นิยายอัพเดต       นิยายมาใหม่       Top View       Top Vote      
› นิยายเรื่อง เสน่หาซ้อนซ่อนรักร้าย (NC 18+)    by สุภาวดี
ชื่อตอน ตอนที่ 8 หยอกล้อแค่พอชื่นใจ


ตอนที่

หยอกล้อแค่พอชื่นใจ

                เช้าวันเสาร์ในทุกๆ สัปดาห์ สายป่านจะต้องขึ้นไปทำความสะอาดชั้นบนของตึกใหญ่ซึ่งถือได้ว่าเป็นหน้าที่ประจำของเธอแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเนื่องจากเป็นคำสั่งของภานุผู้เป็นประมุขใหญ่ของบ้านที่จะให้เธอขึ้นลงเข้าออกห้องทุกห้องได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

                วันนี้ก็เช่นกันหญิงสาวมักจะตื่นแต่เช้าแล้วเข้าไปช่วยงานคนอื่นๆ ในครัวก่อนเสมอจากนั้นก็เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดแล้วถือขึ้นไปบนตึกเพื่อทำหน้าที่ประจำของตัวเองซึ่งระหว่างที่อยู่ในครัวนั้นเธอได้ยินป้าลำดวนบอกกับนมอิ่มยายของเธอว่าเมื่อคืนนาวินกลับมาค้างที่นี่แสดงว่าตอนที่เขาโทรมาหาเธอเขาจะต้องมองเธออยู่ที่ระเบียบห้องของเขาแน่ๆและตอนนี้เขาก็คงยังนอนหลับอยู่ที่นั่นแค่คิดหัวใจดวงน้อยก็เต้นระส่ำขึ้นมาอย่างประหลาดและยิ่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เขาอุตส่าห์โทรมาถามไถ่ถึงอาการบาดเจ็บของเธอใบหน้าหวานก็ยิ่งเห่อแดงร้อนผ่าวขึ้นไปอีก

                หญิงสาวเลือกทำความสะอาดที่ห้องของภานุก่อนและเธอก็รู้จากป้าลำดวนอีกเช่นกันว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรเพราะทุกคนต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าหากสี่ทุ่มแล้วเขายังไม่กลับมาแสดงว่าชายหนุ่มจะไปค้างที่คอนโดส่วนตัวของเขา

                เมื่อเสร็จจากห้องนี้แล้วร่างบางก็ก้าวมาหยุดที่ห้องฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นห้องของนาวิน หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆเมื่อคิดว่าเจ้าของห้องที่กลับมายามดึกเมื่อคืนนี้คงยังไม่ตื่นเธอจึงเดินผ่านไปที่ห้องนอนใหญ่ซึ่งเป็นห้องของผู้มีพระคุณทั้งสองที่ล่วงลับไปแล้วกว่าสิบปี

                แก๊ก...

                สายป่านเปิดประตูเข้ามาเหมือนเช่นทุกครั้งหญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตระเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดของตัวเองจึงไม่ทันสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่อยู่บนเตียงกว้างจนกระทั่งร่างบางเดินเข้าไปใกล้

                “ว๊าย!”หญิงสาวร้องออกมาด้วยความตกใจแล้วรีบหันหลังให้กับคนที่นอนอยู่บนเตียงพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาปิดหน้าเพราะแวบหนึ่งเมื่อกี้เธอมั่นใจว่าเห็นเขาไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า

                “หือ...เห้ย!เธอ” นาวินที่กำลังนอนหลับอยู่สะดุ้งตื่นด้วยเสียงหวีดร้องของหญิงสาวก่อนจะรีบคว้าผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมท่อนล่างของตัวเองที่มีเพียงกางเกงขาสั้นตัวบางเบาเท่านั้น

                แค่ได้ยินเสียงเธอก็รู้แล้วว่าเขาเป็นใครหญิงสาวจึงยิ่งทำอะไรไม่ถูกไปกันใหญ่ แข็งขาก็พาลจะอ่อนแรงตามไปด้วย

                “ปะป่าน ขอโทษค่ะ ป่านจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”เสียงหวานบอกตะกุกตะกักแล้วเตรียมจะสาวเท้าไปที่ประตูแต่คนในห้องก็เรียกเอาไว้ก่อนอย่างรู้ทัน

                “เดี๋ยว! เธอเข้ามาในนี้ทำไม”นาวินลุกขึ้นนั่งแล้วถามด้วยอาการงัวเงียเล็กน้อยพร้อมทั้งขยับบิดตัวไปมาเพื่อไล่ความง่วงงุน

                “ป่านเข้ามาทำความสะอาดค่ะ” สายป่านตอบทั้งๆ ที่ยังหันหลังให้เขาเธอจึงไม่รู้ว่าสายตาคมเข้มนั้นกำลังกวาดมองเรือนร่างของเธอจากทางด้านหลังอย่างนึกชื่นชม

                “ก็มาทำสิหน้าที่ของเธอไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มร้องบอกดวงตาคมฉายแววชอบใจไม่น้อยที่เห็นร่างเล็กของหญิงสาวอยู่ในชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นดูน่ารักเหมือนเด็กๆมากกว่าจะเป็นสาวมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย

                “เอาไว้รอให้คุณนาวินออกไปก่อนก็ได้ค่ะ”คนตัวเล็กบอกเสียงสั่นๆ รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอย่างประหลาดใจหนึ่งก็อยากจะหันไปพูดคุยกับเขา แต่อีกใจก็รู้ดีว่าเขาอยู่ในสภาพที่ไม่น่ามองนัก

                “ฉันไม่ออกไปเร็วๆนี้หรอกน่า... รีบๆ ทำหน้าที่ของเธอซะสิ”

ความน่ารักของเธอทำให้เขานึกอยากแกล้งเล่นเล็กๆน้อยๆ แค่พอชุ่มชื่นหัวใจ และเมื่อนึกขึ้นได้ว่าช่วงหลายวันมานี้เธอเอาแต่หลบหน้าเขาทำให้ชายหนุ่มเกิดความอยากรู้ในคำตอบของสาเหตุนั้นด้วย

                “เอ่อ...คือ...”หญิงสาวเกิดความลังเลเมื่อได้ยินคำบอกของเขาจนชายหนุ่มต้องอมยิ้มให้กับอาการอึกอักของเธอ

                “อะๆงั้นช่วยไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ฉันทีสิ ฉันจะได้ออกไปจากห้องนี้ให้”

                “ค่ะ”สายป่านรับคำแล้วรีบตรงดิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว หัวใจดวงน้อยนั้นเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเสียให้ได้

                หญิงสาวไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ห้องของชายหนุ่มไม่นานก็กลับเข้ามาร่างบางก้มหน้างุดแล้วหยุดยืนแค่ตรงประตู

                “ได้แล้วค่ะ”เสียงหวานบอกพร้อมทั้งยื่นผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้เขา

                นาวินขมวดคิ้วแล้วอมยิ้มให้กับความน่ารักขี้อายของเธอแต่ก็พยายามเก็บความรู้สึกไว้

                “หือเอามาให้ใกล้ๆ หน่อยสิ ยืนตรงนั้นแล้วฉันจะหยิบถึงหรือไง”

                เมื่อได้ยินคำสั่งที่คล้ายว่าเขากำลังหงุดหงิดเท้าน้อยๆ จึงรีบขยับเข้ามาแต่ก็เพียงก้าวเดียวเท่านั้น

                “เอามาให้ถึงมือสิหรือจะให้ฉันลุกขึ้นไปหา” คราวนี้คนตัวใหญ่ทำท่าจะลุกขึ้นจริงๆทำให้คนขี้อายต้องร้องห้ามทันควัน

                “มะไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง ป่านเอาไปให้เองค่ะ” น้ำเสียงที่ห้ามนั้นติดจะงอนๆเล็กน้อยจนคนฟังต้องยิ้มกว้างอย่างชอบใจ

                “ก็มาสิ”นาวินบอกแล้วก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนเตียงรอให้หญิงสาวเดินเข้ามาหา

                สายป่านค่อยๆ ขยับเท้าก้าวเข้าไปช้าๆแล้วต้องเงยหน้าขึ้นมาเป็นระยะเพื่อมองว่าถึงจุดหมายหรือยังก่อนจะมาหยุดที่ข้างเตียงฝั่งตรงข้ามกับร่างกึ่งเปลือยของชายหนุ่มจากนั้นก็ยื่นผ้าเช็ดตัวในมือให้เขา

                นาวินนั่งมองการกระทำของหญิงสาวอย่างขำๆอีกใจก็นึกเอ็นดูในความขี้อายไร้เดียงสาของเธอแต่อีกใจก็นึกหมั่นไส้ที่เธอทำท่าทางเหมือนรังเกียจเขา กับแค่ผู้ชายเปลือยอกทำเป็นไม่กล้ามอง ทำอย่างกับไม่เคยเห็น ทั้งๆที่ตัวเองก็วางตัวสนิทสนมกับพี่ชายของเขาขนาดนั้นชายหนุ่มนึกต่อว่าหญิงสาวในใจ

                ยิ่งเห็นอาการกล้าๆกลัวๆ ของเธอแล้วทำให้คนอยากแกล้งยิ่งนึกสนุก

                “อุ๊ย!

                เสียงหวานหลุดอุทานด้วยความตกใจที่จู่ๆร่างบางของเธอก็ถูกฉุดลงไปบนเตียงกว้างแล้วเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัวก่อนที่ลำแขนใหญ่โตของเขาจะตวัดรัดเอวเล็กๆ ของเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา

                “ทำไม...รูปร่างของฉันมันไม่น่ามองขนาดนั้นเลยเหรอ”

     นาวินกัดฟันถามด้วยความมันเขี้ยวยิ่งใบหน้าหวานของคนในอ้อมกอดแดงขึ้นเรื่อยๆยิ่งทำให้เขาอดใจไม่ไหวอยากจะกดจมูกลงไปฟัดให้สาแก่ใจนัก

                “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะคุณนาวินปล่อยเถอะค่ะ”

     คนตัวเล็กรีบปฏิเสธปากคอสั่นแล้วพยายามขัดขืนดึงตัวเองออกมาแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะคนตัวใหญ่ยิ่งกอดรัดเธอแน่นขึ้นไปอีกหญิงสาวรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากแผงอกที่เปลือยเปล่าของเขาซึ่งเต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นรัว

                “ไม่ปล่อยจนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้มก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มเนียนของคนในวงแขนฟอดใหญ่อย่างอดใจไม่ไหว 

                “เอ๊ะ! แต่ป่านไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” คนถูกขโมยหอมหันขวับมามองตาเขียวอย่างเอาเรื่องทีเมื่อก่อนเธออยากจะคุยด้วยเขาก็หาว่าเธออ่อยให้ท่าพอมาตอนนี้กลับเป็นฝ่ายอยากคุยกับเธอเสียเอง... เขาเพี้ยนหรือเปล่า

                “หยุดดิ้นก่อนสิสายป่าน เธอกำลังทำให้ฉันหมดความอดทนนะ”

     นาวินกดเสียงต่ำด้วยพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ปรารถนาบางอย่างที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามาทีละน้อย ยิ่งเธอดีดดิ้นมากเท่าไรเนื้อตัวนุ่มนิ่มนั้นก็ยิ่งถูไถสัมผัสกับความแข็งแกร่งของเขาอย่างแนบสนิทมากขึ้นด้วย

                คำบอกของชายหนุ่มทำให้คนตัวเล็กหยุดดิ้นทันทีแล้วนั่งตัวเกร็งอยู่ในวงแขนของเขาอย่างหวาดระแวง

                “คุณมีอะไรก็รีบพูดมาสิคะ”

                “เธอหลบหน้าฉันทำไม”นาวินถามพร้อมทั้งยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้แก้มเนียนของเธอ

                “ไม่ได้หลบค่ะ”คนตอบเอียงแก้มหนีสัมผัสของเขาด้วยใจที่สั่นรัว

                “หรอ...นึกว่าโกรธที่ฉันจูบเธอวันนั้นซะอีก”

     นาวินยียวนใส่แต่กลับกระแทกใจคนฟังเข้าอย่างจังทำให้ใบหน้าหวานหันขวับมาส่งค้อนให้เขาอย่างนึกฉุน

                “ก็โกรธค่ะป่านบอกไปแล้วว่าเกลียดคุณ”

     เสียงหวานสะบัดน้อยๆอย่างแง่งอน มันดูน่ารักยิ่งนักในสายตาของคนมองแต่คำว่าเกลียดจากปากของเธอนั้นกลับทำให้ชายหนุ่มเกิดความไม่พอใจขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอเกลียดฉันจริงๆ น่ะหรือสายป่านเขานึกถามหญิงสาวในใจ

                “แล้วถ้าวันนี้ฉันจูบเธออีกล่ะเธอจะโกรธจะเกลียดและก็ตบหน้าฉันอีกหรือเปล่า”

     นาวินยิ้มร้ายไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดออกไปแบบนั้น ทั้งๆที่รู้ว่าถ้าเขาทำอีกเธอจะต้องโกรธต้องเกลียดเขามากกว่าเดิมแน่ที่สำคัญเธอยังเป็นผู้หญิงต้องห้ามสำหรับเขาอีกด้วย

                แต่เพราะหัวใจดวงแกร่งที่เต้นรัวแรงราวกองศึกอยู่ในอกมันร้องบอกว่าโหยหาความหอมหวานที่เขาเคยลิ้มลองมาแล้วครั้งหนึ่งและตั้งแต่วันนั้นมันก็ยังตราตรึงอยู่ในใจของเขาไม่จางหายมันทำให้เขาแทบจะหมดความอดทนทันทีเมื่อได้สัมผัสกับเธออย่างใกล้ชิดแบบนี้

                “ยะอย่านะคะคุณนาวิน”

     สายป่านตกใจกับคำบอกของเขาจนปากคอสั่นสองมือน้อยๆ รีบยกขึ้นมาผลักดันอกแกร่งของเขาเอาไว้อย่างสุดกำลัง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สะทกสะท้านอะไรเลยกับแรงเท่ามดของเธอ

                “ฮึฮึ” นาวินหัวเราะในลำคอ ก่อนจะก้มลงซุกไซ้จมูกโด่งลงไปที่แก้มเนียนนุ่มของหญิงสาว

                “ไม่...อื้อ”

     เสียงหวานส่วนที่เหลือถูกกลืนหายลงไปทันทีเมื่อริมฝีปากได้รูปของเขากดทับริมฝีปากของเธอนาวินบดจูบขบเม้มไปตามเรียวปากนุ่มที่เขาโหยหามานาน ก่อนจะค่อยๆแทรกปลายลิ้นอุ่นเข้าไปควานหาความหอมหวานในโพรงปากของหญิงสาวลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดรัดลิ้นเล็กๆ ของเธอเอาไว้อย่างช่ำชองสายป่านที่อยู่ในอาการตกใจในตอนแรกเริ่มโอนอ่อนไปตามแรงชักจูงของเขาเรียวลิ้นนุ่มที่อ่อนประสบการณ์เริ่มตอบโต้หยอกเย้ากับลิ้นของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆแต่มันกลับปลุกความปรารถนาในกายชายหนุ่มให้ลุกฮือ

                นาวินจูบสายป่านอยู่นานจนแน่ใจว่าหญิงสาวไม่คิดต่อต้านเขาแล้วร่างหนาจึงค่อยๆโน้มตัวดันร่างบางให้นอนราบลงไปบนเตียงกว้างก่อนที่เขาจะตามลงมาทาบทับจนแนบสนิทนาวินถอนจูบแล้วจ้องมองดวงตาที่หวานหยาดเยิ้มของสายป่านจนอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปซุกไซ้ขบเม้มเบาๆตั้งแต่ติ่งหูซอกคอแล้วหยุดที่ริมฝีปากอิ่มสวยอีกครั้งแต่คราวนี้รสจูบของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาที่ร้อนลุ่มสลับอ่อนหวานที่ล่อลวงให้หญิงสาวเผลอไผลหลงเตลิดไปกับสัมผัสของเขาโดยไม่รู้ตัว

                ชายหนุ่มลืมสิ้นในความรู้สึกผิดชอบเขารู้แค่เพียงตอนนี้ร่างกายของเขาต้องการเธอเท่านั้นมือหนาที่อ่อนนุ่มเพราะไม่เคยผ่านงานหนักเฝ้าลูบไล้บีบนวดผิวเนื้อเนียนละเอียดตามส่วนต่างๆอย่างหลงใหล จนร่างบางสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านที่แปลกใหม่และไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน

                “อือ...”

     เสียงหวานครางเล็ดลอดออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อเขาสอดมือเข้าไปในเสื้อยืดตัวเล็กแล้วลูบไล้แผ่วเบาที่แผ่นหลังเนียนลื่นมือของเธอก่อนจะขยับเลื่อนมาด้านหน้าแล้วกอบกุมทรวงอกอวบอิ่มที่ยังเบียดกันแน่นอยู่ในบราเซียร์ตัวสวย

                “อา...”

     นาวินครางต่ำด้วยความพอใจกับทรวงอกที่ขนาดเหมาะมือและนุ่มหยุ่นอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสจากผู้หญิงคนไหนมาก่อนมือหนาฟอนเฟ้นบีบนวดอย่างชำนาญจนร่างบางเผลอแอ่นหยัดให้เขาครอบครองอย่างลืมตัว

                ก่อนที่ฝ่ามือร้อนจะลากไล้ลงมาที่เรียวขาเนียนอ่อนนุ่มแล้วบีบนวดขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงขอบกางเกงขาสั้นที่เธอสวมใส่อยู่นิ้วแกร่งที่กำลังขยับขยุกขยิกตรงกระดุมทำให้เจ้าของร่างบางหวนคืนสติอย่างฉับพลัน...อะไรกันทำให้เธอเผลอไผลไปกับเขาได้ถึงเพียงนี้

                “ยะอย่านะ” สายป่านยังควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติไม่ได้ ทำให้เสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นกระเส่าตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

                เสียงห้ามพร้อมแรงดีดดิ้นน้อยๆนั้นทำให้นาวินชะงักและเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวใต้ร่างอย่างสับสน ก่อนจะค่อยๆผละมือออกจากร่างบางของเธอช้าๆความรู้สึกผิดชอบเริ่มพรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิดปานสายน้ำ พร้อมๆกับหยาดน้ำตาของหญิงสาวที่เริ่มไหลรินอาบสองแก้มนวลเป็นทางยาว

                สายป่านรีบลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อเขาขยับออกไปจากตัวของเธอแล้วจากนั้นก็ก้าวลงจากเตียงอย่างรวดเร็วเธอทั้งอายทั้งสับสนทั้งเสียใจปะปนกันไปหมด... แต่ที่แน่ๆครั้งนี้เขาไม่ใช่คนผิดแค่ฝ่ายเดียว เพราะเธอเองก็ยินยอมพร้อมใจไปกับเขาด้วย

                “เดี๋ยวสายป่าน...ฉัน... เอ่อ” นาวินตะกุกตะกักด้วยอาการสับสนแล้วคว้าข้อมือเล็กของหญิงสาวเอาไว้ได้ทัน

                “คราวนี้คุณจะคิดว่าป่านให้ท่าหรือว่าอ่อยคุณอีกล่ะคะ”

     คนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังยืนหันหลังให้เขาพูดประชดประชันออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและนั่นทำให้หัวใจดวงแกร่งปวดหนึบจนแทบทนไม่ไหว เขาทำให้เธอร้องไห้อีกแล้ว

                “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคือฉันอยากจะขอโทษเธอ”

     นาวินบอกอย่างคนสำนึกผิดแล้วพยามดึงรั้งให้ร่างบางหันหน้ามามองเขาแต่เธอก็ขืนตัวเอาไว้

                “ชั่งมันเถอะค่ะยังไงคุณก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้นอยู่แล้ว”

     หญิงสาวกระแทกเสียงพูดกับเขาด้วยความรู้สึกเสียใจก่อนจะสะบัดมืออย่างแรงเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของเขาแล้วก็วิ่งตรงดิ่งไปที่ประตูห้องทันที

                “ดะเดี๋ยว...”

     นาวินร้องเรียกเอาไว้อีกครั้งแต่คราวนี้หญิงสาวไม่ได้หันมาสนใจเขาอีกเลย ดวงตาคมเข้มจ้องมองหญิงสาวในดวงใจที่กำลังก้าวเท้าออกไปจากห้องอย่างไร้เยื่อใย

     ‘ครั้งนี้เธอคงจะโกรธเกลียดเขามากขึ้นไปอีก...ทำไมเขาถึงห้ามใจตัวเองไม่ได้สักทีนะรู้ทั้งรู้ว่าเธอไม่ใช่ของเขาแต่พอได้ใกล้เธอทีไรเขาต้องเผลอไผลไปกับเธอทุกทีชายหนุ่มนึกต่อว่าตัวเองด้วยหัวใจที่ปวดร้าว ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาพันรอบเอวไว้หลวมๆจากนั้นก็เดินออกไปจากห้องเพื่อไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเอง

 

                สายป่านลงมาข้างล่างแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อจะเดินลัดออกไปที่เรือนเล็กหลังบ้านแต่สิ่งที่ตั้งใจก็ไม่ได้เป็นดังหวังเพราะผู้เป็นยายเรียกเอาไว้เสียก่อน

                “ยัยป่านทำความสะอาดข้างบนเสร็จแล้วหรือลูก” นมอิ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดจานกับข้าวคาวหวานให้เจ้านายคนโปรดร้องทักขึ้นเมื่อเห็นหลานสาวเดินผ่านเข้ามา

                “จ้ะยาย”สายป่านขานรับแล้วรีบเช็ดหน้าเช็ดตาให้ดูเป็นปกติที่สุดจากนั้นก็เดินเลี่ยงไปหยิบจับเก็บของใช้ในครัวให้เข้าที่

                “อ้าวแล้วไม่เห็นถือไม้กวาดลงมาด้วยล่ะ” ผู้อาวุโสขมวดคิ้วถามอย่างนึกสงสัยทำให้หลานสาวถึงกับอ้ำอึ้งไปนานกว่าจะหาข้อแก้ตัวได้

                “อะเอ่อ ป่านรีบลงมาเข้าห้องน้ำก็เลยลืม... เดี๋ยวป่านจะขึ้นไปเก็บลงมาอีกทีจ้ะยาย” สายป่านบอกด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ

                “อืม... แล้วนั่นทำไมตาแดงๆ ล่ะลูก ไหนมาใกล้ๆ ให้ยายดูสิ” มือเหี่ยวย่นของผู้เป็นยายกวักเรียกหลานสาวให้เข้าไปหาด้วยความห่วงใย

                “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะยายเมื่อกี้เศษผงมันปลิวเข้าตาตอนที่เก็บกวาดน่ะจ้ะ” คนเป็นหลานโป้ปดแก้ตัวอีกครั้งเพื่อให้ยายสบายใจแล้วหันไปหยิบนั่นหยิบนี่ไปเรื่อยๆ

                “งั้นก็อย่าลืมล้างให้สะอาดนะลูก...แล้วนี่คุณวินเขาตื่นหรือยังล่ะ จะได้ตั้งโต๊ะรอ” นมอิ่มย้ำหลานสาวด้วยความเป็นห่วงก่อนจะถามถึงชายหนุ่มผู้เป็นนายน้อยของบ้านที่นางแสนคิดถึงและดีใจที่เขามานอนค้างที่นี่เมื่อคืนนี้

                “ตื่นแล้วจ้ะคงกำลังอาบน้ำอยู่” ร่างบางชะงักนิดนึงแล้วตอบออกไปเรียบๆ... หวังว่าเขาคงจะไม่นอนต่อหรอกนะ

                “ดีเลยงั้นป่านมาช่วยยายตั้งโต๊ะก่อนก็แล้วกันตอนขึ้นไปเก็บไม้กวาดจะได้เชิญคุณวินลงมาด้วย...วันนี้แม่สามลำเขาไปเดินตลาดนัดกันหมด” ผู้อาวุโสบอกด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข แล้วพูดถึงสาวใช้สามแม่ลูกที่พากันออกไปเดินตลาดนัดที่หน้าหมู่บ้านซึ่งจะมีเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น

                “จ้ะยาย”

                หญิงสาวรับคำอย่างหนักใจเธอยังไม่อยากเจอหน้าเขาตอนนี้แต่ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องจำยอมฝืนใจทำไป ร่างบางเดินเข้ามาหยิบจานกับข้าวแล้วค่อยๆทยอยถือเข้าไปตั้งที่โต๊ะอาหารและจัดวางให้เป็นระเบียบตามคำสั่งของผู้เป็นยายเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นไปชั้นบนอีกครั้ง

 

                สายป่านขึ้นมาหยุดยืนตรงหน้าห้องของชายหนุ่มที่เขาเพิ่งทำให้เธอเสียน้ำตาไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนที่สำคัญความรู้สึกวาบหวามที่เขาก่อขึ้นมานั้นมันยังไม่จางหายไปจากหัวใจของเธอเลยทำให้ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้จริงๆหญิงสาวยืนนิ่งตัดสินใจอยู่นานกว่าจะยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ สองสามครั้ง

                รอเพียงไม่นานประตูบานใหญ่ก็เปิดออกด้วยมือหนาของชายหนุ่มเจ้าของห้องที่ตอนนี้ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงขาสั้นสบายๆในแบบที่เขาชอบ ดูเหมือนคนที่บ้านนี้จะจัดเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เขาอย่างเรียบร้อยคงเป็นคำบอกกล่าวของทนายสมภพด้วยนั่นแหละคนที่นี่ถึงได้จัดหาเสื้อผ้าให้เขาได้ถูกใจและตรงตามความต้องการเพราะฝ่ายนั้นดูแลเขามาตลอดตั้งแต่เขาออกจากบ้านนี้ไป

     นาวินอมยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นหญิงสาวที่เขากำลังอยากเจออยู่พอดี

                “ว่าไง”เสียงเข้มเอ่ยถามเรียบๆดวงตาคมฉายแววกรุ้มกริ่มเล็กน้อยยามจ้องมองใบหน้าหวานของเธอ

                “ยายให้มาเชิญลงไปทานข้าวค่ะ”หญิงสาวก้มหน้าบอกกับเขา แล้วทำท่าจะเดินหนีไปเมื่อเสร็จธุระของเธอแล้ว

                ท่าทางเย็นชาห่างเหินของหญิงสาวทำให้นาวินนึกไม่พอใจขึ้นมาตงิดๆจากที่คิดจะคุยด้วยดีๆ จึงกลายเป็นอยากต่อว่าเธอเสียมากกว่า

                “เดี๋ยว...ทำไมเธอชอบเดินหนีฉันนัก สายป่าน”

                “ก็ป่านไม่มีอะไรจะพูดกับคุณแล้วนี่คะ”คนตัวเล็กหันมาตวัดเสียงอย่างแง่งอน เขาจะเอาอะไรกับเธอนักหนานะ

                สองหนุ่มสาวจ้องตาแข็งๆใส่กันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายเบนสายตาหนีออกไปด้วยนึกระอายใจในการกระทำของตัวเองที่ล่วงเกินเธอไปเมื่อเช้านี้...ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นคนผิดอยู่ดีที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจตัวเองให้ได้

                “พี่นุกลับมาหรือยัง”นาวินเอ่ยถามถึงพี่ชายขึ้นมาดื้อๆซึ่งเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้กลับมาบ้านเมื่อคืนนี้อันที่จริงเรื่องของภานุเขาก็ไม่ได้สนใจเท่าไรนักหรอกแค่อยากหาเรื่องมาพูดคุยกับเธอมากกว่า

                “ยังค่ะ”หญิงสาวตอบสั้นๆ ด้วยเสียงที่บึ้งตึงเล็กน้อย

                “หือแปลก... แล้วเขาไปค้างที่ไหนเธอรู้หรือเปล่า” ชายหนุ่มยังคงถามต่อแม้จะรู้ว่าคนตอบไม่ค่อยเต็มใจนัก

                “ที่คอนโดค่ะ”

                “รู้ดีจริงนะ”นาวินกระแนะกระแหนอย่างนึกหมั่นไส้นิดๆ ที่หญิงสาวทำเหมือนรู้เรื่องของภานุเป็นอย่างดี

                “คุณนาวิน!” คนตัวเล็กแหวใส่ตาขวาง... เขาถามเธอก็ตอบในสิ่งที่รู้แล้วเขาจะมาเหน็บแนมเธอทำไม คนบ้า

                “อ่อลืมไป เธอเป็นแฟนพี่นุนี่นะ ก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหนบ้าง” ชายหนุ่มยิ้มเยาะเหมือนพูดบอกกับตัวเองแต่ก็ทำให้คนฟังอารมณ์เดือดขึ้นมาไม่น้อย

                “ทุกคนในบ้านนี้ก็รู้ทั้งนั้นแหละค่ะเพราะพี่นุเคยบอกไว้ถ้าสี่ทุ่มแล้วไม่กลับมาแสดงว่าจะค้างที่คอนโดและมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่นี่ด้วย” สายป่านชี้แจงให้เขาฟังยืดยาวแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจที่เขาบอกว่าเธอเป็นแฟนพี่นุแต่ในเมื่อเขาเข้าใจแบบนั้นมาตลอดก็ปล่อยเขาไปจากนั้นร่างบางก็หันหลังแล้วทำท่าจะเดินหนีไปอีก

                “เดี๋ยวสิฉันยังพูดไม่จบ” คนตัวใหญ่รีบบอกพร้อมทั้งคว้าเรียวแขนเล็กๆ เอาไว้ได้ทัน

                “ก็รีบพูดมาสิคะ”สายป่านหันมามองเขาแล้วงอแขนฝืนแรงฉุดดึงของเขาอย่างสุดกำลัง

                “เธอไม่กลัวพี่นุจะแอบนอกใจบ้างเหรอปล่อยให้เขาไปนอนค้างที่อื่นแบบนี้น่ะ” ชายหนุ่มยังคงยียวนอย่างนึกสนุกยิ่งเห็นเธออวดดีต่อต้านเขา เขาก็ยิ่งอยากแกล้งเพื่อเอาชนะ

                “อย่าคิดว่าคนอื่นจะมีนิสัยเหมือนตัวเองสิคะคุณนาวิน”คนตัวเล็กย้อนใส่อย่างเหลืออด...ไม่เข้าใจว่าเขาจะพูดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรกัน

                “ทำไมฉันมีนิสัยยังไง” นาวินกัดฟันข่มเสียงต่ำแล้วดึงหญิงสาวเข้ามาใกล้เพื่อขมขู่ให้เธอกลัวแต่เปล่าเลย... นาทีนี้เธอก็โกรธเขาจนหน้ามืดแล้วเหมือนกัน

                “ก็คุณมันมักมากเจ้าชู้ ไม่รู้จักพอ ทั้งๆ ที่ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วก็ยังจะทำลุ่มล่ามกับคนอื่นอีก” หญิงสาวพรั่งพรูต่อว่าชายหนุ่มออกมาอย่างสุดกลั้นและรู้สึกอับอายไปพร้อมๆกัน... มันเป็นสิ่งที่เธอนึกเจ็บใจและอัดอั้นมานานในเมื่อเขาเองก็มีผู้หญิงมาเปิดตัวว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกันขนาดนั้นเขายังจะมาล่วงเกินเธออีก

     นาวินถึงกับคิดอะไรไม่ออกเมื่อเจอคำพูดของหญิงสาวที่เขาไม่เคยคิดว่าเธอจะกล้าต่อว่าเขาได้ขนาดนี้มือหนาที่ฉุดดึงเธอไว้ค่อยๆ ผ่อนแรงและล่วงหล่นจากเรียวแขนของเธอด้วยอาการอึ้งๆ

                “สายป่านนี่เธอกล้าว่าฉันเหรอ”เสียงเข้มตะคอกถามเมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวถอยห่างออกไปแล้ว

                “กล้าค่ะ”คนตัวเล็กแลบลิ้นยิงตาให้เขาเป็นการยียวน แล้วรีบสาวเท้าวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว

                “เดี๋ยวหยุดเดี๋ยวนี้นะยัยตัวเล็ก” ชายหนุ่มร้องเรียกและทำท่าฮึดฮัดจะวิ่งตามแต่ก็ต้องหยุดหัวเราะชอบใจให้กับท่าทางที่ดูน่ารักน่าหยิกของเธอ

      “หน๊อยอย่าให้จับได้เชียว จะฟัดซะให้เข็ด”นาวินส่ายหน้าแล้วพึมพำหมายมั่นกับตัวเองอย่างนึกมันเขี้ยวคนตัวเล็กที่วิ่งหนีเขาลงไปข้างล่างแล้วก่อนที่รอยยิ้มแห่งความสุขนั้นจะค่อยๆ จางหายไปเมื่อรู้ตัวว่าเขาไม่ควรทำแบบนั้นกับเธอและมันก็ไม่สมควรแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ...ทำไมหัวใจถึงได้รู้สึกเจ็บปวดแบบนี้นะ

 

                เวลาล่วงเลยไปจนเที่ยงวันผู้บริหารสูงสุดแห่งสายการบินใหญ่ยังคงนอนหลับอยู่ภายในห้องชุดสุดหรูของตัวเองที่เขาใช้เงินก้อนโตซื้อไว้และปรับปรุงตกแต่งที่นี่ให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนโดยเฉพาะ

                แสงแดดที่เล็ดลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างทำให้ภานุปรือตาขึ้นมาช้าๆแล้วหันไปมองนาฬิกาที่ฝาผนัง เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเหมือนไม่อยากเชื่อว่าเขาจะตื่นสายได้ขนาดนี้ก่อนที่ร่างสูงจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินตรงเข้าห้องน้ำไป

                ร่างสูงยืนมองกระจกอย่างพินิจพิจารณาใบหน้าที่ขาวจัดของเขามีรอยแดงปื้นเป็นทางยาวตามสันแก้มซึ่งเขาจำได้ดีว่าเป็นฝ่ามือตบของหญิงสาวที่ทำให้เขานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน

     “ยัยแก้วตา...หน็อย ตัวเล็กแค่เนี้ยมือหนักชะมัด”

                ชายหนุ่มจำได้ว่าเมื่อคืนเขามีปากเสียงกับเธอจนกระทั่งเขาเผลอดึงเธอเข้ามาจูบจึงได้รอยฝ่ามือนี้เป็นรางวัลตอนนั้นเขาทั้งสับสนและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงต้องหงุดหงิดขนาดนั้นเมื่อรู้ว่าเธอเป็นเด็กของเสี่ยเจ้าของผับหลังจากนั้นเขาก็หาหิ้วผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งไปขึ้นเตียงกับเขาที่โรงแรมห้าดาวอย่างเคยแต่แปลกที่ครั้งนี้เขากลับไม่มีความสุขเหมือนที่ผ่านๆ มาไม่ว่าหญิงสาวคนนั้นจะปรนเปรอเสนอให้เขามากมายขนาดไหนแต่เขากลับไม่เต็มอิ่มและไม่พอใจกับมันเลยสักนิดหลังเสร็จกิจเขาก็ให้เงินจำนวนหนึ่งกับเธอแล้วแยกย้ายพาตัวเองกลับมาที่คอนโดส่วนตัว...เขารู้สึกเหนื่อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแต่กลับนอนไม่หลับ

                ภายในหัวมีแต่เรื่องของแก้วตาฉายซ้ำวนเวียนจนเขาไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้โดยเฉพาะรสจูบที่ดูตื่นตระหนกเหมือนคนไม่เคยนั้นทำให้เขาติดใจและตราตรึงอยู่ในความรู้สึกจนถึงนาทีนี้

     “อย่าบอกนะว่าฉันหลงใหลในรสจูบที่ไม่ประสีประสาของเธอ...แก้วตา”

     ภานุพูดกับตัวเองในกระจกขณะยกนิ้วเรียวขึ้นมาลูบไล้ริมฝีปากอย่างคนคิดหนักและกำลังสับสนในตัวเอง

                ก่อนที่ดวงตาคมเข้มจะฉายแววกระด้างขึ้นมาทันทีเมื่อคิดได้ว่าหญิงสาวมีอาชีพเสริมเป็นเด็กลับๆของเสียเจ้าของผับแม้จะได้ฟังไม่ชัดเจนนักจากปากของเจนนี่สาวสวยหัวหน้าคนงานในนั้นแต่คำว่าคนสำคัญประกอบกับพฤติกรรมที่มีพิรุธรวมถึงคำพูดที่ดูคลุมเครือของเธอมันทำให้เขาคิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากเธอจะเป็นเมียน้อยหรือเด็กที่เสี่ยเจ้าของผับเลี้ยงดูไว้จริงๆ...จู่ๆ หัวใจดวงแกร่งก็รู้สึกปวดหนึบขึ้นมาอย่างประหลาดมันเหมือนกับว่าเขากำลังจะสูญเสียของมีค่าบางอย่างไป...แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่

                เมื่ออาบน้ำและทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วร่างสูงก็เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาวตรงมุมห้องในหัวนั้นมีแต่ความคิดสับสนวกวนจนหาทางออกไม่เจอเขาต้องรู้ความจริงในเรื่องนี้ให้ได้เพราะหากเป็นอย่างนั้นจริงเขาจะต้องกีดกันไม่ให้สายป่านว่าที่คู่หมั้นของเขาใกล้ชิดสนิทสนมกับแก้วตาอีกเขาไม่อยากให้อีกฝ่ายชักจูงคนของเขาไปในทางที่ไม่ดีและเสื่อมเสีย

     “ใช่แล้ว...ที่เขาไม่สบายใจและเป็นกังวลอยู่ตอนนี้ก็เพราะเป็นห่วงคนรักของเขาไม่ใช่เพราะมีใจหลงใหลเธอหรอกนะ ยัยแก้วแตก”

     ภานุให้ความมั่นใจกับตัวเองก่อนจะล้มตัวลงนอนราบไปบนโซฟาที่เขานั่งอยู่ คืนนี้เขาต้องไปหาความจริงให้ได้เพราะคืนนี้เป็นวันเสาร์หญิงสาวคงต้องไปที่ผับอีกแน่ๆ

 

     ทางด้านหญิงสาวเจ้าของฝ่ามือตบที่ทำให้ผู้บริหารหนุ่มถึงกับนอนไม่หลับซึ่งเธอเองก็มีอาการไม่ต่างจากเขาเลยแม้แต่น้อยเพราะนอกจากจะนอนไม่หลับทั้งคืนแล้วหัวใจดวงน้อยของเธอยังเต้นโครมครามทุกครั้งยามที่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้

     “ฮึ่ย!... อีตาท่านประธานบ้า มาปล้นจูบแรกของฉันไปได้ยังไงห๊า บ้าๆๆ”

     แก้วตากระฟัดกระเฟียดตีอกชกลมอยู่คนเดียวภายในห้องพักของตัวเองปากก็ต่อว่าชายหนุ่มแต่ใบหน้าขาวจิ้มลิ้มกลับขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาเรื่อยๆจนรู้สึกร้อนผ่าว

     “แค่ตบนี่ยังน้อยไปคอยดูเหอะอีตาท่านประธานบ้ากาม... เจออีกทีจะอัดให้น่วมเลย”

                หญิงสาวออกปากคาดโทษถึงผู้บริหารหนุ่มก่อนที่เสียงโทรศัพท์เครื่องจิ๋วที่วางอยู่ใกล้ๆ ตัวจะดังขึ้น

                สวัสดีค่ะอานพ เสียงหวานกรอกลงไปเรียบๆแต่ในใจก็คิดระแวงไปด้วยเพราะทุกครั้งที่อีกฝ่ายโทรมาจะต้องขอให้เธอไปช่วยงานที่ร้านทุกที...ครั้งนี้ก็เช่นกัน

                คืนนี้มาช่วยอาที่ร้านอีกคืนนะหลานสาวคนสวย’            

                นั่นปะไร... ว่าแล้วเชียว

                หือ... ไม่เอาง่ะ เหนื่อย ง่วงด้วยแก้วตาส่ายหัวปฏิเสธเหมือนกับว่าผู้เป็นอายืนอยู่ตรงหน้า

                แหม่ จะทำใจร้ายกับอาได้ลงคอเหรอ นะๆ ช่วยอาอีกคืนเดียวเองพรุ่งนี้ก็หยุดไม่ใช่เหรอ

                วันหยุดทั้งทีแก้วก็อยากพักผ่อนนะคะไม่ใช่กลางค่ำกลางคืนให้ออกไปล่อตะเข้แบบนั้นน่ะเสียงหวานเริ่มแสดงอาการไม่พอใจและงอแงเล็กน้อย

                นะๆ รับรองเลยคืนนี้จะให้เจนนี่คอยจัดการแขกที่งี่เง่าให้ คนเป็นอาพยายามหว่านล้อม

                หุย เชื่อได้ตายละ เดี๋ยวก็หาตัวไม่เจออีกหลานสาวย้อนให้อย่างรู้ทัน

                อะๆ คืนนี้ให้ค่าแรงสองเท่าเลยเอ้าเจ้าของผับชื่อดังบอกอย่างใจป้ำทำให้คนฟังถึงกับตาโตเป็นไข่ห่านด้วยอาการตื่นเต้นดีใจ

                สองเท่า!’

                ใช่ สองเท่า

                แค่ได้ยินคำยืนยันเท่านั้นแหละ เสียงบึ้งตึงงอแงก็เปลี่ยนเป็นอ่อนลงทันที

                ‘งั้นก็น่าคิดหน่อย

                ไม่ต้องคิดแล้ว ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวค่ำๆ อาจะไปรับว่าจบก็รีบตัดสายไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวหลานสาวจะเปลี่ยนใจ

                ‘อ้าว... เอ้ย... เดี๋ยวสิคะแก้วตาอึกอักอ้าปากค้างด้วยอาการมึนงงน้อยๆ นี่เธอตอบตกลงไปตอนไหนกันเนี่ย

                เฮ้อ...วันนี้คงไม่ซวยเหมือนเมื่อคืนอีกนะแต่คงไม่มีใครบ้ากามเท่าอีตาท่านประธานนั่นอีกแล้วหละหวังว่าคืนนี้คงไม่ย้อนกลับมาเที่ยวที่นี่อีกหรอกนะ...ปากที่เอ่ยท้าทายเขาไปเมื่อสักครู่เริ่มสร้างความหวาดหวั่นให้เธอไม่น้อยแล้ว

                หญิงสาวคิดกังวลอยู่ในใจพลางยกนิ้วเรียวขึ้นลูบไล้ปัดป่ายไปทั่วริมฝีปากนุ่มเพื่อหวังจะลบเลือนรสสัมผัสของเขาที่ไม่ว่าจะล้างน้ำหรือป่วนปากอีกกี่ครั้งมันก็ยังตราตึงไม่จางหายไปสักที


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^


        แสดง 9 - 9
วันที่โพสต์ :  13 มี.ค 2558 14:12 วันที่อัพเดท :   3 ก.พ. 2561 09:14    › จำนวนผู้เข้าชม 95031 คน
   › คะแนนโหวต 4819 คะแนน   
ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้


    แสดงความคิดเห็น


   ชื่อ :
   ความเห็น :