นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาซ้อนซ่อนรักร้าย (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 10 สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น


10 

สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น

 

            เช้าวันจันทร์ที่เป็นวันทำงานตามปกติและก็เหมือนเช่นทุกวันที่สายป่านจะมานั่งอยู่ในห้องทำงานของภานุก่อนเพื่อรอแก้วตาเพื่อนรัก

            ระหว่างที่ชายหนุ่มเจ้าของห้องนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองนั้นหญิงสาวก็นั่งอ่านหนังสือเรียนของตัวเองไปด้วยเช่นกันภานุเหลือบมองสายป่านเป็นระยะเพื่อดูพฤติกรรมของอีกฝ่ายที่เขาสังเกตได้ว่าพักนี้เธอดูเงียบๆซึมๆ ไปจนผิดปกติ เขาว่าจะคุยด้วยตั้งหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่ว่างสักทีเมื่อวานเขาก็มัวแต่ยุ่งเรื่องงานสำคัญกับทนายสมภพทำให้ไม่มีเวลาพูดคุยกับเธอเลย

            จู่ๆร่างสูงของภานุก็ขยับลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมาหาหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟารับแขกตรงกลางห้อง

            “พี่ขอนั่งคุยด้วยได้ไหมครับ”เสียงเข้มขออนุญาตด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปหย่อนตัวลงนั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาวเมื่อเห็นเธอยิ้มหวานตอบกลับมา

            “ค่ะพี่นุ”

            “พี่นุมีอะไรจะคุยกับป่านหรือคะ”สายป่านพับเก็บหนังสือในมือแล้วหันมาถามชายหนุ่มด้วยสีหน้ามึนงงเล็กน้อย

            “พักนี้พี่เห็นน้องป่านดูเงียบๆ ไปมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ”

            “เอ่อ คือ...” สายป่านอึกอักเพราะไม่รู้ว่าความกังวลของตัวเองถูกอีกฝ่ายจับได้ตั้งแต่เมื่อไรจะว่าไปเธอก็ไม่สบายใจตั้งแต่รู้ตัวว่าต้องหมั้นหมายกับเขานั่นแหละ และเธอกำลังคิดหาวิธีที่จะบอกกับเขาว่าเธอยังไม่พร้อม

            “หรือว่าถูกนายวินรังแกอีก”ภานุขมวดคิ้วแล้วถามเสียงเข้มจัดเพราะหากเป็นแบบนั้นจริงเขาคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับนาวินแน่

            “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่”สายป่านรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แม้เรื่องนั้นจะมีส่วนอยู่บ้างก็ตาม

            “ถ้าอย่างนั้น...เรื่องของเราใช่ไหมครับ” คนฟังเอ่ยคาดเดา จริงๆ เขาก็พอจะรู้อยู่แล้วเพราะหลายวันก่อนนมอิ่มบอกกับเขาว่าสายป่านรู้เรื่องการหมั้นของเขากับเธอแล้ว...หญิงสาวคงกำลังไม่สบายใจเรื่องนี้แน่ๆ

            “ค่ะ”คราวนี้เสียงหวานเอ่ยรับคำพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาบางๆ จนคนมองรู้สึกได้

            “ที่ไม่สบายใจนี่ไม่ได้หมายความว่าน้องป่านจะปฏิเสธการหมั้นของเราใช่ไหมครับ”ภานุถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่สีหน้าบ่งบอกถึงความหนักใจและเป็นกังวลไม่น้อย

            “เอ่อ... ป่านไม่ได้คิดจะปฏิเสธค่ะ”

            คำตอบของหญิงสาวทำให้ภานุยิ้มกว้างแสดงอาการดีใจจนปิดไม่มิดพร้อมทั้งคว้ามือบางของหญิงสาวมาบีบจับไว้หลวมๆ

            “ขอบใจนะครับที่ไม่รังเกียจพี่...เราจะทำความต้องการครั้งสุดท้ายของคุณแม่ท่านให้สำเร็จกันนะครับ”ชายหนุ่มไม่วายยกมารดาขึ้นมาอ้างเพื่อป้องกันไม่ให้หญิงสาวคิดเปลี่ยนใจได้อีก

            “ตะ แต่ว่า...”

            “แต่อะไรครับ” ภานุย้อนถามทันควัน

“ป่านยังไม่พร้อมค่ะป่านอยากจะขอเลื่อนเวลาออกไปก่อนได้ไหมคะ”สายป่านตัดสินใจพูดความต้องการของตัวเองออกไปให้อีกฝ่ายรับรู้ หากเขารักเธอจริงๆต้องรอได้

คำขอของหญิงสาวทำให้ภานุนิ่งงันไปนานเหมือนกำลังคิดไตร่ตรอง...ใจหนึ่งก็นึกโกรธว่าเธอจะให้เขารอไปถึงเมื่อไรกันแต่อีกใจเขากลับปฏิเสธตัวเองไม่ได้เลยว่ารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ทำไมหัวใจดวงแกร่งถึงได้เกิดความโลเลแบบนี้นะภานุนึกถามตัวเองในใจอย่างคนที่กำลังสับสนในความคิดก่อนจะหันไปตอบหญิงสาวด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนเช่นทุกครั้ง

            “เอาอย่างนั้นก็ได้ครับแต่ระหว่างที่รอให้น้องป่านพร้อมพี่จะประกาศให้ทุกคนทราบเอาไว้ก่อนว่าน้องป่านเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่ และหลังจากเรียนจบแล้วเราจะจัดพิธีหมั้นกันส่วนจะแต่งงานเมื่อไรนั้นพี่ตามใจน้องป่านครับ”

            “ขอบคุณนะคะพี่นุ ที่เข้าใจป่าน”สายป่านยกมือไว้เพื่อแสดงความขอบคุณอย่างนอบน้อมถึงแม้จะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แต่ก็ยังเลื่อนเวลาออกไปได้อีกนิดเธอก็ดีใจมากแล้ว

            “ครับงั้นสัปดาห์หน้าวันครบรอบก่อตั้งบริษัทพี่จะจัดงานเลี้ยงพนักงานและเชิญสื่อมวลชนมาร่วมฟังข่าวดีของเราด้วยเลยนะครับ”ประธานใหญ่ออกคำสั่งรวบรัดเพื่อมัดตัวหญิงสาวให้แน่นหนา... คราวนี้เขาจะได้ดูแลเธออย่างเปิดเผยสักที

            “จะดีหรือคะ ป่านว่า...”เสียงหวานที่กำลังจะคัดค้านถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีเมื่อเจอคำสั่งเด็ดขาดของชายหนุ่ม

            “ดีครับ เอาแบบนี้แหละเดี๋ยวพี่เรียกทุกฝ่ายมาประชุมวางแผนงานกันวันนี้เลย”

            สิ้นคำพูดนั้นของภานุเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นก่อนจะถูกเปิดเข้ามาพร้อมด้วยร่างบางของยุพาเลขาสาว

            “สวัสดีค่ะท่าน...”

            เสียงสดใสของยุพากำลังจะกล่าวทักทายผู้เป็นเจ้านายแต่ก็ต้องชะงักไปเพราะอีกฝ่ายเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน

            “อ่อ คุณยุพามาพอดีเลยผมมีงานด่วนจะให้จัดการ เดี๋ยวเชิญทางนี้ครับ”ภานุบอกพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้าไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองโดยมีเลขาสาวขยับตามเข้าไปหาด้วยอาการเร่งรีบและงุนงงเล็กน้อย

            “งั้นป่านขอตัวออกไปข้างนอกนะคะ”สายป่านเอ่ยขออนุญาต เมื่อเห็นเจ้าของห้องพยักหน้าให้เป็นคำตอบ เธอจึงเดินออกไปเงียบๆ

            หญิงสาวออกมาจากห้องทำงานใหญ่ก็เจอกับแก้วตาเพื่อนรักที่กำลังเก็บกระเป๋าสะพายใส่ลิ้นชักโต๊ะของตัวเองอยู่พอดีจึงเอ่ยทัก

            “อ้าวแก้ว เพิ่งมาเหรอ”

            “จ้ะป่าน เกือบสายแน่ะดีนะอีตาท่านประธานของป่านไม่ออกมาเจอน่ะ ไม่งั้นแก้วโดนหักคะแนนแน่ๆ เลย” แก้วตาตอบด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนเคยแต่ไม่วายบุ้ยปากเหน็บแนมถึงคนในห้องที่มักจะออกมาดักเจอตอนเธอมาสายทุกที

            “หืมพี่นุไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้นสักหน่อยน่า...” สายป่านบอกยิ้มๆอดจะขำในท่าทางหยอกล้อของเพื่อนรักไม่ได้

            “เขาไม่โหดกับป่านแต่โหดกับแก้วนี่จ๊ะคนอะไรก็ไม่รู้โหดลำเอียง แถมยังบ้ากามลามกอีกด้วย”แก้วตาบ่นกระปอดกระแปดแล้วพึมพำต่อว่าชายหนุ่มในตอนท้ายทำให้คนฟังได้ยินไม่ถนัดนัก

            “หะ เมื่อกี้แก้วว่าอะไรนะ”

            “อะ เอ่อ ปะ ป่าวแก้วก็บ่นไปเรื่อยเปื่อยน่ะ เออ ว่าแต่พี่วินมาหรือยังเนี่ย”คนขี้บ่นรีบบอกปัดแล้วหันไปถามถึงเจ้านายของตัวเองแทน

            “ไม่รู้เหมือนกันน่ะ ป่านก็เพิ่งออกมาจากห้องพี่นุนี่แหละ”สายป่านส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ...จะว่าไปเขาก็ปึงปังออกไปจากบ้านตั้งแต่คืนนั้นแล้วก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย เฮ้อ...นึกจะไปก็ไปนึกจะมาก็มาตามอารมณ์เขาไม่ถูกจริงๆ

            ระหว่างที่สองสาวกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นบุคคลที่ถูกถามถึงก็เดินดิ่งเข้ามาพอดี

            “นั่นไงพี่วินมาพอดีเลย” แก้วตาที่หันไปเห็นรีบเอ่ยทักก่อนจะคว้าหมับที่มือบางของเพื่อนรักซึ่งกำลังทำท่าจะเดินหนีไปเหมือนเช่นทุกครั้งคราวนี้คนรู้ทันรีบดักเอาไว้ก่อนทำให้สายป่านไม่สามารถหลบหน้านาวินไปได้อย่างใจคิด

            “สวัสดีค่ะพี่วิน”เสียงใสขอแก้วตาร้องทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผิดกับอีกคนที่หันมองเขาแค่แวบเดียวแล้วก็ก้มหน้าลงเพื่อหลบซ่อนอาการวูบวาบแปลกๆที่เกิดขึ้นมาอย่างประหลาด

            “สวัสดีครับน้องแก้ว” นาวินตอบรับคำทักทายกับหญิงสาวตรงหน้าแต่ดวงตาคมเข้มนั้นกลับจ้องมองหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆมากกว่า... ฮึ ทำเป็นหลบหน้าหลบตาทีเรื่องแบบนั้นไม่เห็นละอายชายหนุ่มนึกต่อว่าหญิงสาวในใจถึงเรื่องคืนนั้นที่เขาคิดว่าเธอกับพี่ชายของเขาแอบลักลอบได้เสียกันภายในห้องนอนของฝ่ายชาย

“เอ่อ ขอกาแฟให้พี่ด้วยนะ” ว่าจบร่างสูงก็เดินผ่านสองสาวไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันทีหัวใจดวงแกร่งรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าเธอ... เฮ้อเวรกรรมอะไรของเขานะ

            “ได้ค่ะเดี๋ยวแก้วจะรีบเอาเข้าไปให้เลยค่ะ” คนมีหน้าที่ดูแลชายหนุ่มรีบตอบรับด้วยรอยยิ้มสดใสแล้วทำท่าจะเดินออกไปแต่ยังไม่ทันก้าวพ้นจากโต๊ะทำงานเสียงเลขาสาวรุ่นพี่ก็เรียกเอาไว้เสียก่อน

            “เดี๋ยวค่ะน้องแก้วจะไปไหนคะ”ยุพาที่เพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องทำงานใหญ่ของท่านประธานร้องเรียกด้วยอาการรีบร้อน

            “แก้วจะเอากาแฟไปให้พี่วินค่ะ”แก้วตาหันมาบอกด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย

“ให้น้องป่านเอาไปให้แทนก่อนนะจ๊ะท่านประธานเรียกน้องแก้วเข้าไปพบด่วนน่ะ”

สายป่านใจหายวาบที่จู่ๆก็ถูกโยนสิ่งที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาให้ แต่ก็จำยอมพยักหน้ารับไปเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นคนเรื่องมากเจ้าปัญหา

            “หือ เขาจะเรียกพบแก้วทำไมกันคะต้องเรียกยัยป่านสิถึงจะถูก” คนถูกสั่งบุ้ยปากค้อนขวับใส่คนในห้องอย่างไม่ค่อยพอใจนักเด็กตัวเองมีก็ไม่ใช้ เอะอะก็ใช้แต่เธอตลอดแก้วตาแอบบ่นแล้วแสดงอาการบึ้งตึงออกมาอย่างเห็นได้ชัด

            “พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะรีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวท่านประธานรอนานจะโดนดุเอา”ยุพารีบเข้าไปคะยั้นคะยอสาวรุ่นน้องให้เข้าไปในห้องเจ้านายเร็วๆ เธอจะได้รีบไปติดต่องานที่ได้รับมอบหมายมาเหมือนกัน

 

            แก้วตายืนทำหน้าบึ้งตึงบอกบุญไม่รับอยู่หน้าประตูบานใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเคาะเบาๆเพื่อเป็นมารยาทแล้วเปิดเข้าไปด้วยสีหน้าและอาการที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก

            ร่างบางเดินเข้าไปยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่มเจ้าของห้องพร้อมทั้งสะบัดเสียงถามอย่างไม่สบอารมณ์

            “มีอะไรก็ว่ามาสิ”

            “นี่ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ...พูดให้มันดีๆ หน่อย จะเอาไหมคะแนนผ่านงานน่ะ”ภานุเงยหน้าจากเอกสารแล้วบอกหญิงสาวด้วยความไม่พอใจเช่นกัน ผู้หญิงอะไรไม่ได้มีความนุ่มนวลน่ารักเลยสักนิด

            คำขู่ของชายหนุ่มทำให้แก้วตาหันมาค้อนขวับให้เขาก่อนจะปรับน้ำเสียงให้น่าฟังขึ้นด้วยอาการจำยอม

            “ท่านประธานมีอะไรจะให้แก้วทำคะ”

            “อืม พูดดีๆ ก็เป็นนี่... อะเอาหนังสือฉบับนี้ไปพิมพ์แล้วเอามาให้ฉันเซ็นด้วย... ขอด่วนเลยนะ”ชายหนุ่มเปรยออกมาเบาๆ แค่พอได้ยิน ก่อนจะหยิบกระดาษในมือที่เพิ่งเขียนเสร็จส่งให้หญิงสาว

            แก้วตายื่นมือเข้าไปรับเอกสารจากเขาด้วยท่าทางรังเกียจนิดๆเมื่อนึกถึงพฤติกรรมมั่วกามของเขาโดยเฉพาะคืนนั้นที่เธอเห็นเขาลากผู้หญิงของน้องชายตัวเองขึ้นรถไปมันทำให้เธอคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากเขาจะใช้ผู้หญิงร่วมกับน้องชายเพื่อบำบัดความใคร่บนเตียง...ฮึ่ย น่าขยะแขยงที่สุด

            “รังเกียจอะไรฉันนักหนาหะดูทำท่าเข้าสิ” ภานุเอ่ยถามเสียงขมเมื่อเห็นคนตรงหน้ามีท่าทางแปลกๆ

            “เปล่า...แล้วทำไมคุณไม่ให้ยัยป่านทำล่ะ”แก้วตาเอ่ยปฏิเสธพร้อมทั้งขมวดคิ้วมุ่นย้อนถามในสิ่งที่ค้างคาใจทันที...ตั้งแต่ฝึกงานมาเกือบเดือนเขาก็ใช้เธอตลอด ทั้งๆที่ตอนแรกผลักไสให้เธอไปอยู่แผนกอื่นด้วยซ้ำ ชิ!

            “ก็ฉันจะใช้ให้เธอทำ...มีปัญหาหรือไง” คนสั่งดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วจ้องหน้าหญิงสาวเหมือนจะเอาเรื่องแต่ภายในใจนั้นกลับยิ้มกริ่มเบิกบานอย่างประหลาด

            “อ๋อ ไม่กล้าหรอก” ร่างบางหันมาแหวใส่แล้วลอยหน้าลอยตายียวนเขาก่อนจะขยับก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติเมื่อร่างสูงทำท่าจะก้าวเข้ามา

            “ฮึ ถามจริงๆ เถอะไม่ติดใจรสจูบของฉันบ้างเหรอ” จู่ๆ ภานุก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยส่งผลให้คนฟังหันมาจ้องเขาตาเขม็ง

            “ไม่!”แก้วตากระแทกเสียงตอบแม้ในใจจะรู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งที่เขาพูดก็ตาม... จริงๆแล้วเธอไม่เคยลืมมันได้เลยสักนิดด้วยซ้ำ

            “ว้า... น่าเสียใจจังงั้นลองอีกสักครั้งไหมล่ะ”ชายหนุ่มแกล้งยียวนหญิงสาวแล้วขยับสาวเท้าเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว

            “ไม่!หยุดนะตาแก่ลามก” คนตัวเล็กกว่ารีบกระโดดหนีพร้อมทั้งเอ่ยปากแหวใส่ทันควันและนั่นก็ทำให้ภานุถึงกับหัวเสียที่หญิงสาวมาว่าเขาเป็นตาแก่

            “นี่ ถ้าฉันแก่น่ะไอ้เสี่ยผู้ปกครองของเธอมันไม่แก่กว่าฉันหรือไงหะ”

            “แต่เขาก็ไม่ได้ลามกบ้ากามเหมือนคุณนี่”

แก้วตารู้ดีว่าชายหนุ่มหมายถึงอานพของเธอหญิงสาวจึงได้ทีหลอกด่าเขาแล้วรีบวิ่งหนีไปที่ประตูห้อง

            “หน็อย... กลับมานี่นะยัยแก้วแตก”ภานุรีบสาวเท้าจะวิ่งตามแต่ก็ช้าไปกว่าคนตัวเล็กที่ปราดเปรียวว่องไวกว่า

            “ไม่มีทาง”แก้วตาหันมาแลบลิ้นยียวนให้คนในห้องก่อนจะเปิดประตูแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

            ร่างสูงยืนเท้าสะเอวมองการกระทำที่น่าหยิกของหญิงสาวอย่างนึกมันเขี้ยวพลางคิดถึงรสจูบที่แสนหวานของเธอที่เขาเคยลิ้มลองในวันนั้น...มันเป็นจูบที่เขาไม่เคยได้รับจากหญิงใดมาก่อนเลยจริงๆ  ภานุยืนคิดแล้วยกมือขึ้นลูบไล้เบาๆที่ริมฝีปากของตัวเองเหมือนต้องการจะระลึกถึงสัมผัสนั้นอีกครั้ง

 

            ทางด้านสายป่านที่ต้องมารับหน้าที่ไปเสริฟกาแฟให้กับชายหนุ่มรองประธานแทนเพื่อนรักอย่างกะทันหันร่างบางเดินถือถ้วยกาแฟเข้าไปในห้องแล้วนำไปวางลงที่โต๊ะทำงานตรงหน้าเขา

            “แก้วตาไปไหน”นาวินถามขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกตื่นเต้นข้างใน

            “พี่นุเรียกให้ไปพบค่ะ”หญิงสาวตอบแล้วขยับตัวถอยหลังออกไปอีกก้าว

            “อือ ขอบใจ” ชายหนุ่มเอ่ยสั้นๆก่อนจะหันไปสนใจกับจอแล็ปท็อปของตัวเอง 

            เมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกสายป่านก็ทำท่าจะเดินออกไป แต่จู่ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นมาอีก

            “เธอน่าจะย้ายขึ้นไปนอนบนตึกนะมีห้องว่างอยู่ไม่ใช่เหรอ” นาวินพูดขณะที่ดวงตาคมยังจ้องอยู่กับงานของตัวเอง

            “ไม่จำเป็นค่ะป่านอยู่กับยายที่เรือนหลังเล็กก็ดีอยู่แล้ว” สายป่านตอบเรียบๆแล้วมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ... คราวนี้เขาจะหาเรื่องอะไรเธออีกล่ะ

            “อ่อ ชอบหลบๆ ซ่อนๆลักกินขโมยกินว่างั้นเถอะ”คนพูดปรายตามองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างนึกหมั่นไส้...คงนึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่มีใครรู้ใครเห็นล่ะสิ

            “คุณหมายถึงอะไรคะ” เสียงหวานตวัดใส่เขาอย่างเอาเรื่อง

            “ก็ไอ้สิ่งที่เธอกับพี่นุกำลังทำกันอยู่นี่ไงระวังจะท้องซะก่อนล่ะ”

            คำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามของเขาทำให้หญิงสาวนึกโกรธเกลียดเขามากขึ้นไปอีก

            “คุณน่าวิน!ป่านไม่รู้หรอกนะว่าคุณไปเอาความคิดสกปรกแบบนั้นมาจากไหน แต่ป่านกับพี่นุเราไม่เคยมีอะไรเกินเลยไปกว่าที่ทุกคนเห็นอย่างแน่นอนพี่นุเป็นสุภาพบุรุษที่ไม่เคยล่วงเกินป่านแม้แต่นิดเดียว...ไม่เหมือนใครบางคนที่จ้องแต่จะลวนลามคนอื่น”

            สายป่านพรั่งพรูคำพูดออกมามากมายอย่างสุดกลั้นก่อนจะวิ่งไปที่ประตูแล้วก้าวออกไปทั้งน้ำตา...กี่ครั้งกี่หนกันแล้วที่เขาดูถูกเธอทั้งๆ ที่มันไม่เคยเป็นความจริงเลยสักนิดทำไมเขาถึงได้จงเกลียดจงชังเธอขนาดนี้นะ

            หลังจากร่างบางของหญิงสาวออกไปจากห้องแล้วนาวินก็อยากต่อยปากตัวเองนัก เพราะทุกอย่างที่พูดไปเขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้เธอเหมือนกัน

            คำแก้ตัวของสายป่านยังดังก้องอยู่ในหัวใจของเขาไม่จางหาย...จริงอยู่เขาไม่ได้เห็นกับตาว่าทั้งคู่มีอะไรกันแต่ภาพที่เห็นสองคนประคับประคองกันเข้าไปในห้องแล้วไม่ออกมาอีกเลยจะให้เขาคิดเป็นอื่นได้อย่างไรกันคืนนั้นหลังออกไปจากบ้านแล้วเขาก็ตรงดิ่งไปที่คอนโดทันทีและนั่งดื่มเหล้าจนกระทั่งเช้าก่อนจะเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

ระหว่างที่นาวินกำลังคิดสับสนกับตัวเองอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์เครื่องใหญ่บนโต๊ะทำงานของเขาก็ดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเอื้อมมือไปยกหูขึ้นมารับสาย

ครับ

ได้ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ

เป็นสายจากภานุที่โทรเรียกให้เขาเข้าไปพบที่ห้องหลังจากตอบรับเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปทันที

 

นาวินก้าวเข้ามาในห้องทำงานใหญ่ของคนเป็นพี่ด้วยอาการเบื่อหน่ายก่อนจะเดินไปหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาตรงกลางห้องเพื่อรอให้อีกฝ่ายเคลียร์งานของตัวเองให้เรียบร้อย

            ภานุจรดปากกาเซ็นเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับคนเป็นน้อง

“บ่ายนี้แกต้องเข้าประชุมกับฉัน” เสียงเข้มออกคำสั่งจริงจัง

            “ไม่เห็นแจ้งล่วงหน้ากันเลยนี่” นาวินปรายตามองคนสั่งแล้วชักสีหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจนักนึกต่อว่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ ถือว่าเป็นประธานหรือไงนึกจะสั่งก็สั่งตามใจชอบ

            “ด่วนน่ะฉันเพิ่งออกคำสั่งไปเมื่อเช้า”

            “เรื่องอะไร”

            “เสาร์หน้าครบรอบวันก่อตั้งบริษัทฉันจะจัดงานเลี้ยงฉลองที่โรงแรม” ภานุบอกเสียงเรียบ

            “ก็จัดไปสิ” นาวินยักไหล่แสดงอาการรับรู้แบบไม่ค่อยใส่ใจทำให้คนฟังต้องถอนหายใจแรงด้วยความเบื่อหน่ายในพฤติกรรมยียวนของคนเป็นน้อง

            “งานวันนั้นฉันจะเชิญพนักงานและสื่อมวลชนมาเข้าร่วมในงานเลี้ยงเพื่อเปิดตัวแกด้วย”

            “ไม่จำเป็นหรอกแค่ผมเดินเข้าเดินออกที่นี่และมีป้ายหน้าห้องว่ารองประธานเขาก็รู้กันทั่วแล้วมั้ง” นาวินทำเสียงประชดประชันกลับไปพร้อมทั้งเสมองไปทางอื่นเพื่อบ่งบอกว่าเรื่องนี้เขาไม่เห็นด้วย

            “ก็นั่นมันรู้กันแค่ภายใน ฉันต้องการให้สังคมรับรู้ด้วย”ภานุยังคงยืนยัน

            “เพื่อ?”คนไม่เห็นด้วยย้อนถามสั้นๆ

            “เพื่ออนาคตของแกน่ะสิต่อไปเผื่อต้องติดต่องานแทนฉันจะได้สะดวกขึ้น” คนเป็นประธานใหญ่บอกเสียงจริงจังและเขาก็หมายความแบบนั้นจริงๆเพราะมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ไม่ว่าจะพี่หรือน้องทุกอย่างในบริษัทจะต้องสามารถจัดการแทนกันได้และมีส่วนรู้เห็นเท่าๆกัน ต่อไปนี้เขาจะไม่ยอมทำงานคนเดียวอีกแล้ว

            “ผมไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นตรงไหนนี่” นาวินคัดค้าน...เขาไม่ชอบอะไรที่มันวุ่นวายและมากพิธีรีตอง

            “นาวิน... แกเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่นะธุรกิจนี้ก็เป็นของตระกูลเรามาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่ามันถึงเวลาที่แกควรจะรับและประกาศตัวว่าเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดได้แล้ว”

ภานุพยายามอธิบายหวังให้คนเป็นน้องเข้าใจในการกระทำของเขาเพราะเรื่องทรัพย์สินและมรดกของวงศ์ตระกูลเขาไม่เคยคิดจะเอาเปรียบน้องเลยแม้แต่นิดเดียว

            “งั้นก็ตามใจพี่นุเถอะอยากจะให้ผมทำอะไร เป็นอะไร ก็สั่งมาแล้วกัน” นาวินบอกปัดๆเพื่อตัดความรำคาญแกมประชดประชันเล็กน้อย

            ภานุมองน้องชายที่แสนดื้อรั้นแล้วส่ายหน้าอย่างเอือมระอาทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังประชดประชันเขาแต่ก็ไม่อยากเก็บเอามาใส่ใจให้เสียงาน

            “ก็เอาตามนี้แหละเดี๋ยวบ่ายนี้ประชุมแผนงานกันอีกที แกมีอะไรจะแนะนำก็เสนอในที่ประชุมได้เลย”

            “เสร็จธุระของพี่แล้วใช่ไมผมจะได้ไปทำงาน” นาวินพูดพร้อมทั้งทำท่าจะลุกขึ้นยืน แต่เสียงเข้มของคนเป็นพี่ก็เอ่ยขัดเอาไว้อีก

            “เดี๋ยว!

            “มีเรื่องอะไรอีกล่ะ” ร่างสูงที่เตรียมจะลุกขึ้นต้องชะงักแล้วกลับลงไปนั่งตามเดิม

            ภานุประสานมือแล้วบีบกันไว้แน่นเพื่อตัดสินใจที่จะพูดถึงเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายซึ่งเขาเองก็เป็นกังวลอยู่ไม่น้อยหากนาวินคิดจะจริงจังกับผู้หญิงอย่างนิลณีย์

            “เรื่องผู้หญิงของแกน่ะ”

“ทำไม” นาวินขมวดคิ้วมุ่นแล้วย้อนถามเสียงแข็งๆ อย่างไม่เข้าใจ

            “แกไม่ได้จริงจังกับเธอใช่ไหม...นีล่าอะไรของแกน่ะ” ภานุถามเสียงเรียบแล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่งเพื่อรอคอยคำตอบ

            “จะกับใครผมก็ไม่เคยจริงจังทั้งนั้นแหละ”นาวินตอบอย่างไม่ต้องคิดนานและยิ่งกับนิลณีย์ด้วยแล้วเขากับเธอตกลงจะเป็นแค่คู่ควงเท่านั้นไม่ใช่คู่รัก

            “งั้นก็ดีแล้ว ฉันจะได้เบาใจ” คนเป็นพี่พูดออกมาอย่างโล่งอก

            “หมายความว่าไง”

นาวินยังคงมึนงงกับสิ่งที่คนพูดต้องการจะสื่อ

            “ฉันอยากให้แกอยู่ห่างๆ เธอบ้างหรือถ้าเป็นไปได้ก็เลิกคบกับเธอไปซะ” ภานุเอ่ยแนะนำด้วยความเป็นห่วงและหวังดี

            “ผมไม่เข้าใจ”

            “เอาเป็นว่าฉันเตือนแกไว้ก็แล้วกัน...ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจกว่าที่แกคิดไว้เยอะ”

            “ผมเอาตัวรอดได้พี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” คนถูกเตือนตวัดมองตาเขียว... เขาไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้นเขาก็คบกับนิลณีย์มานานจนรู้ดีว่าเธอต้องการอะไรและเขาก็ระวังตัวเองมาตลอดอยู่แล้ว

            “งั้นก็ดี...เอาเป็นว่าบ่ายนี้เจอกันที่ห้องประชุมก็แล้วกัน”

ภานุตัดบทแล้วลุกขึ้นเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองในขณะที่นาวินมองตามคนเป็นพี่ไปด้วยความไม่เข้าใจระคนมึนงงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนักจากนั้นร่างสูงก็ลุกตามแล้วเดินดิ่งไปที่ประตูห้องทันที

 

 

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^

           

 

สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/7177/1914408155-member.jpg ...หรือ... เสน่หาทาสซาตาน   ...และ...

หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : oilza24@hotmail.com

โทร/ไลน์ : 094-4942566

 

        แสดง 11 - 11
วันที่โพสต์ :  13 มี.ค 2558 14:12 วันที่อัพเดท :   3 ก.พ. 2561 09:14    › จำนวนผู้เข้าชม 96231 คน
   › คะแนนโหวต 4935 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :