นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง อุ้มรักรัฐภพ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน คนอุ้มรัก สิบ 2























 

กว่าหนึ่งอาทิตย์เต็มที่เจ้าแห่งสมุทรหยุดพักรบและเติมพลังจนเต็มที่และมีอีกสิ่งหนึ่งที่เขาได้กลับมาด้วยคือความรู้สึกดีที่ได้จากแม่สาวร็อตไวเลอร์ เธอเริ่มที่จะพูดกับเขาดีขึ้น ไม่ตะโกนด่าหรือหยิกข่วนเหมือนครั้งแรกที่เจอหน้ากัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี

ส่วนเขาได้ตอบแทนเธอกลับไปให้ด้วยเช่นกันนั่นคือ ‘ความอ่อนโยน’ หรือจะเรียกว่า ‘ความรัก’ ก็คงจะไม่ผิด

รัฐภพ ฟรานเซส ยื่นมือหนาไปรับร่างบางลงจากเฮลิคอปเตอร์ที่จอดสนิทลงเหนือดาดฟ้าเรือคาราคอร์ฟ ซึ่งจอดห่างจากชายหาดเมืองซานโตสไม่ไกลมากนัก

“ขอบคุณ”

อ้อมเดือนยื่นมือไปวางลงบนฝ่ามือกว้างแล้วก้าวลงไปอย่างมั่นคงโดยมีเขาช่วยประคองเอาไว้อยู่ด้านล่าง เธอจึงไม่ต้องกลัวอะไร นาทีต่อมาทั้งหมดก็กลับห้องพัก หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางหลายชั่วโมง

อ้อมเดือนปรือดวงตากลมเรียวขึ้นในตอนหัวค่ำ หลังจากที่เผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ นัยน์ตาสีดำมองกวาดดูมองนาฬิกาบนผนังก็ล่วงเลยมาเกือบสามชั่วโมง เธอเผลอหลับไปนานขนาดนี้เลยหรือ ความคิดหยุดลงเมื่อประตูห้องนอนถูกเปิดเข้าโดยไม่มีการเคาะให้สัญญาณคนด้านในให้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย ซึ่งกิริยาแบบนี้มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น

“ตื่นแล้วหรือ รีบอาบน้ำแต่งตัว ส่วนนี่เป็นของใช้และเสื้อผ้าของคุณ อีกครึ่งชั่วโมงผมจะมารับ”

เดินออกจากห้องไปอีกครั้ง ปล่อยให้หญิงสาวนั่งงงงวยอยู่บนเตียง ทั้งที่พึ่งขึ้นเรือมาได้ไม่นานก็ต้องไปงานกับเขาอีกแล้วหรือ เมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากเขาสักทีนะหญิงสาวคิดอย่างปลงตก พลางก้าวลงจากเตียงกว้างไปคว้าเอาถุงกระดาษไม่กี่ใบที่นายหน้าโหดนำมาวางไว้ที่โซฟาปลายเตียงไปจัดการกับตัวเองอย่างรวดเร็ว

จากนั้นลงมือแต่งหน้าทำผมซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธออยู่แล้ว ผมยาวสลวยก็เลือกที่รวบมันเป็นม้วนเป็นช่อขึ้นไว้กลางศีรษะ แทนการปล่อย เผยดวงหน้าและลำคอระหงชัดเจน มองสำรวจตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะหยิบชุดสวยที่เลือกไว้

เกาะอกรูปหัวใจ สีเทาเข้มยาวคร่อมเท้า

ที่เธอเลือกชุดนี้เพราะดูเรียบไม่หวือหวาจนเกินไป ด้วยสีสันก็ไม่เด่นจนน่าเกียจและมันตัดกับสีผิวขาวอมชมพูของเธอได้อย่างลงตัว มองสำรวจตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนจะเดินออกมาจากห้องแต่งตัว

 


เสียงเปิดปิดดังมาจากทางประตูห้อง หลังจากที่เงียบไปร่วมครึ่งชั่วโมง สิงห์หนุ่มและคนสนิททั้งสองก้าวเข้ามาภายในต่างหยุดจ้องมองร่างบางที่ยืนอยู่กลางห้องเป็นจุดเดียว รัฐภพเผลอมองร่างตรงหน้านิ่งไม่บอกอารมณ์ใดๆ แต่สองหนุ่มด้านหลังต่างมองหญิงสาวด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าผู้หญิงที่มือเท้าหนักอย่างกับช้างตกมันจะสวยได้ขนาดนี้

ตอนไปงานคราวที่แล้วก็ว่าสวยแล้ว แต่ครั้งสวยมากกว่าเป็นไหนๆ แค่แต่งเติมใบหน้าเล็กน้อย รวบผมยาวสลวยขึ้นไว้กลางศีรษะได้รูปและเสริมบุคลิกให้ดูงดงามตรึงตาด้วยชุดราตรียาวคร่อมเท้าชวนมองนัก

รัฐภพชักไม่อยากให้ใครได้เห็นเรือนร่างที่เขาฟันธงได้ว่าร้อนแรงแค่ไหนตอนที่อยู่ใต้ร่างและมีเขานอนคร่อมร่างบางเอาไว้ เพียงแค่คิดร่างกายก็เกิดอาการร้อนฉ่าขึ้นมาเสียไม่ได้

อ้อมเดือนมัวก้มลงเช็ดคราบเปื้อนที่ชุดสวย พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าสามหนุ่มกำลังจ้องมองมาที่เธออยู่ โดยเฉพาะนัยน์สีน้ำตาลอ่อนนั้น มันมีอิทธิพลต่อเธอได้ตลอดเวลา แม้กระทั้งตอนนี้ จนทำตัวไม่ถูกไปชั่วครู่ เสียงหวานจึงต้องเอ่ยถามแก้เก้อเขินออกไป เพื่อคายบรรยากาศภายในห้องที่ดูร้อนอบอ้าวขึ้นมาเสียเฉยๆ

ไปกันหรือยัง”

“ไปสิ...”

นั้นเป็นคำพูดเดียวของเขาจากที่ออกจากห้องชุดจนต้องนี้มาอยู่หน้าตึกสูงระฟ้าของโรงแรมชื่อดังของเมืองซานโตส ซึ่งเป็นงานที่เธอไม่คาดคิดว่าผู้ชายหน้าโหดอย่างกับโจรสลัดจะมา ซึ่งก็คือ

งานการกุศลช่วยเหลือผู้ขาดแคลนอาหารและทุนทรัพย์ในประเทศด้อยพัฒนา...

และที่ทำให้เธอประหลาดใจเพิ่มมากขึ้นไปอีกคือคนที่เดินเคียงคู่มากับเธอ เขาเป็น

ประธานมูลนิธิ!’

สงสัยเธอจะทำเวรทำกรรมกับคนอื่นไว้เยอะ คงยากหน่อยที่จะชดใช้คืนให้คนเหล่านั้น บาปกรรมทุกวันนี้มันวิ่งเร็วอย่างกับจรวด

“คิดไม่ถึงล่ะสิว่าผมจะเป็นประธานมูลนิธิ” รัฐภพก้มลงกระซิบถามหญิงสาวข้างกายให้ได้ยินเพียงสองคน

บรรดาช่างภาพต่างรัวแฟลตส่งหนุ่มสาวเจ้าของงานในค่ำคืนไม่หยุด เทียบกับเธอแล้วคงต้องบอกว่ามันเหมือนกับห่าฝนที่เทลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว ดวงตาของเธอเริ่มพร่ามัวไปหมด ไม่เคยที่จะต้องเจออะไรเช่นนี้มาก่อน หลายสิ่งที่พุ่งเข้ามาฉับพลัน ล้วนแปลกใหม่สำหรับเธอมากในเวลานี้ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในชีวิตผู้ชายที่ชื่อ รัฐภพ ฟรานเซส

“มันยากจะเชื่อไม่ใช่หรือ” อ้อมเดือนโต้กลับทั้งที่ใบหน้านวลยังคงมองไปข้างหน้า ไม่ได้หันไม่มองเขาสักนิด

“ไปกันเถอะ”

รัฐภพแย้มยิ้มที่มุมปากรู้สึกดีเหลือเกินที่แกล้งเธอได้อีกครั้ง เก็บความรู้มากมายไว้ค่อยคิดบัญชีกับแม่สาวร๊อตไวเลอร์ทีหลัง

ลูกน้องกว่าหกแหวกทางจากนักข่าวที่กรูเข้ามาถ่ายภาพและต้องการสัมภาษณ์ทั้งคู่ให้ออกห่าง เพื่อให้เจ้านายทั้งสองได้เข้าไปภายในงาน

หลังจากนั้นสิงห์หนุ่มแห่งเรือคาราคอร์ฟได้กล่าวเปิดงาน การประมูลสิ่งของที่บรรดาคุณหญิงคนนายทั้งหลายส่งเข้าร่วมเพื่อเป็นทุนช่วยเหลือผู้คนยากไร้ก็ได้เริ่มขึ้น โดยประธานเจ้าของงานอย่าง รัฐภพ ฟรานเซส ได้เข้าร่วมด้วยเช่นกัน

อุปกรณ์ทางการแพทย์และเงินบริจาคกว่าหนึ่งร้อยล้านเหรียญ...

มันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรสำหรับเขา เพราะปกติเขาจะหักรายได้สิบเปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดเข้ากองทุนโดยตรงอยู่แล้ว โดยให้เหตุผลว่า

 

“คนเรามีมากก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตมีความสุขเพิ่มขึ้น สู้นำส่วนที่เรามีมากเกินไปไปแบ่งปันให้กับคนที่เขายังขาดแคลนยังจะเป็นกุศลกับชีวิตและครอบครัวมากกว่า ได้ช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้มีความสุข และยังได้บุญและพรที่ประเสริฐกว่าเพชรนิลจินดา ที่ได้มาเพราะไปเหยียบย้ำผู้อื่นเพื่อให้ได้มา...”

 

นาทีที่แขกเรื่อทุกคนรอคอยก็มาถึง นั้นคือการประมูลของใช้ เครื่องประดับ หรืออาจจะรวมถึง ของรักที่เก็บต่อไปไม่ได้ เพราะไม่มีเงินไปจุนเจือครอบครัวและบริษัท ซึ่งภายในงานก็มีหลายคน ไม่อาจจะหลุดพ่นสายคนคมกริบของสิงห์หนุ่มไปได้

“ของที่ทุกท่านเห็นอยู่ตรงหน้านี้คือรูปวาดจากศิลปินชื่อก้องโลก ซึ่งจะเริ่มประมูลที่ราคาหนึ่งล้านเหรียญ

“สองล้าน

“สองล้านครับ”

“สามล้าน”

“สี่ล้าน”

“ห้าล้าน”

“ห้าล้านเหรียญแล้วครับ มีใครจะให้สูงกว่านี้ไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะเริ่มนับปิดการประมูลที่หนึ่ง สอง

“สิบล้าน!” น้ำเสียงทุ้มก้องกังวานดังมาจากประตูบอกตัวเลขที่ทำเอาทั้งห้องนิ่งอึ้งกันไปเลยทีเดียวหันไปมองเขาเป็นจุดเดียว

อ้อมเดือนหันไปมองด้วยความสนใจและใคร่รู้ว่าเขาเป็นใครกัน รวยขนาดควักตั้งเป็นสิบล้าน เพื่อซื้อรูปที่ดูก็รู้ว่าเป็นของปลอมนั้นขึ้นมา

“โดมินิค!





        แสดง 29 - 29
วันที่โพสต์ :  23 ม.ค. 2559 12:55    วันที่อัพเดท :   7 เม.ย. 2561 14:51    › จำนวนผู้เข้าชม 94177 คน
   › คะแนนโหวต 2000 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :