นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน เริ่มแผน ขอรัก






  

 

แค่หลับตาลง แล้วลืมขึ้นใหม่ เพียงเสี้ยวนาที!!!  

ก็อาจจะทำให้ พลาด” ทำสิ่งนั้นไป



ร่างสูงใหญ่สวมสูทภูมิฐานผ่านกรอบประตูผู้โดยสารฝั่งขาเข้ามาภายในตัวอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ ด้านหลังมีลูกน้องตัวโตตามเป็นพรวนเหมือนทุกครั้ง ลำขาแกร่งก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้าไปหาคนสนิทที่มารอรับ ซึ่งเขาสั่งเดินทางล่วงหน้ามาก่อน สองหนุ่มทำความเคารพนายหนุ่ม แล้วพาเดินไปยังประตูทางออกที่มีรถของพวกเขาจอดรออยู่


ผู้ชายที่ลูกน้องทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยมายาวนานให้เขามาเยือนสาขาพวกเขา รัฐภูมิ ฟรานเซส’ หรือ รอฟ สิงห์ตัวที่หนึ่งของฟรานเซส ผู้กุมบังเหียน ‘โรงแรมฟรานเซส ร่วมถึงธุรกิจน้อยใหญ่อีกมากมาย ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย และที่เขาได้ขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ เขาให้เหตุผลมาว่า


จะจนหรือรวยล้นฟ้า คนทุกคนต่างมีสิทธิ์ที่จะได้รับบริการที่ดีที่สุด


ด้วยเหตุผลนี้ในวงการธุรกิจจึงยกย่องให้เขาเป็น คิงโฮเตล


ขบวนรถหรูเคลื่อนออกสู่ถนนที่เริ่มหนาแน่นไม่ด้วยรถรามากมายเต็มท้องถนนในช่วงเวลาออกทำงาน ใช้เวลาไม่นานนักก็แล่นมาหยุดลงหน้าตึกสูงระฟ้าของโรงแรมฟรานเซส ตั้งเด่นอยู่ใจกลางกรุงมีรูปลักที่ไม่เหมือนใครตามฉบับของตระกูลฟรานเซส


ร่างสูงใหญ่ของสิงห์หนุ่มก้าวลงจากรถด้วยท่าทางมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไม่บอกอารมณ์ใดๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองไปโดยรอบไม่ได้เจาะจง มือหนาขยับเสื้อสูทพอดีตัวแนบไปกับอกกว้างผายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อให้เข้าที่ลำขาแกร่งนำพาร่างสูงใหญ่ตรงเข้าไปด้านมุ่งหน้าขึ้นห้องทำงานด้านบน


รัฐภูมิเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาวอย่างผ่อนคลาย ตั้งแต่เขาเข้ามารับช่วงต่อดูแลกิจการโรงแรมที่มีสาขาอยู่ทั่วโลกก็แทบจะไม่ได้มีเวลาพักผ่อนเกินสิบห้านาที ต้องขอบคุณคนสนิทพ่วงตำแหน่งเลขาคู่ใจที่คอยช่วยจัดการทุกอย่างให้


“เรื่องโรงแรมเตรียมพร้อมไปถึงไหนแล้ว” ถามถึงความคืบหน้าโครงการใหม่ โรงแรมฟรานเซส ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เตรียมเปิดตัวในสิ้นเดือนที่กำลังจะมาถึง


“คืบหน้าไปเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์แล้วครับ เหลือเก็บรายละเอียดอีกไม่มาก”


ไรอัน’ หรือ คู่โหด รายงานไปตามเอกสารที่ลูกน้องส่งมาให้ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางมาถึงเมื่อชั่วโมงที่แล้ว


“สั่งทุกฝ่ายให้ดูแลให้ดี ทุกอย่างต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด อย่าให้พลาดเด็ดขาด”


ไรอันจดทุกคำพูดของนายหนุ่มสั่งแล้วผละเดินเลี่ยงออกจากห้องทำงานใหญ่ไปพร้อมกับ มาร์ติน หรือ คู่หู และมีแฟ้มเอกสารมากมายในอ้อมแขนเช่นกัน


รัฐภูมิลุกจากเก้าอี้ทำงานเดินไปหยุดกระจกสูงจรดเพดานมองออกไปสุดลูกหูลูกตาอย่างผ่อนคลายกว่าหกปีที่เขานั่งเก้าอี้ประธานกรรมการบริหารต่อจาก มิสเตอร์อเดลตาร์ ฟรานเซส’ ผู้เป็นบิดา เขาต้องเรียนรู้และทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้บิดาได้เห็นว่าเขามีคุณสมบัติมากพอที่จะดูแลธุรกิจทั้งหมด และความที่เป็นพี่ชายคนโตความรับผิดชอบจึงต้องมีมากแต่น้องชายทุกคน


น้องชายทั้งสี่ของเขาก็ไม่ได้นั่งนอนอยู่บ้านสบายใช้เงินไปวันๆ เสียเมื่อไหร่ ทุกคนต่างมีภาระหน้าที่ที่ต้องจัดการดูแลเช่นเดียวกัน 


สิงห์ตัวที่สอง รัฐภพ ฟรานเซส สิงห์หนุ่มเจ้าสำราญดูแลเรือสำราญลำใหญ่ ‘คาราคอร์ฟ รวมทั้งการขนส่งและคมนาคมทางน้ำ


สิงห์ตัวที่สาม รัฐภาม ฟรานเซส’ สิงห์หนุ่มนักสะสม ดูแลธุรกิจอัญมณีอย่าง ‘ฟรานเซสจิวเวลรี่ ในเครือ


สิงห์ตัวที่สี่ รัฐภาค ฟรานเซส’ สิงห์หนุ่มเจ้าป่า ดูแล ‘ไร่ครองทรัพย์’ ทางภาคอีสานของประเทศไทย สมบัติของมารดารวมถึงธุรกิจการขนส่งทางบก


และสิงห์ตัวที่ห้า รัฐภัทร ฟรานเซส’ สิงห์หนุ่มนักบินดูแลธุรกิจพาณิชย์และขนส่งทางอากาศ ‘ฟรานเซสแอร์ไลน์ สายการบินที่ถือว่าดีที่สุดและติดอันดับต้นๆ ของโลกเป็นของเขาที่ต้องดูแล


หลังจากที่ประมุขใหญ่หมดภาระทุกอย่างไปท่านก็ได้พาภรรยาสุดรักสุดหวง มาดามเครือทิพย์ ฟรานเซส’ ออกเที่ยวรอบโลกทดแทนเวลาที่เสียไปกับการทำงาน นั่งไขว่ห้างอยู่บ้านอย่างสบายใจจิบกาแฟหอมกรุ่นตามประสาคนแก่ที่ปลดระวาง ปล่อยให้คนหนุ่มๆ ไปแรงรุ่นต่อไปอย่าง ห้าสิงห์ร้ายแห่งฟรานเซส ลูกชายทั้งห้าของพวกเขาลุยงานต่อไป




เฟอร์รารี่ เอฟหนึ่งสอง เบอร์ลินเนตตา บดเอี๊ยดล้อไปตามพื้นถนนหน้าตึกสูงระฟ้าก่อนจะหยุดลงด้านหน้าประตู โรงแรมเคอาร์ คอร์ป ประตูฝั่งคนขับถูกผลักออกตามแรงอารมณ์ของเจ้าตัว ร่างสูงโปร่งของ ปานรีย์ กิจสาโรจน์’ รองประธานกรรมการเคอาร์ คอร์ป เจ้าของนัยน์ตาดำสนิทหวานดุสีดำสนิท เรือนร่างปราดเปรียวตามสมัยนิยมเดินตรงเข้าไปด้วยใบหน้าเรียบสนิท ขาเรียวสวยสอยถี่ยิบตรงไปที่ลิฟต์มุ่งหน้าขึ้นห้องทำงานชั้นบนทันที ไม่สนใจสายตานับสิบที่กำลังมองตาม


พนักงานชายหญิงที่อยู่ในรัศมีรอบกายหญิงสาวต่างรีบหลบหลีกกันให้วุ่น  โดยเฉพาะถ้าเธอมีอาการแบบนี้


หน้าเชิด ตาขวาง ขาเรียวก้าวเร็วฉับเหมือนกล่องเครื่องเพชรหาย


ปานรีย์ก้าวสอยถี่ยิบพาร่างสูงโปร่งบนส้นสูงห้านิ้วไปยังห้องติดป้าย ประธานกรรมการบริหาร พ่วงพี่ชายร่วมสายเลือด สีหน้าและแววตาโกรธเกรียว


“ว้าย ท่านรองค่ะ! เข้าไม่ได้นะค่ะ ท่านประธานสั่งห้ามเอาไว้ค่ะ”


เลขาสาวสวยหน้าห้องเห็นร่างบางของรองประธานสาวดุมๆ ตรงเข้ามาใกล้ก็รีบวิ่งเข้าขวางทางเอาไว้


 “ถอยไป! เอ๊ะ ฉันบอกให้ถอยไปไง”


ปานรีย์ชักอารมณ์เสียหนัก เมื่อคนที่สั่งยังยืนหน้าตาตื่นขวางทางเธออยู่ เธอไม่ชอบให้ใครมาขวาง ยิ่งเวลาโมโหแทบจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เช่นนี้ด้วย เธออาจจะพลั้งมือทำอะไรไปโดยที่ไม่รู้ตัว


เลขาสาวที่มัวอ้ำอึ้งก็ต้องผวาตามนายสาวเข้าไปด้านใน เมื่อเธอผลักบานประตูเข้าไปภายในห้อง


“ว้าย เดี๋ยวค่ะ!


ปานรีย์ฝ่าด่านของเลขาร่างเล็กมาได้ก็พุ่งเข้าไปด้านในไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เพราะยังไงวันนี้เธอจะต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่องหญิงสาวผลักบานเปิดออกกว้างโดยที่ไม่ส่งสัญญาณเตือนให้คนด้านในให้รับรู้ความโกรธที่หอบหิ้วมาเมื่อครู่เพิ่มสูงขึ้นเป็นทวีคูณกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า


หนุ่มสาวที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่รีบผละห่างออกจากกันแทบจะทันทีด้วยความตกใจกับการเข้ามาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียง


ปัง!


“เฮ้ยยัยปาน”


ปราบ กิจสาโรจน์’ ประธานหนุ่มสะดุ้งสุดตัวรีบผลักแม่สาวผมบรอนซ์ลงจากตักกว้างแทบไม่ทัน ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยไปถึงไหนต่อไหนให้เข้าที่อย่างรวดเร็วเขาไม่คิดว่าน้องสาวจะโผล่พรวดพราดเข้ามาไม่บอกกล่าว


“ออกไป!


ปานรีย์หันไปทางหญิงสาวอีกคนที่กำลังลนลานใส่เสื้อผ้าที่ตกเกลื้อนบนพื้นไม่ต่างจากคนเป็นพี่ชาย


สาวเจ้ารับรู้ได้ถึงรัศมีจากดวงตาหวานดุจับจ้องมองมาที่เธอไม่หยุด และเธอก็ไม่รีรอที่จะอยู่ต่อให้หญิงสาวตรงหน้าได้ออกปากไล่ซ้ำ ขาเรียวยาวบนสั้นสูงห้านิ้วรีบผละถอยห่างแล้วรีบเดินแกมวิ่งไปที่ประตูห้องทำงาน แต่นั้นก็ทำให้เธอแทบจะสะดุดขาตัวเองล้มลงจับกบไปหลายรอบกว่าจะเดินพ่นกรอบประตูมาได้


“จะเข้ามาทำไมไม่รู้จักเคาะประตู”


ปราบจัดเสื้อผ้าเข้าที่เสร็จเรียบร้อย พลางหันมาว่าให้น้องสาวที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานอย่างไม่สบอารมณ์


“ถ้าเคาะ ก็คงไม่ได้เห็น


ปานรีย์ส่งน้ำเสียงหยันไปให้ รู้สึกสมเพชคนทั้งคู่ คงจะอดอยากกันมากถึงต้องลากกันมากินถึงที่ทำงาน ไม่ได้เดือนร้อนกับคำพูดนั้น ใบหน้าสวยเรียบสนิท นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมานิ่ง จนพี่ชายต้องขยับเพื่อคลายความอึดอัด มือหนาหมุนเก้าอี้กลับมาแล้วนั่งลงทำเหมือนว่าเคืองที่ถูกขัดจังหวะ


“ยัยปาน แกมีธุระอะไรก็รีบๆ พูดมา”


ปราบพูดดักน้ำเสียงเรียบต่ำรู้ว่าน้องสาวกำลังจะพูดอะไรต่อ มือหนาพลางเลื่อนไปเอาแฟ้มงานที่อ่านค้างอยู่มาดูเลี่ยงจากสายตาหวานดุที่กำลังจ้องมองเขาอยู่


ปานรีย์โยนแฟ้มเอกสารที่ไปเจอบนโต๊ะทำงานของพี่ชายที่บ้านลงตรงหน้าเขาอย่างขอคำอธิบาย นี่เขาคิดจะทำบ้าอะไร ยังสติดีอยู่หรือเปล่าถึงได้ตัดสินใจทำแบบนี้ลงไป


“นี่มันหมายความว่ายังไง นี่พี่บ้าไปแล้วเหรอ!


“แกพูดเรื่องอะไร”


ปราบเลื่อนแฟ้มมาเปิดอ่านและเข้าใจในทันทีว่าทำไมน้องสาวถึงได้ทำหน้าโมโหเข้ามาในจังหวะที่เขากำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม พอเห็นว่าด้านในมีอะไรก็ปิดมันลงเช่นเดิม


“นึกว่าเรื่องอะไร แกมีปัญหาอะไร”


เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถ้าจะมีคนต้องรับผิดชอบ ก็คือพ่อของเขานั่นแหละ สร้างหนี้มากมายเอาไว้ให้แล้วก็ด่วนตายไปเสียก่อน ภาระหนี้สินมหาศาลจึงตกมาอยู่ที่พวกเขาต้องมารับผิดชอบ เพื่อความอยู่รอดเขาจึงต้องหาวิธีมาตัดหนี้พวกนี้ทิ้งไปซะ และเขาได้ตัดสินใจทำบ้างอย่างไปแล้ว


“พี่พูดแบบนี้ได้ยัง มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะ”


“แล้วที่ฉันต้องทำแบบนี้มันเป็นเพราะใคร”


ปราบบอกหน้าตาย รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาบ้าง มือหนาเก็บแฟ้มลงในลิ้นชักแล้วปิดล็อกมันเอาไว้ เมื่อถึงเวลาเขาจะดึงมันออกมาใช้ ซึ่งก็อีกไม่นานเกินรอ เอนแผ่นหลังกว้างพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์มากขึ้น เหลือบตาขึ้นมองหน้าน้องสาวกลับบ้าง เขามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ โดยที่ไม่ต้องรอความคิดเห็นหรือฟังคำสั่งของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยซ้ำ


 “พี่ก็รู้ว่าเรื่องสำคัญแบบนี้พี่ตัดสินใจคนเดียวไม่ได้”


“ฉันไม่สน ขื่นฉันรอไอ้แก่พวกนั้นบริษัทได้ล้มละลายก่อนพอดี นี่ฟังนะยัยปาน ฉันเป็นประธานบริษัทและเป็นพี่ชายของแก ฉันมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจหรือทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องรอความเห็นจากใคร เข้าใจไหม”


คำพูดที่ฟังแล้วบาดลึกลงในหัวใจดวงน้อยๆ ของคนฟัง เป็นเครื่องยืนยันได้ว่ามันคือความจริง ไม่ใช่ความฝัน และเธอก็ทักท้วงอะไรไม่ได้


“พี่ปราบ...” ปานรีย์ครางชื่อพี่ชายราวละเมอ สะอึกอึ้งกำคำพูดไร้เยื่อใย ร่างบางยืนนิ่งราวรูปปั้นที่ถูกสาป ทำไมเขาถึงเลือดเย็นกับเธอที่เป็นคนในครอบครัวเพียงคนเดียวได้ลงคอ


“ออกไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน อ้อ สิบโมงแกต้องออกไปพบลูกค้าคนสำคัญกับฉันด้วยออกไปเตรียมตัวซะ”


ปานรีย์ก้มหน้าลงมองแฟ้มเอกสารตรงหน้า พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็เห็นว่าน้องสาวยังยืนอยู่ที่เดิม จึงต้องออกปากไล่อีกรอบ


“...มัวยืนบื้ออะไรอยู่ ออกไปเตรียมตัวสิ” หลังจากนั้นก็ทำงานต่อไม่สนใจคนเป็นน้องอีก


ร่างบางเดินออกจากห้องพี่ชายอย่างไม่มั่นคงนัก มือบางกำเข้าหากันแน่นอย่างโกรธเคือง และคิดไม่ตกว่าจะต้องหาวิธีทางมาขัดขวางไม่ให้พี่ชายได้ทำตามที่เขาต้องการ รู้ดีว่าสถานการณ์ของบริษัทตอนนี้กำลังย้ำแย่แค่ไหน แต่มันควรมีทางแก้ที่ดีกว่านี้


เสียงกระดิ่งดังขึ้นในหัว...


รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากบาง ร่างบางก้าวยาวจากหน้าห้องไปจัดการเตรียมการเร่งด่วนให้พร้อมก่อนจะถึงเวลาในอีกไม่กี่ชั่วโมง


“มาดูกันว่าพี่หรือฉันที่จะชนะ!



        แสดง 1 - 1
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00 วันที่อัพเดท :   26 ก.พ. 2561 19:02    › จำนวนผู้เข้าชม 133728 คน
   › คะแนนโหวต 2646 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :