นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ ห้า 2







ทูนหัวอีกแล้ว...


เขาเรียกเธอแบบนั้นอีกแล้ว...


ใบหน้าคมยื่นเข้าไปใกล้ แล้วก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กถือโอกาสสูดดมความหอมที่ไม่เคยสัมผัสเข้าปอดลึกๆ ริมฝีปากหยักลึกคลอเคลียชิดแก้มนวล หากเพียงหันหน้ามา เขาคงจะได้ดอมดมแก้มนวลของเธอเป็นแน่


“ฉะ ฉันเปล่า เห็นคุณเงียบไปก็เลยมาดู ก็เท่านั้น...” ปานรีย์ปฏิเสธเสียงสั่น พยายามให้น้ำเสียงนิ่งที่สุด พลางขื่นกายออกจากอ้อมแขนแกร่ง แต่เขาไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ แถมยังรักแน่นขึ้นไปอีก


“คิดอะไรกับผมหรือเปล่า หรือว่าเป็นห่วง” รัฐภูมิเอียงจ้องใบหน้านวลที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว


“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ฉันก็แค่กลัวว่าจะมาตายที่ห้องทำงานของฉันก็เท่านั้นแหละ ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันจะไปทำงานต่อ” ร้องแห้วเสียงสูง พยายามที่จะลุกออกจากตักของเขา แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย


“จริงหรอ”


“จริงทุกคำ ...แต่คุณคงจะชอบตามไปบริการคนโน้นคนนี้ประจำเลยล่ะสิ ถึงได้ดูจะรู้ใจใครไปเสียหมด”


คิดว่าไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่เขาตามไปนั่งเฝ้า ก็เกิดอาการไม่พอใจขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ อดที่จะเหน็บแหนมเขาไปไม่ได้


“อย่าดูถูกความจริงใจของผมเป็นอื่นนะปานรีย์! คุณเป็นผู้หญิงแรกและคนเดียวที่ผมยอมทำแบบนี้ด้วย” รัฐภูมิโพล่งขึ้นเมื่อเธอดูถูกการกระทำของเขาไปในทางไม่ดี ใบหน้าคมแดงก่ำบอกความไม่พอใจออกมาชัดเจน เผลอรัดวงแขนกว้างแน่นขึ้นจนหญิงสาวรู้สึกเจ็บ ตอนนี้เขากำลังโกรธจึงเผลอร้องออกมา


“อ่ะ...” ชายหนุ่มจึงคลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยร่างบาง


ปานรีย์นิ่งเงียบไป เมื่อโดนเขาย้อนกลับมา รัฐภูมิพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งขึ้น ยิ่งเธอพูดแบบนี้ยิ่งเหมือนกับเติมเชื้อไฟให้เขามากขึ้นไปอีก


“เรื่องของคุณสิ ปล่อยได้แล้ว ฉันหายใจไม่ออก”


ปานรีย์ไม่ได้ทุกข์ร้อนไปกับอาการนั้น ขื่นกายออกจากอ้อมแขนแกร่งที่รัดร่างเธอเอาไว้ แต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่ต้องการ เมื่อสิงห์หนุ่มไม่ยอมปล่อยและยิ่งรัดแน่นมากกว่าเดิมขึ้นอีก


“คุณยังกลับไม่ได้...”


“อะไรอีกล่ะ” ใบหน้านวลเชิดเริ่มไม่สบอารมณ์ที่เขาพยายามจะรั้งเธอเอาไว้ต่อ


“ยังไม่เสร็จ...” ชายหนุ่มกล่าวขึ้น


“นี่คุณ เลิกตามตอแยฉันสักทีได้ไหม ปล่อย...” หญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน พยายามจะลุกขึ้นจากตักของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย


“ไม่ได้หรอกครับ...คุณต้องไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมก่อน ถ้าไม่ไปก็อย่าหวังเลยว่าผมจะปล่อยคุณกลับเลย”


ชายหนุ่มไม่สนใจว่าเธอจะมีธุระต่อหรือไม่ โน้มใบหน้าคมลงมาใกล้มากขึ้น ห่างจากแก้วนวลเพียงลมพัดผ่าน


“นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะคุณรัฐภูมิ มีสิทธิ์อะไรมาบังคับฉัน เจ้านายก็ไม่ใช่ ปล่อย...”


ศอกสวยกระทุงเข้าที่หน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นทีหนึ่งเมื่อเขาไม่ยอมปล่อย และก็ได้ผลเมื่อเขาเผลอปล่อยมือจากเอวคอด ร่างบางจึงรีบลุกออกจากตักกว้างไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยตวัดกลับมองคนที่โอบรัดเธออยู่อย่างเหลืออด แล้วเดินไปที่หน้าประตู


“ผู้ชายอะไรเอาแต่ใจชะมัด สงสัยจะถูกตามใจจนเคยตัว อยากได้อะไรต้องได้สินะ...


มือหนาลูบที่หน้าท้องแกร่งไปมา ตะโกนตามหลังร่างบางไป


“มีสิ สิทธิ์ของ ว่าที่สามี” ปานรีย์แทบจะสะดุดขาตัวเองล้มเมื่อได้ยิน หันขวับกลับมามองคนที่นั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวตาโตเป็นไข่หาน


“สามีบ้าอะไร! ฉันไปตกลงจะแต่งงานกับคุณเมื่อไหร่กัน อย่ามาพูดมัวๆนะ” ปานรีย์ร้องแห้วกลับทันที


“เมื่อไหร่ผมไม่รู้ แต่รู้ไว้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นแน่ และเร็วๆนี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองหญิงสาวหนึ่งเดียว มันแฝงไปด้วยความจริงไม่มีวี่แววของการพูดเล่น


“เชิญคุณแต่งไปคนเดียวเถอะ ฉันไม่เอาด้วยหรอก” ปานรีย์โกรธจัด เมื่อเขาเล่นไม่ยอมหยุด เขาชักจะล้ำเส้นเธอมากไปแล้ว เธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อยากจะพักเต็มทีแล้ว


“ผู้หญิงหน้าไหนผมไม่สนทั้งนั้น ผมสนแค่คุณคนเดียว!” ร่างสูงลุกขึ้นเดินเข้ามายืนประจันหน้ากับหญิงสาวนิ่งนาน ทั้งคู่สบสายตากันไม่มีใครยอมใคร


“เลิกล้อเล่นเสียที วันนี้ฉันเหนื่อยมามากแล้วนะ ไม่มีอารมณ์จะมาฟังเรื่องไร้สาระของคุณหรอกนะ หลีกไป”


ความอดทนสุดท้ายจบลง ร่างบางหมุนกายก้าวยาวไปที่โต๊ะทำงาน คว้ากระเป๋าใบสวยขึ้นไหล่ แล้วเดินออกจากห้องทำงานไปแต่ก็ช้ากว่าคนที่อยู่ด้านหลังที่ก้าวพรวดเดียว ช้อนร่างบางขึ้นพาดบ่ากว้างอย่างรวดเร็ว


“ว้าย! ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ”


“ผมพูดดีๆ ด้วยแล้วคุณไม่ฟังเองก็ต้องบังคับกันแบบนี้แหละ”


“เขาเรียกว่าพูดดีหรือแบบนี้นะ นี่มันเรียกบังคับกันชัดๆ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ! ปล่อย” มือบางทุบลงที่แผ่นหลังกว้างรัวยับ ไม่สนใจว่าเขาจะเจ็บหรือไม่


คู่หูคู่โหดที่ยืนดูทั้งสองคนปะทะฝีปากกันอยู่เป็นนานสองนาน อดเป็นห่วงสวัสดิการแม่สาวร่างเล็กคนนั้นไม่ได้จริงๆ เล่นกับพ่อสิงห์ของพวกเขาแบบนั้นจุดจบจะเป็นอย่างไรหนอ


“คุณนี่มัน ซาตานชัดๆ” ปานรีย์ต่อว่าเขาไม่หยุดหย่อน ชักเริ่มเวียนหัวหนักขึ้น เพราะต้องห้อยหัวนานเกินไป


“คุณเป็นคนแรกเลยนะที่เรียกผมแบบนั้น ที่ผ่านมามีแต่คนเรียกผมว่าเทพบุตร ทั้งนั้น” ใบหน้าคมแย้มยิ้มออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายโกรธจนหน้าแดงก่ำ


“เทพบุตรกับผีนะสิ คุณห่างไกลจากคำนั้นหลายขุมเลยรู้ตัวเอาไว้เสียด้วย ปล่อยฉัน...” ปานรีย์บริภาษเขาไม่หยุด


“แล้วคุณจะรู้ซึ้งถึงคำว่าเทพบุตรของผม ปานรีย์” รัฐภูมิกล่าวให้ได้ยินแค่เพียงเขาคนเดียวเท่านั้น


สิงห์หนุ่มออกจากห้องทำงานของหญิงสาว ดีที่ไม่มีใครอยู่ด้านนอกแล้ว เธอจึงไม่ต้องอายใครและไม่ต้องมานั่งตอบคำถามมากมาย ร่างสูงก้าวออกมาจากลิฟต์ มาหยุดลงชั้นที่เป็นลานจอดรถ เขานำมาจอดไว้รอรับหญิงสาวโดยเฉพาะ


ขาวแกร่งก้าวมาถึงรถแล้วจึงวางร่างบางลง ปานรีย์ที่เท้าแตะพื้นก็ถึงกับเซไปเล็กน้อยจากการที่ต้องห้อยหัวเป็นเวลานาน แต่เธอก็ไม่มีเวลาได้ตั้งสติมากนัก ถูกบังคับให้เข้าไปนั่งภายในรถหรู และชายหนุ่มก็รีบก้าวตามขึ้นมานั่งเคียงข้าง ไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้มีเวลาหนีไปไหน ปานรีย์พอจะเห็นชะตาของตัวเองร่ำไร จึงยอมนั่งนิ่งเงียบอยู่เฉยๆ


ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลงให้กัน ระหว่าง เจ้านายร่างยักษ์ กับ แม่สาวร่างเล็ก ใครจะเป็นผู้ชนะกันหนอสองหนุ่มลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านหน้า ได้แต่รอลุ้นกันต่อไป ว่าบทสรุปของทั้งคู่จะออกมาเป็นหัวหรือก้อย คงต้องดูกันต่อไป...


 


รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากโรงแรมเคอาร์ คอร์ป มุ่งหน้าสู่สถานที่ต่อไป เท้าเรียวก้าวลงจากรถเมื่อมันจอดสนิทลงหน้าร้านอาหารไทย ผู้ชายคนนี้มีอะไรหลายอย่างที่ทำให้เธอแปลกใจได้ตลอดเวลา ครั้งแรกที่เจอก็ราวภาษาไทยใส่เธอเป็นชุดซึ่งขัดกับหน้าฝรั่งของเขา  ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะชอบทานอาหารไทย ดูจากรสนิยมแล้วไม่น่าจะใช่เลยด้วยซ้ำ


“ไม่ยักรู้ว่าคุณชอบอาหารไทยด้วย” ปานรีย์ประชดกลายๆ


“ผมก็มีเลือดไทยอยู่ครึ่งหนึ่ง จะชอบอาหารไทยก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร ฝรั่งบางคนเขายังชอบทานมากกว่าผมก็มีเยอะแยะ หรือคุณว่าไม่จริงครับ” ชายหนุ่มบอกหน้าตาเฉย ส่งใบหน้ากวนประสาทมาให้อีกคำรบ 


พ่อฝรั่งเอ่ย อยากกินอาหารรสจัด ได้! เดี๋ยวจะจัดให้ชุดใหญ่ไปให้


แผนการทุกอย่างจึงเริ่มต้นขึ้น ไหวไหล่มนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วต้องสะดุ้งเฮือก ถูกฝ่ามือใหญ่วาดโอบเอวคอดกิ่วรั้งให้เดินตามเข้าภายในร้านอาหาร เธอทำอะไรไม่ถูก


“ทำอะไรของคุณ! ปล่อย ฉันเดินเองได้” บอกเสียงลอดไร้ฟัน ใบหน้านวลเงยขึ้นจ้องเขาบอกให้รู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการ


“ไม่” สิงห์หนุ่มไม่ตอบรับคำขอ รั้งเอวบางให้เดินตามไปที่โต๊ะหน้าตาเฉย ปานรีย์มองผู้คนที่กำลังมองมาที่พวกเธอด้วยความสนใจ มือบางพยายามแกะมือหนาที่โอบเอวเธอออก แต่มันเหมือนปอกเหล็กหนายากที่จะเอาออกไปได้ง่ายเธอจึงต้องยอมปล่อยเลยตามเลยประตูร้านไม้สักเนื้อดีลวดลายวิจิตรศิลป์งดงามเหลือเกิน


ปานรีย์ลืมเรื่องสิงห์หนุ่มไปชั่วขณะ หลัฝจากที่เข้ามายืนอยู่ภายในร้าน เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีร้านอาหารที่สวยงาม บรรยากาศดีแบบนี้อยู่ในเมืองที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน หญิงสาวพึ่งรู้ตัวว่ามีสายตานับสิบจับจ้องมองมาที่เขาและเธอเป็นจุดเดียว ทำเอาหญิงสาวเกิดความรู้สึกประหม่าขึ้นมาเสียไม่ได้


รัฐภูมิรับรู้อาการของคนข้างกาย มองกวาดไปรอบตัวพวกเขาถึงได้รู้ว่าเพราะอะไร ใบหน้าคมแย้มยิ้มเล็กน้อย เรื่องอะไรเขาจะปล่อย มือหนารั้งร่างบางเดินไปที่โต๊ะอาหารที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก


“ท่าทางพวกเธอจะอยากจะมานั่งร่วมโต๊ะกับคุณ”


ปานรีย์เหน็บแหนมเขาอย่างหมั่นไส้ หลังจากที่เดินมานั่งลงที่โต๊ะความรู้สึกภายในใจตีรวนไปหมด เกิดความรู้สึกไม่ชอบใจ แต่เขากลับไม่ทุกข์ร้อนกับคำพูดของเธอ แถมยังรับเมนูอาหารมาเปิดดูรายการอาหาร ไม่ได้สนใจเธอปานรีย์จึงเบ้ปาก ย่นจมูกโด่งรั้นไปให้อย่างอดไม่ได้ เมื่อคิดอะไรบางอย่างก็หัวเราะออกมา


“คุณขำอะไร” รัฐภูมิเงยหน้าขึ้นมองคนที่เอามือปิดปากกลั่นหัวเราะไว้


“เปล่า สั่งอาหารสิ คุณหิวไม่ใช่เหรอ” ปากสวยบอกปัด ดวงตาเรียวมองดูรายการอาหารไปไม่สนใจหรือหันมาดูเขาอีก เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าเมินใส่เขาอย่างนี้ แต่เขากับชอบท่าทีหยิ่งทะนงและถือตัวนั้นเหลือเกิน อยากปราบพยศให้อยู่มัด


“ได้ครับทูนหัว” ชายหนุ่มขานรับ


“...คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ” ปานรีย์เงยใบหน้านวลขึ้นมองใบหน้าคม ฟังประโยคเมื่อครู่ของเขาไม่ชัด แต่พนักงานสาวที่ได้ยินชัดกับหน้าแดงอายม้วนไปใหญ่กันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ใบหน้าคมยื่นข้างโต๊ะเข้าไปใกล้ แล้วก้มลงกระซิบข้างหูห่างจากแก้มนวลเพียงลมพัดผ่าน


“ทูน-หัว ชัดพอไหมครับ”


พนักงานสาวที่ยื่นทำหน้าที่อยู่ถึงกับหน้าแดงเขินอายม้วนแทนไปอีกรอบ อิจฉาหญิงสาวที่ได้ผู้ชายที่แสนดีและหล่อมากเป็นแฟน แก้มนวลจะแดงขึ้นสีระเรื่อจนน่าจับมาหอมปลอบใจนัก มันคงเป็นยาวิเศษหลังจากที่ลุยงานมาทั้งวัน


ปานรีย์เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมซึ่งเขาก็มองเธออยู่ นัยน์ตาสีดำสนิทช้อนมองดวงตาคู่คมนิ่งนาน เป็นเธอเสียงเองที่ต้องหลบฉาก พลางเสมองไปที่อื่น เพราะทนประกายตาของเขาไม่ไหว


อย่าเรียกฉันแบบนั้นอีก คนอื่นมาได้ยินเข้าฉันเสียหาย” บอกเสียงราบเรียบ


“ทำไม” ชายหนุ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาที่เธอไม่ยอมรับไมตรีของเขา


“เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน อย่าได้พูดแบบนั้นอีก” ปานรีย์กล่าวเสียงเรียบ แต่มีหรือคนหน้ามึนอย่างเขาจะให้ผู้หญิงปฏิเสธได้ ไม่มีทางซะหรอก


“ใครบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ก็เราเป็น...” รัฐภูมิรีบขัดขึ้นจ้องมองใบหน้านวลของผู้หญิงตรงหน้า เว้นวรรคเล็กน้อย






        แสดง 15 - 15
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00 วันที่อัพเดท :   26 ก.พ. 2561 19:02    › จำนวนผู้เข้าชม 135101 คน
   › คะแนนโหวต 2757 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :