นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เจ้าสาวออนไลน์ 18 +    by อังกฤษ/อักษรสีทอง/รามิล
ชื่อตอน วิญญาณผูกพัน


บทที่ 2

วิญญาณผูกพัน

 

“นี่มันหมายความว่ายังไง ฮ๊ะ ! นังฟ้า อธิบายมาด่วนจี๋” เสียงแหบตวาดลั่น ดวงตาถมึงทึงทำให้ใบหน้ายับย่นเพราะสูบบุหรี่และดื่มเหล้าจัดดูน่ากลัวยิ่งขึ้น “ไอ้นี่มันคืออะไร ฮึ !

มือซ้ายถือโทรศัพท์ราคาพันกว่าบาท ส่วนมือขวากระชากคอเสื้อลูกเลี้ยงสาว

“อ่านหนังสือไม่ออกเหรอลุง ในนั้นก็บอกอยู่ว่าฉันขาย” ทรงอัปสรตะคอกใส่ ดวงตาวาววับไม่มีแววกริ่งเกรงเลยแม้แต่น้อย

“ขายตัวเหรอ อีฟ้าไม่รักดี”

“ใช่ ฉันไม่รักดี แต่ฉันรักแม่ และฉันก็เกลียดลุง”

“ฉันเป็นพ่อเลี้ยงแกนะ”

“พ่อเลี้ยงอย่างลุง ฉันไม่นับถือ คงผิดหวังละสิที่ไม่ได้แอ้มฉัน”

“เอ๊ะ ! อีนี่” ประจวบโกรธจนปากสั่นเพราะคำพูดประโยคเมื่อกี้ของเธอจี้ใจดำเขาอย่างจัง

“มีคนซื้อฉันแล้ว คืนนี้ฉันจะเดินทางไปใต้ จะได้พ้นจากพ่อเลี้ยงหื่นกามอย่างลุง”

ชายวัยกลางคนโมโหจนหน้ามืดใช่ เขาชอบทรงอัปสร อยากฟันเจ้าหล่อนมานานแล้ว พอภรรยาประสบอุบัติเหตุโดนรถชนจนไม่รู้สึกตัว พักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เขาจึงพยายามหาโอกาสล่วงเกินลูกเลี้ยงเสมอ แต่ดูเหมือนเธอจะฉลาดและปราดเปรียวกว่าที่คิด เพราะหลบหลีกเอาตัวรอดได้เสมอ โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่หลบไปนอนพักอยู่บ้านเพื่อน

และตอนนี้กวางสาวที่เขาหมายปองก็กำลังจะหลุดมือไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เขาไม่ยอมไม่ยอมเด็ดขาด

“หวงเนื้อหวงตัวกับกู แต่กลับจะยอมให้ไอ้หนุ่มแปลกหน้านอนด้วย มึงนี่ร่านจริงๆ”

“เออ ฉันมันร่าน” หญิงสาวเชิดหน้าสูง “นอนกับลุงแล้วไม่ได้ตังค์นี่นา แต่นอนกับคนแปลกหน้า ฉันได้ตังค์เป็นแสน แม่จะได้มีเงินรักษาตัว”

“มึงได้เป็นแสน มึงก็ควรแบ่งให้กูด้วย”

“ทำไมต้องแบ่ง ญาติก็ไม่ใช่”

“แต่กูเป็นพ่อเลี้ยงมึงนะอีสั” คำหยาบคายเริ่มพรั่งพรูออกจากปากหนาบานเรื่อยๆ ตามโทสะที่พุ่งขึ้นสูงตามลำดับ

“พ่อเลี้ยงแล้วไง ไม่ได้ให้กำเนิด ไม่ได้เลี้ยงดูฉันมานี่ เลิกจับคอเสื้อฉันได้แล้ว ฉันรังเกียจ”

ดวงตาโตโปนลุกโพลงเหวี่ยงร่างบางลงพื้นก่อนจะตามขึ้นนั่งคร่อมทับบนท้องเธอ ขว้างโทรศัพท์ไปทางอื่น แล้วลงมือกระชากเสื้อผ้า ขณะที่เธอพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดสุดชีวิต

“กรี๊ด ! ปล่อยฉันนะ”

“ก่อนจะไปให้ไอ้หนุ่มใต้ลิ้มรส มาให้กูชิมก่อนละกัน แม่งอยากได้มานานแล้ว นมโตฉิบห_ย”

หญิงสาวแอ่นตัวขึ้นสูง รวบรวมแรงที่มีงอเข่าเข้าหาอกแล้วยันเท้าออกไปสุดแรงเกิดได้ผล ประจวบกระเด็นออกห่างเธอ

“โอ๊ย ! อีนี่”

“อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวฉัน ไอ้สารเลว” ทรงอัปสรหันไปคว้าเก้าอี้ที่ทำจากไม้ ยกขึ้นสูงแล้วทุ่มใส่คนบ้ากามโดยไม่รั้งรอ

ผล๊วะ !

ความรู้สึกแรกที่ประจวบได้รับคือความเจ็บปวดไปทั่วศีรษะและบ่า เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น หยาดโลหิตไหลซึมลงมาตามหน้าผาก ก่อนจะหงายหลังหมดสติไปทั้งๆ ที่เก้าอี้ยังทับตัวช่วงบนอยู่เช่นนั้น

หญิงสาวหายใจหอบเหนื่อย เธอหันไปคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าที่จัดเตรียมไว้ ก่อนจะวิ่งผ่านประตูออกจากบ้านทันที

น้ำตารินไหล หัวใจเต้นถี่รัว สองเท้าไม่ยอมหยุดวิ่ง

ลาก่อนบ้านที่เคยอยู่มาตั้งแต่เล็ก เธอขอไปตายเอาดาบหน้า !

 

ทรงอัปสรขึ้นรถสามล้อรับจ้างไปลงหน้าโรงพยาบาลที่แม่พักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ยังเหลือเวลาให้ญาติเข้าไปเยี่ยมอีกเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เธอเข้าไปยืนข้างเตียงด้วยน้ำตาคลอเบ้า จับมือที่มีสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยางมาจูบเบาๆ

“แม่จ๋า” เธอไม่ยอมละสายตาไปจากวงหน้าซูบซีดของผู้เป็นแม่เมื่อไหร่หนอ แม่จะลืมตาขึ้นมาดูเธอ เมื่อไหร่นะที่เธอจะได้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดแสนอบอุ่นอีกครั้ง เธออยากได้ยินคำปลอบโยนจากแม่ อยากเห็นรอยยิ้มปลอบประโลม

แต่วันนี้คงไม่มีหวัง เพราะร่างกายของแม่ไม่เอื้ออำนวย แม่กำลังต่อสู้อยู่กับความเจ็บปวด

“ฟ้าต้องไปแล้วนะแม่ ถ้าแม่รู้ว่าฟ้าทำแบบนี้ แม่คงเสียใจ แต่ฟ้าจำเป็น แม่ต้องเข้าใจฟ้านะจ๊ะฟ้าขอโทษ” หญิงสาวก้มลงกราบแทบอกมารดาซึ่งนอนนิ่งสงบไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง

เธอยืนมองหน้าแม่ราวจะจดจำภาพนั้นลงหัวใจ จนกระทั่งหมดเวลาเข้าเยี่ยมก็กลับออกมา ขึ้นรถสามล้อคันเดิมที่จอดรออยู่ ตรงไปบ้านเพื่อนสนิทที่ให้เธอไปนอนค้างคืนด้วยในช่วงที่แม่ไม่สบาย

กุหลาบออกมาเปิดประตูรับ พร้อมเชื้อเชิญอย่างเป็นกันเอง

“เข้าบ้านก่อนสิฟ้า คืนนี้นอนบ้านฉันอีกนะ”

“ขอบใจนะกุหลาบ” เธอโผเข้ากอดเพื่อนพร้อมปล่อยโฮ กุหลาบตกใจยืนตัวแข็งอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะกอดตอบพลางลูบหลังลูบไหล่ให้อย่างปลอบโยน

“บอกฉันมาสิฟ้า ทำไมแกถึงร้องไห้ โดนพ่อเลี้ยงรังแกใช่ไหม ฉันบอกแล้วว่าอย่ากลับบ้านไปให้มันเห็นหน้า มันยิ่งจ้องจะงาบแกตาเป็นมันอยู่”

“ฉันกลับไปเก็บเสื้อผ้า ฉันจะลงใต้คืนนี้แล้ว”

“ลงใต้ ? แกจะไปทำไมที่นั่น ไหนว่าเป็นห่วงแม่ไง”

“ฉัน” หญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นลงอก ผละห่างจากเพื่อนนิดหนึ่ง แล้วเริ่มอธิบาย “คืนก่อนฉันเห็นแกเปิดคอมทิ้งไว้ เลยเข้าอินเทอร์เน็ตหางานที่สามารถได้เงินไวๆ จนเจอ

“เจออะไร แกรีบบอกฉันมาเลยนะ แกทำงานอะไร” กุหลาบเขย่าไหล่อีกฝ่ายอย่างแรง “แกคงไม่ได้ขายศักดิ์ศรีตัวเองหรอกใช่ไหม”

“ขอโทษที่ทำให้แกผิดหวัง แต่ฉันไม่มีทางเลือก ฉันเจอเว็บไซต์หาเพื่อนใจ เลยไปสมัคร เจ้าของเว็บบอกว่าเงินที่ได้ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง ค่าตัวฉันสูงที่สุดในบรรดาผู้หญิงคนอื่น ขาดแสนแค่บาทเดียว เขาบอกว่าตัวเลขมีแต่เลขเก้าจะได้โชคดี”

“แล้วแกภูมิใจเหรอไงฟ้า แกคิดอะไรอยู่”

“ฉันไม่ได้ภูมิใจเลย แต่เงินก้อนนี้ ถ้าหักให้เจ้าของเว็บไปห้าหมื่น ฉันก็ได้ห้าหมื่น เงินจำนวนนี้จะช่วยต่อลมหายใจให้แม่ได้ แล้วฉันจะได้ไปให้พ้นๆ หน้าไอ้พ่อเลี้ยงนั่นด้วย”

“ถ้าแกไม่อยากเจอหน้าไอ้จวบ แกมาอยู่กับฉันก็ได้จะเป็นไรไป”

“ไม่ได้หรอก บ้านแกเป็นครอบครัวใหญ่ ฉันมารบกวนหลายคืนก็เกรงใจแย่แล้ว จะให้ฉันมาอาศัยอยู่ด้วยตลอดไปได้ยังไง มันไม่สบายใจ ที่สำคัญ ยังไงก็เปลี่ยนใจไม่ได้แล้ว”

“ทำไม”

“ฉันทำร้ายไอ้ประจวบไป ไม่รู้ว่าตายหรือเปล่า เพราะรีบออกมาเสียก่อน”

“คุณพระ ! ” กุหลาบยกมือปิดปาก หน้าซีดเผือด  “ฟ้า นี่แก

“ฉันจะไปแล้วนะ กว่าจะเดินทางไปถึงคงใช้เวลาทั้งคืน”

“แกจะไปยังไง”

“ไปรถทัวร์”

“ผู้ชายคนนั้นแกเห็นหน้าเขาแล้วหรือยัง”

“ไม่ ไม่เคยเห็น รู้แค่ว่าเป็นเจ้าของสวนผลไม้ผสม ฐานะร่ำรวย แต่บ้านอยู่บนภูเขา”

“มีสัญญาณโทรศัพท์หรือเปล่า”

“ไม่รู้ฉันไม่รู้อะไรเลย” ทรงอัปสรส่ายหน้า แววตาเศร้าหมอง “เขาติดต่อกับเจ้าของเว็บซื้อขาย ไม่ได้คุยกับฉันโดยตรง”

“มันเสี่ยงนะฟ้า แกกำลังจะไปอยู่กับคนที่แกไม่รู้จัก”

“ฉันไปแค่เจ็ดวันนะ ฉันต้องอยู่กับเขาเจ็ดวัน”

“แล้วถ้าเขาไม่ให้แกกลับละ ฟ้ามันเสี่ยงนะ”

“กุหลาบ” หญิงสาวจับมือเพื่อนบีบเบาๆ แววตามุ่งมั่น “ฉันรู้ว่าแกเป็นห่วงฉัน แต่อยู่ที่นี่ก็เสี่ยง ไปที่โน่นก็เสี่ยง อยู่ไหนก็เสี่ยง ฉันขอไปเสี่ยงเอาดาบหน้า” เธอปล่อยมือฝ่ายนั้นแล้วหยิบธนบัตรออกจากกระเป๋าเสื้อ มานับๆ ดูแล้วส่งให้กุหลาบ

“ฝากแม่ฉันด้วยนะกุหลาบ นี่เงินสองหมื่น ไว้เป็นค่ารักษาแม่ ถ้าต้องใช้เงินเพิ่มก็บอกฉัน ฉันจะหาทางโอนเงินมาเพิ่มให้”

“แล้วถ้าทางนั้นไม่มีสัญญาณละ”

“ฉันจะพยายามติดต่อหาแกเอง ฉันต้องไปแล้ว ฝากแม่ฉันด้วยนะ”

“ได้ อย่าห่วงเลย ฉันจะดูแลแม่แกให้เหมือนกับที่ดูแลแม่ฉัน ขอให้โชคดีในหนทางที่แกได้เลือกแล้วนะฟ้า”

สองสาวกอดกัน ก่อนที่ทรงอัปสรจะโบกมือลาขึ้นรถสามล้อไปท่ารถกุหลาบได้แต่ยืนมองตามท้ายรถไปจนลับ

ลางสังหรณ์บางอย่างตีตื้นจนเจ็บอก ทำไมเธอถึงรู้สึกราวกับว่าทรงอัปสรอาจจะไม่ได้กลับมาหาเธออีก เพราะอะไรกัน !

 

ทรงอัปสรนั่งกินขนมปังอยู่บนม้านั่งตัวยาวระหว่างรอรถทัวร์ที่เธอจองตั๋วไว้ ดวงตาคู่โตคล้ายมีหยาดน้ำฉาบคลออยู่ตลอดเวลา

ผู้ชายคนนั้นคนที่เธอรู้เพียงว่าเขาชื่อ ภูริช ได้จ่ายเงินค่าจ้างมาครึ่งหนึ่งคือห้าหมื่น เธอแบ่งกับแม่ค้าคนกลางคนละครึ่งจึงได้มาสองหมื่นห้า ฝากไว้กับกุหลาบสองหมื่น ส่วนอีกห้าพัน เธอพกติดตัวไปชุมพร

ไม่รู้อนาคตจะเป็นเช่นไร แต่เธอได้เลือกแล้วว่าจะไป

“หนูจ๊ะ สนใจดูดวงกับยายไหม ยายคิดไม่แพง” เสียงแก่ๆ ดังขึ้นข้างตัว เธอหันไปมอง พบหญิงชราวัยไม่ต่ำกว่าหกสิบยืนยิ้มอยู่ ดวงตาที่ยังแจ่มใสต่างจากผิวพรรณที่ร่วงโรย ทำให้เธอรู้สึกขนลุกอย่างน่าประหลาด

“ไม่ล่ะค่ะ หนูไม่ค่อยชอบดูดวงสักเท่าไหร่”

“เอาน่า ดูหน่อยเถอะนะ ยายคิดแค่เก้าบาท”

“เอ๋ ? เก้าบาท ทำไมถูกจังคะ”

“ยายไม่ได้หวังเงิน วันนี้มาธุระแถวนี้ เห็นหน้าตาหนูดูมีราศีจับ เลยมาทักมาดูให้เป็นกรณีพิเศษจ้ะ”

หญิงสาวนิ่งคิดเพียงครู่ไหนๆ รถก็ยังไม่มา เธอก็ดูดวงไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน คิดดังนั้นแล้วก็กระเถิบก้น แบ่งที่ให้อีกฝ่ายนั่ง

“นั่งก่อนค่ะคุณยาย”

“ขอบใจจ้ะ” ดวงตาล้ำลึกจับจ้องมองวงหน้างามอย่างพินิจ ขณะหย่อนก้นลงนั่ง

“คุณยายจะดูลายมือหรือวันเดือนปีเกิดคะ”

“จิตสัมผัสจ้ะ”

“เอ๋ ? ” ทรงอัปสรนึกอยากหัวเราะ แต่ตามมารยาท เธอจำต้องฝืนเก๊กหน้าขรึมไว้ “คุณยายมีจิตสัมผัสหรือคะ”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ยายจะดูให้เฉพาะคนที่ยายอยากดูให้เท่านั้น”

“ค่ะ งั้นดูหนูหน่อยสิ” เธอหยิบเหรียญออกมานับครบเก้าบาทก็ส่งให้

หญิงสูงวัยรับมา มีช่วงหนึ่งที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน ผู้อาวุโสสะดุ้งโหยงแทบจะทำเหรียญหล่นจนต้องลนลานใส่กระเป๋า

“อ้าว เป็นอะไรไปคะคุณยาย”

“ปะ เปล่าจ้ะ” เริ่มกลับมาสุขุมอีกครั้ง พลางจ้องวงหน้าทรงอัปสรนิ่งนานจนเธอชักอึดอัด และอยู่ดีๆ นิ้วเหี่ยวย่นก็ชี้หน้าเธอ “หนูมีทั้งโชคดีและโชคร้าย รู้ไหม”

“ยังไงคะคุณยาย”

“โชคดีคือหนูจะได้เจอความรัก แต่โชคร้ายคือหนูจะมีวิญญาณเด็กติดตาม”

“วิญญาณเด็ก ! ” หญิงสาวส่ายหน้ารัว “เป็นไปไม่ได้ค่ะ หนูไม่เคยทำแท้ง”

“ไม่ใช่เด็กทารก แต่น่าจะอายุเกือบๆ สิบขวบ ดวงของหนูกับเด็กคนนั้นผูกพันกัน หนูช่วยเขา เขาช่วยหนู”

“หนูไม่เข้าใจ” ไม่ทันพูดต่อ รถก็แล่นมาจอดเทียบพอดี “รถมาแล้ว หนูต้องไปก่อน ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มให้หญิงสูงวัย ก่อนจะวิ่งเอาถุงขนมที่ว่างเปล่าไปหย่อนถังขยะเตรียมขึ้นรถ ในใจคิดไปอย่างขำๆ

ในโลกนี้มีผีเสียเมื่อไหร่กัน…! ตลกจริงๆ

 

        แสดง 2 - 2
วันที่โพสต์ :  29 พ.ค. 2561 18:06    วันที่อัพเดท :   13 มิ.ย. 2561 17:20    › จำนวนผู้เข้าชม 285 คน
   › คะแนนโหวต 16 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :