นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ ห้า 1







ขอรักครั้งที่  ห้า


 


ปานรีย์เดินทางมาถึงบริษัทก็วุ่นวายอยู่กับงานเลี้ยงของลูกค้าคนสำคัญ มีแขกเรื่อเข้าร่วมงานกว่าห้าร้อยชีวิตเธอที่เธอต้องดูแล คอยวิ่งวุ่นตรวจตรงโน้นตรงนี้วุ่นวายไปหมด


“งานดูดีมากเลยนะครับ ผมชอบมาก” เจ้าของงานเดินเข้ามาหาแม่งานที่เขาไว้วางใจให้เธอเป็นคนจัดงานให้ โดยไม่สนใจเรื่องข่าวลือที่ไม่มีมูลพักนั้นเพราะคนที่เขาสนใจยืนอยู่ตรงหน้าเวลานี้ต่างหาก


“ขอบคุณค่ะ ถ้าขาดเหลืออะไรบอกฉันได้ จะได้ให้ลูกน้องเตรียมให้” หญิงสาวกล่าวด้วยยิ้ม อย่างน้อยลูกค้าก็ชอบ เธอก็สุขใจแล้ว


“ทุกอย่างดูดีมากแล้วล่ะครับ ขาดก็แต่ผมนี่แหละ...” ชายหนุ่มเว้นวรรค พลางก้มหน้าลงเล็กน้อย หญิงสาวจึงเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามกลับไปอย่างสงสัย


“คุณทำไมล่ะค่ะ หรือว่าไม่สบาย ให้ฉันตามหมอให้ไหม”


“เปล่าครับๆ ผมสบายดี คือผมขาดคนเดินเข้างานด้วยนะครับ คุณปานรีย์พอจะให้เกียรติเดินเข้าไปเป็นเพื่อนผมได้ไหมครับ” บอกความต้องการของตัวเองไป แล้วรอลุ้นว่าหญิงสาวจะตอบว่ายังไง ปานรีย์ลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย จะให้ปฏิเสธก็กระไรอยู่ ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนไปให้ แล้วตอบกลับไป


“ได้สิค่ะ แต่ฉันคงอยู่นานไม่ได้ พอดีมีประชุมต่อ”


“แค่นี้ก็ดีมากแล้วครับ เชิญครับ”


ชายหนุ่มยื่นศอกมาให้ หญิงสาวจึงสอดมือคล้องรับแล้วเดินเข้าไปในงานด้วยกัน และมีคนอีกกลุ่มที่เดินทางมาถึงนานแล้วจับจ้องมองคนทั้งคู่อย่างมีความหมายโดยไม่ล่ะสายตา


เสียงแฟลตต่างระรัวมาที่หนุ่มสาวที่พึ่งเดินผ่านกรอบประตูเข้ามาในงาน ปานรีย์รู้สึกว่าเธอคิดผิดถนัดที่ตอบตกลงเดินมาเป็นเพื่อนเขา แต่ด้วยหน้าที่แม่งานเธอจึงต้องสานต่อมาให้จบ และไม่ต้องบอกเลยว่าพรุ่งนี้ข่าวหน้าหนึ่งจะเป็นใคร เมื่อหลายวันก่อนควงผู้ชายอีกคน วันนี้ควงผู้ชายอีกคน เฮ้อ...


“ฉันต้องขอตัวก่อน ถ้าขาดเหลืออะไรแจ้งผู้ช่วยฉันได้เลย เขาจะเป็นคนจัดการให้คุณทุกอย่าง” ชี้ไปทางผู้ช่วยหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเธอ


“...เราจะได้เจอกันอีกไหมครับ”


“ถ้าบริษัทฉันยังไม่ล้มละลาย เราก็คงจะได้เจอกัน ขอตัวค่ะ” กล่าวจบหญิงสาวก็เดินกลืนหายไปกับผู้คนภายในงาน


 


ปานรีย์เดินมาหยุดลงด้านหน้างาน ถอนหายใจออกมายืดยาว งานนี้หนักไม่น้อยเลย ทำเอาเรี่ยวแรงของเธอหายเกือบหมด ส่วนงานในช่วงบ่ายที่ใกล้เข้ามาจึงไม่ต้องพูดถึง เธอแทบจะไม่มีเหลือ คว้าน้ำดื่มจากพนักงานมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะพาร่างบอบบางตรงไปขึ้นลิฟต์ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล


“จะไปไหนครับ”


“ว้าย! เป็นผีหรือไงหาชอบโผล่มาไม่ให้สุ่มให้เสียงร่างบางสะดุ้งโยงด้วยความตกใจ เมื่อถูกคนที่ค่อยมาวุ่นวายจิตใจมาตลอดทั้งคืนและค่อนวันโผล่พรวดเข้ามาไม่ให้สุ่มให้เสียง


“...แล้วนี่คุณมาทำอะไรที่นี่ งานการไม่มีทำหรือยังไง”


“มีครับ” ยื่นใบหน้ากวนประสาทมาใกล้ ตอบกลับด้วยหน้าระรื่นชอบใจเหลือเกินที่แกล้งยั่วโมโหหญิงสาวได้ เป็นภาพที่น่ารักน่ายิกจนเขาแทบอดใจไม่ไหว ปานรีย์หันไปทางเขา แสดงความแปลกใจไปให้ เขาจะมีธุระอะไรที่นี่? 


“ที่นี่? งานอะไรไม่ทราบ”


“ก็นี้ไงงานผม”


ยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนตรงหน้ามากขึ้นแล้วตอบหน้าตาเฉยจนหญิงสาต้องถอยห่าง ไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน หรือคิดว่าเจ้าของห้องอย่างเธอจะรู้สึกยินดียินร้ายไปด้วย ความใกล้ชิดที่มากเกินของเขาทำให้เธอต้องเสมองไปทางอื่นก่อนจะถามเขาใหม่


“งานอะไรของคุณ?”


“เฝ้าคุณไง” ชายหนุ่มตอบหน้าตาย


“เฝ้าฉัน? เฝ้าทำไม ฉันไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย” นิ้วเรียวยาวชี้เข้าหาตัวเอง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างงงงวย เขาจะมาไม่ไหนอีก เธอไม่ว่างมากมาคุยเรื่องไร้สาระกับเขาหรอกนะ


“คุณไม่ต้องห่วง ผมรับรองเลยว่าจะไม่ปริปาก หรือพูดอะไรออกมาให้คุณรำคาญ” ชายหนุ่มบอกขึ้นใหม่ เมื่อเห็นว่าคนที่มาจะมาเฝ้าเงียบไป


 “จะมาเฝ้าทำไม ฉันไม่ได้เป็นง่อย แขนขาก็ไม่ได้ลีบได้ด้วนสักหน่อย ไม่จำเป็นต้องมีคนค่อยมาตามเฝ้าดูแลหรอก” ประชดน้ำเสียงหมั่นไส้เล็กน้อย แล้วหันหลังผละเดินจากเขาไป แต่ก็เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเท้าเรียวต้องชะงักหยุดอยู่กับที่ เมื่อได้ยินประโยคต่อมา


“ผมก็ยินดีที่จะเป็นแขนขาให้คุณ ด้วยความเต็มใจ”


“ไร้สาระ” ร่างสูงลุกขึ้นก้าวเข้าไปหา ยื่นใบหน้าคมเข้าไปใกล้อีกนิด ดวงตาคู่คมจ้องมองดวงตากลมเรียวนิ่งนานแล้วทำในสิ่งที่ใจปรารถนามากนานยื่นริมฝีปากหนาลงหอมแก้มนวลใสอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว


“นี่คุณ!


ปานรีย์ทำหน้าไม่ถูก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มองคนที่ยืนทำหน้าทะเล้นกลับมาอย่างโกรธจัด อยากหาอะไรมาปาใส่หน้าหล่อๆ ให้สมกับความอับอาย พลางกัดฟันกรอดหันหลังเดินออกไป ก่อนที่เธอจะทันได้พลั่งมือฆ่าคนตายเสียก่อน หน้าอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามการหายใจแรง ร่างบางรีบก้าวเร็วกลับขึ้นห้องทำงาน


แต่มีหรือที่สิงห์หนุ่มจะยอมให้เธอหนีเขาไปได้ง่าย ร่างสูงก้าวยาวตามไปก่อนจะแทรกกายเข้าไปในลิฟต์ได้ทันก่อนที่มันจะปิดลง


“จะตามมาทำไมอีก หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ” ถอยหลังไปจนชิดผนังลิฟต์อีกด้าน หลบให้ไกลเข้ามากที่สุด ซึ่งมากก็ไปไหนไม่ได้มากตามที่เธอต้องการ


“ต่อให้คุณไล่ผมยังไง ผมก็ไม่ไป จนกว่างานผมจะเสร็จ” น้ำเสียงยียวนกวนประสาทส่งมาให้อีกคำรบหนึ่ง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปใกล้คนตัวเล็กที่ละนิด


ปานรีย์ถอยหลังไปจนชิดผนังลิฟต์ยืนนิ่งไม่กล้าขยับไปไหน มันอาจะเปิดทางให้เขาได้ล้วงเกินเธออีก แม้จะอยู่ในลิฟต์ โบราณเขาว่าไว้ หน้าต่างมีหู ประตูมีช่องหญิงสาวยกมือขึ้นผลักอกกว้างออกห่างทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เท้าเรียวก้าวตรงไปยังห้องทำงานของตนเอง ไม่หันกลับมามองใครอีกคนที่อยู่ด้านหลัง


ระหว่างที่ประตูกำลังจะปิดลงฝ่ามือกว้างก็ยื่นมาผลักไว้แล้วแทรกกายเข้าไปอย่างรวดเร็ว เธอเกือบจะขว้างแฟ้มเอกสารในมือใส่หน้าหล่อๆ นั้นไปแล้ว ดูท่าว่าไล่ยังไงเขาก็คงไม่ยอมไปง่ายๆ จึงปัดความรำคาญเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานงานของเธอต่อ


รัฐภูมิ ฟรานเซส นั่งสบายอารมณ์มองไปยังหญิงสาวร่วมห้องที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไม่สนสิ่งรอบข้าง เธอแปลกและแตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่อยู่รอบตัวเขา เธอชอบผลักไส้เขาให้ออกห่าง ซึ่งน่าแปลกที่เขาอยากจะอยู่ใกล้แทบทุกนาที


ปานรีย์นั่งคร่ำเคร่งกับเอกสารกองมหึมานานเท่าไหร่ไม่รู้ ศีรษะได้รูปสะบัดไปมาเพื่อขับไล่มันออกไป เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วก้มลงทำงานต่อ จนลืมไปว่ามีใครอีกคนอยู่ร่วมห้อง


เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ใบหน้านวลเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารมากมาย เมื่อยขบลามไปตามไหล่มน นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองไปปะทะเข้ากับร่างสูงที่นอนเหยียดยาวบนโซฟาตัวยาวกลางห้อง ไม่น่าล่ะถึงได้ดูเงียบพิกล ก็คงจะเหนื่อยนะสิ เล่นนั่งเฝ้าเธอมาร่วมสามชั่วโมง คนปกติที่ไหนเขาทำกันบ้าง


ร่างบางลุกขึ้นยืดบิดขี้เกียจ ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ลังเลอยู่ว่าจะเดินไปดูเขาดีไหม แต่ไปดูหน่อยก็ดี เกิดมานอนตายในห้องเธอล่ะจะยุ่งไปกันใหญ่ ขาเรียวก้าวเดินเข้าไปใกล้คนที่นอนนิ่ง หญิงสาวพึ่งสังเกตเห็นจะว่าไปเขาก็เป็นผู้ชายที่หล่อคนหนึ่ง ถ้าไม่ติดที่ปากพูดไม่เข้าหูไปหน่อย ไม่อย่างนั้นคงจะดูดีครบสูตร


หญิงสาวลังเลอยู่ครู่ว่าจะปลุกเขาดีไหม จึงลองยื่นมือบางเข้าไปใกล้ โบกปัดผ่านเหนือใบหน้าคมเข้มแผ่วเบา ดูว่าเขาหลับจริงหรือว่าแกล้ง พอเห็นว่าไม่มีการตอบรับกลับมา จะมีก็เพียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ


“ตอนหลับดูดีขึ้นมาเป็นกอง”


ใบหน้านวลย่นจมูกโด่งรั้นส่งให้คนที่หลับสนิท แล้วเดินกลับโต๊ะทำงานของตัวเอง เท้าเรียวก้าวได้ไม่ถึงสองก้าวร่างบางก็เซถลาหงายหลังเมื่อถูกแรงมหาศาลรั้งจากด้านหลัง


“ว้าย!


ร่างบางล้มลงนั่งเกยอยู่บนตักกว้าง ปานรีย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สะโพกงอนงามรับรู้ได้เลยว่านั่งทับอะไรอยู่ ก็นั่งตัวแข็งทื่อราวรูปปั้น ไม่กล้าขยับตัวไปไหน ขื่นเธอขยับกายเพียงนิด ไม่อยากจะคิดว่าเลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น


“แอบมองผู้ชายตอนหลับ เขาเรียกว่าถ้ำมองนะทูนหัว”


ทูนหัวอีกแล้ว...


เขาเรียกเธอแบบนั้นอีกแล้ว...






        แสดง 14 - 14
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00 วันที่อัพเดท :   26 ก.พ. 2561 19:02    › จำนวนผู้เข้าชม 133750 คน
   › คะแนนโหวต 2646 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :