นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง อุ้มรักรัฐภพ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน คนอุ้มรัก สิบสาม 2





























 

ท่าเรือฟรานเซส เมืองบาร์เซโลนา สเปน...

รถยนต์คันใหญ่กว่าสิบคันพร้อมคนกว่ายี่สิบคนแล่นเข้าเทียบหน้าโกดังเก็บสินค้า หลังจากที่ได้รับรายงานว่าจะมีการส่งยาเสพติดล็อตใหญ่ใกล้กับท่าเรือของเขา เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับสินค้ามูลค้าหลายพันล้าน เขาจึงต้องวางแผนรับมือไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยโดยงานนี้สิงห์หนุ่มตัวที่สองลงพื้นที่รับมือด้วยตัวเอง

“เริ่มหรือยัง”

“ยังครับ เห็นมาแค่หนึ่ง อีกหนึ่งยังไร้เงา” คาซัสบอก

“ในหัวของพวกมันไม่มีคำว่าผิดชอบชั่วดีเลยหรือยังไง ไม่กลัวเกรงกฎหมายบ้านเมืองเลยสักนิด” รัฐภพบอกเสียงเรียบ จ้องมองไปยังทางเรืออีกฝั่ง ซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือของเขาไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น

“มากันแล้วครับ กำลังเตรียมจะส่งของแล้ว” รีทส์วิ่งเข้ามารายงานความคืบหน้า

สองหนุ่มลูกน้องคนสนิทจ้องมองคนเป็นนายเหมือนมีคำถามมากมาย ซึ่งสิงห์หนุ่มเองก็รำคาญสายตาพวกนั้น จึงพูดดักทางขึ้นก่อน

“จะถามอะไร?”

“ไม่คิดจะทำอะไรหน่อยหรือครับ”

เป็นคาซัสที่ถามขึ้น ที่ผ่านมาถ้ามีเหตุการณ์เหมือนครั้งนี้ สิงห์หนุ่มไม่เคยนั่งนิ่งเฉย เขาจะต้องหาทางเข้าขัดขว้างจนถึงที่สุด หรือไม่ก็ร่วมมือกับตำรวจเพื่อทลายพวกเดนสังคมให้หมดไป

แต่ครั้งนี้สิงห์หนุ่มไม่คิดจะทำอะไรเลยแม้แต่น้อย ไม่ทุกข์ร้อน เหมือนไม่ใช่ รัฐภพ ฟรานเซส คนเดิมที่พวกเขาเคยรู้จัก จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่ ตั้งแต่ความทรงจำของเขาหายไปเมื่อสองเดือนก่อน เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน สิ่งที่เคยทำไม่ทำ สิ่งที่ไม่เคยทำกลับทำทุกอย่าง อย่างเช่นครั้งนี้เป็นต้น

“จะต้องลงมือเองให้เสียเวลาทำไม เดี๋ยวก็มีคนจัดการแทนเรา นั่งดูเฉยๆ ไปนี่แหละ” กล่าวเป็นนัยยะ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก สองหนุ่มคนสนิทจึงมองหน้ากันอย่างสงสัย นี้พวกเขาพลาดอะไรไปอย่างนั้นหรือ

“บอกคนของเราให้เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดีก็แล้วกัน ตัวไหนผ่านมาจัดการได้เลยไม่ต้องรอคำสั่งฉัน” ลูกน้องตัวโตรับคำ ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ผ้าใบที่สั่งให้คนสนิทเอามาให้

 

ปัง!

เสียงกระสุนนัดแรกดังสนั่นจากท่าเรืออีกฝั่ง เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าได้เริ่มขึ้นแล้ว รัฐภพลุกจากเก้าอี้ผ้าใบ มือกว้างคว้ากล้องส่องทางไกลขึ้นมองผ่านเลนส์ไปอีกฟากฝั่ง เห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาที่ท่าเรือของเขาพร้อมอาวุธครบมือ ร่างสูงหันมาสั่งลูกน้องเสียงดังลั่น

“ทุกคนเตรียมตัว! สองร้อยเมตร หนึ่งร้อยเมตร ห้าสิบเมตร

ลูกน้องกว่านับร้อยทำตามอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกมันคนใดเข้ามาเป็นได้กลายเป็นศพ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองสองร่างที่วิ่งนำมาก่อน และมีอีกนับสิบที่วิ่งมาตาม ซึ่งบอกให้รู้ว่าเป็นคนละพวกแน่นอน

“ทุกคนพร้อม!” คาซัสร้องบอกลูกน้องเสียงเครียด

“เดี๋ยว! อย่าพึ่งยิง”

ร่างสูงเห็นอะไรบางอย่างที่บ่งบอกว่าแตกต่าง แต่ร่างสูงใหญ่เจ็ดแปดคนข้างหลังนรกคงหมายหัวพวกมันทุกตัวลงบัญชีดำไว้แล้ว

“ช่วยสองที่วิ่งนำหน้า ที่เหลือฆ่าให้หมด!

สิงห์หนุ่มพร้อมคนสนิทวิ่งอ้อมไปดักทางด้านข้างโกดังในมุมมืดลับตาเมื่อไหร่ที่พวกมันเข้ามาต้องเจอกับเขาก่อนและมันจะได้ไปเฝ้ายมบาลรอเพื่อมันอีกเป็นโขยง

สองร่างโปร่งบางที่วิ่งหนีห่ากระสุนที่ตามหลังมาอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่พวกเธอก็อาศัยความว่องไวที่ฝึกมาเอาตัวรอดมาได้ แต่กระนั้นก็ยังโดนเข้าให้เหมือนกัน เล่นเอาเจ็บจุกใช้ได้เลยทีเดียว คงเพราะห่างหายไปหลายเดือนความคล่องตัวจึงลดน้อยถอยลง อีกอย่างก็เพราะ...

“ไหวไหมจัน!” อ้อมเดือนร้องถามเพื่อนรัก เห็นว่าร่างบางเซเล็กน้อย ใบหน้าเริ่มซีดเผือกลงเรื่อยๆ

“สบายมาก” น้ำเสียงหอบกระเส่า พลางก้มลงมองแผลที่ต้นแขนเรียวที่เลือดไหลอาบลงมาไม่หยุด ใบหน้านวลเริ่มซีดลงเรื่อยๆ

เสียงกัมปนาทอย่างกับห่าฝนไล่หลังสองร่างมาถี่ยิบ แทบจะหลบไม่ทัน ทั้งสองต่างวิ่งเข้าหาที่กำบัง อีกไม่กี่สิบเมตรก็จะถึงท่าเรือฟรานเซสอยู่แล้วเชียว

“ฉันว่าโทรแจ้งหน่วยก่อนดีกว่า ขื่นลุยต่อ เราได้ตายกันหมดแน่”

เสียงหวานร้องบอกคู่หูแข่งกับเสียงห่ากระสุนที่พุ่งมาไม่หยุด ต่อสายขึ้นมาแจ้งผู้บังคับบัญชาเพื่อขอกำลังเสริม แต่แล้วพอหันกลับมาร่างบางของคู่หูได้ล้มลงไปกองกลับพื้นเสียแล้ว

“จันยัยป้าตื่นสิ

“อยู่นี่เองเก่งนักนะมึง วันนี้แกสองคนไม่รอดแน่” เสียงเหี้ยมบอก ย่างสามขุมเข้ามาหาอย่างคุกคาม

“ก็เข้ามา มาดูกันว่าฉันหรือแกที่จะไม่รอด” เสียงหวานเย็นเฉียบ ตั้งท่าเตรียมรับมือเต็มกำลัง

ร่างสูงใหญ่ใบหน้าทะมึนจ้องมองสองสาวพร้อมตีวงล้อมแล้วพุ่งตัวเข้าหาหมายจะจับตัวไปสำเร็จโทษ

สิงห์หนุ่มตัวที่สองของฟรานเซสเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ไม่ให้อีกฝ่ายได้รู้ตัว ร่างบางวาดลวดลายทั้งเตะต่อยพลิ้วไหวสู้กับยักษ์ปักลั่นเจ็ดตนอย่างไม่กลัวเกรงกระนั้นก็ต้องระวังอย่าให้พวกมันสอยโดนจุดสำคัญได้ เพราะในท้องยังมียอดดวงใจที่กำลังจะลืมตาดูโลกอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แค่เสียววินาทีที่เธอกำลังคิดมัดยักษ์ก็พุ่งมายังเธออย่างรวดเร็ว ด้วยความที่ระวังตัวอยู่แล้วหญิงสาวจึงเบี่ยงหลบได้ทันท่วงที พวกมันเล่นทีเผลอเธอจึงต้องสนองให้ทีเผลอกลับไปด้วยเช่นกัน มัดสวยพุ่งเข้าสอยปลายคาง ม้วนปลายเท้าเตะเข้าก้านคออย่างรวดเร็ว ตบท้ายด้วยศอกสาวแม่ลูกอ่อน เจ็ดยักษ์ใหญ่ลงไปนอนกองกับพื้นเพียงไม่กี่อึดใจ

สิงห์หนุ่มและคนสนิทพร้อมลูกน้องหนุ่มที่หลบอยู่ข้างตึกต่างมองด้วยความทึ่งในฝีมือ รัฐภพรู้สึกคุ้นหน้าเจ้าหล่อนเหลือเกินว่าเคยเห็นที่ไหนแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก

อ้อมเดือนรีบวิ่งกลับไปดูเพื่อนรักที่นอนนิ่งหายใจแผ่วเบาอยู่กับพื้นระหว่างที่กำลังจะพยุงเพื่อนขึ้นนั้นจู่ๆ มือใหญ่ของใครคนหนึ่งยื่นเข้ามาช่วย คิดว่ายักษ์ใหญ่มือบางจึงตวัดหมายจะฟันเข้าต้นคอแกร่ง แต่เมื่อหันมาเห็นหน้านัยน์สีดำสนิทขยายวาบ

“คุณคาซัส!

“คุณอ้อมเดือน! นี่พวกคุณ

คาซัสร้องออกมาด้วยความตกใจ ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าคนที่สู้กับยักษ์ทั้งเจ็ดจะเป็นเธอ และคำถามมากมายก็ผุดขึ้นในหัวว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วไม่ได้ไปทำงานที่อังกฤษกับโดมินิคหรอกหรือ?

“อย่าพึ่งถามอะไรตอนนี้เลยค่ะ พาเพื่อนฉันไปโรงพยาบาลก่อน เร็วค่ะ!

อ้อมเดือนพูดดักขึ้นก่อน เมื่อเห็นลูกน้องของชายหนุ่มกำลังตั้งคำถามมากมายกับเธอจึงมองไปด้านหลัง หญิงสาวจ้องใบหน้าคมนิ่ง ผู้ชายที่อยู่ในหัวทั้งในยามหลับและยามตื่น เขาก็มาด้วย... ที่นี่มันท่าเรือของเขา เขาก็ต้องมาดูอยู่แล้ว เธอไม่น่าถาม ข้างกายเขามีรีทส์และลูกน้องอีกสองสามคน

ทั้งหมดกำลังจะเคลื่อนย้ายคนเจ็บไปที่ด้านหลังโกดัง ดวงตากลมเรียวของอ้อมเดือนพลันเหลือบไปเห็นหนึ่งในเจ็ดของยักษ์ตัวใหญ่เล็งมัจจุราชขึ้น พอเห็นว่ามันมุ่งไปที่ใคร โลกทั้งใบกลับหยุดนิ่ง หัวใจดวงน้อยบีบแน่นแทบจะหยุดเต้น ไม่มีเวลาที่จะหยุดคิด ร่างบางพุ่งเอาตัวเข้าบังร่างสูงทำให้กระสุนปักเข้าแผ่นหลังบอบบางจัง

ปัง!

สิงห์หนุ่มยืนนิ่งค้างก้มลงมองคนตัวเล็กในอ้อมแขน ฝ่ามือกว้างรับรู้ได้ถึงความเหนียวหนืดของของเหลวที่ไหลเปื้อนลงมา นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนขยายวาบ ร่างสูงทรุดนั่งลงรับร่างบอบบางที่ทรุดลงตรงหน้าเข้าหาอ้อมแขน พูดอะไรไม่ออกได้เพียงจ้องใบหน้านวลนิ่ง เป็นคนตัวเล็กที่ถามขึ้น

“คุณทำแบบนี้ทำไม!

“คุณ มะ ไม่เป็นไร ชะ ใช่ไหม...” น้ำเสียงแหบโหยถามชายหนุ่มตรงหน้า รัฐภพต่อว่าเสียงสั่นสะท้าน เหมือนมีอะไรบางอย่างมากรีดลงบนหน้าอกแกร่ง

“ไม่เป็นไร...”

“ฉะ ฉัน คงทนเห็นคุณเจ็บอีก มะ ไม่ได้... มั้ง” 

เสียงหวานหอบพูดติดขัด ติดตลกพลางยิ้มออกมา สำลักออกมาเล็กน้อย แค่คำพูดไม่กี่คำของหญิงสาวนั้นบอกความหมาย ทำเอาให้ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไป ก่อนจะนึกขึ้นได้

“ไปเอารถมาเร็วเข้า!

รีทส์ออกตัววิ่งตั้งแต่ประโยคแรกที่นายหนุ่มเอ่ย ไม่กี่อึดใจรถตู้คันใหญ่ก็มาจอดเทียบลงตำแหน่งที่ชายหนุ่มอยู่ จากนั้นก็พุ่งออกจากท่าเรือตรงไปที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

 


โรงพยาบาลได้วุ่นวายอีกครั้งเมื่อโดนมาเฟียบุก เขาไม่ได้บุกมาเพื่อยึดโรงพยาบาลแต่บุกมาเพื่อให้รักษาคนเจ็บต่างหาก ที่แปลกใจ ไม่ใช่ผู้ชายตัวโต แต่กลับเป็นผู้หญิงร่างบอบบางสองคน คณะแพทย์และพยาบาลได้แต่มองหน้ากัน ที่น่าแปลกใจอีกอย่างคือ ชายหนุ่มที่นำสองสาวมาส่ง เป็นถึงหนึ่งในห้าสิงห์ของตระกูลฟรานเซสผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักพวกเขา

ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของหมอที่จะต้องช่วยชีวิตของสองสาวให้ดีที่สุด ถ้าเกิดผิดพลาดพวกเขาคงจะได้รักษาสองคนนี้เป็นคนไข้คนสุดท้ายของชีวิตแน่

กว่าชั่วโมงเข้าไปแล้วที่สองสาวอยู่ในห้องฉุกเฉินยังไม่มีวี่แววว่าใครออกมาบอกความคืบหน้าอาการของพวกหล่อนเป็นอย่างไรกันบ้าง คนที่ตั้งหน้าตั้งตารอกันอยู่ด้านนอกก็แทบก้นไม่แตะเก้าอี้เลยโดยเฉพาะร่างสูงใหญ่ของสิงห์หนุ่มแห่งเรือคาราคอร์ฟที่เดินวนไปวนมาหน้าห้องทำเอาลูกน้องและคนสนิทเวียนหัวกันไปตามกัน

“คุณลุคนั่งก่อนเถอะครับ ถึงมือหมอแล้ว พวกเธอทั้งสองคนต้องปลอดภัย” คาซัสกล่าวขึ้น เมื่อทนเห็นเจ้านายหนุ่มเดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่นไม่ได้

“ฉันใจเย็นไม่ไหวหรอกคาซัส นี้ก็ชั่วโมงหนึ่งเข้าไปแล้วนะ ยังไม่มีวี่แววว่าใครจะออกมาเลยสักคน”

สิงห์หนุ่มร้อนใจอย่างหนัก ภายในใจร้อนเหมือนมีไฟมาสุมอยู่ในอกก็ไม่ปาน ใบหน้าคมเครียดเคร่งบอกอารมณ์ตอนนี้ได้เป็นอย่างดี ความคิดบางอย่างผุดขึ้นในหัว จึงลุกเดินเข้าไปหานายหนุ่มพร้อมกับถามขึ้น

“คุณลุคพอจะจำผู้หญิงสองคนนั้นได้ไหมครับ”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันหันมามองหน้าลูกน้องอย่างไม่เข้าใจ

“ใคร”

“คนที่บังกระสุนแทนคุณยังไงครับ” รีทส์รอลุ้นคำตอบ ว่าจะออกหัวหรือก้อย

สิงห์หนุ่มทบทวนความทรงจำของตัวเอง ทำไมเขาจะจำไม่ได้ ผู้หญิงแพศยาที่เขายกให้คู่ปรับอย่าง โดมินิค เซรีนท์ ไปเมื่อเดือนก่อนโน้น แต่ช่างเถอะ... ตอนนี้ขอให้เธอไม่ต้องมาตายเพราะช่วยชีวิตเขาไว้ก็พอ ถ้าเธอเป็นอะไรไปเขาคงจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต!

 


“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น!

โดมินิค เซรีนท์ ก้าวเข้าไปหาคู่ปรับเก่าพร้อมถามเสียงเรียบห้วน เขาต้องรีบเดินทางกลับมาอย่างเร่งด่วนเมื่อได้รับข่าวจากลูกน้องว่าอ้อมเดือนได้รับบาดเจ็บสาหัส

“โดม” น้ำเสียงอ่อนลงไม่รู้ทำไม เสมองกลับไปมองประตูห้องที่ยังคงปิดสนิทอยู่อย่างใจหาย

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน มีใครบอกฉันได้บ้าง” เสียงทุ้มห้วนกล่าวขึ้น กวาดมองหาคนที่จะอธิบายให้เขาฟังได้ว่าเรื่องมันเป็นมายังไง

“คือเรื่องมันเป็นแบบนี้...

คาซัสทำหน้าที่อธิบายเรื่องทั้งหมดให้กับเจ้าพ่อบ่อน้ำมันเข้าใจ เพราะถ้าให้เจ้านายของเขาอธิบายเกรงว่าจะมีเรื่องกันเสียเปล่า เพราะดูจากท่าทางของเจ้าพ่อหนุ่มโกธรเอามาก

ผัวะ!

“ไอ้บ้าเอ้ย! แกมัวทำอะไรกันอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้เธอได้รับบาดเจ็บ ไม่รู้หรือไงว่าเธอกำลังท้อง!

สิงห์หนุ่มเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงตรงหน้าแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองกับสิ่งที่อีกฝ่ายบอก ไม่ได้สนใจเลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาจากมุมปาก

“ท้อง!

“ใช่! ถ้าอ้อมกับลูกเป็นอะไรไป ทุกอย่างเป็นความผิดของแก!

โดมินิค เซรีนท์จ้องใบหน้าคมของสิงห์หนุ่มอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะเดินไปนั่งลงเก้าอี้อีกฝั่ง

“หมอออกมาแล้วครับ” สองหนุ่มก้าวพรวดเดียวถึงตัวคุณหมอแทบจะพร้อมกัน

.../ภรรยากับลูกผมเป็นอย่างไรบ้างครับ”

โดมินิคชิงพูดขึ้นก่อนและประโยคนั้นทำให้ชายหนุ่มอีกคนนิ่งงันค้างตึงพูดอะไรไม่ออกคุณหมอวัยกลางคนต่างมองสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งเม็กซิโกสลับไปมา

“ทั้งแม่และลูกปลอดภัยดีครับ แต่หมอคงต้องให้คนไข้งดการเคลื่อนไหวสักสองสามวัน เพื่อความปลอดภัยของเด็กนะครับ”

“ได้ครับ ขอบคุณมากครับคุณหมอ...” โดมินิคโล่งอกที่คนตัวเล็กไม่ได้เป็นอันตรายอย่างที่ห่วง

สิงห์แห่งเรือคาราคอร์ฟถอยห่างออกจากตรงนั้นไป ปล่อยให้คนในครอบครัวอยู่ดูแลกันต่อ เขาก็หมดหน้าที่คนนอกอย่างเขาแล้ว อยู่ไปก็ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น รัฐภพรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน ลมหายใจติดขัดเหมือนจะหายใจไม่ออกและยังเจ็บแปลบเหมือนมีอะไรมากรีดที่หน้าอก

สองหนุ่มคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกายสิงห์หนุ่ม ได้แต่คอยสังเกตอาการของเขาอยู่ห่างๆ ถ้าพวกเขาพูดอะไรไปตอนนี้เขาก็คงจะไม่ได้ยินเสียแล้ว

ขบวนรถของสิงห์ตัวที่สองเคลื่อนออกจากโรงพยาบาล ใบหน้าคมดูนิ่งขรึมผิดกลับเมื่อชั่วโมงก่อน ที่ดูเป็นกังวลไปต่างๆนานาว่าคนที่อยู่ในห้องจะเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งนั้นพวกเขารู้ดีว่าเป็นเพราะความรักที่มีต่อกันที่อยู่ส่วนลึกในใจ แต่เนื่องจากว่าความทรงจำยังไม่กลับมาความรู้สึกนั้นจึงเป็นเพียงแค่คนที่ช่วยชีวิตเท่านั้น


สองร่างบอบบางเจ้าหน้าที่ของชาตินอนไม่ได้สติอยู่คนละห้อง โดยทั้งสองห้องได้มีการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี โดมินิคนั่งมองใบหน้านวลที่ยังซีดเซียวจากการเสียเลือดมาก สงสารคนตัวเล็กจับใจถ้าเอาความเจ็บปวดนั้นมาได้เขายินดีรับมันโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ขอแค่เพียงเธอและลูกปลอดภัยเท่านั้นเป็นพอ

“ถ้าคุณรักผมได้เท่ากับที่รักเขา มันคงจะดีไม่น้อย”

ชายหนุ่มพึมพำ ยกมือบางขึ้นแนบแก้ม ใบหน้าคมซูบผมลงมากจากคนที่แข็งแรงใบหน้าอิ่มเอม

“ฉันสงสารเจ้านายจัง รักเขาทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันจะได้ความรักนั่นตอบกลับมา”

น้ำเสียงเศร้าสร้อยของรอนกล่าวออกมาอย่างเหลือจะทน เปิดประตูเข้ามาทันได้ยินประโยคที่แสนเจ็บปวด เกือบจะสองเดือนเข้าไปแล้วที่ทั้งสองคนได้อยู่ร่วมกันมา แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับความรักจากหญิงสาวแต่เจ้านายของเขาก็มีความสุขมากเหลือเกินที่ได้ดูแลเธอแบบนี้ไปทุกวันๆ

“ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”

พอร์ตตัดพ้อโชคชะตาที่ชอบเล่นตลกกับชีวิตคนทุกคน คนบางคนมีพร้อมแต่กลับขาดคนข้างกายที่จะมาคอยเติมเต็มและอยู่เคียงข้างกันไปตราบนานเท่านาน แต่กับบางคนผลักไสไล่ส่งให้ออกห่างแต่กลับได้รับคนที่พร้อมจะอยู่ข้างกายแม้ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาก็ตาม ซึ่งใครคนนั้นก็คือเจ้านายของพวกเขาเอง


................................

สามารถดาวน์โหลดได้แล้วที่นี่

https://www.mebmarket.com/ebook-50991-Men-Of-Lions&page_no=1

ไปโหลดกันเยอะนะคะ.... ^______^





        แสดง 38 - 38
วันที่โพสต์ :  23 ม.ค. 2559 12:55    วันที่อัพเดท :   7 เม.ย. 2561 14:51    › จำนวนผู้เข้าชม 96386 คน
   › คะแนนโหวต 2226 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :