นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ตะวันพ่ายจันทร์ ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๓    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๕ เพลิงตะวัน ๒/๓ =>พ่อม่ายใจร้ายที่เนื้อหอมสุดๆ


ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ


-ต ะ วั น พ่ า ย จั น ท ร์-

เพลิงตะวัน

 

          แสงอรุโณทัยเริ่มทาทาบขอบฟ้าในยามรุ่งอรุณ อากาศยามนี้เย็นลงกว่าตอนกลางคืน ทว่าร่างนุ่มๆ อุ่นๆ ที่นอนกอดอยู่ทั้งคืนกลับหายไป ทำให้รังสิมันต์รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย เขารีบสลัดผ้าห่มทิ้งแล้วลุกจากที่นอนก่อนจะก้าวยาวๆ ออกจากห้องด้วยความเร่งรีบ และถอนหายใจออกมาเต็มแรงเมื่อเห็นว่าจันทริกากำลังช่วยงานอยู่ในห้องครัว

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณตะวัน วันนี้ตื่นเช้าจังเลยนะคะ คุณตะวันอยากได้อะไรหรือเปล่าคะ” ฟองคำทักขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายที่ยังอยู่ในชุดนอนก้าวเข้ามาในครัว โดยไม่ทันสังเกตว่าการมาของเขาทำให้สาวน้อยอีกคนตัวเกร็งขึ้น

“ไม่อยากได้อะไร ฉันแค่จะแวะมาบอกว่า อีกครึ่งชั่วโมงให้ฟองคำไปเรียกทุกคนในบ้านมาพบฉัน ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย”

“ได้ค่ะคุณตะวัน”

รังสิมันต์พยักหน้าเบาๆ ตาตวัดมองไปยังคนที่ยืนหันข้างให้เขาครู่หนึ่ง ก่อนจะถอยห่างจากห้องครัว ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับลงมาใหม่ ก็พบว่าตอนนี้คนรับใช้ คนขับรถ และรปภ.ที่คอยเฝ้าอยู่หน้าบ้าน ต่างมารอเขาอยู่ในห้องโถงกันครบถ้วน หากแต่สายตาของเขากลับพุ่งตรงไปยังจันทริกา ซึ่งตอนนี้แต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาคล้ายกับกำลังจะออกไปเรียน

“คุณตะวันเรียกพวกเรามามีอะไรหรือเปล่าคะ”

เสียงของฟองคำที่ดังขึ้นทำให้รังสิมันต์ต้องเบนสายตากลับมาหาหัวหน้าแม่บ้าน จากนั้นก็กวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะเริ่มพูดถึงสาเหตุที่ตนเรียกทุกคนมาพบในวันนี้

“ที่ฉันเรียกทุกคนมาเพราะมีเรื่องอยากพูดด้วย จะถือว่าเป็นการขอร้องก็ว่าได้ ตอนนี้ทางห้างขยายพื้นที่ทำให้ขาดคนอยู่จำนวนหนึ่ง ฉันจึงอยากให้ทุกคนยกเว้นอุ้ยคำกับลุงรปภ.ย้ายไปทำงานที่ห้างชั่วคราว โดยในระหว่างนี้ฉันจะปรับเงินเดือนเพิ่มให้ รวมถึงมีที่พักและรถรับส่งให้ด้วย”

จันทริกาไม่รู้ว่ารังสิมันต์หมายรวมถึงตนด้วยหรือเปล่า แต่กระนั้นก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม กระทั่งฟองคำถามขึ้นเธอจึงได้คำตอบ

“ถ้าคุณตะวันให้พวกเราไปหมด แล้วใครจะดูแลที่นี่ล่ะคะ”

“ที่นี่ฉันจะให้จันทริกาเป็นคนดูแล”

“คุณจันทร์คนเดียวจะไหวเหรอคะ อีกอย่างเธอก็ต้องไปเรียน ดิฉันเกรงว่าเธอจะเหนื่อยเกินไป” ฟองคำถามอย่างเป็นกังวลทั้งเป็นห่วงบ้านที่ตนคอยดูแลมานานหลายปี เป็นห่วงเจ้านาย รวมทั้งเป็นห่วงหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่เพิ่งได้รับมอบหมายงานอันหนักหนานี้ด้วย

“ไม่ต้องห่วงหรอกฟองคำ วันนี้จันทริกาจะไปลาออกจากมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นจะมาทำหน้าที่ดูแลบ้านอย่างเดียว”

คำประกาศิตของรังสิมันต์ไม่ได้ทำให้ฟองคำหมดข้อซักถามเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้คนที่ถูกพูดถึงยืนตัวแข็งทื่อ ตาคู่สวยกะพริบถี่ๆ เพื่อระงับไม่ให้ตัวเองร้องไห้ หลังจากรับรู้ว่าหลังจากนี้เธอจะไม่ได้เรียนหนังสืออีกแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าความฝันและอนาคตข้างหน้ายิ่งมืดมนลงไป ทว่าเธอจะทำอะไรได้นอกจากยอมรับมัน ในเมื่อคนส่งเสียเขาไม่เมตตาและไม่อนุญาตให้เรียนอีกต่อไป

 ร่างบางยืนนิ่งเหมือนถูกสาป หัวใจและเท้าหนักอึ้งราวกับถูกหินก้อนใหญ่ๆ ทับเอาไว้จนก้าวไปไหนไม่ออก ในขณะที่คนอื่นๆ ต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองและเตรียมตัวสำหรับการไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าในวันพรุ่งนี้ หลังจากฟังคำสั่งของเจ้านายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจันทริกาคงจะยืนอยู่เช่นนั้นอีกนาน หากว่ารังสิมันต์ไม่ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“เมื่อกี้เธอได้ยินที่ฉันสั่งแล้วใช่ไหม”

“ได้ยินค่ะ...” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา แต่ก็ดังพอที่คนถามจะได้ยิน

“งั้นก็ไปกับฉัน”

ยังไม่ทันได้ถามว่าไปที่ไหน ข้อมือเล็กก็ถูกฉวยเอาไว้ จากนั้นรังสิมันต์กึ่งลากกึ่งจูงหญิงสาวไปยังรถ จัดการเปิดประตูแล้วกดไหล่บอบบางให้นั่งลงไปที่เบาะหน้าคู่กับคนขับ ก่อนที่เขาจะเดินอ้อมไปขึ้นอีกฝั่งของรถ

“คุณตะวันจะพาจันทร์ไปไหนคะ” จันทริกาหันไปถามอย่างคนที่เพิ่งตั้งตัวได้

“ก็พาไปลาออกจากมหาวิทยาลัยน่ะสิ”

คำตอบที่ได้รับทำให้จันทริกาเบนหน้ากลับมา แล้วก้มลงมองมือตัวเองนิ่งๆ รังสิมันต์ปรายตามองแวบหนึ่ง ก่อนจะออกรถแล้วเอ่ยถ้อยคำที่ยิ่งเหมือนสร้างแผลให้เกิดขึ้นกับใจคนฟัง

“ทำไม จะร้องไห้เรียกคะแนนสงสารหรือไง บอกไว้เลยว่าไม่มีวัน ฉันจะไม่มีวันสงสารเธออีก”

รังสิมันต์ตอกย้ำเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ พร้อมๆ กับตอกย้ำหัวใจตัวเองที่อ่อนไหวคลอนแคลนทุกครั้งยามที่ได้เห็นจันทริกาทำท่าแบบนี้

 

รถราคาแพงเฉียดห้าล้านแล่นมาจอดยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้กับตึกคณะที่จันทริกาเรียนอยู่ ก่อนคนขับจะดับเครื่องแล้วหันไปสั่งเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างคนรู้ระเบียบของการลาออกดี

“ไปกรอกเอกสารและยื่นเรื่องกับอาจารย์ที่ปรึกษาให้เรียบร้อย ส่วนหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองฉันเตรียมไว้ให้แล้ว เสร็จแล้วก็ให้ลงมาหาฉัน ฉันจะรออยู่ที่นี่”

สั่งเสร็จรังสิมันต์ก็โน้มตัวลงไปเปิดลิ้นชักใส่ของซึ่งอยู่ฝั่งที่จันทริกานั่งอยู่ โดยที่จันทริกาได้แต่นั่งเกร็ง สักพักซองเอกสารสีน้ำตาลก็ถูกยื่นมาให้ จันทริการับไปโดยไม่ยอมมองหน้าคนพามา จากนั้นก็รีบปลดเข็มขัดนิรภัยออก แล้วก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว โดยรังสิมันต์ขยับตัวตามลงมาและไปยืนรอที่ข้างรถ

แดดที่ส่องผ่านต้นไม้ใหญ่ไม่ร้อนมากนัก แต่รัศมีความหล่อเหล่าและความสวยงามของรถนั้นกลับร้อนแรงโดดเด่นกว่า ทำให้รังสิมันต์กลายเป็นจุดสนใจของคนที่มาใช้ลานจอดรถเดียวกัน หากเขาก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างใดๆ นอกจากฆ่าเวลาด้วยการหยิบโทรศัพท์ออกมากดเล่นฆ่าเวลา จะว่าเล่นก็ไม่ถูกนัก เขากำลังใช้มันเพื่อเปิดอีเมลที่เลขานุการส่วนตัวส่งมาให้หลายต่อหลายฉบับในช่วงที่เขาไม่ได้ไปทำงานต่างหาก

สมาธิของรังสิมันต์จดจ่ออยู่กับตัวหนังสือในอีเมล กระทั่งมันสะดุดลงเพราะมีเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นตรงหน้า

“สวัสดีค่ะคุณรังสิมันต์”

“สวัสดีครับคุณสะบันงา” รังสิมันต์เอ่ยทักทายตอบ จำได้ว่าผู้หญิงที่ทักตนคือลูกสาวเจ้าของร้านเพชรซึ่งมีร้านอยู่ในห้างสรรพสินค้าของเขา

“สาเคยบอกคุณรังสิมันต์แล้วไงคะว่าเรียกสาก็ได้ เรียกแบบนี้มันฟังดูห่างเหินค่ะ” สะบันงาต่อว่าและทำท่าค้อนใส่อย่างน่ารัก

“ครับคุณสา...ผมขอโทษด้วย”

“สาขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะเรื่องภรรยาของคุณ คุณรังสิมันต์โอเคหรือยังคะ”

ปากบอกว่าเสียใจ หากแต่ใจของสะบันงากลับลิงโลดไปด้วยความหวังที่เรืองรองขึ้นมาอีกครั้ง รังสิมันต์จะรู้หรือเปล่าว่าตอนที่เขาแต่งงานแบบสายฟ้าแลบนั้นทำให้หัวใจของผู้หญิงสลายไปหลายคนแค่ไหน และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือเธอ

“ครับ...ผมโอเคแล้ว”

“แสดงว่าสาจะได้เห็นคุณกลับไปทำงานเร็วๆ นี้ใช่ไหมคะ”

“พรุ่งนี้ผมก็จะกลับไปทำงานแล้วครับ”

“จริงเหรอคะ ดีจังค่ะ” สะบันงายิ้มกว้างอย่างไม่เก็บอาการดีใจ

“คุณสาเรียกผมว่าตะวันก็ได้นะครับ” รังสิมันต์เอ่ยออกไปเช่นนั้น เมื่อเห็นว่าจันทริกากำลังเดินตรงมาหาเขาที่รถ ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นให้จันทริกาเห็น

“ถ้าคุณอนุญาต งั้นสาขอเรียกคุณว่าพี่ตะวันได้ไหมคะ”

ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ก็ในเมื่อนั่นคือจุดประสงค์ของเขาอยู่แล้ว ใจคิดปากก็ยิ้มเพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนต้องการ

“ได้สิครับน้องสา”

“ปลื้มจังค่ะ สาไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสได้เรียกพี่ตะวันและได้ยินพี่ตะวันเรียกสาแบบนี้”

“ถ้าน้องสาชอบ เวลาเจอกันพี่จะพูดแบบนี้บ่อยๆ นะครับ”

“รับปากสาแล้วนะคะ ถ้าไม่ทำตามที่พูด สาจะลงโทษพี่ตะวันเอง”

“ลงโทษแบบไหนเหรอครับ”

รังสิมันต์เลิกคิ้วเข้มขึ้นสูง ตาเปล่งประกายเจ้าชู้นิดๆ ชักสนุกกับการคุยกับผู้หญิงตรงหน้าขึ้นมาแล้วสิ เมื่อเธอเปิดเผยท่าทีว่าพอใจในตัวเขาแค่ไหน ความจริงไม่ใช่ไม่รู้ว่าสะบันงาคิดยังไงกับเขา เขารู้มานานแล้ว เพียงแต่ไม่คิดจะใส่ใจ เพราะสะบันงาไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่เขาชอบ แต่ตอนนี้เขาอาจจะลองคิดทบทวนใหม่ก็ได้

“ก็แบบที่...” สะบันงาลากเสียงและส่งสายตาหวานหวามตอบกลับเพื่อดูปฏิกิริยาของรังสิมันต์

“ครับ พี่รอฟังอยู่ว่าสาจะลงโทษพี่แบบไหน”

“ก็ลงโทษในแบบที่คนสนิทเขาทำกันไงคะ” สะบันงายื่นหน้าเข้าไปกระซิบตอบที่ข้างหูของรังสิมันต์ด้วยท่าทีสนิทสนม

“พี่ชักอยากลอง”

“พี่ตะวันได้ลองแน่ค่ะ ถ้าวันไหนผิดสัญญา”

การสนทนาของทั้งคู่หยุดชะงักลงแค่นั้น เมื่อเด็กสาวในชุดนักศึกษาเดินมาถึง รังสิมันต์ลอบมองปฏิกิริยาของจันทริกา เห็นเธอยืนนิ่งๆ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาก็ชักจะหงุดหงิด ความสนุกที่ได้หัวร่อต่อกระซิกกับสะบันงาหายวับไปทันที

“นี่ใครเหรอคะพี่ตะวัน” สะบันงาถามอย่างอดหวาดหวั่นไม่ได้ เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของคนมาใหม่ชัดๆ เด็กสาวคนนี้หน้าตาสะสวยหมดจดไม่น้อย แม้จะไม่ได้แต่งหน้าทาปาก หากแต่ความผุดผาดตามธรรมชาตินั้นก็ชวนพิศเหลือเกิน หากว่ารังสิมันต์ชอบเด็กคนนี้ขึ้นมาจริงๆ เธอจะไม่แปลกใจสักนิด

“เด็กที่บ้านพี่เอง พี่พามาลาออกจากมหาวิทยาลัย ต่อไปนี้เธอจะทำงานที่บ้านพี่อย่างเดียว ไม่ต้องมาเรียนหนังสือแล้ว”

คำตอบนั้นไม่ได้มีให้เฉพาะสะบันงา แต่ยังจงใจตอกย้ำและทำร้ายจิตใจของเด็กสาวที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ อย่างไม่คิดจะละโอกาสด้วย

“งั้นเหรอคะ”

“คุยกันตั้งนาน น้องสายังไม่ได้บอกพี่เลยว่ามาทำอะไรที่นี่” รังสิมันต์เปลี่ยนเรื่องพูด เพราะไม่อยากให้สะบันงาสนใจในตัวจันทริกามากเกินไป ในเมื่อเขาเองยังไม่คิดจะสนใจ

“อ๋อ...สามารับน้องชายน่ะค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอตัวก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกันครับ”

“ค่ะพี่ตะวัน พรุ่งนี้เจอกันค่ะ บ๊าย” 


ฝากอีบุคเรื่องใหม่ล่าสุดด้วยนะคะ

เรื่องนี้มีแต่หวาน หื่น และฟินจ้า

อนุรดี-เตชินท์
เทียนธีรา
www.mebmarket.com
น้ำมันกับไฟไม่ควรอยู่ใกล้กันฉันท์ใด หนุ่มสาวที่มีใจปฏิพัทธ์ต่อกัน ก็ไม่ควรอยู่ใกล้กันก่อนเวลาอันควรฉันท์นั้นแม้รู้ว่าความใกล้ชิด คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะจุดให้ไฟแห่งความปรารถนาลุกโชน แต่น้อยคู่นักที่จะทำตัวทำใจให้อยู่ห่างกันได้แล้วน้องสาวเพื่อนกับพี่ชายข้างบ้านอย่างอนุรดีกับเตชินท์เล่า จะสามารถข้ามผ่านและต้านทานไฟปรารถนาอันสุดเย้ายวนไปได้ ก่อนจะถึงเวลาที่ถูกที่ควรหรือไม่ ในเมื่อพออยู่ใกล้กันทีไร ทั้งสองก็ไม่ต่างอะไรกับแม่เหล็กต่างขั้ว ที่ถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงอันมหาศาลร้อนแรงพี่เตจ้องจะกด หนูดีก็เหมือนจะเปิดโอกาสให้กดเสียด้วยสิ!




ท่านใดสนใจสั่งจองหนังสือ 

-ต ะ วั น พ่ า ย จั น ท ร์-

รายละเอียดตามโปสเตอร์ด้านล่างเลยนะคะ

ส่วนอีบุคน่าจะพร้อมโหลดต้นเดือน กรกฎาคม ค่ะ

ขอบคุณค่ะ​

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ


        แสดง 17 - 17
วันที่โพสต์ :  19 พ.ค. 2561 06:29    วันที่อัพเดท :   16 ส.ค. 2561 07:27    › จำนวนผู้เข้าชม 40750 คน
   › คะแนนโหวต 357 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :