นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง ขอรักรัฐภูมิ [ชุด Men Of Lions] (Ebook+ทำมือ)    by madamsomloun
ชื่อตอน ขอรักครั้งที่ สอง 3




 

รถยนต์สัญชาติอิตาลีแล่นเข้าจอดเทียบหน้าโรงแรมเคอาร์ คอร์ป ในช่วงสาย รองเท้าส้นสูงห้านิ้วสีดำสนิทก้าวลงด้วยท่วงท่าสง่างาม มุ่งหน้าขึ้นห้องทำงานโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเหมือนอย่างเคย พนักงานชายหญิงที่เกาะกลุ่มอยู่บริเวณนั้นต่างมองตามจนเหลียวหลังทั้งชื่นชมและอิจฉาในความเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างของเธอ



เอกสารที่ขอค่ะ บ่ายสองโมงมีนัดกับลูกค้า ส่วนเอกสารนั้นพี่เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะนวลทิพย์แจ้งรายละเอียดของงานที่มียาวเหยียดจรดเย็นให้กับนายสาวได้ทราบ



ขอบคุณค่ะ ขอกาแฟให้ปานแก้วหนึ่งร่างบางเดินอ้อมไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ มานั่งลงที่เก้าอี้ตัวใหญ่ ใบหน้านวลเงยขึ้นแย้มยิ้มเป็นนัย



คุณปานไม่ดื่มกาแฟนี่ค่ะ?” นวลทิพย์มองหน้านายสาวอย่างความแปลกใจ ทั้งที่เมื่อวานมีเรื่องให้ปวดหัวและเครียดทั้งวัน แล้วทำไมวันนี้เธอถึงได้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ



 “ให้แขกคนสำคัญค่ะปานรีย์ยิ้มอ่อน ยื่นแฟ้มคืนให้



คนสำคัญ? ใครหรือค่ะหรือว่ามีคุยงานกับลูกค้า แต่ก็ไม่มีใครนัดไว้นี่ค่ะเลขาสาวใหญ่ก็ยิ่งสงสัยหนัก เพราะตารางงานวันนี้ไม่ได้บอกว่านายสาวจะมีนัดใครไว้เลยนี่



มาโน้นพอดีเลยค่ะ



ร่างท่วมของนวลทิพย์หมุนกายกลับไปมองยังประตูห้องบานใหญ่ที่กำลังถูกผลักเข้ามาพอดี ก่อนจะร้องออกมาด้วยความดีใจ



คุณปรานต์ไม่เจอกันตั้งนานดูหล่อขึ้นเยอะเลยนะค่ะเนี่ย



ปรานต์ ธรรมโรจน์’ พี่ชายต่างมารดาของรองประธานสาว ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาหยุดลงตรงหน้านวลทิพย์ เธอถึงกับร้องดีใจไม่คิดว่าจะได้เจอชายหนุ่มอีก เพราะนานมากแล้ว คงตั้งแต่สมัยเขาสิบห้าเห็นจะได้ แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นไม่รู้ได้ เขาก็ไม่มาที่นี่อีกเลย



พี่นวลก็ยังสาวและสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับเสียงทุ้มตอบเอาใจเลขาของน้องสาวอย่างอารมณ์ดี ซึ่งขัดกับใบหน้าที่รกครึ้มไปด้วยนวดเครารกครึม



ยอคนแก่มากๆ เดี๋ยวตัวก็ลอยหมดกันพอดีค่ะนวลทิพย์ยิ้มรับหน้าบาน ไม่ค่อยมีคนชมต่อหน้าเช่นนี้มานานมาก ตั้งแต่เธอแต่งงานมีครอบครัว



ผู้หญิงเขาไม่พูดว่าตัวเองแก่กันหรอกนะครับพี่นวล



ผู้หญิงเกือบร้อยทั้งร้อยไม่ชอบให้ใครมาวันว่าพวกเธอแก่ พวกเธอยังคิดอยู่แทบจะทุกนาทีว่าเด็กสิบสี่กับเธอเป็นวัยเดียวกัน ใครมาบอกว่าแก่ เป็นต้องถูกด่ากลับมาเป็นชุดแน่



โอ้ย พี่เป็นพวกอยู่กับปัจจุบันค่ะ เดี๋ยวพี่ขอตัวออกไปชงกาแฟมาให้ก่อนนะคะ เชิญตามสบายค่ะนวลทิพย์เอ่ยยิ้มๆ เตรียมจะออกไปชงกาแฟในชายหนุ่มแต่ต้องหยุดลงเมื่อนายหัวปรานต์ร้องบอกตามหลังมาเสียก่อน



พี่นวลไม่ต้องหรอกครับ ผมจะลงไปหาอะไรกินข้างล่างพอดี ไม่รบกวนพี่นวลดีกว่า



ปรานต์ลุกไปยืนรอน้องสาวที่กำลังเดินไปเอากระเป๋าที่โต๊ะทำงาน จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากห้องมาด้วยกัน



นวลทิพย์เปิดประตูออกกว้างให้เจ้านายทั้งสอง ส่งรอยยิ้มแห่งความสุขตามหลังทั้งสองพี่น้องไปแล้วผละเดินออกจากห้องทำงานนายสาวไป



ครู่ต่อมาหนุ่มสาวก็เดินตามออกมาบ้างและลงลิฟต์ไปในเวลาต่อมา และเป็นไปตามคาด พนักงานสาวรุ่นที่อยู่ด้านนอกกรูเข้ามาหาเธออย่างสงสัยใคร่รู้ พร้อมยิงคำถามใส่เป็นไฟแลบ



พี่นวลค่ะ ผู้ชายคนนั้นเป็นใครค่ะ แฟนคุณปานหรือเปล่า หล่อมากๆเลยค่ะพี่นวลสาวเล็กสาวใหญ่กระวีกระวาดเข้าไปหาเลขารองประธานสาว



น่าอิจฉาคุณปานจัง ได้ผู้ชายที่ทั้งหล่อปานเทพบุตรมาจุติ



นั่นนะสิ ฉันจะมีวาสนาได้เจอคนหล่อๆ แบบนั้นบ้างไหมหนอ



นี่ๆ ให้มันน้อยๆ หน่อยพวกหล่อน เก็บหางหน่อย โผล่ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว นั่นนะคุณ...



ยังไม่ทันที่นวลทิพย์จะบอกให้สาวรุ่นได้ฟัง ร่างสูงใหญ่ของสามหนุ่มหล่อก็ก้าวเดินเข้ามาขัดเสยก่อน นวลทิพย์จึงไล่ให้พวกหล่อนไปทำงาน แต่พวกเธอหาได้ฟัง ยังคงยืนนิ่งอึ้งเหมือนถูกสาบไปกับความหล่อเหลาอย่างกับเทพบุตรหนุ่มแห่งกรีก



แต่ฉันขอแค่ฝรั่งตาน้ำข้าวสักคนก็พอ...สาวเจ้าฝันหวานไปไกลถึงขั้นได้จับจูงมือผู้ชายหนึ่งในสามเข้าประตูวิวาห์ นี่คิดเลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว เฮ้อ… ผู้หญิงสมัยนี้ ไม่เก็บอาการกันบ้างเลย



เดี๋ยวเถอะ เวลาทำงานก็ขอให้มันกระตือรือร้นเหมือนตอนที่อยากได้ผู้ชายขึ้นเตียงนะ แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้วไป



ก่อนไปสาวเล็กสาวใหญ่ก็มิวายมีคนส่งสายตาหว่านพืชหวังผล เผื่อว่าจะได้ต้นไม้ใหญ่ไว้พังพิงตอนหมดกำลังจะทำงาน



จริงๆ เลยพวกหล่อนเนี่ยนวลทิพย์ส่ายหน้าให้กับความเกินงามของสาวรุ่นลูกที่ไม่รู้จักเก็บอาการ จะมีความเป็นกุลสตรีกับเขาบ้างไหมหนอ  พลางหันมาทางหนุ่มทั้งสามที่เดินมาหยุดลงหน้าประตูห้องรองประธานสาวคนสวย



มาหาใครค่ะนวลทิพย์เอ่ยถาม



ผมมาหาคุณปานรีย์รัฐภูมิตามแทบจะทันทีที่หญิงสาวถามเขาจบ



คุณปานไม่อยู่ค่ะ พึ่งลงไปเมื่อครู่นี้เอง น่าจะอยู่ที่โรงอาหารชั้นสอง คุณลองไปดูที่นั่นก็ได้ค่ะนวลทิพย์บอกสถานที่ที่คิดว่านายสาวกับพี่ชายจะไปให้กับประธานหนุ่มแห่งฟรานเซส



รู้ที่อยู่หญิงสาวที่เขาต้องการพบ สิงห์หนุ่มตัวที่หนึ่งก็หมุนกายกลับไปที่ลิฟต์มันวาวอีกครั้ง แล้วลงไปที่ชั้นสองตามที่เลขาสาวใหญ่ได้บอกไว้ก่อนหน้า

 







สิงห์หนุ่มหยุดเดินดื้อๆ คู่หูคู่โหดเดินตามหลังมาพลอยหยุดตามไปด้วย พลางมองตามสายตาคู่คมไป เข้าใจในทันทีว่าเพราะอะไร รัฐภูมิเผลอกำมือเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นภาพตรงหน้า



ปานรีย์อ้าปากรับอาหารที่พี่ชายตักมาป้อนให้ถึงที่ เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ทั้งที่อาหารก็ไม่ได้พิเศษอะไรมากมาย ‘ข้าวกระเพราไข่ดาว’ เมนูจานด่วนของมนุษย์เงินเดือน



รัฐภูมิก้าวไปหยุดลงที่โต๊ะที่หญิงสาวและใครคนหนึ่งนั่งอยู่เก้าอี้ตรงกันข้าม ในมือกำลังเตรียมที่จะป้อนข้าวหญิงสาวในคำต่อไป



ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ



อ้าวคุณ มาได้ยังไงปานรีย์เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร



ผมมีธุระสำคัญจะคุยด้วยสิงห์หนุ่มจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มอีกคน



ปานรีย์มองตามสายตาคู่คมจึงรีบแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ



คุณรัฐภูมิค่ะ คนที่ปานเล่าให้ฟังเมื่อวาน นี่พี่ปรานต์เป็น...ปรานต์เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายแล้ว ความอยากแกล้งของคนเป็นพี่ชายจึงนึกสนุก ชิงตอบคำถามนั้นเสียเอง ปรานต์ยื่นมือไปตรงหน้าสิงห์หนุ่มแสดงตามมารยาท



ผมเป็นแฟนปานครับ ยินดีที่รู้จัก



รัฐภูมินิ่งไปชั่วครู่ กัดฟันกรอดจนเป็นสันนูน รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยทักทายอีกฝ่ายกลับไป เก็บอาการเอาไว้แทบไม่อยู่ ยื่นมือไปสัมผัสมือหนาของอีกฝ่ายแล้วปล่อยอย่างรวดเร็ว



“...ยินดีเช่นกันครับ



ไม่รู้ว่าคุณพูดไทยได้ชัดขนาดนี้ ปานไม่เห็นบอกพี่เลย



ปรานต์ยังไม่หยุดแกล้ง ขยับเข้ามาโอบไหล่มนเข้าหาอ้อมกอด เป็นการประกาศกลายๆ ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เห็นท่าทางของคนตรงหน้าแล้วรู้สึกว่าเขามีอะไรที่ให้น่าแกล้งเยอะทีเดียว นายหัวหนุ่มไม่ได้รู้สึกกลัวพวกเขา เขาเองเสียมากกว่าที่ทำให้คนอื่นกลัว ด้วยรูปร่างและหน้าตาที่มีหนวดเครารกครึมขึ้นเต็มไปหมด คนจึงไม่ค่อยอยากจะเข้าใกล้เขาสักเท่าไหร่



เอ่อค่ะ… ทานด้วยกันสิค่ะ เราพึ่งเริ่มทานกันเอง



เชิญคุณตามสบายเถอะ ไม่คิดว่าคุณจะมีแขก" หันมาไปยังใครอีกคนที่นั่งนิ่ง ก่อนจะพูดขึ้นใหม่ "...ผมไปรอที่ห้องทำงานคุณก็แล้วกัน” 



กล่าวจบก็ผละเดินกลับทางเดิมไปอย่างรวดเร็ว ไม่หันกลับไปมองหนุ่มสาวที่กำลังกลั้นยิ้มเอาไว้สุดกำลัง

 



 

ปรานต์มองตามร่างสูงของชายหนุ่มไป เห็นใบหน้าหล่อคมเข้มนั้นที่บอกว่าเสียดายติดจะไม่พอใจน้อยๆ หลุดขำเสียงดังจนน้องสาวต้องหันมาถาม



ขำอะไรค่ะ



ก็ขำนายคนนั้นนะสิ ตอนที่พี่บอกว่าเป็นแฟนเรานะ หน้านี่จ๋อยไปเลย



คนเป็นพี่ชายหัวเราะไม่หยุด เขาก็ไม่เคยเห็นใครที่จะแสดงออกชัดเจนขนาดนี้มาก่อน มันบอกได้ว่าผู้ชายคนนี้ตั้งใจที่จะมาจีบน้องสาวเขาชัดๆ เขามองดูปาดเดียวก็เห็นทะลุไปถึงไหนต่อไหน พ่อคุณเล่นไม่เก็บอาการเอาเสียเลย



พี่ปรานต์ก็ไม่น่าจะไปแกล้งเขาแบบนั้น แต่จะว่าไปปานก็เกือบหลุดขำไปเหมือนกันตอนที่พี่บอกว่าเป็นแฟนปาน หน้าเขานี่ถอดสีไปเลย



เธอพอจะดูออกอยู่หรอกว่าเขาคิดยังไง แต่เธอยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ และคงไม่คิดอีกนาน ตราบใดที่ปัญหาทุกอย่างยังไม่คลี่คลาย อีกอย่างเขาไว้ใจได้มากน้อยแค่ไหนเธอยังไม่รู้เลย ดีไม่ดีอาจจะมาอีหรอบเดียวกันกับเคนอิจิ คนแบบนั้นเธอเกลียดนักเชียว อย่าได้มาพบเจอกันเลยชาตินี้



เขาดูจะสนใจเรามากเลยน่า ไม่คิดจะเก็บมาพิจารณาหน่อยเหรอคนเป็นพี่ชายแกล้งเย้าถาม เพราะเขารู้ดีว่าน้องสาวไม่เคยคิดเรื่องอื่นนอกจาก ‘งาน’ จนเขากลัวว่า ‘แม่คานทองวิเวก’ มาเยี่ยมน้องสาวคนสวยของเขาเสียก่อน



 “ไม่ล่ะค่ะ คนระดับเขาไม่มาสนใจผู้ธรรมดาอย่างปานทำไม อีกอย่างปานยังไม่คิดเรื่องนี้ด้วยปานรีย์ไหวไหล่มนไม่สนใจ พลางตักอาหารตรงหน้าของตัวเองเข้าปากและเคี้ยวอย่างสบายใจ ไม่ได้เก็บคำพูดของพี่ชายมารกสมอง



มีข่าวกับเขาขึ้นหน้าหนึ่งทุกฉบับขนาดนั้น ไม่หวั่นไหวบ้างหรือยังไง เขาสมบูรณ์แบบมากเลยนะ หน้าที่การงานยิ่งไม่ต้องห่วงเลย ผู้ชายสมบูรณ์แบบขนาดนี้หาไม่ได้ง่ายๆเลยน่าแต่คนเป็นพี่ชายยังไม่ลดล่ะหาผู้ชายมาใส่พานให้



ปานรีย์ชักหมั่นไส้ชายหนุ่มขึ้นมา พี่ชายเธอได้ค่านายหน้ามากล่อมเธอหรือยังไง จะเชียร์กันอะไรกันหนักหนา ก่อนจะเอ่ยเหน็บแหนมพี่ชายเข้าให้



เมื่อตะกี้ยังแผ่รังสีขู่ฟู่ๆ หวงน้องสาวอยู่เลย พอมาตอนนี้จะยัดเหยียดให้ซะงั้น เขาจ้างมาเท่าไรค่ะ



แหม คนเราอะไรก็ไม่แน่ไม่นอนหรอกนะน้องรัก มัวแต่ทำงานเป็นหน้าเป็นหลังแบบนี้ เดี๋ยว ‘แม่คานทองวิเวก’ ก็มาขอไปอยู่ด้วยเสียหรอก คุณรัฐภูมิก็ไม่ได้เป็นผู้ชายขี้เหร่เสียเมื่อไหร่ ตอนที่เขาสนใจเนี่ยก็ให้รีบคว้าไว้เถอะเชื่อพี่ เกิดมีผู้หญิงอื่นมาโยนห่วงคล้องไปแล้วจะมาเสียดายทีหลังไม่ได้แล้วน่า



ความปรารถนาดีของคนเป็นพี่ชายส่งต่อมาให้น้องสาวสุดที่รัก ตามที่มารดาของเขาฝากมาทุกคำไม่ขาดตกหล่นแม้แต่คำพูดเดียว



เขาเป็นคนค่ะ จะอะไรก็ช่างเถอะค่ะปานอยู่คนเดียวก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องหาเรื่องปวดหัวมาใส่ตัวเลยด้วยเสียงหวานที่กล่าวเหมือนเดิมทุกครั้งที่พี่ชายถามถึงเรื่องผู้ชายก็เปล่งออก



จ้ะแม่คนเก่ง รีบทานเถอะเดี๋ยวต้องคุยธุระกับเขาอยู่ไม่ใช่เหรอเห็นอาการของน้องสาวก็อดแขวะเข้าให้อย่างหมั่นไส้ เขาพูดเรื่องผู้ชายทีไรก็เป็นแบบนี้ทุกที ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วเหมือนกัน



จริงสิค่ะ แต่ให้เขารอสักสิบนาที ยี่สิบนาที ก็คงไม่เป็นไรหรอก อยากมาไม่บอกล่วงหน้าเองหญิงสาวบอกปัด มือบางตักอาหารจานโปรดเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ทั้งที่ภายในใจไม่ได้คิดอย่างที่ปากพูดสักนิด



อ้าว เป็นงั้นไป” 



ปรานต์ส่ายหน้าให้กับท่าทางของน้องสาว แม้จะไม่ได้เป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา แต่เขาก็รักเธอมากและพร้อมที่จะกางปีกปกป้องเมื่อเธอมีภัย อย่างเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เขาทราบเรื่องปุบก็ตรงดิ่งขึ้นมาหาทันที



เขารู้จักนิสัยของเจ้าแสบดี ไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วงเกินความจำเป็น เขาเป็นพี่ชายก็ต้องเป็นห่วงน้องสาว อีกอย่างก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะรับเรื่องน่าปวดหัวพวกนี้ได้มากน้อยแค่ไหน จึงต้องขอขึ้นมาดูให้แน่ใจ



พี่ต้องขอตัวทำธุระก่อน ตอนเย็นเจอกันที่บ้าน



พี่ปรานต์ไปทำธุระเถอะ ปานก็จะไปทำงานแล้วเหมือนกัน



รู้แล้วครับผม แต่ถ้าเรื่องอะไรที่หนักเกินไปก็ให้โทรหาพี่ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง อย่าเก็บไว้คนเดียวเด็ดขาดเข้าใจไหม เรายังมีพี่อยู่ทั้งคน ส่วนนายปราบถ้าช่วยทำลายมากกว่าช่วยเหลือก็บอก พี่จะจัดการให้เอง



เปลี่ยนจากพี่ชายผู้แสนดี มาเป็นมาเฟียตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะเนี่ย ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ปานจะรีบบอกก็แล้วกัน พี่ปรานต์ไปทำธุระเถอะค่ะ ปานเดินไปส่ง



สองพี่น้องเดินออกจากโรงอาหารของโรงแรมไปที่ลิฟต์เพื่อลงไปล็อบบี้ด้านล่าง ก่อนจะมาหยุดลงด้านหน้าโรงแรมที่มีรถยนต์มาจอดรออยู่แล้ว



ตอนเย็นเจอกันที่บ้านนะ พี่จะโชว์ฝีมือเชฟห้าดาวให้ทาน



สงสัยปานต้องกลับบ้านเร็วเสียแล้วมั้งค่ะวันนี้ตอบรับเสียงใสยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาดเรียงสวย



ไม่ต้องรีบๆ เดี๋ยวพี่ทำอาหารเสร็จไม่ทัน ต้องมานั่งรอกันอีก



พูดดักไว้แบบนี้ไม่กลับเลยดีไหมค่ะ



อันนั้นก็ไม่ดีนะ เอาเถอะๆ รีบไปรับแขกคนสำคัญได้แล้วไป พี่ไปนะ



ไล่จังเลย ขับรถกลับดีๆนะคะ



ปานรีย์เดินออกมาส่งพี่ชายขึ้นรถ มือบางโบกให้กับพี่ชายก่อนที่ประตูจะปิดลง หญิงสาวยื่นมองรถเคลื่อนออกไปได้แล้วจึงเดินกลับเข้าภายในโรงแรม สายตานับสิบที่จับจ้องมาที่เธอ รู้ในทันทีว่าอยากรู้กันเรื่องอะไร แต่เธอไม่ได้สนใจ ร่างบางเดินกลับไปที่ลิฟต์แล้วกดชั้นที่เป็นห้องทำงานของตัวเอง 



 


        แสดง 7 - 7
วันที่โพสต์ :  25 พ.ย. 2558 22:00 วันที่อัพเดท :   26 ก.พ. 2561 19:02    › จำนวนผู้เข้าชม 133726 คน
   › คะแนนโหวต 2646 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :