นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ดั่งต้องมนตร์อสูร (ฉบับ E-BOOK)...NC25+++ (พระเอกโหด ดิบเถื่อน เเละหื่นมาก)    by พราวนภา/เนตรอัปสรา
ชื่อตอน คนที่ไม่มีใครต้องการ (100%)...นางเอกน่าสงสารมาก


 

 

 

 

        สุขุมวิท ซอย 29 กรุงเทพมหานคร

        ภายในอาณาจักรของคฤหาสน์บวรเกียรติกัมปนาท

โรฮันนา บวรเกียรติกัมปนาท หญิงสาวร่างเล็ก บอบบาง น่าทะนุถนอม ใบหน้าเรียวสวยผุดผาดได้รูปรับกับจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อน่าสนิทเสน่หา คางมนกลมกลึง ผิวขาวอมชมพูราวกลีบซากุระแรกแย้ม และผมซอยสั้นรับท้ายทอยสวย ทุกสิ่งอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเธอ ดูงดงามเฉกเช่นประติมากรรมชิ้นเอกที่เกิดจากศิลปินฝีมือชั้นยอดของโลก ถึงแม้ว่าเรือนร่างงดงามจะถูกปกคลุมด้วยเสื้อผ้าราคาถูก แต่ความงดงามเหล่านั้นก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลง มีแต่จะเปล่งรัศมีออกมาจนทำให้อาภรณ์ที่เธอสวมใส่ดูมีค่ามีราคาขึ้นมา

สาวน้อยหน้าหวานปานมธุรสแต่นัยน์ตาแสนเศร้ากำลังนั่งแกว่งไกวชิงช้า ปล่อยให้สายลมเย็นฉ่ำในยามย่ำสนธยาพัดมาปะทะใบหน้าแฉล้ม จนผมสั้นแต่ทว่าสลวยดุจแพรไหมปลิวไสวไปตามแรงลม สมองหวนคิดย้อนวันเวลาไปถึงเรื่องราวเมื่อครั้งยังเยาว์ อยู่หน้าเรือนหลังเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ หนึ่งในปัจจัยสี่ที่สามารถการันตีถึงฐานะของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

คฤหาสน์บวรเกียรติกัมปนาทตั้งอยู่ในเขตทำเลทองของแผ่นดินสยาม ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างขวางกินพื้นที่กว่าห้าไร่ ภายในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตกแต่งอยู่ภายในจึงอัดแน่นไปด้วยคุณภาพ มันทั้งดูโอ่อ่า หรูหรา วิจิตรตระการตา สวยงามและภูมิฐาน เหมาะสมกับฐานะและบารมีของผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง

ตระกูลบวรเกียรติกัมปนาทเป็นตระกูลผู้ดีเก่าที่มีพื้นเพดั้งเดิมอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย เดิมทีพ่อของเธอเป็นนายหัวสวนยางพารานับร้อยไร่ แต่เนื่องจากภาคใต้ประสบปัญหาทั้งภัยธรรมชาติ และการก่อการร้ายไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้ประมุขของบ้าน ซึ่งก็คือนายอนัน บวรเกียรติกัมปนาท ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อสิบห้าปีที่แล้ว    

นายอนันเริ่มจับธุรกิจการส่งออกผ้าไหมของไทย ที่ทั้งคุณภาพดี งานฝีมือประณีต โดยการเฟ้นหาผ้าไหมดีๆ ของแต่ละภาคมาเป็นจุดขายของทางบริษัท ทำธุรกิจส่งออกผ้าไหมไปยังประเทศต่างๆ ในแถบยุโรปและอเมริกากว่ายี่สิบประเทศ และในเร็วๆ นี้ยังวางแผนว่าจะนำสินค้าเข้าไปบุกตลาดของประเทศในแถบตะวันออกกลาง

จากที่ตระกูลร่ำรวยและมีชื่อเสียงอยู่แล้ว เมื่อจับธุรกิจมาถูกทางยิ่งทำให้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลโด่งดังเป็นที่โจษจันไปทั่วในวงสังคม จนเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศและต่างประเทศ ผู้คนทั้งหลายต่างก็ให้ความนับหน้าถือตาและเกรงขามคนในตระกูลนี้กันทั้งนั้น ฉะนั้นจะเรียกว่าช่วงนั้นเป็นยุคความเจริญรุ่งเรืองหรือยุคทองของประมุขตระกูลบวรเกียรติกัมปนาทก็คงจะไม่ผิด เพราะเขาจับอะไรก็ดูเหมือนจะมีค่าและเป็นเงินเป็นทองไปซะหมด

แต่มีความลับอยู่สิ่งหนึ่งที่คนอื่นไม่ได้ล่วงรู้เกี่ยวกับตระกูลนี้ และประมุขของตระกูลไม่มีวันให้ผู้ใดได้รับรู้ นั่นก็คือเขาไม่ได้มีลูกสาวคนเดียวอย่างที่บอกใครต่อใคร คนทั่วไปต่างก็คิดว่าเขามีลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นทายาทของตระกูลบวรเกียรติกัมปนาท นั่นก็คือลัยลา บวรเกียรติกัมปนาท คุณหนูผู้เลอโฉม งดงามและมีความโดดเด่นในทุกๆ ด้าน เหนือกว่าคนอื่น

อันที่จริงแล้วนายอนันมีลูกสาวฝาแฝดอีกหนึ่งคน เธอชื่อโรฮันนา บวรเกียรติกัมปนาท เป็นแฝดผู้น้องของลัยลา ทั้งสองอายุ 27 ปีเท่ากัน สองสาวเหมือนกันทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นเค้าโครงรูปหน้า คิ้ว จมูก ปากและตา แต่สิ่งที่สองสาวแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงคือนิสัยใจคอ โรฮันนาจะเป็นสาวน้อยแสนหวาน เรียบร้อย น่ารักและเก็บเนื้อเก็บตัว ส่วนลัยลาจะเป็นสาวมั่นเปรี้ยวเข็ดฟัน ชอบเข้าสังคม ขี้วีน ขี้เหวี่ยงและเอาแต่ใจ ตามประสาคุณหนูคนเดียวของบ้าน

ที่นายอนันเกลียดลูกสาวคนเล็กก็เพราะว่ามารดาของทั้งสองตายตอนคลอด วันที่ทั้งสองลืมตาขึ้นมาดูโลกคือวันที่มารดาได้จากไป ซึ่งนายอนันโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของโรฮันนา เหตุก็เพราะว่าเมื่อตอนใกล้คลอดทารกทั้งสองมีภาวะ TT TS (Twin to Twin Transfusion Syndrome) คือมีเลือดวิ่งถ่ายเทระหว่างเด็กในครรภ์ด้วยกัน โดยคนหนึ่งให้อีกคนรับ เป็นภาวะที่เส้นเลือดมาต่อกันโดยบังเอิญ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคนที่ให้ก็จะไม่โตสักที ส่วนคนที่รับก็จะอ้วนท้วนสมบูรณ์

ซึ่งในกรณีนี้คนที่ให้คือลัยลา แต่เนื่องจากภาวะนี้มาเกิดในช่วงที่อายุครรภ์ได้หลายเดือนแล้ว จึงทำให้ลัยลาโตตามปกติของทารกทั่วไป ไม่มีปัญหาแคระแกรนเกิดขึ้น แต่โรฮันนากลับโตกว่าปกติมาก นั่นก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากการได้รับเลือดที่พี่สาวถ่ายเทมาให้บวกกับการเจริญเติบโตตามอายุครรภ์ นี่จึงเป็นปัจจัยให้มารดาคลอดยาก หลังจากคลอดโรฮันนามารดาก็ตกเลือดขั้นรุนแรง เพราะมดลูกถูกยืดและขยายออกมากจนไม่สามารถหดรัดตัว ส่งผลให้ไม่สามารถห้ามเลือดที่ไหลออกมาได้ แม้ว่าหมอจะพยายามใช้ยาห้ามเลือดเข้าช่วยก็ไม่เป็นผล สุดท้ายผู้เป็นมารดาก็จากไปทั้งที่ยังไม่ได้มองหน้าลูกน้อยทั้งสองเลยด้วยซ้ำ

เมื่อนายอนันมองเห็นหน้าของโรฮันนาทีไร เขาก็จะระลึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้น เหมือนว่ามันเพิ่งจะเกิดขึ้น ทำให้เขาเกลียดขี้หน้าลูกสาวคนเล็กของตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ไม่สมควรนั้นด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นโรฮันนาจึงอยู่อย่างไร้ตัวตน ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ เป็นสมาชิกของครอบครัวคนหนึ่ง แต่ก็ไม่เคยมีใครเห็นความสำคัญของเธอเลย สิ่งที่เธอได้จากตระกูลนี้มีเพียงนามสกุลที่ห้อยท้ายชื่อเท่านั้น แต่นั่นก็ดีมากแล้วสำหรับคนอาภัพอย่างโรฮันนา

พ่อไม่เคยต้องการเธอ ไม่แม้แต่จะพูดดีๆ ด้วยซักครั้ง ไม่สิท่านไม่อยากจะมองหน้าเธอเลยต่างหากล่ะ อาสาวและป้าแสดงท่าทีรังเกียจในตัวเธออย่างออกนอกหน้า เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องพูดจากระแนะกระแหน ไม่ก็ขับไล่ไปให้ไกลหูไกลตาราวกับทนเห็นหน้าเธอแม้แต่เสี้ยววินาทีไม่ไหว ส่วนพี่สาวคนสวยก็เสแสร้งแกล้งทำดีต่อหน้าคนอื่น แต่ลับหลังกลับกลั่นแกล้งสารพัด

โรฮันนาจึงเหมือนคนที่เกิดมาโชคร้ายและอาภัพ กำพร้าแม่ตั้งแต่ยังแบเบาะ พ่อไม่รักและไม่เป็นที่ต้องการของคนในบ้าน หากไม่มีนมช้อยที่คอยเลี้ยงดูอุ้มชูเธอมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต เธอก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตเป็นเช่นไร จะรอดมาถึงทุกวันนี้หรือไม่ ดังนั้นนมช้อยจึงเปรียบเสมือนครอบครัวและที่พึ่งพิงทั้งทางกายและใจที่หญิงสาวยังคงหลงเหลืออยู่

คนที่คอยอยู่เคียงข้างโรฮันนามาตลอดก็มีแต่นมช้อยนี่แหละ นางไม่เคยรังเกียจในตัวนายสาวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามนางกลับรู้สึกสงสารในโชคชะตาของโรฮันนา สิ่งที่นางมีให้สาวน้อยผู้น่าสงสารมีเพียงความรักความเอ็นดูประดุจดั่งลูกในไส้

เมื่อตอนที่ครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ด้วยความที่พี่สาวของเธอเป็นเด็กที่สวยน่ารัก ฉลาด และรู้จักเข้าสังคมตั้งแตยังเล็ก จึงมีเพื่อนบ้านที่เป็นลูกเศรษฐีในละแวกนั้นมาเล่นด้วยทั้งชายและหญิงไม่เคยขาด แต่เธอกลับไม่เคยมีเพื่อนเลย เหตุก็เพราะว่าไม่เคยได้ออกไปไหน เอาแต่เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ในบ้าน นั่นก็เนื่องมาจากที่บิดาสั่งห้ามไม่ให้เสนอหน้าไปบอกใครต่อใครว่าเธอเป็นลูกสาวอีกคนของท่าน

จำได้ว่าครั้งหนึ่งพี่สาวของเธอชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้าน แล้วทั้งหมดก็พากันรวมหัวกลั่นแกล้งเธอ โดยเรียกให้มาเล่นด้วย ขณะที่พวกเขากำลังเล่นกันอยู่ริมสระน้ำ พอเธอเดินเข้าไปหาพี่สาว ลัยลากลับผลักเธอตกน้ำ เธอว่ายน้ำไม่เป็นพยายามร้องตะโกนอ้อนวอนให้ทุกคนช่วย แต่คนพวกนั้นกลับพากันหัวเราะเยาะอย่างสนุกสนาน ไม่สงสารซ้ำยังทำเป็นเรื่องตลกขบขับ ทั้งที่เธอหายใจพะงาบๆ กำลังจะจมน้ำขาดใจตายอยู่ตรงหน้า ร่างเล็กพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากผืนน้ำด้วยกำลังที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ไม่ต่างอะไรกับลูกหมาตกน้ำ แต่มันก็ไม่เป็นผลในที่สุดร่างอ่อนแรงก็หมดสติและจมดิ่งลงสู่ก้นสระ

 ลัยลาเห็นอย่างนั้นจึงแสร้งเป็นร้องเรียกให้คนในบ้านมาช่วย ไม่นานก็มีคนมาช่วยโรฮันนาขึ้นจากสระและผายปอดสำลักน้ำออกมา เมื่อพ่อถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมเธอถึงตกลงไปในสระ ลัยลาก็ชิงเล่าให้ทุกคนฟังทั้งน้ำตาว่าโรฮันนาพยายามผลักตนให้ตกน้ำ เพราะอิจฉาที่มีเพื่อนเยอะและของเล่นดีๆ แต่ลัยลาก็พยายามขัดขืน โรฮันนาจึงก้าวพลาดตกสระน้ำซะเอง โดยทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นต่างก็เป็นพยาน

ความผิดทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่โรฮันนาเพียงผู้เดียว เธอโดนพ่อตีและโดนด่าด้วยเสียงดังราวฟ้าผ่าต่อหน้าทุกคน คำด่าทอทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากผู้เป็นพ่อในวันนั้น มันคอยตอกย้ำว่าท่านไม่เคยรักและเห็นเธอในสายตา จวบจนกระทั่งทุกวันนี้ โรฮันนายังคงไม่เคยลืมเลือนคำบริภาษอันรุนแรงที่นายอนันก่นด่าใส่หน้า ซ้ำร้ายคือเหตุการณ์ในครั้งนั้นยังคอยตามหลอกหลอน จนทำให้เธอกลัวสระน้ำฝังใจ ผวาทุกครั้งที่เข้าใกล้ โรฮันนาจึงว่ายน้ำไม่เป็นเลยตั้งแต่เล็กจนโต และเธอก็ไม่ปรารถนาที่จะหัดว่ายน้ำให้เป็น 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอก็เหมือนยิ่งห่างไกลจากผู้เป็นพ่อออกไปทุกที พ่อทำเหมือนเป็นลืมว่าเธอยังมีตัวตน ลืมว่ายังมีเธอที่เป็นลูกสาวอีกคนของท่าน ท่านหันมาประเคนสิ่งดีๆ ที่ลูกเศรษฐีคนหนึ่งพึงมีและพึงได้รับให้ลัยลาจนหมดสิ้น โดยไม่คิดที่จะหันมาเหลียวแลและเผื่อแผ่ให้แก่เธอเลยแม้แต่น้อย

เส้นทางชีวิตของลัยลาและโรฮันนาต่างกันโดยสิ้นเชิง ชีวิตของลัยลาเหมือนปูด้วยพรมกลีบกุหลาบ เกิดมาก็สวย บ้านก็รวย ฉันสวย ฉันเริ่ด ฉันต้องได้ทุกอย่าง นั่นคือความคิดที่ถูกหล่อหลอมมาจากการเลี้ยงดูตอนเด็กของลัยลา เพราะโดนปลูกฝังมาแบบผิดๆ เธอจึงเป็นคนเอาแต่ใจ เจ้ายศเจ้าอย่าง ทำตัวเหนือกว่าคนอื่นเสมอ เรียนโรงเรียนดังตั้งแต่อนุบาลยันมัธยม พอเข้ามหาลัยก็เลือกเรียนที่มหาลัยเอกชนชื่อดังและแพงที่สุดในประเทศ หนุ่มที่ควงแต่ละคนก็ต้องเลือกคนมีระดับ ใช้ชีวิตเยี่ยงเจ้าหญิงจนใครๆ ก็ต่างรุมอิจฉา

ผิดไปกับชีวิตของโรฮันนาราวฟ้ากับเหว ถึงแม้จะเกิดมาอาภัพเพราะพ่อไม่รัก โรฮันนาก็ไม่เคยท้อแท้และสิ้นหวัง พยายามต่อสู้ดิ้นรน ขวนขวายทุกสิ่งอย่างด้วยตัวของตัวเอง ต้องเรียนโรงเรียนวัดตั้งแต่ประถม เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้กินอยู่ เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของนมช้อยทั้งสิ้น หารายได้โดยการช่วยนมช้อยทำขนมไทยฝากขายตามร้านค้า ส่งเสียตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรีด้านคหกรรมอย่างเต็มภาคภูมิ ถึงมันจะไม่ได้ดีเด่นและสูงส่งเลยในสายตาคนอื่น แต่มันก็ทำให้นมช้อยผู้ซึ่งรักโรฮันนายิ่งกว่าลูกในไส้ ถึงกับร้องไห้น้ำตาไหลด้วยความปลาบปลื้มยินดีในวันที่เธอรับปริญญาบัตร

ช่วงแรกที่เรียนจบมาใหม่ๆ โรฮันนาพยายามทำงานทุกอย่างหนักเอาเบาสู้ พอเลิกจากงานประจำก็ไปทำงานพิเศษต่อในตอนกลางคืน กว่าจะเลิกงานกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนของทุกวัน พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายเพราะความเมื่อยล้า มันช่างหนักหนาสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงยิ่งนัก แต่หนักแค่ไหนก็ต้องทน เพราะหวังว่าจะลืมตาอ้าปาก มีอนาคตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ให้จงได้

จนทุกวันนี้เธอมีร้านขนมไทยเล็กๆ แต่อยู่ในย่านที่ผู้คนพลุกพล่านเป็นของตัวเอง ชื่อร้าน บ้านขนมไทย ภายในร้านมีการตกแต่งสไตล์ไทยแท้ ขนมที่บริการให้ลูกค้ามีขนมไทยทุกประเภท รวมทั้งขนมมงคลเก้าอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น ขนมทองเอก ขนมเม็ดขนุน ขนมจ่ามงกุฎ ขนมถ้วยฟู และขนมเสน่ห์จันทน์ ซึ่งทั้งเก้าชนิดจะขายดีเป็นพิเศษ

หากใครคิดจะจัดงานมงคลและต้องการใช้ขนม ก็ต้องนึกถึงร้านนี้เป็นอันดับแรก ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม ประณีต รสชาติอร่อย ราคาเป็นกันเองและบริการเป็นเลิศ ร้านเธอจึงเป็นที่โด่งดัง เพียงเปิดได้แค่ปีเดียวก็มีลูกค้าประจำมากมายแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนอยู่ไม่เคยขาด

ทุกคนที่ได้ชิมต่างพากันติดใจในรสมือของโรฮันนา ทุกวันนี้ร้านของเธอโด่งดังเป็นที่รู้จัก เพราะปากต่อปากของลูกค้ารายแรกๆ ที่เข้ามาอุดหนุน จนกลายเป็นลูกค้าขาประจำ ในต้นปีนี้เธอก็มีโครงการจะขยายสาขาเพิ่ม ไปเปิดอีกที่ในย่านธุรกิจใจกลางกรุง เมื่อคิดถึงจุดนี้โรฮันนาถึงกับยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ

แค่ก แค่ก แค่ก…” คนป่วยไอจนตัวโก่ง น้ำตาเล็ด

เสียงไอของนมช้อยที่นอนอยู่ในบ้าน ทำให้เจ้าของร่างบาง นัยน์ตาเศร้าหลุดออกจากภวังค์ แล้วรีบวิ่งเข้าไปดูแม่นมที่นอนป่วยอยู่ทันที

นมจ๋านมเป็นยังไงบ้างจ๊ะ?” เสียงหวานเอ่ยถามแม่นมของตนด้วยความอาทร หญิงสาวเป็นห่วงผู้มีพระคุณเหลือเกิน ภายในหัวใจดวงน้อยบีบรัดและเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะความกังวลและหวาดกลัวที่กำลังประดังประเดเข้ามา

นมไม่เป็นไรมากหรอกค่ะคุณหนู นอนพักเดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว นมช้อยปรือตาตอบปลอบใจนายสาวให้คลายกังวล ด้วยน้ำเสียงระโหยโรยแรง

ไม่เป็นไรได้ยังไงจ๊ะนม นมเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว พรุ่งนี้หยีจะพานมไปหาหมอที่โรงพยาบาลนะจ๊ะ นมจะได้ไม่ต้องทรมานอีกต่อไป โรฮันนาไม่อาจวางใจได้ กลัวว่าอาการของแม่นมจะทรุดหนักมากไปกว่านี้

นมไม่เป็นอะไรจริงๆ นะคะคุณหนู ก็แค่โรคคนแก่ ไม่ต้องไปหาหมอให้สิ้นเปลืองหรอกค่ะ นมช้อยยังคงปฏิเสธความหวังดีของนายสาว

ไปหาหมอเถอะนะคะนม ถือว่าหยีขอร้องนะคะ โรฮันนาพยายามหว่านล้อมแม่นมเต็มที่ เพราะเธอเป็นห่วงท่านยิ่งนัก หากท่านเป็นอะไรไปแล้วเธอจะอยู่กับใคร

คุณหนูคะ ตอนนี้ทูนหัวของนมก็โตแล้ว สามารถยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว หากไม่มีนมคุณหนูต้องเข้มแข็งและอยู่ให้ได้นะคะ ยกมือเหี่ยวย่นลูบไล้ใบหน้าคนที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ นมช้อยพูดกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เหมือนเป็นการสั่งลาไปในตัว

ไม่นะคะนม นมต้องไม่เป็นอะไร นมต้องอยู่กับหยีตลอดไปนะคะ หยีไม่มีใครแล้ว มีนมที่รักและคอยห่วงใย เป็นครอบครัวของหยีคนเดียวที่เหลืออยู่ หากขาดนมไปแล้วหยีจะอยู่กับใคร เธอพูดกับแม่นมด้วยน้ำเสียงสั่น ขาดเป็นห้วงๆ น้ำตาคลอเบ้าเจียนจะไหล เพราะความสะเทือนใจและเศร้าโศก

คุณหนูรู้ไหมคะ ว่าคุณหนูคือความภูมิใจสูงสุดในชีวิตของนม นมดีใจที่ได้เห็นคุณหนูมีวันนี้ แต่คนเราเมื่อถึงเวลาต้องไปมันก็ไม่อาจห้ามได้ แค่ก แค่ก เสียงไอหนักกว่าเดิมแถมมีเลือดปนออกมาอีก เมื่อโรฮันนาเห็นดังนั้น ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ กระวนกระวายใจจนไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

หยีไม่รอแล้ว หยีจะพานมไปหาหมอ เราไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยนะคะนม ลนลานลุกขึ้นจะเดินไปขอร้องคนขับรถที่บ้านใหญ่ให้มาพานมช้อยไปหาหมอ แต่โดนคนป่วยดึงแขนห้ามปรามเอาไว้ซะก่อน

อย่าเลยค่ะ คุณหนูของนม นมรู้ว่าถึงเวลาที่นมต้องไปแล้ว นมช้อยพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาลงทุกที จนคนฟังใจหายวาบ เจ็บปวดเหมือนใจจะขาดรอนๆ ความกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจดวงน้อยจนหนาวเหน็บ

นมจ๋านมอย่าทิ้งหยีไปนะจ๊ะ หากนมไปแล้วหยีจะอยู่กับใคร พูดด้วยเสียงสั่นเครือ พร้อมร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าใจ

คุณหนูของนมต้องอยู่คนเดียวให้ได้นะคะ นมเชื่อว่าคุณหนูทำได้ คุณหนูของนมเก่งและเป็นคนดี คนดีพระท่านย่อมคุ้มครอง แม่นมกล่าวเสียงเบาราวกระซิบ พร้อมดวงตาที่หรี่ลงเกือบจะปิด โรฮันนาเห็นอย่างนั้นยิ่งใจคอไม่ดี กอดแม่นมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

ฮึกนมนมขาไม่เอา หยีไม่ให้นมไป อย่าไปนะคะ ฮือนม เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น ซบหน้าลงกับอกอุ่นของแม่นมทั้งน้ำตา

คุณหนูจำไว้นะคะ ว่านมรักคุณหนูมาก แต่คงไม่อาจอยู่กับคุณหนูได้อีกต่อไป แม่นมพูดสั่งลาพร้อมลมหายใจเฮือกสุดท้าย ก่อนจะสิ้นใจลงในที่สุด

นม ฮือๆๆ นมจ๋า อย่าทิ้งหยีไป นม ฮึกฮือๆๆๆ โรฮันนาตัวสั่นสะท้าน สะอื้นฮักกอดร่างของแม่นมร่ำไห้เสียงดังลั่น

เสียงร้องไห้โฮของหญิงสาว สร้างความแตกตื่นให้เหล่าคนใช้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับเรือนหลังเล็ก ทุกคนต่างพากันวิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นว่านมช้อยได้สิ้นใจลงแล้ว ต่างก็พากันร้องไห้ไปตามๆ กัน เพราะทุกคนต่างก็เคารพรักนมช้อย ซึ่งเป็นคนเก่าคนแก่ของบ้าน ตั้งแต่สมัยที่คุณผู้หญิงยังมีชีวิตอยู่

งานศพของนมช้อยผ่านมาได้เจ็ดวัน โรฮันนาก็ยังไม่คลายความเศร้าหมองตรอมตรมในจิตใจ ยังคงห่วงหาอาลัยอาวรณ์ในตัวแม่นมไม่สร่างซา แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป คนตายก็ได้จากไปแล้ว แต่คนอยู่ก็ยังต้องดินรนต่อสู้กันไป วันนี้จึงป็นวันแรกที่เธอเริ่มเปิดร้านหลังจากปิดมาเป็นอาทิตย์ กว่าจะช่วยกันเตรียมวัตถุดิบกับเด็กในร้าน สำหรับใช้ในการทำขนมแต่เช้ามืดของวันพรุ่งนี้เสร็จก็ปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม

ก้าวขาลงจากรถแท็กซี่ เดินเข้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์ เพราะเห็นว่ามันดึกมากแล้วคงไม่เป็นไร ปกติเธอจะเข้าประตูเล็กของอีกฝั่ง แต่ไฟที่ทางเดินประตูเล็กเสียได้สามวันแล้วยังไม่ได้ซ่อม วันนี้เธอจึงถือวิสาสะเดินเข้าประตูใหญ่เพราะกลัวความมืด

วันนี้คฤหาสน์หลังใหญ่ครึกครื้นเปิดเพลงเสียงดัง เหมือนมีงานรื่นเริงอะไรซักอย่าง แต่ก็มิอาจรู้ได้ว่ามันคืองานอะไร ร่างบางจึงต้องเดินเลี่ยงออกไปทางเรือนหลังเล็กที่เธออาศัยอยู่อย่างรีบเร่ง เพราะกลัวจะมีคนมาเห็น ถ้าเป็นเช่นนั้นเธอต้องโดนบิดาดุเป็นแน่

เมื่อตื่นเช้ามาเธอถึงได้รู้จากคนใช้ว่า เมื่อคืนที่คฤหาสน์จัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาและฉลองการสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกด้านจิตวิทยาของคุณหนูลัยลา พี่สาวฝาแฝดของเธอ ผู้เป็นที่ภาคภูมิใจและรักใคร่ของบิดายิ่งนัก ระหว่างที่โรฮันนากำลังยืนคิดอะไรเพลินๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาทำลายความเงียบ ทำให้เจ้าของร่างบางหลุดออกจากภวังค์ทันที

นี่นังหยี แกยังอยู่บ้านนี้อีกเหรอยะ ฉันนึกว่าแกไสหัวออกไปแล้วซะอีก เห็นแม่นมแกตายแล้วนี่ ลัยลาสาดน้ำเสียงกระแทกแดกดันปนเย้ยหยันในที เมื่อเจอหน้าน้องสาวครั้งแรกในรอบหลายปี    

ลึกลงไปภายในจิตใจ ลัยลาแอบอิจฉาน้องสาวมาโดยตลอด เพราะตั้งแต่เล็กจนโตโรฮันนาก็ได้รับความรักจากแม่นมที่เลี้ยงดูทั้งคู่มาไม่ต่างจากลูกในไส้ แต่หล่อนได้เพียงการดูแลตามหน้าที่ นมช้อยไม่เคยแสดงความรักความห่วงใยต่อหล่อนเหมือนที่นางแสดงต่อโรฮันนาเลยซักครั้ง นี่จึงเป็นเหตุที่ลัยลาเกลียดน้องสาวในไส้มาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะหล่อนคิดเสมอว่าทุกคนรอบข้างจะต้องเห็นความสำคัญของตนเป็นที่หนึ่ง

ค่ะพี่ลัยลา สาวน้อยตอบกลับพี่สาวคนสวยไปสั้นๆ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้ดีไปกว่านี้ ครั้นจะให้เธอบอกว่าจะย้ายไปในเร็ววันก็คงไม่ใช่ เธอยังไม่กล้าพอในตอนนี้  

โรฮันนากลัวเหลือเกินที่ต้องออกไปเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง โดยไร้เงาของแม่นมที่คอยเคียงข้างอย่างที่เคยเป็นมาแต่เก่าก่อน เพราะเธอแทบจะไม่ได้เข้าสังคม เลยไม่มีเพื่อน ไม่รู้จักใคร จึงไม่กล้าที่จะออกไปอยู่คนเดียวลำพัง ต้องทนอยู่ที่นี่ให้เขาถากถางต่อไป หากวันใดที่จิตใจเข้มแข็งพอแล้ว เธอจะไม่อยู่ที่นี่ให้ใครเขารำคาญหูรำคาญตาและคอยเชือดเฉือนวาจาเป็นแน่  

ถ้าแกยังอยากมีที่ซุกหัวนอนอยู่ ก็อย่าสะเออะ เสนอหน้าไปที่ตึกใหญ่ให้คนอื่นเห็นล่ะ เดี๋ยวใครต่อใครเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าผู้หญิงจืดชืดอย่างแกเป็นฉัน  

ลัยลาเบ้ปากมองน้องสาวด้วยความชิงชังรังเกียจ หล่อนยังเจ็บใจไม่หายที่เมื่อคืนมีคุณหญิงท่านหนึ่งมาทักว่าเห็นหล่อนไปทำงานที่ร้านขนมไทยแห่งหนึ่ง คนอย่างหล่อนเหรอจะลดตัวลงไปทำงานกรรมกรอย่างนั้น งานชั้นต่ำแบบนั้นมีแต่ยัยน้องสาวนอกคอกของหล่อนแหละที่กล้าทำ 

ค่ะ พี่ลัยลา โรฮันนาพยักหน้ารับด้วยถ้อยคำเดิม แล้วก็ก้มลงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว พร้อมทั้งรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ ที่พี่สาวแท้ๆ ไม่เคยเห็นเธอเป็นน้องสาวหรือคนในครอบครัวเลยสักครั้ง

 

อิอิ แรกเริ่มดราม่าก็มาเลย นางเอกน่าสงสารมาก แต่ชีวิตนางยังจะเจอกับความรันทดมากกว่านี้ หากได้พบกับพ่ออสูรร้ายบอกเลยว่าห้ามพลาดเรื่องนี้!!! เพราะพระเอกโหด ดิบ เถื่อน เพราะเนื้อหาครบรส และที่สำคัญพระเอกปากหวานและอ้อนเมียหนักมากกกก อิอิเอ้าใครอยากอ่านต่อเม้นท์และโหวตมาให้กำลังใจกันด้วยจ้า อย่าทำตัวเป็นนักอ่านเงานะคะ เอากำลังใจมาส่งคนเขียนตั้งแต่ตอนแรงกันหน่อยเร็ว จะได้รีบมาอัพตอนต่อไปให้อย่างรัวๆ ^^

E-BOOK ‘ดั่งต้องมนตร์อสูร จะวางขายใน MEB ประมาณเดือนต้นเดือนพฤศจิกายน นะจ๊ะ เอฝากด้วยจ้า^^  

 

 

  

ฝาก E-BOOK ภายใต้นามปากกา พราวนภาด้วยนะคะ

 

  

             พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

 

 

        แสดง 2 - 2
วันที่โพสต์ :  19 ก.ค. 2559 13:14    วันที่อัพเดท :   16 มี.ค 2560 10:17    › จำนวนผู้เข้าชม 406767 คน
   › คะแนนโหวต 1190 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :