นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ตะวันพ่ายจันทร์ ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๓    by เทียนธีรา
ชื่อตอน ๗ ตะวันหวงจันทร์ ๓/๔


ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ


-ต ะ วั น พ่ า ย จั น ท ร์-

ตะวันหวงจันทร์

 

         “ขอบคุณครับ” ปรัชญ์ตอบกลับอย่างสุภาพและยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ผิดกับน้ำเสียงและบุคลิกที่คนอื่นๆ เห็นว่าห่ามและดิบจนเจนตา

“คุณอยากได้อะไรอีกไหมคะ” จันทริกาถามเสียงเรียบๆ แต่ยังคงรักษากิริยาอันสุภาพนอบน้อมกับแขกของรังสิมันต์ไว้เป็นอย่างดี

“ไม่อยากได้อะไร แต่มีเรื่องอยากถามหน่อย”

“เรื่องอะไรคะ”

“น้องชื่ออะไรแล้วมาอยู่บ้านหลังนี้ได้ยังไง” ปรัชญ์ถามในเรื่องที่ตัวเองสงสัยทันที

“หนูชื่อจันทริกาค่ะ คุณจะเรียกว่าจันทร์เฉยๆ ก็ได้นะคะ จันทร์เป็นน้องสาวของพี่ศศิน่ะค่ะก็เลยได้มาอยู่ที่บ้านหลังนี้”

“ศศินี่เป็นภรรยาของตะวันใช่ไหม”

“ค่ะ”

ปรัชญ์หันไปมองรูปแต่งงานของรังสิมันต์กับศศิประภาซึ่งวางอยู่บนตู้โชว์ ก่อนจะหันกลับมาพิศมองเด็กสาวตรงหน้าอีกรอบ

“เป็นพี่น้องกันจริงๆ เหรอ ทำไมหน้าไม่เหมือนกันเลยล่ะ” เขาวิจารณ์ออกไปตรงๆ ตามที่ตัวเองเห็นและคิด

“ไม่ใช่หรอกค่ะ จันทร์เป็นลูกติดพ่อ พี่ศศิเป็นลูกติดแม่ พ่อกับแม่ของเราแต่งงานกันน่ะค่ะ จันทร์กับพี่ศศิก็เลยมีสถานะเป็นพี่น้องกัน” จันทริกาอธิบายโดยไม่คิดจะปิดบังใดๆ เพราะไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใครหรืออะไรมาก่อนมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอในตอนนี้ได้

“อย่างนี้นี่เอง แล้วเมื่อกี้จันทร์ใช่ไหมที่เป็นคนเล่นเปียโน”

“ค่ะ”

“ไปเรียนมาจากไหน”

“จันทร์เริ่มเรียนตอนอยู่โรงเรียนค่ะ จันทร์อยู่ชมรมดนตรี”

“เรียนมัธยมที่ไหนเหรอ” ปรัชญ์ซักต่ออย่างสนใจ

“ที่โรงเรียน

จันทริกาบอกชื่อโรงเรียนของตัวเอง และชื่อโรงเรียนดังกล่าวก็สะดุดหูปรัชญ์พอสมควร เพราะน้องสาวบุญธรรมของเขาก็เคยเรียนที่นั่นมาก่อน แถมยังอยู่ชมรมดนตรีอีกต่างหาก

“อยู่โรงเรียนเรียนและอยู่ชมรมเดียวกับธรินดา” ...ดูเอาเถอะขนาดว่าเขาออกจะรำคาญลูกสาวบุญธรรมของแม่ที่ชื่อธรินดา แต่ก็ยังอุตส่าห์รู้ว่าเธอเรียนที่ไหนและอยู่ชมรมอะไร

“ธรินดา...พี่เล็กหรือเปล่าคะ” แววตาที่หม่นเศร้าไหวระริกเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงชื่อนั้น

“ใช่...เรารู้จักเหรอ”

“รู้จักค่ะ ในชมรมดนตรีจันทร์สนิทกับพี่สาวอยู่สองคน มีพี่ขิมแล้วก็พี่เล็ก พี่ขิมเล่นดนตรีเก่งมากค่ะ ร้องเพลงก็เก่ง ส่วนพี่เล็กเป็นผู้ให้กำลังใจที่ดี”

“คงเล่นอะไรไม่เป็นล่ะสิ ก็ไม่แปลกในเมื่อวันๆ เอาแต่ขลุกอยู่ในห้องพระหรือไม่ก็ห้องครัว” ปรัชญ์พาดพิงถึงคนที่กำลังเป็นประเด็นด้วยน้ำเสียงที่ดูจะแดกดันระคนหมั่นไส้นิดๆ

“คุณรู้จักพี่เล็กด้วยเหรอคะ”

“รู้จักสิ รู้จักดีซะด้วย”

“พี่เล็กเป็นอะไรกับ...

“มาทำปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออะไรอยู่นี่ มีอะไรทำ ก็ไปทำสิ” เสียงดุๆ ของรังสิมันต์แทรกขึ้นขัดจังหวะการถามของจันทริกา ทำให้หญิงสาวหน้าเจื่อนไปทันที

“ขอโทษค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขอโทษแล้วเตรียมจะผละไป

“เดี๋ยวก่อนจันทร์” ปรัชญ์เรียกเอาไว้ จันทริกาหยุดตามเสียงเรียกพร้อมกับขานรับเบาๆ

“คะ”

“ต่อไปจันทร์ไม่ต้องเรียกพี่ว่าคุณนะ ให้เรียกว่าพี่ปรัชญ์”

คำพูดที่ฟังดูใจดีของปรัชญ์นั้น มาพร้อมกับอาการหน้าตึงของใครอีกคน จันทริกาไม่ได้รับปากแค่พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงเข้าใจ จากนั้นก็รีบผละไปตามความตั้งใจเดิมของตัวเอง

“น้องเขาก็ดูน่ารักดีนี่ แถมแววตาก็ดูเศร้าๆ น่าสงสารนะ แกใจร้ายกับเด็กคนนี้ได้ลงคอจริงๆ เหรอตะวัน”

          “แกยังไม่รู้จักจันทริกาดีพอหรอก”

          “แล้วแกล่ะ รู้จักเขาดีพอจริงๆ เหรอ แล้วแน่ใจนะว่าไม่ได้คิดหรือทำอะไรเกินเลยกับเขามากกว่าการปลดจากน้องเมียมาเป็นเด็กรับใช้” ปรัชญ์แสร้งถามดักคอ แต่รังสิมันต์นี่สิกลับหลุดออกมาจนปรัชญ์ต้องอมยิ้ม

          “ไอ้ปรัชญ์แกนี่มันปากหมาจริงๆ!

          “เอ๊าไอ้นี่ พูดแค่นี้ทำเป็นโกรธ หรือว่าที่ฉันพูดนี่จี้ใจดำๆ ของแก”

          “แกจะหุบปากแล้วเก็บปากไว้กินเหล้า หรือจะกินหมัดของฉันก่อน”

          “กลัวแล้วครับ” ปรัชญ์พูดกลัวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ซึ่งตรงข้ามกับอารมณ์ของเจ้าของบ้านอย่างลิบลับ

“แกกำลังจะทำให้ฉันเสียการปกครอง”

“เสียยังไงวะ”

“ทำไมจะต้องไปให้ความสนิทสนมกับเด็กคนนั้น หรือว่าคิดอะไรกับเด็กในบ้านฉัน”

“ฉันน่ะไม่คิดอะไรอยู่แล้ว แค่สงสารและเอ็นดู แต่แกเหอะคิดอะไร ทำไมถึงได้ทำตัวเป็นหมาหวงก้างแบบนี้ อ้อ...ต้องบอกว่าอดีตพี่เขยหวงอดีตน้องเมียถึงจะถูก” ปรัชญ์แกล้งพูดจี้ใจดำอีกอย่างพอจะเดาอะไรได้รางๆ

“ไอ้เชี่ยปรัชญ์แกจะกวนตีนไปถึงไหนวะ”

“รู้ทันก็แกล้งทำโมโหใส่นะคนเรา”

“ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ทัน ตกลงจะกินไม่กินเหล้าน่ะ ถ้ามัวแต่กวนตีนแบบนี้ก็รีบกลับไปเลยไป” รังสิมันต์ไล่เพื่อนสนิทกลับอย่างไม่คิดจะรักษาน้ำใจ แต่มีหรือคนอย่างปรัชญ์จะยอมง่ายๆ

“นิสัยเสีย ฉันเป็นแขกนะโว้ย จะไล่กลับตามใจชอบได้ไง”

“ตกลงจะกลับไม่กลับ”

“ไม่กลับ”

“หน้าด้าน”

“ก็ไม่เถียง ด้านได้อายอดเว้ย”

ปรัชญ์ยักไหล่พลางหัวเราะร่วนอย่างไม่เดือดร้อนต่อท่าทีฮึดฮัดของอีกฝ่าย เขาจัดการคีบน้ำแข็งใส่แก้วให้ตัวเองจากนั้นก็รินน้ำสีอำพันซึ่งราคาแพงระยับลงในแก้ว ก่อนจะจับมันขึ้นกระดกลงคออย่างสบายใจ รังสิมันต์จึงจับขวดมาเทใส่แก้วตัวเองบ้าง แต่ปริมาณที่เทมากกว่าของปรัชญ์เกือบเท่าตัว เหล้าในขวดจึงหมดลงอย่างรวดเร็ว 


ฝากอีบุคเรื่องใหม่ล่าสุดด้วยนะคะ

เรื่องนี้มีแต่หวาน หื่น และฟินจ้า

อนุรดี-เตชินท์
เทียนธีรา
www.mebmarket.com
น้ำมันกับไฟไม่ควรอยู่ใกล้กันฉันท์ใด หนุ่มสาวที่มีใจปฏิพัทธ์ต่อกัน ก็ไม่ควรอยู่ใกล้กันก่อนเวลาอันควรฉันท์นั้นแม้รู้ว่าความใกล้ชิด คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะจุดให้ไฟแห่งความปรารถนาลุกโชน แต่น้อยคู่นักที่จะทำตัวทำใจให้อยู่ห่างกันได้แล้วน้องสาวเพื่อนกับพี่ชายข้างบ้านอย่างอนุรดีกับเตชินท์เล่า จะสามารถข้ามผ่านและต้านทานไฟปรารถนาอันสุดเย้ายวนไปได้ ก่อนจะถึงเวลาที่ถูกที่ควรหรือไม่ ในเมื่อพออยู่ใกล้กันทีไร ทั้งสองก็ไม่ต่างอะไรกับแม่เหล็กต่างขั้ว ที่ถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงอันมหาศาลร้อนแรงพี่เตจ้องจะกด หนูดีก็เหมือนจะเปิดโอกาสให้กดเสียด้วยสิ!




ท่านใดสนใจสั่งจองหนังสือ 

-ต ะ วั น พ่ า ย จั น ท ร์-

รายละเอียดตามโปสเตอร์ด้านล่างเลยนะคะ

ส่วนอีบุคน่าจะพร้อมโหลดต้นเดือน กรกฎาคม ค่ะ

ขอบคุณค่ะ​

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ


        แสดง 24 - 24
วันที่โพสต์ :  19 พ.ค. 2561 06:29    วันที่อัพเดท :   16 ส.ค. 2561 07:27    › จำนวนผู้เข้าชม 39960 คน
   › คะแนนโหวต 299 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :