นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาซ้อนซ่อนรักร้าย (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 11 แผนนางร้าย...หมายชำระแค้น


11 

แผนนางร้าย...หมายชำระแค้น

 

            ผ่านไปแค่ไม่กี่วันข่าวการจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบของบริษัทสายการบินยักษ์ใหญ่ก็แพร่สะพัดออกไปอย่างกว้างขวางรวมถึงพนักงานทุกคนในทุกระดับสายงานที่จะได้มีส่วนร่วมในงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วย

            “นี่นีล่า เธอเตรียมหาชุดสำหรับไปงานของบริษัทเสาร์นี้หรือยังล่ะ”สาวสวยแอร์โฮสเตสคนหนึ่งถามขึ้นขณะที่ทุกคนในกลุ่มสายงานเดียวกันกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารของสนามบิน

            “ฮึ อย่างฉันน่ะไม่ต้องหาให้ยุ่งยากหรอก ชุดสวยๆ แพงๆ ฉันมีเต็มตู้อยู่แล้ว” นิลณีย์จีบปากจีบคอบอกอย่างเชิดๆ

            “เหรอ ดีจัง...พวกเรานี่สิต้องไปหาเช่าชุดตามร้านเสื้อผ้าเอาน่ะ” สาวสวยคนเดิมพูดขึ้นมาอีกส่วนเพื่อนๆ ในกลุ่มก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยตามๆ กัน

            “ฉันจะให้พวกเธอยืมก็ได้นะ” จู่ๆคนคุยอวดก็เอ่ยขึ้นอย่างใจดี

            “จริงเหรอ... ขอบใจนะ” สาวๆพากันตาโตขอบอกขอบใจกันยกใหญ่ที่จะได้ไม่ต้องเสียเงินไปหาเช่าชุดแพงๆ กัน

            “แต่ฉันมีข้อแลกเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆที่อยากให้พวกเธอช่วย พวกเธอจะยินดีไหมล่ะ” คนมีแผนปรายตามองทุกคนอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า

            “ข้อแลกเปลี่ยนอะไรน่ะนีล่า” เสียงสาวคนหนึ่งในกลุ่มถามขึ้น

            “ไม่ยากหรอก แค่ติดต่อหาคนมาให้ฉันใช้งานสักสองสามคนและก็ปิดปากให้เงียบแค่นั้นเอง”นิลณีย์บอกสิ่งที่ต้องการด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ

            ทุกคนหันมาพยักหน้าให้กันเป็นเชิงรับรู้ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะถามขึ้นด้วยความสงสัย

“เอ...แล้วจะเอาคนแบบไหนล่ะ”

            “เดี๋ยวฉันจะบอกอีกทีวันที่ไปเลือกชุดที่ห้องก็แล้วกัน”พูดจบร่างบางก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปทันทีโดยไม่ได้หันมาสนใจเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆที่ยังนั่งรวมกลุ่มกันอยู่เลย...แม้จะรู้ว่าเป็นการเสียมารยาทแต่กับคนพวกนี้เธอไม่เคยใส่ใจเลยสักนิด

            นิลณีย์กลับมาที่ห้องพักชั่วคราวของพนักงานแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาตรงมุมห้องซึ่งเป็นบริเวณที่เงียบสงบไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมามากนักเธอนั่งคิดถึงแผนการที่จะแก้แค้นเอาคืนผู้บริหารหนุ่มที่กล้าสะลัดเธอทิ้งกลางคันที่โรงแรมอย่างไม่ใยดีจนเธอรู้สึกอับอายขายหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            ฮึคราวนี้แหละคุณภานุ... คุณจะต้องครวญครางร้องขอแต่ฉันทั้งคืนแน่ๆ

            แต่ครั้งนี้แผนของเธอจะไม่ได้แก้แค้นแค่กับภานุผู้บริหารหนุ่มคนเดียวเท่านั้นเธอยังคิดกำจัดสาวน้อยแสนสวยอีกคนที่เธอสันนิษฐานว่าต้องเป็นคนสำคัญของชายหนุ่มสองพี่น้องทายาทของสายการบินใหญ่แห่งนี้อย่างแน่นอน

            ไหนๆมีโอกาสแล้ว ก็จัดการไปซะทีเดียวเลยแล้วกันนังสายป่าน... ฮึ ระริกระรี้อยากมีผัวดีนักฉันจะช่วยให้มีสักทีเดียวเป็นโหลเลย

            แอร์โฮสเตสสาวยิ้มร้ายให้กับแผนการของตัวเองที่ไม่ว่าอย่างไรครั้งนี้เธอจะต้องเป็นผู้ชนะและได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการดั่งใจหวังอย่างแน่นอน

 

            เมื่อวันงานมาถึง ณโรงแรมชื่อดังหรูหราระดับห้าดาวใจกลางเมืองหลวงที่วันนี้เนืองแน่นคับคั่งไปด้วยผู้คนมากมายในทุกระดับสายงานทั้งภายในและภายนอกที่ต่างให้ความสนใจและพร้อมใจกันมาร่วมแสดงความยินดีในวาระครบรอบวันก่อตั้งบริษัทสายการบินสกายเมธีแอร์ไลน์สที่มีชื่อเสียงโด่งดังกว้างไกลระดับเอเชีย

            ภานุอยู่ในชุดสูทสากลสีน้ำเงินเข้มเนื้อผ้ากำมะหยี่สลับเงาดูหรูหราสง่างามจับตาควงคู่มากับสาวน้อยสวยหวานในชุดราตรีสั้นคลุมเข่าสีฟ้าอ่อนแขนตุ๊กตาดูน่ารักและเพิ่มความหรูหราด้วยชุดเครื่องเพชรเล็กๆที่วิบวับระยับตายามต้องแสงไฟ ผมนุ่มที่ยาวสลวยถูกรวบเป็นทรงเปิดท้ายทอยให้ใบหน้าหวานดูกระจ่างตายิ่งขึ้น

            “วันนี้สาวน้อยของพี่สวยจริงๆ ครับ”ภานุบอกด้วยรอยยิ้มพอใจแล้วยื่นแขนให้หญิงสาวจับ ขณะเดินเข้าไปในงานเลี้ยง

            “ขอบคุณค่ะ”สายป่านยิ้มหวานตอบรับคำชมของชายหนุ่มก่อนจะยื่นมือไปเกาะที่ลำแขนของเขาเป็นมารยาท

            ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้ามาในงานเลี้ยงแสงแฟลตจากกล้องถ่ายรูปของสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวก็รัวกระหน่ำกดชัตเตอร์กันอย่างไม่ต้องนับเพราะไม่เคยมีสักครั้งที่ผู้บริหารคนดังอย่าง ภานุ สีหราชเมธีจะควงคู่มากับสาวสวยที่หวานจับใจเช่นนี้ ซึ่งสอดคล้องกับกระแสข่าวสังคมที่ซุบซิบกันว่าเขามีคู่หมั้นและเตรียมจะสละโสดในไม่ช้านี้อีกด้วย

            “ไม่ต้องกลัวนะจับแขนพี่ไว้แล้วค่อยๆ ก้าวตามพี่”

ภานุก้มลงกระซิบบอกหญิงสาวข้างกายเมื่อรู้สึกว่าร่างบางมีอาการประหม่าและสั่นน้อยๆ

            “ค่ะ” เสียงหวานรับคำเบาๆแล้วขยับมือกระชับที่ลำแขนแกร่งของเขาแน่นขึ้น...เธอไม่เคยออกงานสังคมเลยสักครั้งทำให้รู้สึกเป็นกังวลและไม่มั่นใจเลยสักนิด

            “นายวินมาหรือยัง”ภานุเอ่ยถามกับเลขาของตัวเองเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาต้อนรับ

            “ยังค่ะ” ยุพาตอบด้วยใบหน้าฝืดฝืนเพราะเธอเองก็กำลังเป็นกังวลเรื่องของชายหนุ่มรองประธานอยู่แล้วด้วย

            “โทรตามเลย งานใกล้จะเริ่มแล้ว”คนเป็นเจ้านายออกคำสั่งเสียงเข้มแฝงไปด้วยความไม่พอใจอยู่ลึกๆ

            “ค่ะๆ”

            เมื่อเลขาสาวเอ่ยรับคำแล้วภานุก็พาสายป่านไปที่โต๊ะวีไอพีด้านหน้าเวทีที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับคนสำคัญระหว่างทางที่เดินไปนั้นชายหนุ่มก็แวะทักทายและแนะนำตัวกับผู้ใหญ่ไปเรื่อยๆซึ่งทุกคนต่างลงความเห็นว่าทั้งสองมีความเหมาะสมกันอย่างกับฟ้าตั้งใจแต่คนที่ดูมีความสุขกับคำชมจะเป็นฝ่ายชายเสียมากกว่าเพราะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหุบจะมีก็แต่สาวน้อยที่ยืนเคียงข้างกันนั่นแหละที่พยายามฝืนยิ้มอยู่ตลอดเวลา... แม้จะไม่เต็มใจนักแต่เธอก็ไม่คิดจะหักหน้าเขาให้เสียมารยาท   

            “ป่าน... สายป่าน”เสียงเรียกที่ดังแว่วมาจากข้างหลังทำให้สองหนุ่มสาวหันไปมองพร้อมๆ กัน

            “แก้ว”สายป่านเรียกเพื่อนรักด้วยความดีใจ เพราะเธอจะได้ไม่ต้องคอยเดินตามชายหนุ่มอีกแล้ว

            ภานุมองสาวน้อยอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยแววตาอึ้งๆเขาไม่คิดเลยว่าเด็กกะโปโลที่ต่อล้อต่อเถียงกับเขาอยู่ทุกวัน เมื่อแต่งตัวออกมาแล้วจะสวยบาดใจได้ขนาดนี้

            แก้วตาเดินเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสายเดียวสีม่วงอ่อนที่สั้นเหนือเข่าเล็กน้อยพองามทำให้ร่างบางดูปราดเปรียวทะมัดทะแมงและยังแฝงความอ่อนหวานน่ารักด้วยผ้าใยแก้วที่ม้วนเป็นรูปดอกกุหลาบเล็กๆติดเรียงรายตรงหน้าอกไม่ให้ดูเปิดเผยจนเกินไปนัก

            “ป่านมานานแล้วเหรอ”คนเพิ่งมาเอ่ยถามพร้อมทั้งปรายตามองชายหนุ่มที่ยืนข้างๆกับเพื่อนรักด้วยแววหมั่นไส้ ชิ! ดีใจล่ะสิวันนี้ได้ควงคนรักเปิดตัวแล้วนิแก้วตานึกเหน็บแนมเขาในใจแต่ทำไมหัวใจของเธอถึงได้รู้สึกเจ็บแปลบๆขึ้นมาก็ไม่รู้

            “ก็สักพักแล้วหละ แก้วล่ะ”

            “เพิ่งมานี่แหละ รออานพตั้งนาน”แก้วตาตอบยิ้มๆ ก่อนจะเหลือบไปมองผู้บริหารหนุ่มที่ยืนจ้องเธอตาไม่กระพริบ

            “นี่คุณ ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไงหะ”เสียงกระแทกกระทั้นพูดขึ้นทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์ต้องสะดุ้งเล็กน้อยแล้วกระพริบตาถี่ๆเพื่อเรียกสติ จากนั้นก็โต้กลับไปอย่างยียวน

            “ฮึ คนสวยน่ะ ข้างๆ ฉันก็สวยอยู่แล้วแต่ที่มองอยู่เนี่ย... มันของแปลก”

            “เอ๊ะคุณ พูดให้มันดีๆ นะ”คนถูกว่าเป็นของแปลกยกมือขึ้นเท้าสะเอวแล้วแหวใส่เสียงเขียวสุดท้ายคนกลางก็ต้องรีบไกล่เกลี่ย

            “พอแล้วแก้ว... อายเค้าพี่นุก็อย่าแกล้งยัยแก้วสิคะ”

            สิ้นคำพูดห้ามปรามนั้นแก้วตาก็สะบัดค้อนให้ชายหนุ่มอย่างงอนๆส่วนภานุก็ได้แต่ยืนยิ้มมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชอบอกชอบใจก่อนที่เสียงเข้มของใครบางคนจะดังขึ้นมาใกล้ๆ

            “สวัสดีครับท่านประธาน น้องป่านน้องแก้ว” คริสโตเฟอร์กล่าวทักทายผู้เป็นเจ้านายใหญ่แล้วตามด้วยสองสาวแสนสวยข้างๆ

            “สวัสดีครับ”ภานุหันมารับคำทักทายสั้นๆ พลางนึกถึงน้องชายของเขาไปด้วย ทำไมป่านนี้ยังไม่มาอีกเพื่อนๆ ก็มากันหมดแล้ว

            “สวัสดีค่ะ” สองสาวก็ตอบรับคำทักทายนั้นด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

            “เอ่อ นี่นายวินยังไม่มาเหรอครับ”คริสโตเฟอร์ถามขึ้นอย่างนึกแปลกใจ

            “นั่นสิ ยังไงรบกวนคุณช่วยโทรตามให้ผมทีนะครับงานใกล้จะเริ่มแล้ว”ภานุบอกกับชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทของน้องชายด้วยสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย

            “ครับๆ”

            คนรับคำสั่งรีบล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วกดโทรอย่างเร่งด่วนซึ่งทุกคนต่างก็รอลุ้นกับการติดต่อนั้นจนไม่มีใครสังเกตเห็นร่างสูงของชายหนุ่มที่เดินตรงดิ่งเข้ามาใกล้ด้วยท่วงท่าที่มั่นคง

            นาวินอยู่ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มเนื้อดีที่ทำให้เขาดูหล่อเหลาสะอาดตาและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกันจนใครๆต่างเหลียวมองด้วยความสนอกสนใจ

            “ฉันมาแล้ว” เสียงแข็งๆที่เอ่ยขึ้นมานั้นทำให้ทุกคนหันไปมองอย่างพร้อมเพียงกัน

            แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรเสียงของสาวสวยแอร์โฮสเตสก็ดังแว่วมาแต่ไกล

            “วินคะวิน รอนีล่าด้วยค่ะ”

            นาวินเงยหน้ากลอกตาด้วยความเบื่อหน่ายเมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวที่เขารู้สึกว่าเธอเริ่มทำตัวน่ารำคาญมากขึ้นทุกวัน

            นิลณีย์มาในชุดเกาะอกสีดำปักเลื่อมวิบวับทั้งตัวที่ยาวกรอมเท้าแต่กลับผ่าสูงจนถึงโคนขาอ่อนอวดเรียวน่องขาวละออยั่วสายตาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ให้ต้องหันมองกันจนเหลียวหลัง

            เมื่อเดินมาถึงแขนเรียวก็คว้าหมับที่ลำแขนของนาวินทันทีอย่างถือสิทธิ์ก่อนจะปรายตามองภานุแล้วกดยิ้มมุมปากเหมือนจะเยาะเย้ยอีกฝ่ายจากนั้นก็กวาดสายตามองผ่านทุกคนอย่างผู้ที่กำชัยชนะเอาไว้ในมือ

            ภานุไม่ได้สนใจกับท่าทางอวดดีของหญิงสาวตรงหน้าเลยสักนิดเพราะเธอไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาตั้งแต่แรกแล้วชายหนุ่มทำเพียงแค่มองผ่านแล้วหันไปออกคำสั่งกับคนเป็นน้องแทน

            “แกมาก็ดีแล้วเดี๋ยวเตรียมตัวขึ้นไปบนเวทีกับฉันด้วยนะ”

            นาวินพยักหน้าเป็นการรับรู้โดยไม่ได้โต้ตอบคำใดๆกลับไป ส่วนดวงตาคมเข้มนั้นก็จับจ้องอยู่ที่มือของสายป่านที่ซุกอยู่ในวงแขนของภานุอย่างเหนียวแน่นจนเขานึกหมั่นไส้ขณะเดียวกันสายป่านก็มองลำแขนแกร่งของนาวินที่ถูกมือบางของนิลณีย์เกาะไว้อย่างแนบสนิทจนเธอไม่อยากมองให้เจ็บปวดหัวใจด้วยเช่นกัน

            “เอ่องั้นป่านขอตัวไปนั่งที่โต๊ะก่อนนะคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาเบาๆเป็นการขออนุญาตชายหนุ่มข้างกาย

            “ครับ เดี๋ยวพี่ตามไปนะครับ... งั้นผมขอเชิญทุกคนนั่งที่โต๊ะด้วยกันเลยนะครับ”ภานุก้มมองหญิงสาวแล้วยิ้มอบอุ่นให้เธอจากนั้นก็บอกกับทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ให้ไปนั่งด้วยกันที่โต๊ะวีไอพีของเขา

            “ขอบคุณครับ” มีเพียงคริสโตเฟอร์เท่านั้นที่กล่าวขอบคุณซึ่งภานุก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดๆ ออกมาอีกเขายิ้มให้ทุกคนอย่างเป็นมารยาทก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปเพราะทนายสมภพกำลังส่งสัญญาณให้เขาเตรียมตัวขึ้นไปบนเวทีได้แล้ว

 

            เมื่อทั้งหมดมาถึงที่โต๊ะแก้วตากับคริสโตเฟอร์ก็ขอตัวออกไปตักอาหารและเลือกเครื่องดื่มทำให้ทั้งโต๊ะมีเพียงสายป่าน นาวินและนิลณีย์เท่านั้น

            สายป่านนั่งมองมือของนิลณีย์ที่ยังเกาะอยู่บนแขนของนาวินเหมือนต้องการแสดงความเป็นเจ้าของซึ่งเขาเองก็รู้ตัวว่าหญิงสาวมองอยู่เขาจึงพยายามขยับแขนให้มือของนิลณีย์หลุดออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเธอยิ่งบีบรัดลำแขนของเขาแน่นเข้าไปอีก

            ไม่นานแก้วตาและคริสโตเฟอร์ก็กลับมาพร้อมด้วยยุพาที่ถือจานใส่อาหารสองสามอย่างในมือตามมานั่งร่วมโต๊ะด้วยอีกคนคริสโตเฟอร์รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มอึมครึมอึดอัด เนื่องจากสาวๆนั่งจ้องหน้ากันไปมาอย่างกับจะหาเรื่องกันมากกว่าจะนั่งรับประทานอาหารด้วยกันส่วนนาวินเองก็นั่งทำหน้าบึ้งตึงแสดงอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

            จนกระทั่งพิธีกรประกาศให้ภานุขึ้นไปบนเวทีทุกคนจึงหันไปให้ความสนใจกับผู้บริหารหนุ่มแทนขณะที่นาวินก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปรอด้านข้างเวทีเพื่อเตรียมตัวจะขึ้นไปด้วยอีกคนคราวนี้นิลณีย์ยอมปล่อยให้เขาออกไปเพียงลำพังเพราะเธอมีงานใหญ่ที่ต้องจัดการหลังจากนี้

            “ขอสวัสดีทุกท่านอย่างเป็นทางการนะครับและขอบคุณที่ให้เกียรติผมมาในงานครบรอบ 60 ปีของสกายเมธีแอร์ไลน์สนี่ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ผมมีความดีใจและภาคภูมิใจที่เราได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้”

สิ้นคำกล่าวทักทายของภานุเสียงปรบมือจากแขกที่มาร่วมงานก็ดังกึกก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงเขาหยุดเว้นวรรคเพื่อให้เสียงเซ็งแซ่นั้นเบาลงแล้วพยักหน้าเรียกคนเป็นน้องให้ขึ้นมาบนเวที

            นาวินขยับตัวก้าวขึ้นไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆขณะที่ความหล่อเหล่าคมเข้มของเขาสร้างเสียงฮือฮาให้แขกด้านล่างเวทีไม่น้อย พร้อมๆ กับแสงแฟลตจากกล้องถ่ายภาพของสื่อมวลชนที่สะท้อนเข้ามาเป็นระยะอย่างไม่ขาดสายอยู่พักใหญ่

            “วันนี้ผมมีเรื่องดีๆอยากจะบอกให้ทุกคนทราบโดยถ้วนกัน”

ภานุหันมามองนาวินที่ตอนนี้อีกฝ่ายเข้ามายืนอยู่ข้างๆเขาเรียบร้อยแล้ว

            “เขาคือน้องชายแท้ๆ ของผมครับ...นาวิน สีหราชเมธีผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรองประธานของสกายเมธีแอร์ไลน์สตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปและที่สำคัญเขายังเป็นกัปตันฝีมือดีประจำสายการบินของเราอีกด้วย”

เมื่อคำแนะนำจบลงเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มกึกก้องมากกว่าเดิมจนอื้ออึงไปหมดภานุสบตาคนเป็นน้องเพื่อบอกให้อีกฝ่ายพูดอะไรออกมาบ้าง

            “ผมจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดครับ”นาวินกล่าวเพียงสั้นๆ ด้วยรอยยิ้มตามมารยาท

            จากนั้นสองหนุ่มพี่น้องก็สวมกอดกันเพื่อเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างสายเลือดให้ทุกคนมั่นใจก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกช้าๆแต่คนเป็นพี่ยังคงกอดไหล่ของน้องชายเอาไว้แน่นแล้วหันไปกล่าวกับทุกคนในงาน

            “เราจะช่วยกันสร้างสกายเมธีแอร์ไลน์สให้มั่นคงและกว้างไกลออกไปสู่ระดับโลกครับ”

            หลังคำกล่าวของผู้บริหารหนุ่มเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งอย่างต่อเนื่องยาวนาน

            ภานุหันไปพยักหน้าให้สายป่านขึ้นมาบนเวทีก่อนจะสบตากับนาวินเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายยืนอยู่ด้วยกันบนนี้ก่อนซึ่งนาวินเองก็ได้แต่ยืนนิ่งด้วยท่าทางฝืนๆเขาไม่เข้าใจว่าคนเป็นพี่ต้องการจะทำอะไรกันแน่ จนเมื่อร่างบางของสายป่านเดินมาถึงที่บันไดทางขึ้นเวทีร่างสูงของภานุก็ตรงดิ่งเข้าไปรับหญิงสาวแล้วพาเธอก้าวขึ้นมาพร้อมกัน

            “และข่าวดีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะประกาศให้ทุกคนทราบ...สาวน้อยผู้นี้เธอคือว่าที่คู่หมั้นของผมครับ สายป่าน จันทราทิพย์เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจของผมมาตลอด”

ภานุประกาศแนะนำหญิงสาวข้างกายด้วยรอยยิ้มปลาบปลื้มใจขณะที่สายป่านทำเพียงแค่ยืนยิ้มบางๆ เท่านั้นหญิงสาวเหลือบตาไปมองนาวินแวบหนึ่งก็เห็นเขามีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ใดๆทำให้หัวใจดวงน้อยรู้สึกเจ็บแปลบโหวงๆ ขึ้นมาอย่างประหลาด

            “ผมจะจัดงานหมั้นหลังจากที่เธอเรียนจบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้...เมื่อถึงวันนั้นผมจะขอเรียนเชิญทุกท่านให้ไปร่วมเป็นสักขีพยานให้เราสองคนด้วยนะครับ”ภานุพูดอีกครั้งพร้อมทั้งมองสบตาหญิงสาวข้างกายด้วยแววหวานซึ้ง

            นักข่าวและช่างภาพสื่อมวลชนต่างก็ก้มหน้าก้มตาจดรายละเอียดคำพูดของผู้บริหารหนุ่มเอาไว้สำหรับเป็นข่าวใหญ่ในวันพรุ่งนี้เช้าพร้อมทั้งเสียงชัตเตอร์ที่รัวกระหน่ำกันอย่างไม่ต้องหายใจเลยทีเดียว

            นาวินยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ปวดร้าวแต่เขาก็เก็บซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยก่อนจะก้าวเข้ามายืนข้างๆ คนเป็นพี่อีกครั้งเมื่อนักข่าวขอเก็บภาพความประทับใจของทั้งสามคนบนเวที

 

            ขณะเดียวกันคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารก็มีสีหน้าแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

คริสโตเฟอร์พยายามสบตานาวินเพื่อให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลาเขารู้ดีว่าเพื่อนรักต้องเจ็บปวดแค่ไหนในตอนนี้ ส่วนแก้วตาก็มีท่าทีซึมๆจืดเจือนลงไป เพราะเธอเองก็ตกใจไม่น้อยกับการประกาศหมั้นของคนทั้งคู่ใจหนึ่งก็ยินดีไปกับเพื่อนรักด้วยแต่อีกใจหนึ่งทำไมรู้สึกเจ็บแปลบๆ ขึ้นมาก็ไม่รู้จะมีก็แต่ยุพาเลขาคนสวยของภานุเท่านั้นแหละที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนแก้มแทบปริเมื่อคู่รักที่เธอคาดหมายเอาไว้เป็นจริงอย่างที่ใจคิด

            ส่วนนิลณีย์ที่ลุกออกไปจากโต๊ะตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่มีใครทันสังเกตเพราะมัวแต่สนใจเรื่องราวบนเวทีก่อนที่คริสโตเฟอร์จะลุกขึ้นเพื่อออกไปหยิบเครื่องดื่มมาเพิ่ม

            ยัยนีล่ามาหลบอยู่ที่นี่เอง...แล้วนั่นเธอกำลังทำอะไรกัปตันหนุ่มตาไวเหลือบไปเห็นเพื่อนสาวที่ทำท่าทางลับๆล่อๆ ไม่น่าไว้ใจอยู่ตรงบาร์เครื่องดื่มกับพนักงานชายคนหนึ่งเขาจึงรีบปรี่เข้าไปยืนแอบที่มุมกำแพงด้านหลังเพื่อดักฟังว่าทั้งสองคุยอะไรกัน

            “อะ... แกเอาเงินนี่ไปแล้วจำไว้ให้ดีนะ แก้วนี้ต้องให้ท่านประธานเท่านั้น”

นิลณีย์หยิบเงินจำนวนหนึ่งส่งให้พนักงานเสริฟพร้อมทั้งวางแก้วแชมเปญลงไปบนถาดที่มีเครื่องดื่มอื่นๆปะปนกันอีกสองสามแก้วจากนั้นพนักงานก็เดินตรงออกไปเพื่อนำเครื่องดื่มเหล่านี้ขึ้นไปเสริฟให้กับคนบนเวทีเพื่อใช้ในการดื่มฉลอง

            เธอใส่อะไรลงไปในแก้วแชมเปญและยังเจาะจงให้ท่านประธานด้วย คนแอบฟังคิดในใจอย่างนึกสงสัย ขณะที่กำลังจะก้าวขาออกไปก็ได้ยินเสียงหญิงสาวพูดกับใครบางคนทางโทรศัพท์อีก

            “ฉันจัดการในส่วนของฉันแล้วพวกแกเตรียมตัวได้เลย” บอกจบเธอก็วางสายแล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

            คริสโตเฟอร์มองการกระทำของเพื่อนสาวแล้วมองไปด้านบนเวทีที่ตอนนี้เครื่องดื่มต้องสงสัยแก้วนั้นตกอยู่ในมือของภานุตามคำสั่งของเธอเรียบร้อยแล้ว

            งั้นท่านประธานก็กำลังตกอยู่ในอันตรายน่ะสิกัปตันหนุ่มคิดได้ดังนั้นก็รีบปรี่ออกไปด้านหน้าเวทีเพื่อจะห้ามไม่ให้ภานุดื่มแชมเปญแก้วนั้น...แต่ดูเหมือนเขาจะมาช้าไป เมื่อทั้งสามคนบนเวทีและแขกที่มาร่วมงานทุกคนชูแก้วเครื่องดื่มของตัวเองแล้วยกขึ้นดื่มเพื่อเป็นการร่วมฉลองแสดงความยินดีพร้อมกัน

            คริสโตเฟอร์ยืนนิ่งเพื่อคิดหาวิธีจะช่วยท่านประธานถ้าเขาเอะอะโวยวายออกไปโดยไม่มีหลักฐานก็จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอีกแต่ถ้าเขาไม่ทำอะไรเลยมันก็ไม่ได้อยู่ดี... ชายหนุ่มคิดแล้วหันไปมองรอบๆห้องจัดเลี้ยงจนพบกับกลุ่มเพื่อนที่เป็นกัปตันด้วยกันสองสามคนเขาจึงรีบดิ่งเข้าไปหาจากนั้นก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังแล้วขอให้ทุกคนช่วยคุ้มกันและคอยดูภานุไม่ให้คาดสายตาส่วนเขาจะตามหาตัวนิลณีย์ที่ตอนนี้ไม่รู้หญิงสาวหายตัวไปไหนแล้ว

 

            เมื่อลงมาจากเวทีแล้วภานุกับนาวินก็เดินทักทายแขกผู้ใหญ่ไปเรื่อยๆ โดยมีทนายสมภพคอยร่วมให้คำแนะนำด้วยส่วนสายป่านก็กลับมานั่งที่โต๊ะตามเดิมโดยมีแก้วตาและยุพารออยู่ก่อนแล้ว

            “พี่ดีใจด้วยจริงๆ ค่ะน้องป่านพี่น่ะแอบเชียร์น้องป่านกับท่านประธานสุดใจเลยนะคะ” ยุพารีบเข้าไปจับมือแสดงความตื่นเต้นดีใจจนปิดไม่มิด

            “เอ่อ... ค่ะ ขอบคุณค่ะพี่ยุพา” สายป่านได้แต่อึกอักแล้วฝืนยิ้มให้ตามมารยาท

            “งั้นเดี๋ยวพี่ไปหาคุณทนายก่อนดีกว่าเผื่อว่ามีอะไรให้ช่วย... อ่อ น้องๆ คะ พี่ฝากกระเป๋ากับเอกสารด้วยนะคะ” เลขาสาวลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นทนายสมภพทำท่าเหมือนกำลังมองหาใครบางคน

            “ค่ะ”สองสาวตอบรับพร้อมกันก่อนที่สายป่านจะหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ กับเพื่อนรัก

            “นี่ป่านเธอไปแอบจิจ๊ะกับอีตาท่านประธานนั่นตั้งแต่เมื่อไรกันหะ” แก้วตาเอ่ยถามแกมหยอกล้อแม้ในใจจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ก็ตาม

            “ป่านไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้จริงๆนะแก้ว”

            “อ้าว แล้วยังไงเนี่ย” คนถามทำท่าเกาหัวด้วยสีหน้างุนงง

            “ผู้ใหญ่เขาพูดคุยตกลงกันไว้ตั้งแต่ป่านเล็กๆน่ะ ป่านก็เลยไม่รู้จะปฏิเสธยังไง” คนตอบมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

แก้วตาจับมือเพื่อนรักเอาไว้แล้วบีบเบาๆก่อนจะพูดเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่าย

            “เอาน่า...คุณภานุเขาก็ดีกับป่านไม่ใช่เหรอ แก้วว่าเขาต้องรักป่านมากแน่ๆ เลย”

            “แต่ป่านไม่ได้...” เสียงหวานที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธต้องหยุดชะงักเมื่อมีอีกคนก้าวเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

            “สายป่านจ๊ะ ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”นิลณีย์เอ่ยบอกแล้วจิกตามองสองสาวด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร

            “เอ่อ... ค่ะ” สายป่านนิ่งไปเพียงครู่ก่อนจะหันไปตอบรับแล้วขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้

            “เดี๋ยวป่าน ให้แก้วไปด้วย” แก้วตารั้งแขนของเพื่อนรักเอาไว้แล้วมองหน้าแอร์โฮสเตสสาวอย่างไม่ไว้ใจ

“ไม่เป็นไรหรอกแก้ว...แค่นี้เอง แก้วอยู่ดูกระเป๋าให้พี่ยุพาเถอะ”

แก้วตาก้มมองกระเป๋าและสัมภาระของเลขาสาวรุ่นพี่ก่อนจะเอ่ยออกไปเสียงอ่อยด้วยความจำยอม

            “เอางั้นเหรอ”

            “อืม เดี๋ยวป่านมานะ” ว่าจบสายป่านก็ส่งยิ้มบางๆให้เพื่อนสาวแล้วก้าวออกจากโต๊ะไป

 

            นิลณีย์เดินนำสายป่านมาที่ห้องน้ำซึ่งอยู่ทางด้านหลังของโรงแรมโดยอ้างว่าข้างในห้องจัดเลี้ยงนั้นคนเยอะก่อนจะออกอุบายฝากกระเป๋าถือใบเล็กไว้กับหญิงสาวตัวเป้าหมายแล้วบอกให้ยืนรออยู่ตรงนี้ก่อนเมื่อเธอออกมาแล้วค่อยสลับกันเข้าไปทำธุระส่วนตัวสายป่านก็พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วยืนอยู่บริเวณตรงมุมทางเข้าห้องน้ำที่ค่อนข้างเงียบและไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก

            ผ่านไปเพียงครู่ ก่อนที่ชายฉกรรจ์สองคนจะโผล่เข้ามาทางด้านหลังของสายป่านแล้วคว้าหมับที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็ว

            “ว๊าย!ช่วยด้วยค่ะ ชะ...” เสียงหวานที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือถูกกลืนหายลงไปพร้อมกับสติที่พร่ามัวแล้วดับวูบทันทีไม่นานร่างบางของหญิงสาวก็ถูกอุ้มออกไปจากบริเวณนี้โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น

นิลณีย์ก้าวออกมาจากห้องน้ำแล้วก้มลงหยิบกระเป๋าถือใบเล็กของตัวเองที่ตกอยู่บนพื้นด้วยรอยยิ้มสะใจ

            “เสร็จไปหนึ่ง... ฮึขอให้มีความสุขนะจ๊ะสายป่าน”

พูดจบก็เดินนวยนาดกลับเข้าไปในงานเลี้ยงแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “นี่ยัยจิ้งจอกปากแดงเพื่อนฉันไปไหนล่ะ” แก้วตาแว๊ดใส่ทันควันเมื่อเห็นแอร์โฮสเตสสาวเดินกลับมาที่โต๊ะคนเดียว

            “อ้าว สายป่านออกมาก่อนฉันอีกนะยังมาไม่ถึงอีกเหรอ” คนโกหกเสแสร้งทำท่าครุ่นคิดเป็นกังวล

            “แน่เหรอ” คนไม่ไว้ใจย้อนถามตาขวาง

            “ก็ใช่น่ะสิ” นิลณีย์เปรยออกมาเรียบๆแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองตามปกติเธอกำลังรอฟังข่าวดีอีกเรื่องหนึ่งอย่างใจจดใจจ่อเพราะเมื่อทางนั้นติดต่อมาว่าเรียบร้อยแล้วทุกอย่างก็จะอยู่ในกำมือเธอทันที คืนนี้เราจะมีความสุขด้วยกันนะคะคุณภานุ นางมารร้ายฉีกยิ้มกว้างให้กับความคิดของตัวเอง

            ยัยนี่สงสัยจะบ้าไปแล้วจู่ๆ ก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แก้วตาเหน็บแนมในใจเมื่อเห็นคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเอาแต่นั่งยิ้มอย่างไม่มีสาเหตุก่อนจะชะเง้อคอแล้วขยับลุกๆ นั่งๆ เพื่อมองหาเพื่อนรักที่ตอนนี้ยังไม่มีวี่แววแม้แต่เงาจนเธอเริ่มเป็นห่วงขึ้นมาตงิดๆ

           

            ทางด้านภานุที่เดินทักทายแขกไปเรื่อยๆเพียงไม่นานเขาก็รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำจึงขอตัวเลี่ยงออกไปโดยไม่ทันสังเกตว่ามีกลุ่มชายลูกครึ่งตัวสูงใหญ่เดินตามไปด้วยสองสามคนจนกระทั่งเขาเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำและกลับออกมาทั้งหมดก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ไม่ห่าง

            คนร้ายสองคนที่ดักซุ่มอยู่แถวๆหน้าห้องน้ำชายหันมองสบตากันด้วยความตึงเครียดเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

“เห้ยไอ้ฝรั่งพวกนี้มันเป็นใครกันวะ” เสียงคนร้ายฝั่งหนึ่งพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด

            “ก็คงเป็นแขกที่มางานเลี้ยงนั่นแหละ” ส่วนอีกคนก็ตอบกลับมาด้วยอาการไม่พอใจเช่นกัน

            “แล้วแบบนี้เราจะจับตัวไอ้ท่านประธานนั่นได้ยังไงเนี่ย”

            “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”

            สองโจรยืนกระฟัดกระเฟียดใส่กันไปมาอย่างน่าโมโหเพราะอีกแค่นิดเดียวเงินก้อนโตก็จะมาอยู่ในมือแล้ว ก่อนที่หนึ่งในคนร้ายจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออกเพื่อแจ้งข่าวกับผู้ว่าจ้าง

            นิลณีย์ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองก่อนจะรีบกดรับด้วยอาการดีใจจนปิดไม่มิด

            ว่าไง...เรียบร้อยแล้วใช่ไหม

            ไม่ใช่คนปลายสายปฏิเสธเสียงห้วน

            อ้าว! แล้วยังไงแอร์โฮสเตสสาวเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีแล้วย้อนถามสาเหตุด้วยเสียงที่ไม่พอใจนักทำให้แก้วตาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหันมาสนใจกับการสนทนาของเธอ

            ไอ้ฝรั่งที่ไหนก็ไม่รู้มันโผล่มาล้อมหน้าล้อมหลังตั้งสามสีคนจนพวกเราหาจังหวะไม่ได้เลย

            ฮึ่ย...เดี๋ยวฉันจะจัดการให้... พวกแกรออยู่ที่นั่นแหละนิลณีย์ตวัดเสียงอย่างใส่อารมณ์ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะทันที...ภายในใจก็นึกโมโหว่าฝรั่งพวกนั้นเป็นใครกันถึงได้ตามประกบเหยื่อของเธอจนไม่ได้กระดิกแบบนี้

 

            ส่วนนาวินเมื่อเห็นคนเป็นพี่ออกไปแล้วเขาก็ขอตัวออกไปบ้างเพราะเขาไม่ค่อยชอบงานสังคมแบบนี้เท่าไรนักชายหนุ่มเดินเลี่ยงหลบหลีกผู้คนภายในงานจนกระทั่งไปถึงที่ลานจอดรถก่อนจะนั่งลงที่เบาะมอเตอร์ไซค์ของตัวเองด้วยอาการเบื่อหน่าย

            ตอนนี้หากแทรกแผ่นดินได้ เขาอยากจะหนีหายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเมื่อคิดถึงเรื่องการเปิดตัวว่าที่คู่หมั้นของภานุกับหญิงสาวที่เขารักทีไรหัวใจดวงแกร่งก็รู้สึกเจ็บปวดทรมานจนแทบจะหยุดเต้นทุกที ที่เห็นเขายืนนิ่งๆเหมือนไม่ได้คิดอะไรแต่จะมีใครรู้บ้างว่าลึกๆ ข้างในใจนั้นเขาทุรนทุรายแค่ไหน

            นาวินนั่งคิดอยู่เงียบๆ คนเดียวก่อนจะเหลือบไปเห็นชายฉกรรจ์สองคนท่าทางมีพิรุธอุ้มหญิงสาวที่กำลังหมดสติไปที่รถยนต์สีดำคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ใกล้ๆประตูทางออก นาวินรู้สึกคุ้นตากับชุดและรูปร่างของหญิงสาวผู้นั้นมากก่อนที่หัวใจดวงแกร่งจะกระตุกวาบเมื่อเพ่งมองจนแน่ใจว่าหญิงสาวที่ถูกอุ้มไปนั้นเป็นสายป่านแน่ๆร่างสูงรีบก้าวลงจากรถแล้วทำท่าจะวิ่งเข้าไปช่วยแต่ก็ไม่ทันเพราะรถคันนั้นพุ่งตัวออกไปจากโรงแรมแล้วเขาจึงหันมาคว้ามอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้วรีบขับตามไปอย่างรวดเร็ว

            ระหว่างขับตามรถของคนร้ายนาวินก็นึกขึ้นได้ว่าเขาต้องหาตัวช่วยก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดหาเพื่อนรักทันที

            เห้ยวินแกอยู่ไหนวะคนปลายสายรีบตอบกลับมาด้วยเสียงที่ร้อนใจไม่แพ้กัน

            แกฟังฉันให้ดีๆนะคริส ตอนนี้สายป่านถูกลักพาตัว และฉันกำลังขับรถตามพวกคนร้ายอยู่...นาวินพยายามพูดบอกอีกฝ่ายด้วยเสียงที่หนักแน่นและชัดเจนเพื่อจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำอีกหลายครั้ง

            เห้ย! เดี๋ยวๆใครนะ คริสโตเฟอร์ย้อนถามเสียงตื่นด้วยความตกใจ

            สายป่าน นาวินกระแทกเสียงย้ำอีกครั้งอย่างชัดเจน

            อ้าวมันซ้อนแผนหลอกกันหรือเปล่าวะเนี่ยคนฟังเปรยออกมาอย่างหัวเสียเมื่อคิดว่านิลณีย์และคนร้ายร่วมกันหลอกให้เขาคุ้มกันท่านประธานแต่ที่แท้สายป่านคือเป้าหมายตัวจริง

            เมื่อเห็นเพื่อนรักมัวแต่พร่ำเพ้อพูดอะไรแปลกๆคนต้องการความช่วยเหลือจึงโวยวายออกมา

            แกมัวพล่ามอะไรอยู่วะ...ฉันกำลังรีบ

            เออๆแกอยู่ที่ไหนล่ะฉันจะได้รีบตามไป คริสโตเฟอร์ได้สติรีบตอบกลับไปทันควัน

            แกแจ้งความกับตำรวจให้ช่วยสกัดจับก่อนแล้วเปิด GPS ตามมือถือฉันมาได้เลย นาวินออกคำสั่งอย่างรวดเร็วแล้วพยายามเร่งตามรถของคนร้ายไปให้ใกล้ที่สุด

            ได้... บอกเลขทะเบียนและยี่ห้อรถมา

            เมื่อคริสโตเฟอร์ได้ยี่ห้อและทะเบียนรถของคนร้ายมาจากนาวินแล้วเขาก็โทรแจ้งตำรวจทันทีแต่เพราะเขาเป็นชาวต่างชาติที่พูดภาษาไทยไม่เก่งนักทำให้เสียเวลาไปพอสมควรจากนั้นนักบินหนุ่มก็รีบเข้าไปในงานเลี้ยงเพื่อแจ้งข่าวกับภานุและทนายสมภพเผื่อจะได้ช่วยกันอีกทาง


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


        แสดง 12 - 12
วันที่โพสต์ :  13 มี.ค 2558 14:12    วันที่อัพเดท :   20 ก.ค. 2561 11:30    › จำนวนผู้เข้าชม 97216 คน
   › คะแนนโหวต 5063 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :