นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ หก 1




ขอรักครั้งที่ หก

 


รถยนต์คันหรูแล่นผ่านเข้าหยุดลงหน้าประตูรั้วสูงท่วมหัวของคฤหาสน์กิจสาโรจน์หลังงามที่ตั้งเด่นเป็นสง่าบนเนื้อที่กว่าสิบไร่ อาณาบริเวณอันกว้างขวางได้ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญตั้งแต่เช้าตรู่ แม่นมแจ่มก้าวเดินมาดูว่าใครและต้องแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นเขามาก่อน


“ไม่ทราบว่ามาหาใครค่ะ”


“ผมมาพบคุณปานรีย์ครับ”


นมแจ่มต้องแปลกใจรอบที่สอง ไม่คิดว่าผู้ชายหน้าตาฝรั่งคนนี้จะพูดไทยได้ชัดเจนขนาดนี้ เจ้าของภาษาอย่างนางยังรู้สึกนิ่งอึ้งไปเลยทีเดียว


ร่างบางของแม่นมเดินนำเขาไปที่ห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังงามที่อยู่ถัดไปอีกห้อง เดินกลับออกไปตามนายสาวที่กำลังแต่งตัวอยู่ชั้นบน


“รอสักครู่นะคะ”


คล้อยหลังหญิงชราไป รัฐภูมิลุกขึ้นเดินสำรวจภายในห้อง เขารู้สึกได้ถึงความอ้างว้าง เงียบเหงา ไม่มีชีวิตชีวาของคำว่าบ้านเลย นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดไปโดยรอบ เหลือบไปเจอเข้ากับกรอบรูปใบหนึ่งซึ่งวางบนตู้โชว์ ฝ่ามือกว้างจับขึ้นดูเป็นครอบครัวของหญิงสาวมีพ่อแม่และพี่ชาย เห็นแก่ตัว


แต่น่าแปลกที่มีผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างแม่ทูนหัวของเขาหน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน หน้าตาและผิวพันธุ์แตกต่างจากสองพี่น้องกิจสาโรจน์มากมาย ทุกคนในรูปต่างยิ้มแย้มมีความสุขแต่ทำไมแววตาถึงได้ดูเศร้าสร้อยพิกล โดยเฉพาะผู้ชายที่ยืนข้างหญิงสาว เหมือนมีคนมาเคาะกระดิ่งที่ข้างหู ที่แท้ก็เป็นผู้ชายที่เจอที่บริษัทของเธอนั่นเอง ไม่น่าล่ะ เขาถึงได้คุ้นหน้านัก


“วางรูปนั้นลง!


ปานรีย์บอกเสียงเย็น เธอไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาแตะต้องของรักที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ชินในบ้านหลังนี้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเธอก่อน ซึ่งชายหนุ่มเองก็ยอมกรอบรูปนั้นลงที่เดิมแต่โดยดี


“เท่าที่ฉันทราบวันนี้ฉันไม่ได้นัดใครไว้ คุณมาทำไมไม่ทราบ เอ่ยถามเขาอีกครั้ง


“มาหาคุณไงครับ สงสัยคุณจะลืมว่าเมื่อคืนเราตกลงอะไรกันไว้”


รัฐภูมิก้าวเข้าไปใกล้ ก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก ทำเอาหญิงสาวหน้าซับสีแดงระเรื่อขึ้น ปานรีย์เบี่ยงตัวหลบถอยหลังห่างจากเขาอีกก้าว รักษาระยะห่าง


“ตอนไหน อย่ามามัวนะ ฉันนะหรือคุยกับคุณ”


ปานรีย์ปฏิเสธหน้าตาย เสมองไปทางอื่น เธอไม่คิดว่าเขาจะเอามาพูด จะให้เธอบอกว่าใช่ได้ยังไง ถ้าขื่นบอกไปอย่างนั้นมีหวังนมแจ่มได้นั่งซักเธอไม่หยุดแน่ ตอนนี้ท่านก็จ้องไม่วางตาเลยด้วย


“ช่างเถอะ คุณกำลังจะไปทำงานใช่ไหม ไปครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”


เขาไม่สนว่าเธอจะคิดหรือจะว่าอย่างไร เดินเข้าไปใกล้ร่างบอบบางที่หอบแฟ้มเอกสารมากมายไว้ในอ้อมแขน ลากร่างบางไปรถที่จอดรออยู่หน้าทันที ท่ามกลางความงงงวยของแม่นมแจ่มและสาวใช้ที่มายืนรอที่หน้าประตู


“หูฉันฝาดหรือเปล่า คุณนะหรือจะไปส่งฉัน”


ปานรีย์ทำหน้าเลอะละ เขาจะมาไม้ไหนอีก ทุกคนที่มายืนรออยู่หน้าประตูมองดูคนทั้งคู่อย่างงงงวย รวมทั้งปานรีย์ด้วยอีกคน ใบหน้านวลเอียงมามองหน้าเขาอย่างไม่อยากเชื่อ


“ไม่ฝาดหรอก คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อยขับรถเองไง แถมยังได้ช่วยชาติประหยัดพลังงานด้วย ไปเถอะ เดี๋ยวคุณจะสายนะ”


หันไปส่งสัญญาณให้คนสนิทเตรียมออกรถ พลางกลับมารั้งร่างบางให้เดินไปที่รถหรู เมื่อขึ้นมานั่งเรียบร้อยก็บอกให้ลูกน้องออกรถทันที


ตลอดทางชายหนุ่มค่อยแอบสังเกตหญิงสาวที่นั่งด้านข้างอยู่ตลอดเวลา เธอเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดจา ซึ่งปกติแล้วเขาจะเห็นเธอเถียงไม่ยอมหยุด และไม่ยอมลดละให้ใคร แต่วันนี้มาแปลก นั่งหลังตรง ใบหน้านวลเชิดขึ้นเล็กน้อย เหมือนกับมีเรื่องอะไรในใจอย่างนั้น หรือว่าจะเป็นเรื่องพี่ชายไม่ได้เรื่องคนนั้นอีกหรือเปล่านะ รัฐภูมิ ฟรานเซส เป็นกังวลใจ กลัวว่าหญิงสาวจะไม่สบาย? แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามออกไป

 


หนุ่มสาวเดินเข้ามาถึงที่โรมแรมเคอาร์ คอร์ป คนสนิททั้งสองลงมาเปิดประตูรอ ปานรีย์ยิ้มขอบคุณแล้วก้าวลงจากรถหรู และเดินเข้าภายในบริษัท ไม่อยู่รอชายหนุ่มอีกคนที่กำลังจะกล่าวบางอย่างด้วย พลางส่ายหน้าให้กลับท่าทางนั้น ก้าวตามร่างบางไป ยังไงซะวันนี้เธอก็หนีเขาไม่พ้น


ปานรีย์สะดุ้งตกใจเล็กน้อย เมื่อหันมาเห็นว่าเขายืนอยู่ข้างกาย เธอมัวแต่อยู่กับความคิดของตัวเองเลยไม่ได้สนใจหรือสังเกตว่าเขาเดินตามหลังมา 


“คุณตามฉันมาทำไม”


“ผมไม่ได้ตาม” ยื่นใบหน้าคมกวนประสาทยื่นเข้ามาใกล้ กล่าวหน้าตาย


“ยังจะปฏิเสธอีก ก็เห็นอยู่ว่าตามฉันมา” 


ร่างบางหมุนกายมาเผชิญหน้าเขา มือบางยกขึ้นเท้าสะเอวอย่างรำคาญ “...ถ้าไม่ได้ตามฉัน แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ”


“ธุระ”


“ธุระ? ที่นี่นะหรือ”



ปานรีย์มองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่มีเวลาได้ถาม เพราะชายหนุ่มเดินห่างไปไกลเสียแล้ว เธอจึงได้แต่เพียงมองตามแผ่นหลังกว้างไป ก่อนจะไหวไหล่ไม่สนใจแล้วเดินกลับไปที่ห้องทำงานของเธอไป

 


ได้เวลาพักเที่ยงปานรีย์เดินออกจากห้องทำงานของตัวเองมาเจอคนเป็นลุงยืนอยู่หน้าห้องประชุมจึงเดินเข้ามาทักทาย แล้วดวงตากลมเรียวก็เหลือบไปเห็นแผ่นหลังกว้างของใครอีกคนที่พึ่งเดินหายเข้าไปในลิฟต์อย่างแปลกใจ เขามาทำอะไรที่นี่กันแน่?


“คุยกับใครอยู่ค่ะคุณลุง”


“ไม่มีอะไรหรอกลูก มีธุระกับลุงหรือเปล่า” ชาญวิทย์ถามหลานสาว


“แหม ต้องมีธุระด้วยหรือค่ะถึงจะพบคุณลุงได้...” กล่าวด้วยท่าทีงอนๆ ใส่ผู้เป็นลุงที่เคารพรักมานาน


“ไม่กล้าหรอกครับท่านรอง” ตาเฒ่าบอกยิ้มๆ ให้หลานสาว


“คุณลุงก็


“เดี๋ยวลุงต้องขอตัวก่อนนะ ต้องไปทำธุระต่อ ไว้เราคุยกันนะลูก” ชาญวิทย์ต้องรีบกล่าวลา ถ้าอยู่ตรงนี้นานเขาเกรงว่าจะหลุดพิรุธให้หลานสาวจับได้เสียก่อน


“ไว้ว่างๆ ปานจะไปขอฝากท้องด้วยสักมื้อ คิดถึงแกงเขียวหวานฝีมือป้าแก้วจะแย่ ไม่ได้กินนานตั้งนาน” ปานรีย์บอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจนดวงตาเรียวหยี


“ได้เสมอหลานรัก ลุงขอตัวก่อนนะ” ชาญวิทย์ตอบรับคำขอหลานสาว แล้วผละเดินจากไป

 


รัฐภูมิกลับมาถึงโรงแรมก็ได้ข่าวว่าศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขาเข้ามาถึงเมืองไทยแล้ว นั้นหมายความว่ามีโอกาสสูงที่ผู้หญิงอันเป็นที่รักจะเป็นอันตรายตามไปด้วย ชายหนุ่มจึงต้องหาวิธีปกป้องโดยที่ไม่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดหรือรู้ว่ามีคนคอยตามดูอยู่


“มาร์ติน นายตามไปดูแลปานรีย์อยู่ห่าง อย่าให้เธอรู้ตัวเด็ดขาด แล้วรายงานฉันเป็นระยะ” มาร์ตินก้มหน้าทำความเคารพแล้วเลี่ยงออกไปจัดการตามที่นายหนุ่มสั่ง


“ส่วนนายไรอัน ให้ลูกน้องออกตามหาที่อยู่ของมัน ฉันต้องการเร็วที่สุด”


ไรอันพยักหน้ารับเลี่ยงออกไปอีกคน พร้อมต่อสายหาลูกน้องที่ฝั่งตัวอยู่ทั่วประเทศ ให้ออกตามล่าไอ้หมาบ้าที่คอยลอบกัดนายหนุ่มของเขามานานหลายปี แต่ไม่เคยจัดการมันได้ซึ่งๆ หน้า แต่ครั้งนี้แหละพวกเขาจะจัดการมันมาตัดแขนตัดขาโยนลงทะเลให้ฉลามกินให้สิ้นซาก!

 


โครมเพล้ง!


แก้วเจียรนัยเนื้อดีตกกระทบพื้นห้องทำงานตามแรงอารมณ์เดือดดาลและแค้นเคืองของประธานมิคารุ เมื่อได้รู้ข่าวใหม่ล่าสุดจากลูกน้อง ถึงเรื่องสำคัญที่ให้ไปจัดการ


“มึงบอกว่าไอ้รัฐภูมิมันซื้อหุ้นตัดหน้ากูหมดอย่างนั้นเหรอ!” น้ำเสียงต่ำลอดไร้ฟันออกมาใบหน้าแดงก่ำไปด้วยโทสะตวัดจ้องมองไปที่ลูกน้องที่ยืนอยู่ตรงหน้า


“คนของเราบอกว่ามันให้มากกว่าเราสองเท่า” ฮานบอกนายหนุ่ม ก่อนจะรีบก้มหน้างุบลงไปอีก ไม่กล้าสู้หน้านายหนุ่ม


“พวกมันเลยไม่กล้าสู้ราคางั้นหรือ หา!


ที่เขี่ยบุหรี่เนื้องามปลิวผ่านหน้าหน้าลูกน้องไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปดกระทบเข้ากระทบผนังห้องแตกระเอียด เศษแก้วที่ก็ยังมิวายกระเด็นมาโดนใบหน้าของคนที่อยู่ใกล้ให้ได้เลือด


“มึงไปทำยังไงก็ได้ให้พวกมันต้องชดใช้ที่กูต้องเสียความรู้สึก ออกไป!


ลูกน้องคนสนิททั้งสามที่ยืนอยู่ต่างรีบออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว พวกเขาต้องมานั่งคิดหาทางที่จะกำจัดอีกฝ่ายที่ตัดหน้าเจ้านายของพวกเขา งานนี้ถ้ามันไม่ได้เลือดตกยางออกคงไม่รู้สำนึก!


แฟ้มเอกสารบนโต๊ะถูดกวาดลงไปกองกับพื้นด้วยความโกรธเกรี้ยว แทบอยากจะออกไปฆ่าเจ้าของเรื่องกวนใจให้ตายคามือเดียวนั้น มือหนากำเข้าหากันแน่นแล้วทุบลงบนโต๊ะทำงานเพื่อระบายความอัดอั้น


“มันพึ่งแค่เริ่มต้น พวกมันยังต้องเจอฉันอีกแน่! ” 


นิ้วทั้งห้ากำเข้าหากันแน่น ดวงตายาวรีแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นที่ถูก รัฐภูมิ ฟรานเซส ตัดหน้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นของเคอาร์ คอร์ป ทั้งที่เขาทุ้มไปสุดตัว แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรมันได้ ซ้ำยังถูกตอกหน้ากลับมาด้วยการคว้านซื้อหุ้นที่แพงกว่าเขาเป็นสองเท่าแต่ไม่เป็นไร คราวหน้าเขารับรองว่าไม่พลาดแน่



        แสดง 17 - 17
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00 วันที่อัพเดท :   26 ก.พ. 2561 19:02    › จำนวนผู้เข้าชม 133738 คน
   › คะแนนโหวต 2646 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :