นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ เจ็ด 2












ปานรีย์ที่ได้นอนพักจนเต็มอิ่มปรือตาขึ้นในช่วงสาย รู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมาก ส่วนอาการเจ็บบนหน้าผากมนก็ทุเลาลงมาก นัยน์ตาสีดำสนิทหันมองไปชายหนุ่มอีกคนที่นอนอยู่อีกเตียง ดวงตาเรียวยาวยังคงปิดสนิท จมูกโด่งไม่มีสายออกซิเจนและสายอื่นๆ แล้ว หญิงสาวโล่งใจลงมามาก ขาเรียวก้าวลงจากเตียงเดินเข้าไปหาร่างที่นอนเหยียบยาว


“ฉันขอโทษ” เอ่ยเสียงหวานแผ่วเบา ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเมื่อหญิงสาวพูดจบ


“คุณไม่ได้ทำอะไรผิด จะขอโทษทำไม” คนที่เธอคิดว่ายังไม่ได้สติเอ่ยขึ้น ตามมาด้วยดวงตาคู่คมเปิดขึ้นจ้องมองใบหน้านวล


“คุณเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บแผลอยู่หรือเปล่า” ปานรีย์ตกใจเอ่ยถามเขาออกไปไม่เต็มเสียงนัก รู้สึกดีใจและโล่งใจที่เขาไม่เป็นอะไรมากอย่างที่เธอกลัว


“ผมไม่เป็นไร แล้วคุณเป็นยังไงบ้าง”


แม้ตัวเขาจะเจ็บแค่ไหน แต่หญิงสาวตรงหน้าจะต้องไม่เป็นอะไรแม้แต่รอยขีดข่วน แต่พอเห็นบาดแผลที่หน้าผากมนก็ทำให้เขาแค้นใจคู่อริมากขึ้น มือหนายื่นไปไล้ที่บาดแผลแผ่วเบากลัวว่าเธอจะเจ็บ ปานรีย์จับมือเขาไว้แล้วส่งยิ้มให้แทน


“ฉันสบายดี


ใบหน้านวลก้มหน้าลงมองพื้นไม่กล้าสบตาเขา น้ำตาพาลจะไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้น สิงห์หนุ่มเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวก็พอจะเดาออกว่ารู้สึกได้


“มันไม่ใช่ความผิดของคุณ อย่าได้โทษตัวเองอีก”


ตำหนิหญิงสาวเสียงเรียบต่ำ ที่เอาแต่โทษตัวเอง น่าจะเป็นเขามากกว่าที่ต้องขอโทษที่ดึงเธอเข้ามาเกี่ยว แล้วยังทำให้โดนร่างเหไปด้วย ดีแค่ไหนที่เธอยังอยู่รอดปลอดภัยกลับมา


“ยังไงฉันก็มีส่วนผิดอยู่ดี” หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว


“เรื่องมันแล้วไปแล้ว อย่าเก็บมาใส่ใจเลย”


ฝ่ามือกว้างยกขึ้นประคองใบหน้านวลไว้ในมือ จุมพิตลงที่หน้าผากนวลเป็นการปลอบโยน ร่างบางก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือขัดขื่นแต่อย่างใด หญิงสาวทำหน้างองำแม้จะสบายใจแต่ก็รู้สึกผิดอยู่ดี


ผมว่าคุณไปพักผ่อนเถอะ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว หรือว่าอยากจะนอนด้วยกัน”


สิงห์หนุ่มไม่พูดเปล่าขยับกายให้เหลือที่ว่างข้างกาย ปานรีย์หน้าแดงหนักมีหรือที่เธอจะบ้าจี้ไปกับเขาด้วย


“จะบ้าเหรอใครจะนอนกับคุณ” ปานรีย์ส่งสายตาค้อนไปให้พลางถอยห่างกลับไปขึ้นเตียงของเธอ ดึงผ้าห่มคลุมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า


“อ้าว เห็นมาจับไม้จับมือ ไอ้เราก็นึกว่า ”


 ชายหนุ่มพูดเย้าแหย่ไม่เลิก แกล้งคนตัวเล็กให้หน้าแดงเพิ่มขึ้นไปอีก หัวเราะรวนกับท่าทางของแม่ทูนหัว ฝ่ามือกว้างกุมบาดแผลไปพลาง เมื่อเขาหัวเราะหนักเกินพอดี ใบหน้านวลแดงเรื่อขึ้นขัดเขินต่อสายตาที่มองมา แทบอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้นให้รู้แล้วรู้ลอดไป


“หยุดความคิดบ้าๆ ของคุณไปเลย ไม่อย่างนั้นฉันจะ” ปานรีย์เปิดผ้าห่มออกมาตวาดเสียงแหว


“จะทำอะไรครับ หือ” รัฐภูมิเอียงใบหน้าไปทางหญิงสาวส่งน้ำเสียงล้อเลียน


“...” ปานรีย์ไม่ตอบเขา ซ้อนใบหน้านวลแดงก่ำด้วยความเขินอายไว้แล้วหันหลังให้


“เดี๋ยวก่อนสิ คุณบอกผมก่อน”


 ชายหนุ่มก็ยังไม่หยุดที่จะเย้าต่อ ชอบเวลาเธอเขินอาย มันดูน่ารักน่าทะนุถนอมเหลือเกิน อยากจะจับมาหอมแก้มสักฟอดสองฟอด


“เงียบไปเลยนะ ฉันจะนอนแล้ว” ใบหน้านวลโผล่หน้าออกมาอีกครั้งร้องแหวใส่เขา ก่อนจะมุดเข้าไปใหม่


“อ้าว” 


สิงห์หนุ่มยิ้มให้กับท่าทางเขินอายของสาวเจ้าไม่บ่อยนะที่เธอจะหลุดอาการแบบนี้ให้เห็น

 


ร่างสูงใหญ่ของสิงห์ตัวที่สองและสามของฟรานเซสปรากฏตัวขึ้นในห้องคนไข้วีไอพี ไม่มีเรื่องใดของคนในครอบครัวสิงห์ที่ทุกคนจะไม่รู้


“หน่วยข่าวกรองใช้ได้นะ ฉันขอซื้อไปทิ้งได้ไหม” 


รัฐภูมิเหน็บแหนมน้องชายทั้งสองเข้าให้บ้าง ไม่เลยสักครั้งที่จะพลาดความเคลื่อนไหวของคนในครอบครัวว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน


“อ้าวพาลซะงั้นพี่ชายเรา แล้วนี่หมอว่าไงบ้างครับ”


รัฐภพ ฟรานเซส สิงห์หนุ่มตัวที่สองก้าวเข้าไปหาคนเป็นพี่ชายที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่เตียงคนไข้ เขาแทบบ้าหลังจากที่ทราบข่าวจากคนสนิทว่าพี่ชายถูกทำร้ายอาการสาหัส


“ดีขึ้นมากแล้วล่ะ แล้วมาดามยังไม่รู้เรื่องที่พี่เข้าโรงพยาบาลใช่ไหม...”


สิงห์หนุ่มตัวที่หนึ่งนึกห่วงอีกหนึ่งหญิงอันเป็นที่รัก เขาไม่ต้องการให้ท่านต้องตกใจ ถ้ารู้ว่าเขาถูกยิง แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบ


“คิดจะปิดอะไรแม่จ้ะหนุ่มๆ”


เสียงหวานดุทรงอำนาจของ มาดามเครือทิพย์ ฟรานเซส ผู้เป็นมารดาของห้าสิงห์หนุ่มแห่งฟรานเซสก็ดังมาจากประตูห้อง ทั้งสามพี่น้องหันไปมองด้วยความตกใจ พวกเขาพึ่งพูดไปเมื่อครู่นี่เอง มาแล้ว!


“มาดาม!


สามสิงห์หนุ่มร้องเรียกชื่อมารดาแทบจะพร้อมกันด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าท่านจะรู้เรื่องเร็วขนาดนี้แถมยังเดินทางมาเร็วไม่ต่างจากสองสิงห์ พวกเขาคงจะลืมไปว่า 


มาดามใหญ่แห่งฟรานเซส


ผู้มี


ซิกเซ้นส์’ 


แรงกล้า ต่อให้ไม่มีใครบอกท่านก็สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของบุคคลอันเป็นที่รักได้


ร่างบอบบางของมาดามเครือทิพย์ก้าวผ่านลูกชายตัวโตทั้งสองเข้าไปหาสิงห์หนุ่มตัวที่หนึ่งที่นอนอยู่เหยียดยาวบนเตียงคนไข้ พร้อมสายตาคาดโทษส่งไปในเวลาเดียวกัน


“คิดว่าเรื่องนี้จะปิดแม่ได้งั้นสิใช่ไหมพ่อลูกชายตัวดี”


“ปะ เปล่าครับ พวกเราแค่ไม่อยากให้คุณแม่ต้องเป็นห่วงเท่านั้นเอง”


รัฐภาม ฟรานเซส สิงห์ตัวที่สามรีบปฏิเสธพัลวัน เรื่องอะไรจะคิดแบบนั้นได้ มีหวังถูกพ่อบังเกิดเกล้าถลกหนังหัวนะสิ


“แล้วคุณแม่มาได้ยังไงครับ...” รัฐภูมิ ฟรานเซส เอ่ยถามคนเป็นมารดา


“ฉันเป็นคนพามาเอง” 


เสียงทุ้มกังวานของ มิสเตอร์อเดลตาร์ ฟรานเซส ประมุขใหญ่ของฟรานเซสดังแว่วมาจากทางประตูห้องอีกคนก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทันได้เดินมาด้วยซ้ำ


“มิสเตอร์!


 สามสิงห์หนุ่มร้องตกใจเป็นรอบที่สอง แต่จะว่าไปก็ไม่แปลกที่บิดามาด้วย ที่ไหนมีมาดามเครือทิพย์ที่นั้นต้องมีมิสเตอร์อเดลตาร์อยู่ด้วย เป็นสิ่งที่รู้กันอยู่นัยน์ตาสีฟ้าคมดุจ้องมองบุตรชายทั้งสามอย่างคาดโทษ


“ตกใจอะไรกัน เราคงต้องมีเรื่องคุยกันหน่อยแล้วนะไอ้ลูกชาย พวกแกสองคนด้วยแล้วนี่อีกสองคนไปไหน”


ประมุขใหญ่คาดโทษสามหนุ่มเอาไว้ พลางถามไปถึงสิงห์ตัวที่สี่และห้าที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย สามสิงห์หนุ่มขนลุกซู่ไปกับคำคาดโทษของบิดา พวกเขารู้ซึ้งถึงกิติศัพท์ของคนเป็นบิดาเป็นอย่างดี จึงได้เพียงส่งยิ้มแหยๆ ไปเท่านั้น


“ติดธุระนะครับจะตามมาพรุ่งนี้” สิงห์ตัวที่สามว่า


“แล้วนี่หมอว่ายังไงบ้าง”


“ไม่เป็นอะไรมากครับ พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”


“หือ? แผลยังไม่หายดีเลยน่าจะอยู่ต่ออีกสักวันสองวันไม่ดีกว่าหรือลูก” มาดามเครือทิพย์บอกน้ำเสียงปนเป็นห่วง


“ไม่ครับ” ชายหนุ่มปฏิเสธทันควัน เขาไม่อยากอยู่ที่นี่นานไปกว่านี้อีกแล้ว แค่วันเดียวยังรู้สึกอึดอัดจะแย่และอีกอย่างเขาไม่ชอบที่สุดก็คือที่นี่


“เมื่อไหร่จะเลิกเกลียดโรงพยาบาลเสียที หือ” มาดามเครือทิพย์ได้แต่ถอดหายใจออกมาอย่างละอา


“ไม่มีวันนั้นหรอกครับ ขยาดเต็มที” แค่อยู่คืนเดียว เขาก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้ว ไม่อยากอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้นานๆ


คิ้วเรียวของมาดามใหญ่เลิกขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อเหลือบไปเห็นร่างบางที่นอนอยู่เตียงข้างลูกชาย ร่างบางเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ว่าหล่อนเป็นใครกัน นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าเธอเป็นคนเดียวกับที่เห็นทุกครั้งในยามหลับตามาตลอดสองปี


มือเรียวยื่นไปไล้กรอบหน้าเรียวอย่างรักใคร่เอ็นดู รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก และรู้ในทันทีว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่จะมาเป็น สะใภ้ของตระกูลฟรานเซส


“เธอชื่ออะไรจ้ะ” น้ำเสียงนุ่มนวลถามบุตรชาย สายตาหวานไม่ละไปจากใบหน้าเนียน รัฐภูมิอดที่จะแปลกใจถามคนเป็นมารดาเสียไม่ได้


“ปานรีย์ครับ คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ?”


“รู้ไหมว่าแม่เห็นเธอมานานกว่าสองปีแล้ว” มาดามเครือทิพย์เปิดเผยเรื่องราวที่ไม่น่าเชื่อให้ลูกชายทั้งสามได้ฟัง ซึ่งมันก็ทำเอาทุกคนภายในห้องต่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน


“อะไรนะครับ โอ้ย!


รัฐภูมิเผลอเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลืมตัวไปเสียสนิทว่าตัวเองนั้นบาดเจ็บอยู่


“แม่ก็ไม่รู้ว่าทำไม ทุกครั้งที่หลับตาจะมีใบหน้าของเธอค่อยวนเวียนให้เห็นอยู่ตลอด บางทีแม่ก็คิดนะว่าโชคชะตาอาจจะกำลังต้องการบอกอะไรบางอย่างกับเราอยู่”


มาดามเครือทิพย์ผละจากร่างบางของหญิงสาวอีกคน แล้วก้าวเข้าไปหาลูกชาย ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องหญิงสาวที่นางได้พบเห็นให้ลูกชายฟัง


“จะเป็นไปได้ยังไงครับ” 


รัฐภพไม่อยากจะเชื่อ ส่วนตัวเขาเองไม่เชื่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้วด้วย


“พวกแกลืมไปหรือเปล่าว่าแม่เขามีเซ้นส์แรงแค่ไหน” ผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้น เดินเข้ามาโอบไหล่ภรรยาไว้หลวมๆ


สามสิงห์หนุ่มถึงบางอ้อ รัฐภพนิ่งไป เขาไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีเรื่องทำนองนี้ด้วย มันฟังดูเป็นไปได้ยากมาก แต่ก็คงต้องเชื่อไว้สักนิด เพราะจากที่ท่านโผล่มาที่โรงพยาบาลโดยที่ไม่บอกล่าวก่อน ทั้งที่ไม่มีใครบอกก็บอกพวกเขาได้หลายอย่าง


“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าคุณแม่รู้เรื่องที่พี่รอฟเข้าโรงพยาบาลก็มาจากเซ้นส์ อย่างนั้นหรือครับ” รัฐภามถาม


“ใช่จ้ะ แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอก แม่จะเห็นก็ต่อเมื่อถึงเวลาเท่านั้น” ใบหน้างามเปื้อนรอยยิ้มบอกบุตรชาย ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นตามฉบับ


“แล้วคุณแม่... เห็นอนาคตด้วยหรือเปล่าครับ” 


รัฐภูมิอดถามเสียไม่ได้อยากจะรู้เข้าเสียแล้วว่าวันข้างหน้าของแม่ทูนหัวจะเป็นอย่างไร แล้วเขาจะเป็นคนที่ใช่สำหรับเธอหรือเปล่า


“แม่คงตอบไม่ได้ลูกรัก เพราะคำตอบที่ดีที่สุดอยู่ที่ตัวลูกและเธอ” มาดามบอกเป็นนัยยะ 


 “ยังไงครับ?”


รัฐภูมิยังไม่เข้าใจในสิ่งที่มารดาต้องการจะสื่อ มันหมายความว่ายังไงกัน เขากับปานรีย์นะหรือจะรู้คำตอบที่ว่ามานั้น


“ลูกต้องหาคำตอบเองจ้ะ แม่ว่าเรากลับกันดีกว่า พี่เขาจะได้พักผ่อน ไปค่ะคุณเราสองคนด้วย” มาดามเครือทิพย์บอกปัด หันไปชวนสามีและลูกชายอีกสองคนกลับเสียเฉย


“มาไม่ทันไร จะกลับแล้วหรือครับ?” รัฐภูมิได้แต่มองหน้าทุกคน มายังไม่ถึงสิบนาทีก็กลับกันเสียแล้ว


“ก็ลูกมีคนดูแลแล้ว พวกเราคงไม่จำเป็นต้องอยู่ ไว้พรุ่งนี้แม่มาเยี่ยมใหม่” ก้มลงจุมพิตหน้าผากแกร่งของบุตรชาย ผละเดินออกจากห้องไป


“หายเร็วๆนะครับ” สองหนุ่มเอ่ยพร้อมกัน


“หามันให้เจอคำตอบมันอยู่ตรงนี้ไอ้ลูกชาย


มิสเตอร์อเดลตาร์ยื่นมือหนามาแล้วชี้นิ้วเรียวลงที่อกกว้างตรงตำแหน่งของหัวใจให้ลูกชายได้คิดไตร่ตรอง ความรู้สึกของตัวเองให้ดีๆ


บิดามารดาและน้องชายเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ชายหนุ่มได้นอนครุ่นคิดกับหัวใจตัวเอง ทั้งคำพูดของมารดาบอกและความนัยของบิดา ใบหน้าคมหันมองไปยังร่างบางที่หลับสนิทอยู่เตียงข้างๆ โดยไม่รับรู้ถึงการมาของคนในครอบครัวของเขา มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจมานานมากแล้วซึ่งมันคือ ‘ความรัก

 


ประตูห้องพักถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง ร่างสูงของไรอันเดินหอบแฟ้มเอกสารมากมายมาเต็มอ้อมแขนเข้ามาด้วยจะว่าไปแล้วก็นับถือในความอึดและอดทนของเจ้านายหนุ่มแม้ว่าคนปกติเขาจะเรียกว่าบ้างานก็คงไม่แปลกอะไร มันก็จริงอยู่ที่เจ้านายเขาไม่ชอบอยู่เฉยๆ ครั้งนี้ก็เช่นกันที่พอฟื้นขึ้นมาก็ถามหางานเป็นอันดับแรก ต่อให้เจ็บตัวมากมายเพียงไร สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลืมหรือลบออกจากโปรแกรมในสมองเลยคือ งาน


“เรื่องที่โรงแรมเป็นอย่างไรบ้าง”


สิงห์หนุ่มถามถึงข่าวการค้าประเวณีเมื่อวันก่อนที่เขาและตำรวจบุกไปทลายมา ใบหน้าคมยังมองอยู่ที่แฟ้มเอกสารในมือ


“จัดการปิดข่าวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ และให้แขกพักฟรีหนึ่งอาทิตย์ตามที่คุณรอฟสั่งเรียบร้อยแล้วครับ” ไรอันบอก


“ดีมาก จัดการเรื่องโรงพยาบาลให้ด้วย พรุ่งนี้ฉันจะกลับบ้านแล้ว” น้ำเสียงราบเรียบบอก


“แต่เจ้านายยังไม่หายดีเลย” ไรอันเอ่ยถามนายหนุ่มยังไม่จบ หญิงสาวอีกคนที่ตื่นขึ้นมาทันได้ยินสองหนุ่มคุยกันก็ชิงตัดถามขึ้นก่อน


“หมอให้คุณกลับได้แล้วหรือค่ะ” ปานรีย์ถามด้วยความสงสัย


“ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก และไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อ” บอกทั้งที่ใบหน้ายังก้มลงตรวจเอกสารในมือ เขาไม่อยากมองหน้าหญิงสาว เพราะไม่อยากทะเลาะด้วย


“จะไม่เป็นอะไรมากได้ยังไงคุณโดนยิงมานะไม่ใช่โดนมดกัด จะได้พักแค่วันสองวันแล้วจะหาย”


ปานรีย์ตวาดแหวไม่พอใจที่เขาเอาแต่ใจตัวเอง พร้อมกับก้าวลงจากเตียงไปยืนอยู่ตรงหน้าเขา


“ไรอันไปจัดการตามที่สั่ง และคุณไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เพราะยังไงผมก็จะกลับ” น้ำเสียงเย็นชา เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง


“แต่ว่า คุณ” ปานรีย์ยังไม่หยุดที่จะรั้งเขาไว้


“ผมตัดสินใจแล้ว” ขัดขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะทันพูดจบ


“อยากจะทำอะไรก็ตามสบายฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว เสียแรงอุตส่าห์เป็นห่วง”


กล่าวจบก็เดินปึงปังออกจากห้องไป ปล่อยให้อีกฝ่ายมองตามถ้าไม่ติดที่เขามาช่วยชีวิตเธอไว้ละก็ ป่านนี้เธอชกหน้าเขาไปแล้ว เธอคิดในใจ ร่างบางเดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับมามองเขาอีก ชายหนุ่มได้แต่มองตามร่างบางที่พึ่งเดินออกจากห้องไป คำพูดลูกน้องและคำพูดของมารดาผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง


“คุณปานรีย์เป็นห่วงคุณรอฟมากนะครับ ขนาดว่าร่างกายไม่แข็งแรงดีเธอยังนั่งเฝ้าเจ้านายไม่ห่างไปไหนเลย” ไรอันรีบแก้ต่างแทนว่าที่นายสาว ขอตัวออกจากห้องไปอีกคน


สิงห์หนุ่มหลง รัก ผู้หญิงคนนี้มากว่า ‘สองปี ทั้งที่ยังไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอด้วยซ้ำ ฝ่ามือกว้างยกขึ้นแตะที่อกกว้างรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจที่แรงระรัวจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมานอกอก เขาห้วนคิดถึงคำพูดของบิดาที่บอกว่า คำตอบทุกอย่างมันอยู่ที่ตรงนี้ 


'หัวใจของเขานี้เอง' 


สิงห์หนุ่มนั่งคิดอยู่กับความคิดและความรู้สึกนั้นเนินนานจนเวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า



        แสดง 21 - 21
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00 วันที่อัพเดท :   26 ก.พ. 2561 19:02    › จำนวนผู้เข้าชม 133734 คน
   › คะแนนโหวต 2646 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :