแล้วหยิบเครื่องมือสื่อสารรุ่นล่าสุดออกจากกระเป๋าเสื้อสัญญาณโทรศัพท์มีเป็นบางจุด โดยเฉพาะบนเขากาแฟจะหาสัญญาณง่ายกว่าที่อื่น

จากนั่งก็เปลี่ยนเป็นนอน ดวงตาเพ่งมองหน้าจอสี่เหลี่ยม เลื่อนไปเรื่อยจนกระทั่งเจอเว็บไซต์ ‘ผู้หญิงสวยของแท้ราคาถูก’

“เฮ้ย ! ” ชายหนุ่มอุทาน ไม่อยากเชื่อว่าจะมีเว็บไซต์เช่นนี้ด้วย ปกติเคยเห็นแต่ขายเสื้อผ้ารองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง ของใช้ ของกิน ไม่นึกว่าจะมีผู้หญิงให้เลือกซื้อด้วย

ไหนลองเข้าไปดูหน่อยสิ

มือไวเท่าความคิด ภูริชกดเข้าไปทันที สาวๆ เหล่านี้คงจะขายตัวสินะ สมัยนี้ทำอะไรกันประเจิดประเจ้อโจ๋งครึ่มซะจริง

เขาเลื่อนมองผ่านๆ คิดจะออกจากเว็บอยู่แล้ว ถ้าไม่บังเอิญเห็นรูปสตรีคนหนึ่งเข้าเสียก่อน

เธอเป็นคนสวยรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น แววตาซุกซน ปากนิดจมูกหน่อย คิ้วโก่งงาม อะไรก็ไม่ร้ายเท่ารอยยิ้มโชว์เขี้ยวแหลมที่มุมปาก

เออเธอน่ารักดีแฮะ

สายตาคมเลื่อนลงอ่านคำโฆษณาใต้รูป

ทรงอัปสร หรรษพร (ฟ้า)  อายุ 21 ปี สัดส่วน 38 23 35 สูง 164 ซม . ผิวขาว ตากลม ผมดำ ที่สำคัญเป็นสาวพรหมจรรย์

สินค้ามือหนึ่ง ราคาขายอยู่ที่ 99,999 บาท สามารถสอบถามหรือต่อรองราคาได้เป็นการส่วนตัว

สนใจติดต่อที่เบอร์….

            “หืม ? 38 ? ” ชายหนุ่มถึงกับครางลึกในลำคอ หน้าตาดีแถมทรวดทรงนางในฝันของหนุ่มๆ ชัดๆ

พลัน !! ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว !!!

 

ฝ่ายวิภาวรรณ เธอถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจนับได้ ในหัววนเวียนอยู่แต่คำพูดของลูกชายคนเล็ก

“ผมมีต้นไม้เป็นเพื่อนแล้ว ไม่เหงาหรอก”

พูดมาได้ยังไงว่ามีต้นไม้เป็นเพื่อนแล้ว เธอก็อยากมีหลานตัวเล็กๆ ให้อุ้มชู คอยออดอ้อน คุณย่าจ๊ะ คุณย่าจ๋า เหมือนกันนะ แต่ดูเหมือนภูริชจะเย็นชาในเรื่องผู้หญิงซะเหลือเกินจนเธอชักจะร้อนใจ

นี่ถ้าภาวดียังมีชีวิตอยู่ เธอคงไม่เหงาอย่างนี้หรอก

ความคิดคำนึงของหญิงวัยกลางคนสะดุดลงเพียงเท่านั้น เมื่อนาตยาเดินเข้ามายอบกายนั่งลงแทบเท้า

“คุณวิคะ ท่าทางเครียดเชียว มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ”

วิภาวรรณหลุบตามองคนตรงหน้านาตยาเป็นสาวใต้ ตาคม ผมยาว นับว่าหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง อยู่หมู่บ้านเดียวกัน พ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว ซ้ำเจ้าตัวยังตกงาน เธอจึงรับนาตยามาทำงานที่บ้าน ให้เป็นแม่ครัวและคอยดูแลความสะอาดเรียบร้อย

เธอบอกเสมอว่านาตยาไม่ใช่สาวใช้ แต่หญิงสาวผู้นี้กลับถ่อมตัวว่าอยู่ต่ำต้อยเสมอ จนบางครั้งเธอก็นึกเอ็นดูไม่น้อย

“ก็เรื่องเดิมแหละจ้ะหนูนาต ดินเขาไม่ยอมมีหลานให้ป้าสักที”

“นึกแล้วเชียว” นาตยายิ้มอ่อนหวาน พลางจับขาของอีกฝ่ายมานวดให้อย่างเบามือ “เนื้อคู่น่ะ ถึงเวลาเดี๋ยวก็ได้เจอกันเองล่ะค่ะ”

“ก็ดูตาดินเขาทำตัวสิ ยังกับมหาโจร เนื้อคู่มาเห็นก็คงเผ่นหนีกันหมด ใครเขาจะกล้าอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนด้วย”

“มันต้องมีสักคนล่ะค่ะ”

“เมื่อไหร่ละหนูนาต บอกตามตรงนะว่าป้าเหงา ถ้ามีเด็กตัวเล็กๆ มาวิ่งเล่นในบ้านก็คงมีความสุข”

“คิดถึงคุณฝนนะคะ ถ้าเธอยังอยู่ บ้านนี้คงไม่เงียบเหงา”

“ใช่ ถ้าลูกฝนยังอยู่ ป้าคงไม่เหงาอย่างนี้” ดวงตามีแววโศก เฝ้าทอดถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะลุกยืน “พอแล้ว ไม่ต้องนวดละ ป้าจะขึ้นห้องนอนพักสักหน่อย รู้สึกปวดหัว”

ร่างผอมบางเดินกระย่องกระแย่งขึ้นชั้นสอง ช่วงที่เดินผ่านห้องที่ทาประตูสีชมพูไว้ก็อดแวะเวียนเข้าไปไม่ได้ ภายในยังตกแต่งไว้ด้วยโทนสีหวานเช่นเดิม

หลังจากเลิกรากับสามีคนแรก เธอก็เดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมภูริช จวบจนเมื่อสิบปีที่แล้ว เธอได้พบรักกับหนุ่มที่อายุน้อยกว่าห้าปี อาจเป็นเพราะความเหงาบวกความว้าเหว่ เธอจึงตกลงอยู่กินกับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน กระทั่งอายุ 43 ปี เธอเกิดตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ สามีใหม่ก็เริ่มเบื่อเธอที่อายุมากแถมยังท้องโตอุ้ยอ้าย จึงตีจากไปมีคนอื่น

ยังดีที่ภูริชคอยดูแลเธอมาโดยตลอด

เธอไม่ได้เสียใจนักหรอกที่โดนผู้ชายทิ้งเป็นครั้งที่ 2 เพราะเธอมีลูกสาวตัวน้อยเป็นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมจิตใจให้ชุ่มฉ่ำ จนเมื่อห้าเดือนที่แล้ว ภาวดีในวัย 8 ขวบ ได้จากเธอไปอย่างไม่มีวันหวนกลับด้วยโรคหอบหืด

“ฝนจ๋า แม่คิดถึงหนูเหลือเกิน” เธอพร่ำรำพึง จับตุ๊กตาที่วางอยู่บนที่นอนมาตระกองกอดประหนึ่งว่ามันเป็นลูกสาว

ตุ๊กตาหมีตัวนี้เป็นตัวโปรดของภาวดี เด็กหญิงมักนอนกอดมันทุกคืนจนหลับ

เธอหวังอยากให้ภูริชเป็นฝั่งเป็นฝา จะได้มีหลานตัวน้อยให้เธออุ้มชูเพื่อชดเชยความรู้สึกสูญเสียที่เธอกำลังเผชิญอยู่

แต่ดูเหมือนเจ้าลูกชายตัวดีจะไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย !

        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  29 พ.ค. 2561 18:06    วันที่อัพเดท :   13 มิ.ย. 2561 17:20    › จำนวนผู้เข้าชม 287 คน
   › คะแนนโหวต 16 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :